Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,433 เกมนักล่า
ในแท่นที่อยู่ตรงกลาง ต้ากู่หลี่ยื่นมือออกมา ถ่ายเทปราณดาราลงใน
วงล้อแห่งโชคชะตา รูนบนวงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มเปล่งประกายแวววาว
เปลี่ยนไปอย่างไม่อาจคาดเดาได้
ดวงตาของทุกคนจับจ้องบนวงล้อแห่งโชคชะตา
รูสว่างขึ้นทีละอัน เมื่อต้ากู่หลี่มองดูแสงเหล่านี้ จิตใจของเขาก็บีบรัด
ขึ้น
เมื่อรูนเริ่มจางลง รูนสุดท้ายที่เปล่งแสงจะเป็นอันที่ต้ากู่หลี่วาด
แม้ว่าการจับรางวัลนี้จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น แต่
สำหรับต้ากู่หลี่ แต่ละวินาทีก็ดูเหมือนนานเป็นปี
ในที่สุด รูนสุดท้ายที่สว่างขึ้นก็วางอยู่เหนือตราโล่
ในตอนท้ายของการจับรางวัล โล่นี้เป็นรางวัลแรกที่เป็นไปได้ – ตรา
ภารกิจที่หายาก
นี่คือความเป็นไปได้ที่ด้อยที่สุดในสามทาง แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เช่นกัน คนส่วนใหญ่จะจับได้ผลลัพธ์นี้
ริมฝีปากของต้ากู่หลี่บิด รู้สึกเสียใจภายในใจของเขา หลังจากมาถึง
ขั้นนี้แล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าตนจะจับรางวัลที่สามได้และ
ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ด้วยการกระโดดครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม จินตนาการนี้
ได้ถูกทำลาย
“ขอแสดงความยินดีต่อท่านต้ากู่หลี่!”
“ใช่แล้ว ท่านต้ากู่หลี่มีโชคชะตาที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ตรา
วิญญาณฟ้าหายากอย่างยิ่ง”
ทุกคนเริ่มแสดงความยินดีกับต้ากู่หลี่ สถานะของเขาสูงอยู่แต่แรก
แล้ว และตอนนี้เขาก็สามารถไปได้สูงขึ้นอีก
“ท่านต้ากู่หลี่ ท่านมีความประสงค์ที่จะขายนี้หรือไม่?”
มีคนถาม อย่างไรก็ตาม ต้ากู่หลี่ปฏิเสธความคิดนี้ทันที่ “แน่นอนว่า
ข้าจะไม่ขายตราวิญญาณฟ้านี้”
ต้ากู่หลี่กล่าวโดยไม่ให้ได้โต้แย้ง แม้ว่าในปัจจุบันเขาจะไม่มี
ความสามารถในการทำภารกิจตราวิญญาณฟ้าให้สำเร็จ แต่เขาอาจเก็บ
ตรานี้ไว้ชั่วคราวที่ปราการเทพทมิฬจนกว่าเขาจะทะลวงระดับก่อนที่จะ
กลับมาอีกครั้งในภายหลังเพื่อทำให้เสร็จ ถ้าเขาขายมันให้กับคนอื่น นั่น
จะทำให้สิ้นเปลืองเกินไป ท้ายที่สุด ตราหายากประเภทนี้ก็ไม่สามารถซื้อ
ด้วยเงินได้
ต้ากู่หลี่มองไปทยังคนที่ถามและพูดว่า “ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าก็
สามารถเข้าร่วมในด่านทดสอบด้วยตัวเจ้าเองได้!”
ด่านทดสอบหล่อหลอมของปราการเทพทมิฬเปิดตลอดทั้งปี แต่มีคน
ไม่มากนักที่เข้าร่วม เนื่องจากผู้ที่ไม่มีสมญานามอาชูร่าจะพบว่าเป็นไป
ไม่ได้ที่จะได้รับผลประโยชน์ใดๆจากด่านทดสอบ แม้แต่สำหรับผู้ที่มี
สมญานามอาชูร่า หากต้องการทำผ่านด่านอย่างสมบูรณ์ก็ต้องใช้ความ
แข็งแกร่งและโชคอย่างมาก
ยิ่งกว่านั้น ทุกครั้งที่เข้าร่วมในด่านทดสอบครั้งนี้ มันก็มี
ค่าธรรมเนียมเข้าร่วม 100,000 รูนพลังงานต้นกำเนิด สำหรับนักสู้ส่วน
ใหญ่ เงินจำนวนนี้ทำให้พวกเขาต้องรู้สึกกังวล
แต่ในวันนี้ เนื่องจากผู้คนจำนวนมากได้ตื่นขึ้นโดยต้ากู่หลี่ พวกเขา
จึงเริ่มยืนหยัดขึ้นด้วยกล้า “ฮ่าฮ่า เนื่องจากเป็นกรณีนี้ ข้าจะเข้าร่วม
ด้วย!”
“ข้าเองก็อยากลองดู ข้าไม่เคยเข้าร่วมด่านทดสอบของปราการเทพ
ทมิฬมาก่อน แม้ว่าค่าเข้าร่วมจะค่อนข้างสูง แต่ข้าก็ยังอยากสัมผัสสัก
ครั้ง”
“ข้าด้วย!”
ในช่วงเวลาสั้นๆ 7-8 คนได้ลงทะเบียน
7-8 คนเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลที่โดดเด่นในระดับของพวกเขา หลาย
คนอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าวจากการเป็นอาชูร่า ตราบใดที่พวกเขามีเวลาอีก
หนึ่งปีหรือมากกว่านั้น พวกเขาจะสามารถทำตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้
ได้สมญานามอาชูร่า
เมื่อเห็นฉากนี้ สามผีร้ายเหล็กทมิฬที่ขัดแย้งกับหลินหมิงก็กระตือรือ
ร้นเช่นกัน พวกเขาต่างก็กระตือรือร้นที่จะลองทำสิ่งนี้
“พี่ใหญ่ ไปลองกัน!”
“รูนพลังงานต้นกำเนิด 300,000 ไม่ได้เป็นจำนวนน้อยๆเลย แต่ถ้า
เราสามารถผ่านด่านทดสอบได้นั้น กำไรของเราจะดีมาก แต่ถึงกระนั้น
โอกาสที่เราจะผ่านด่านทดสอบนี้ก็มีน้อยมาก ปัจจุบัน มีผู้คนจำนวนมาก
เข้าร่วมและก่อนที่ด่านทดสอบจะเริ่มขึ้นนั้น เราจะต้องต่อสู้กับผู้ท้าชิง
ด้านทดสอบเหล่านี้ ทำให้สิ่งต่างๆยากยิ่งขึ้นสำหรับเรา ท้ายที่สุด มันก็ไม่
มีผู้ท้าชิงเหล่านี้ที่อ่อนแอกว่าเรา ถ้าเราพ่ายแพ้ เราจะสูญเสียรูนพลังงาน
ต้นกำเนิด 300,000 ไป นั่นจะต้องใช้เวลาและการทำงานจำนวนมาก
เพื่อให้ได้คืนมา…”
ผู้นำของสามผีร้ายเหล็กทมิฬทั้งสามลังเล ในความเป็นจริง เขาเข้าใจ
ว่าแม้ทั้งสามคนทำงานร่วมกันในด่านทดสอบ แต่โอกาสของความสำเร็จก็
เกือบเป็นศูนย์อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บางคนได้ยินคำเหล่านี้ พวกเขาก็พูดไม่ออก
สิ่งที่เรียกว่า ‘การใช้เวลาและการทำงาน’ นั้นจริงๆแล้วคือการกรรโชก
ขโมย ปล้นอาวุธและสังหารผู้อื่น
ในขณะที่ผีเหล็กทมิฬทั้งสามกำลังลังเลใจ ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มมนุษย์
คนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ข้าอยากจะเข้าร่วมด้วย”
“หืม?” สามผีร้ายเหล็กทมิฬทั้งสามคนตกตะลึง
“เด็กนั่น เขาเป็นคนที่เพิ่งซื้อตราภารกิจวิญญาณฟ้า!”
“เจ้านี่เกะกะเกินไป ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเมินพวกสามผีร้ายเหล็กทมิฬ
ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก! ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนโง่เขลาที่กล้าที่จะยั่ว
ยุเราล้วนตายไปหมดแล้ว”
ผู้นำของสามผีร้ายเหล็กทมิฬหัวเราะเยาะ เขาต้องการรอจนหลินหมิ
งออกจากที่นี่ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะกระโดดเข้าไปในถ้ำเสือ
เสียเอง
“ฮ่าฮ่า เขาต้องการเข้าร่วมด่านทดสอบด้วย น่าสนใจยิ่ง! เขาไม่
ทราบกฎของพื้นที่นี้ แต่เขาก็กล้าที่จะเข้าร่วมในด่านทดสอบหล่อหลอม
ของปราการเทพทมิฬ ในโลกนี้ มันมีคนที่โจมตีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองอยู่
ด้วยหรือ?”
แม้แต่อาชูร่าหนึ่งดาวก็ยังไม่อาจบรรลุด่านทดสอบนี้ ยิ่งกว่านั้น
หลินหมิงไม่ได้มีรูนมากเกินไปด้วย สำหรับเขาที่จะโยนรูนพลังงานกำเนิด
100,000 เพื่อเข้าร่วมในด่านทดสอบของปราการเทพทมิฬแล้ว มันก็เป็น
การกระทำที่บ้าบิ่นเกินไป
หลายคนมองไปยังหลินหมิง รวมถึงแม้แต่พ่อค้าออร์คที่ขายตรา
ภารกิจวิญญาณฟ้าแก่หลินหมิง ในสายตาของเขา หลินหมิงดูเหมือนนาย
น้อยไร้เดียงสาที่เสียเงินไปทุกที่
“ฮ่าฮ่า ถ้าเขาเข้าร่วม เช่นนั้นด่านทดสอบนี้ก็อาจสนุก เราควรทำให้
แน่ใจว่าได้ ‘ดูแล’ เขา”
“ฮ่าฮ่า น้องสามพูดถูก พี่ใหญ่ เราต้องเข้าร่วมด้วย”
“อืม…” หัวหน้าสามผีร้ายเหล็กทมิฬนั้นเดิมทีไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เขา
ถูกกระตุ้นโดยหลินหมิง เขาจึงยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “เราจะลงทะเบียน
ด้วย!”
“สามผีร้ายเหล็กทมิฬเข้าร่วมด้วย!”
“หลังจากเด็กมนุษย์นั้นตัดสินใจเข้าร่วม สามผีร้ายเหล็กทมิฬก็
ตัดสินใจเข้าร่วมด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเขา ดูเหมือนว่าพวกเขา
ต้องการยุ่งกับเขาในด่านทดสอบ”
“ใช่แล้ว ด่านทดสอบปราการเทพทมิฬนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้คนใดคนหนึ่ง
สามารถเล่นได้ ชายหนุ่มมนุษย์นั้นยังเด็กและไร้เดียงสาเกินไปและตอนนี้
เขายังต้องจัดการกับสามผีร้ายเหล็กทมิฬด้วย”
ทุกคนเริ่มถกเถียงกัน ไม่มีใครคิดว่าการจับรางวัลของต้ากู่หลี่จะทำ
ให้ผู้ท้าชิงด้านทดสอบลุกโชนด้วยความกล้าและลงทะเบียนเข้าร่วม สิ่งนี้
จะทำให้ด่านทดสอบยากยิ่งขึ้น
“น่าเสียดายยิ่ง พวกเขาควรให้รูนพลังงานต้นกำเนิดแก่ข้าแทนที่จะ
นำไปเสียของเช่นนั้น” นักสู้บางคนถอนหายใจ
ความคิดของหลินหมิงสะท้านเมื่อเขาได้ยินทั้งหมดนี้ “วิญญาณขาว
รูนพลังงานต้นกำเนิดที่ใช้ในการซื้อตราภารกิจและชำระค่าแรกเข้าด่าน
ทดสอบจะไปยังใด? พวกมันถูกยึดครองโดยจ้าวเมืองโกลาหลหรือไม่?
วิญญาณขาวส่ายหัวของเขา “มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว
จ้าวเมืองคงจะมีทรัพย์สมบัติที่เกินจินตนาการ รูนพลังงานต้นกำเนิด
ทั้งหมดจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างสมบูรณ์โดยเต๋าสวรรค์ของเส้นทาง
แห่งอาชูร่า ดูเหมือนว่ารูนพลังงานต้นกำเนิดเหล่านี้ใช้เพื่อสนับสนุนวัฏ
จักรอย่างต่อเนื่องแก่เต๋าสวรรค์ที่นี่ บางคนสงสัยว่าเส้นทางแห่งอาชูร่า
ทั้งหมดเป็นรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ที่หาที่เปรียบมิได้ และผู้ท้าชิงด้าน
ทดสอบจะถูกวางไว้ในรูปแบบค่ายกลนี้
“นี่คือ…” หลินหมิงตกตะลึง แม้ว่ามุมมองเช่นนี้จะน่าตกใจ แต่ยิ่ง
เขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไร มันก็ยิ่งฟังดูสมเหตุสมผล
“นายท่าน สามผีร้ายเหล็กทมิฬกำลังพุ่งเป้ามาที่ท่านโดยเฉพาะ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับท่านในปราการเทพทมิฬได้ แต่
ด่านทดสอบนั้นแตกต่างออกไป นายท่านจะต้องระวังเป็นพิเศษ”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงแอบหัวเราะ
“มีใครจะลงทะเบียนอีกหรือไม่? เช่นนั้น… นักสู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด
โปรดก้าวขึ้นไปบนแท่น” นักสู้ชุดเกราะสีเงินกล่าวจากข้างบนแท่น เขา
เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยหิมะเงิน
ในตอนท้าย มีทั้งหมด 15 นักสู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วม
หลินหมิงเหยียบลงบนแท่นอย่างเงียบงัน ข้างๆเขาเป็นสามผีร้าย
เหล็กทมิฬ ดังคำกล่าวที่ว่าศัตรูมักจะโคจรมาเจอกัน
“ฮ่าฮ่า เด็กน้อยจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ เราปู่จะดูแลเจ้าดี”
“เจ้าควรพยายามดิ้นรนเล็กน้อย อย่ายอมแพ้เร็วเกินไปล่ะ ฮ่าฮ่า
ฮ่า!”
บนเวที่ สามผีร้ายเหล็กทมิฬคนยิ้มอย่างชั่วร้าย และในเวลานี้ นักสู้
หน่วยหิมะเงินก้าวไปต่อหน้าเหล่านักสู้ทั้งหลาย เขาพูดโดยเฉยเมยว่า
“ตอนนี้ข้าจะประกาศกฎ ถึงจะมีบางคนในหมู่พวกเจ้าที่รู้จักพวกมันอยู่
แล้ว แต่ข้าก็จะพูดซ้ำ
“ด่านทดสอบที่เจ้าจะเข้าร่วมจริงๆแล้วเป็นเกม! เกมนี้เรียกว่า เกม
นักล่า หลังจากเวลาผ่านไป 20 ลมหายใจ พวกเจ้าทุกคนจะถูกส่งไปยัง
ดินแดนมิติ ที่นั่น พวกเจ้าทุกคนเป็นนักล่าและเหยื่อ เป้าหมายของพวก
เจ้าคือการล่าเหยื่อให้ได้มากที่สุดและได้รับรางวัลจากร่างเหยื่อ!
“นี่คือตัวอย่างรางวัล!”
ขณะที่ผู้คุ้มกันหน่วยหิมะเงินพูด เขาก็ส่งสิ่งของสีดำหลายชิ้นเข้าหา
ผู้เข้าร่วม
หลินหมิงหยิบถ้วยรางวัลไว้ในมือแล้วดู มันเป็นกะโหลกสีดำ
กะโหลกสีดำตัวนี้หนักมากและแผ่ความรู้สึกที่ดุร้ายอย่างยิ่ง
ผู้คุ้มกันหน่วยหิมะเงินพูดต่อไปว่า “นี่คือตราหัวกะโหลก ผู้ท้าชิงด่าน
ทดสอบที่เข้าร่วมเกมนี้สามารถล่าซึ่งกันและกัน ขโมยตราหัวกะโหลกของ
กันและกันได้ นอกจากนี้ ภายในมิติมิตินี้ยังมีเหยื่อมากมายที่มีรูปร่างและ
ความสามารถที่แตกต่างกัน หากพวกเจ้าฆ่าพวกมัน เจ้าอาจได้รับตราหัว
กะโหลก!
“แน่นอน เหยื่อเหล่านี้อาจเป็นนักล่าพวกเจ้าแทนได้! ความ
แข็งแกร่งของพวกเขานั้นแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเจ้า เมื่อผู้ท้าชิงด่าน
ทดสอบสูญเสียตราหัวกะโหลกทั้งหมดหรือพวกเขาบาดเจ็บสาหัสและไม่
สามารถต่อสู้ได้ พวกเขาจะถูกพิจารณาให้ถูกตัดออกจากเกมและส่งออก
จากดินแดนมิติโดยตรง
“ภายในดินแดนมิติ เจ้าสามารถต่อสู้ได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม
เจ้าไม่สามารถฆ่าคนอื่นได้ สำหรับทุกคนที่เจ้าฆ่า นั่นจะลบตราหัว
กะโหลกสองหัวออกจากการนับของเจ้า ดังนั้นจงพิจารณาการกระทำของ
เจ้าก่อนที่จะลงมือ
“เอาล่ะ ข้าอธิบายกฎเสร็จแล้ว เมื่อเกมสิ้นสุดลง ผลลัพธ์ของเจ้าจะ
ถูกตัดสินตามจำนวนของตราที่เจ้ารวบรวม หากเจ้ามีตราหัวกะโหลก
มากกว่า 50 ตรา เจ้าจะมีโอกาสจับรางวัลตราภารกิจระดับวิญญาณฟ้า
หากเจ้ามีเกิน 100 ตรา เจ้าจะได้รับโอกาสในการจับรางวัลระดับวิญญาณ
ฟ้ารวมถึงโอกาสในการจับรางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬ!”
ผู้ประกาศและผู้เข้าร่วมคนอื่นไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับเรื่องนี้ แต่หลินห
มิงกลับตกใจ “สามารถมีคุณสมบัติสำหรับการจับรางวัลระดับจอมฟ้า
ทมิฬเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว นายท่าน!” หากท่านผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมของ
ปราการเทพทมิฬได้อย่างสมบูรณ์ ท่านจะได้รับโอกาสในการจับรางวัล
ระดับจอมฟ้าทมิฬ แต่ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่สามารถทำสำเร็จมานาน
แล้ว…”