Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,437 อาชูร่าหนึ่งดาว
หลินหมิงมองไปยังนักสู้ขนเขียว นักสู้นี้ดูเหมือนลิงที่มีผิวสีเขียวมัน
วาวที่ส่องแสงเหมือนมอส ร่างกายของเขาผอมและไม่เหมือนใคร เมื่อ
เปรียบเทียบกับเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาก่อนหน้านี้ นักสู้ที่คล้ายลิงตัวนี้ก็ย่อม
เป็นที่ชื่นชอบน้อยกว่ามาก อย่างไรก็ตาม หลินหมิงก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่
แปลกประหลาดจากเขา
หลินหมิงร่อนลงกับพื้น พวกเขาสองคนอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งร้อย
ฟุตเท่านั้น
ใบหน้าชายหนุ่มอสูรนั้นมืดมนอย่างยิ่ง เขาโคจรออร่าของเขาจนถึง
ขีดสุด
“เจ้าสามารถที่จะหาข้าเจอ… ช่างประหลาดยิ่ง…”
ชายหนุ่มอสูรซ่อนตัวอยู่ในหญ้าสูงตั้งแต่เริ่มต้น เขายับยั้งออร่าและ
กระทั่งมีทักษะพิเศษในการอำพรางและการลอบโจมตีได้ เขาเห็นหลินห
มิงบินบนท้องฟ้ามานานแล้ว แต่เขาไม่ได้ไล่ตามเขาไป เขาซ่อนตัวอยู่ใต้
หลินหมิงและรอให้ผู้ท้าชิงคนอื่นมาถึง
แผนการของเขาคือ การใช้หลินหมิงเป็นเหยื่อล่อและล่อลวงผู้คนให้
มารวมตัวกันที่นี่มากขึ้น เช่นนั้น เมื่อพวกเขาหมดแรงจากการต่อสู้กัน
เขาก็จะเก็บเกี่ยวผลกำไรทั้งหมด
ชายหนุ่มอสูรขนสีเขียวได้ทำการเลือกที่ถูกต้อง และยังเป็นทางเลือก
ที่ฉลาด อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของเขาคือ เขาไม่เคยคิด
ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ หลินหมิงผู้นี้กำจัดสามผีร้ายเหล็กทมิฬ
อย่างโหดเหี้ยมและไร้ความปราณี มันทำให้ผู้หนึ่งต้องขนหัวลุก
ไม่เพียงแค่นั้น แต่หลินหมิงยังทิ้งเครื่องหมายติดตามไว้บนร่างกาย
ของคนอื่นๆด้วย ชายหนุ่มอสูรขนสีเขียวผู้นี้เคยเป็นนักฆ่ามืออาชีพ ซึ่ง
เชี่ยวชาญในการปกปิดตัวตนและติดตามผู้อื่น เขายอมรับว่าโดยธรรมชาติ
แล้ว เครื่องหมายติดตามหลินหมิงที่ทิ้งไว้ในตัวผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องยากมากที่
จะยกเลิกได้ ดังนั้นเขาจึงหลบซ่อนอย่างนิ่งเฉย
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ถูกตรวจจับได้โดยหลินหมิง
“เจ้าเฝ้าดูมานานแล้ว” หลินหมิงโบกหอกโลหิตฟีนิกซ์ เขา
สังเกตเห็นแล้วว่านักสู้อสูรผู้นี้มาตั้งแต่เริ่มแรก แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้
“ทักษะการปกปิดของข้าเป็นเรื่องยากที่จะตรวจจับ แม้แต่ขั้น
ผู้ปกครองเทวะหรือกึ่งราชันพิภพ… เจ้ามีสัมผัสรับรู้ที่เฉียบคมเช่นนี้ได้
อย่างไร?”
ชายหนุ่มอสูรขนสีเขียวกุมอาวุธที่เกือบโปร่งใสของเขาแน่น
อาวุธนี้ดูเหมือนจะผสานกับพื้นที่โดยรอบ มันซ่อนอยู่ในความว่าง
เปล่า หากไม่ได้มองอย่างระมัดระวังแล้ว มันก็ยากที่จะสังเกตเห็น
นี่คือกริช
จากการมองดูนักสู้อสูรผู้นี้ต่อหน้าเขา หลินหมิงก็รู้สึกได้ว่ามีจิต
สังหารลึกล้ำซ่อนอยู่ในร่างของเขา ชายหนุ่มอสูรนี้น่าจะเป็นนักฆ่าระดับ
มืออาชีพ
“เจ้าเป็นนักฆ่าเช่นนั้นหรือ? เจ้าออร่าค่อนข้างแข็งแกร่งและ
แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆอีก 7 คนที่นี่ ข้าได้ยินมาว่ามีอาชูร่าหนึ่งดาวที่เข้า
ร่วมในด่านทดสอบนี้ มันเป็นเจ้า?”
ชายหนุ่มอสูรขนสีเขียวยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบ
แต่หลินหมิงมั่นใจว่าอสูรขนสีเขียวผู้นี้เป็นอาชูร่าหนึ่งดาวคนเดียวใน
ที่แห่งนี้
บนเส้นทางแห่งอาชูร่า ทุกคนที่มีสมญานามของอาชูร่านั้นแข็งแกร่ง
ในสิทธิของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น สมญานามนี้ก็สามารถเพิ่มความ
แข็งแกร่งของพวกเขาได้โดยตรง
อาชูร่าหนึ่งดาวสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของนักสู้ได้ขอบเขตเล็กๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายอาชูร่าหนึ่งดาวจะ
เทียบเท่ากับกึ่งผู้ปกครองเทวะ
“ดีมาก! ข้าอยากจะสัมผัสกับพลังของอาชูร่าหนึ่งดาวที่มอบให้เจ้า
เกมนักล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าต้องชนะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
หลินหมิงไม่ได้วางแผนไว้ว่าจะไว้หน้าใครที่นี่ จากผู้ท้าชิงด้าน
ทดสอบสิบกว่าคนที่นี่ เขาจะกำจัดพวกมันทีละคนโดยไม่เหลือไว้!
วูป –!
เบื้องหลังหลินหมิง มันปรากฏภาพร่างต้นเทพทรราชคลั่งขึ้น! บนต้น
เทพทรราชคลั่ง สายฟ้าและเปลวเพลิงถักทอเข้าด้วยกัน เหมือนพลังงาน
ดุร้ายกู่ร้องผ่านอากาศ
แสงสีฟ้าเข้มส่องสว่างบนหอกฟีนิกซ์หอกของหลินหมิง นี่คือแสง
สว่างของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับวิญญาณฟ้า
“กฎระดับ 6 ของสายฟ้าและเพลิง รวมถึงจิตวิญญาณต่อสู้ระดับ
วิญญาณฟ้า….” ใบหน้าของอสูรขนสีเขียวมืดมนอย่างมาก หากชายหนุ่ม
มนุษย์นี้อยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางอย่างแท้จริงแล้ว บางทีเขา
อาจเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆของเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่
นักสู้อสูรนั้นไม่มีเวลาพอที่จะตอบสนอง หลินหมิงพุ่งเข้าหาเขาแล้ว
หอกของหลินหมิงพุ่งออกไป ทำให้เกิดคลื่นสายฟ้าและเปลวเพลิงที่น่า
กลัวขึ้นมา
มิติสั่นสะเทือน ลมและเมฆเปลี่ยนไป ทันใดนั้น หญ้าสูงรอบอสูรขน
สีเขียวก็กลายเป็นเถ้าถ่าน และแม้แต่บึงรอบตัวเขาก็เป็นไหม้เกรียม
เต๋าสวรรค์พิพากษา!
บึมม!
การระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวกลืนกินพื้นที่ทั้งหมดสิบไมล์ เปลวเพลิง
สุกสว่างบนท้องฟ้า กลายเป็นแสงเดียวระหว่างสวรรค์และปฐพี ชายหนุ่ม
อสูรต้องการหลบ แต่เขาก็ถูกตรึงในพลังที่น่ากลัวนี้ เนื้อหนังและโลหิต
ของเขาไม่สามารถต้านทานอำนาจเผด็จการของสายฟ้าและเพลิง ทั้งร่าง
ของเขาลุกเป็นไฟ ในช่วงเวลาต่อมา เขาสามารถแยกออกไปได้!
“หืม?”
หลินหมิงตกใจ อสูรขนสีเขียวผู้นี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง หลินหมิงไม่เชื่อ
ว่าการโจมตีครั้งเดียวจะสามารถฆ่าเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อร่างโดน
ระเบิดจากสายฟ้าและเพลิง หลินหมิงไม่รู้สึกถึงออร่าวิญญาณของเขาเลย
“นี่คือ… การสลับตัวเช่นนั้นหรือ”
ความคิดนี้สาดประกายขึ้นในจิตใจของหลินหมิงทันที่ ในเวลา
เดียวกัน เขารู้สึกถึงจิตสังหารมุ่งมายังเขา จิตสังหารนี่เหมือนเข็มแหลม
แม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็คมราวกับว่ามันกำลังทะลุผ่าน
ปราณแท้ปกป้องร่างของหลินหมิง
โดยไม่จำเป็นต้องคิด หลินหมิงปลดปล่อยพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิดจากโลกภายใน
มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
ครึ่นนน!
เมื่อพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดกวาดออกไปภายนอก มิติทั้งหมดที่มี
รัศมีหนึ่งร้อยฟุตก็กลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง หากนักสู้สามัญคน
หนึ่งพยายามที่จะเข้ามา พวกเขาจะถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อโดยแรงกดดัน
อันยิ่งใหญ่ของมิติอนุภาคแรกกำเนิด จึงมิต้องกล่าวถึงโอกาสที่จะโจมตี
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
กริชของอสูรขนสีเขียวเฉือนออกมาเหมือนกรงเล็บของเทพแห่ง
ความตาย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มันตัดผ่านสามเสี้ยวพลังงานอนุภาค
แรกกำเนิด ความเร็วของการโจมตีของเขาก็ตกลงอย่างรวดเร็ว และพลัง
โจมตีเองก็เช่นกัน
“อะไรกัน!?”
ชายหนุ่มอสูรตกใจกลัวมาก และในเวลานี้ หลินหมิงก็มาถึงเขาแล้ว
“มันไม่มีที่ให้เจ้าหนี!”
ฟู่วว!
หอกแสงเจิดจ้าเข้าห่อหุ้มชายหนุ่มอสูร กลืนกินทั้งหมด…
…….
…….
ในเวลานี้ ในชั้นสองของปราการเทพทมิฬ นักสู้จำนวนมากได้รวมตัว
กัน บางคนเข้าฌาน บางคนกำลังพูดคุยกัน และบางคนก็กำลังเบียดเสียด
รอบต้ากู่หลี่ แสดงความยินดีกับเขา
ต้ากู่หลี่มีสถานะสูงมาก เขาใกล้จะกลายเป็นอาชูร่าสองดาว และ
ตอนนี้เขาก็ได้ผ่านเกมนักล่าแล้ว ชื่อเสียงของเขาจึงเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้คุ้มกันหิมะเงินได้พูดเป็นการส่วนตัวกับต้ากู่หลี่
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ที่ปรากฏ นั่นอาจหมายถึงว่าจ้าวเมืองโกลาหล
ได้ยื่นข้อเสนอต่อต้ากู่หลี่
เนื่องจากศักยภาพของต้ากู่หลี่ จ้าวเมืองจึงต้องการให้เขาเข้าสู่หน่วย
หิมะเงิน!
เมื่อต้ากู่หลี่กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของจ้าวเมืองแล้ว เขา
จะได้รับเงินเดือนเป็นรูนพลังงานต้นกำเนิดทุกปี นี่คือความมั่งคั่งที่หลาย
คนอิจฉา!
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มาจากผู้คุ้มกันหิมะเงินจะได้รับที่อยู่อาศัยฟรีภายใน
เมืองโกลาหล ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ทรยศต่อจ้าวเมืองหรือไม่ได้ตั้งใจ
ตายที่ไหนสักแห่ง ที่อยู่อาศัยนี้จะเป็นของพวกเขาไปตลอดชีวิต
นี่คือระดับของการถูกปฎิบัติที่หลายคนฝันหา
“ฮ่าฮ่า ขอแสดงความยินดีพี่ชายต้ากู่หลี่ ดูเหมือนว่าเจ้าจะกลายเป็น
ผู้คุ้มกันหิมะเงินเร็วๆนี้!”
“พี่ชายต้ากู่หลี่ เมื่อท่านเข้ามาในคฤหาสน์จ้าวเมืองในอนาคต ท่าน
จะได้อยู่อย่างสุขสบาย กินอาหารอร่อย ดื่มไวน์ดีๆและดูแลน้องชายผู้นี้
ด้วย”
หลายคนที่รู้จักกับต้ากู่หลี่ได้เริ่มประจบประแจงเขามากมาย วันนี้ต้า
กู่หลี่เป็นวีรบุรุษอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับผู้ท้าชิงด้านทดสอบอื่นๆที่เข้า
ไปในเกมนักล่าเช่นสามผีร้ายเหล็กทมิฬ พวกเขาเป็นเพียงการแสดงสลับ
ฉากเพื่อความบันเทิงเล็กน้อย ผู้คนมองดูพวกเขาเพื่อความสนุกสนาน แต่
ความสนใจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่พวกเขา
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคิดว่าในเวลานี้นั้น ประตูที่นำไปสู่เกมนักล่าจะ
ผันผวนอย่างกะทันหัน
“หืม? มีบางคนออกมาแล้วเช่นนั้นหรือ?”
“มันจะเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร? แม้กระทั่งหนึ่งชั่วธูปก็ยังไม่ผ่านไป
นับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้าไป
ในขั้นต้น หลายคนไม่มีความเชื่อมั่นในเหล่านักสู้ที่เข้าร่วมด่าน
ทดสอบ หากต้องการผ่านด่านของเกมนักล่านั้นก็ยากเกินไป ตอนนี้มีใคร
บางคนที่ออกมาในเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วธูป นั่นหมายความว่าพวกเขาถูก
กำจัดอย่างแน่นอน
หากต้องการผ่านด่านทดสอบตามปกติ มันจะใช้เวลา 14-16 ชั่วโมง
“ผู้ใดเป็นคนทำ?” มันเป็นเด็กผู้ชายที่มีการบ่มเพาะน้อยที่สุด… มัน
ช่างเศร้าเหลือเกิน!”
“มันอาจไม่ใช่เขา บางครั้งความแข็งแกร่งก็มีความสำคัญน้อยลงกว่า
โชคดี มีบางคนที่วิ่งเข้าไปเจอสัตว์อสูรทันทีที่พวกเขาเข้าสู่โลกของเกม
หรือพวกเขาอาจจะมีตราหัวกะโหลกที่ถูกเอาไปโดยผู้ท้าชิงอีกคนหนึ่ง
เช่นนั้นพวกเขาก็จะถูกกำจัดออกไปโดยตรง”
ทุกคนมองไปยังประตู แสงกระพริบจากภายในประตู จากนั้นร่าง
ของใครบางคนถูกส่งออกมา
คนผู้นี้ตกลงมากองกับพื้นเหมือนสุนัขที่ตายแล้ว กระทั่งกลิ้งไปหลาย
ร้อยฟุตในขณะที่ทิ้งรอยเลือดเอาไว้เบื้องหลัง
ร่างของผู้คุ้มกันหิมะเงินสาดประกายและเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้า
บุคคลนี้ ทันใดที่คนๆนั้นหยุดลง สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังเขา
ร่างกายทั้งหมดของบุคคลนี้เปียกโชกด้วยโลหิต ผมของพวกเขายุ่งเหยิง มี
รูขนาดใหญ่อยู่ที่อกและอวัยวะของพวกเขาแหลกไปหลายส่วน
“นี่…”
“นี่มันช่างน่าสังเวชเกินไป!”
ในเมืองโกลาหล มันมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นทั้งวัน ปัจจุบันนักสู้เคยคุ้นเคย
กับสถานการณ์เหล่านี้มานานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แปลกใจเลย
แต่หลังจากเห็นใครบางคนเข้าสู่เกมนักล่า ซึ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
และด้วยความพอใจในตัวเอง จากนั้นเมื่อเห็นพวกเขาก็จบลงในสภาพ
เช่นนี้ ผลกระทบต่อผู้คนก็มีมากอย่างยิ่ง
“เสื้อผ้าของเขากลายเป็นผ้าขี้ริ้วและโลหิตปกคลุมใบหน้า แม้แต่ผม
ของเขาก็ยังมีเลือดปนอยู่ “เขาเป็นใครกันแน่? เขาอาจเป็นมนุษย์นักสู้ขั้น
ผันแปรศักดิ์สิทธิ์….”
“ข้าจำเขาได้แล้ว เขาเป็นน้องสามเหล็กทมิฬ!”
“มันเป็นน้องสามเหล็กทมิฬจริงๆด้วย! มันเป็นเขาได้อย่างไร!”
“ชีวิตของเขาแขวนอยู่บนลมหายใจเดียว แต่เส้นชีพจรทั้งหมดของ
เขาพังทลายและพิการไปแล้ว” นักสู้กล่าวหลังจากเดินไปตรวจสอบ
สถานะปัจจุบันของน้องสามเหล็กทมิฬ
เมื่อมองไปยังหน้าอกของน้องสามเหล็กทมิฬ มันจะเห็นรูขนาดใหญ่
ที่ทะลุผ่าน เนื้อและผิวหนังโดยรอบก็บิดเบี้ยว นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะ
เปิดเผยถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวเบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ มัน
สามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อน้องสามเหล็กทมิฬโดนการโจมตีนี้ มันก็ได้
ทะลวงปราณดาราปกป้องร่างของเขาราวกับกระดาษเปียก โดยไม่อาจ
ต้านใดๆได้เลย!
จากคนหลายสิบคนที่เข้าไป มีคนที่แข็งแกร่งบางคนในหมู่พวกเขา
อย่างไรก็ตาม มันไม่มีคนใดในพวกเขาที่แข็งแกร่งพอจะทำสิ่งนี้ มันยากที่
จะจินตนาการว่าเกิดอะไรขึ้น
“มันไม่ใช่การโจมตีของสัตว์อสูร เป็นผู้ท้าชิงด่านทดสอบอีกคน
แน่นอน สัตว์อสูรจะไม่ทำลายเส้นชีพจรของใครบางคนเช่นนี้” บางคน
สรุปเมื่อเห็นทักษะการโจมตี
ทุกคนมองหน้ากันอย่างสับสน ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเวลานี้
แสงของประตูก็กระพริบอีกครั้งและมีคนที่สองถูกส่งออกมา
“มีคนอื่นกำลังออกมาอีก!”
ทุกคนต่างมองไปยังทอศทางนั้น บุคคลที่สองนี้อยู่ในสถานะน่า
สังเวชมากยิ่งกว่าน้องสามเหล็กทมิฬ มันเป็นเหมือนมีคนดึงกระดูกสัน
หลังของเขาออกมา คนผู้นี้ทรุดตัวลงบนพื้น ราวกับว่าร่างของเขาเป็นเนื้อ
เหลว
“ช่างเป็นทักษะที่โหดร้ายและไร้ความปราณียิ่ง กระดูกสันหลัง
ทั้งหมดของเขาพังทลายแล้ว!”
“บุคคลนี้คือ… หืม!? หัวหน้าเหล็กทมิฬ! ครั้งแรกมันเป็นน้องสาม
เหล็กทมิฬและตอนนี้มันเป็นหัวหน้า… เป็นไปได้หรือไม่ที่สามผีร้ายเหล็ก
ทมิฬทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองใจ
“หัวหน้าเหล็กทมิฬอยู่ในสภาพที่น่ากลัวด้วยการโจมตีครั้งเดียว
ความแตกต่างในความแข็งแกร่งมากมายเกินไป! อีกฝ่ายโหดเหี้ยมอย่าง
แท้จริง พวกเขามีความตั้งใจที่จะทำให้พิการตั้งแต่เริ่มต้น!”