Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,443 การจับรางวัล
ในเวลานี้ นอกโลกของเกม มันผ่านไปนานกว่า 4 ชั่วโมงนับตั้งแต่
หลินหมิงเข้าสู่ดินแดนมิติ
โดยปกติแล้ว นักสู้จะต้องใช้เวลา 14-16 ชั่วโมงเพื่อรวบรวมตราหัว
กะโหลก 50 อันที่จำเป็นสำหรับรางวัลระดับวิญญาณฟ้า ส่วนใหญ่เป็น
เพราะไม่มีใครสามารถเป็นเหมือนหลินหมิง ที่มีสัมผัสรับรู้ทรงพลังและ
พลังต่อสู้อันแข็งแกร่ง ในทุ่งหญ้ากว้าง เขาสามารถหาเหยื่อที่ซ่อนตัวและ
ฆ่าพวกมันได้อย่างรวดเร็ว
“4 ชั่วโมง… มีคนบอกว่าเป้าหมายของชายหนุ่มมนุษย์ผู้นี้คือรางวัล
ระดับจอมฟ้าทมิฬ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ในปัจจุบัน ไม่มีใครสงสัยว่าหลินหมิงจะสามารถผ่านด่านระดับจิต
วิญญาณฟ้าให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย ท้ายที่สุด มันก็ขึ้นอยู่กับว่าหลินหมิ
งแข็งแกร่งเพียงใด เขากระทั่งเอาชนะอาชูร่าหนึ่งดาวได้อย่างง่ายดาย ยิ่ง
ไปกว่านั้น การบ่มเพาะของหลินหมิงยังต่ำที่สุดในบรรดาผู้ท้าชิงด้าน
ทดสอบที่เข้าไป ดังนั้นเหยื่อที่เขาต้องเผชิญหน้าจะอ่อนแอกว่า
ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่าการรวบรวม 5 ตราหัวกะโหลก
เพื่อรับรางวัลระดับวิญญาณฟ้านั้นก็ง่ายเหมือนการเดินเล่นใน
สวนสาธารณะโดยไม่มีปัญหาใดๆเลย
หากผู้คนในปัจจุบันต้องสรุป พวกเขาก็อยู่ในระดับที่แตกต่างอย่าง
สิ้นเชิงจากหลินหมิง
สำหรับรางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬ ความยากนั้นทำให้นักสู้ทุกคนรู้สึก
หวาดกลัว
ในเมืองโกลาหล มิต้องกล่าวถึงการรวบรวม 100 ตราเพื่อให้ได้รับ
รางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬ แม้กระทั่ง 60 หรือ 70 ก็เป็นสิ่งหายากจนแทบ
ไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ตลอดประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเมืองนี้ อาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครทำ
สำเร็จ
บางทีแม้แต่ในสมัยโบราณก็มีบางคนที่ได้รับตราหัวกะโหลกร้อยใน
เมืองโกลาหล แต่ข้อมูลนั้นหายไปนานในกาลเวลาแล้ว ไม่มีเก็บบันทึก
เหล่านั้นไว้ได้
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่หลินหมิงประสบความสำเร็จจะเป็นเช่นไร แต่ใน
เวลานี้ ประตูค่ายกลส่องแสงฉับพลัน
มีคนออกมาแล้ว
นอกจากหลินหมิงแล้ว ทุกคนต่างก็ถูกกำจัด หากจะมีใครบางคน
ออกมา มันก็ต้องเป็นหลินหมิงเท่านั้น
“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร… 4 ชั่วโมงมันเร็วขนาดนั้นหรือ?”
ในความคิดเห็นของคนเหล่านี้ การใช้เวลา 4 ชั่วโมงเพื่อให้รางวัล
ภารกิจระดับจอมฟ้าทมิฬเป็นไปไม่ได้ แม้แต่การผ่านด่านระดับจิต
วิญญาณฟ้าก็เป็นไปไม่ได้ในเวลาอันสั้น
“เด็กมนุษย์คนนั้นพ่ายแพ้หรือไม่”
“เป็นไปไม่ได้ เขาแข็งแกร่งมากจนเขาสามารถผ่านด่านระดับ
วิญญาณฟ้าอย่างสมบูรณ์แม้กระทั่งหลับตา หากเขาใช้เวลาเพียง 4
ชั่วโมง นั่นเป็นเพราะเขาแข็งแกร่งเกินไป ไม่ใช่เพราะเขาไม่สามารถผ่าน
ด่านได้ เพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เช่นนั้นการได้รับรางวัลระดับจอมฟ้า
ทมิฬนั้นก็น่าจะ…”
ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่หลินหมิงเคยสัมผัสมาในโลกของเกม ประตูกระพริบ
อีกครั้ง แล้วหลินหมิงก็ปรากฏตัวขึ้น
เขาไม่มีบาดแผลหรือการบาดเจ็บที่มองเห็นได้ หรือบางที่ เขาอาจ
ได้รับบาดเจ็บ แต่หายดีแล้วในโลกของเกม ในเส้นทางแห่งอาชูร่าที่เต็มไป
ด้วยการสังหาร ไม่มีใครอยากให้ศัตรูโดยรอบบาดเจ็บ
ผู้คุ้มกันหน่วยหิมะเงินได้นำวงล้อแห่งโชคชะตาออกมา
แผ่นโลหะที่เรียบง่ายและหนักตั้งอยู่หน้าหลินหมิง มันดูเก่าแก่เ ผย
ให้เห็นออร่าที่ดูเหมือนจะมาจากจุดเริ่มต้นของเวลา
“ผู้ท้าชิงด่านทดสอบ เจ้าสามารถวางตราหัวกะโหลกที่เจ้าได้รับใน
วงล้อแห่งโชคชะตาเพื่อรับรางวัลที่สอดคล้องกันได้, 50 ตราหัวกะโหลก
จะสอดคล้องกับรางวัลระดับวิญญาณฟ้า และ 100 ตราหัวกะโหลกจะ
สอดคล้องกับรางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬ”
เมื่อผู้คุ้มกันหน่วยหิมะเงินพูด เขาก็มองไปยังหลินหมิงอย่างสงสัย
เขาเองก็กำลังตั้งตาดูว่าจะมีตราหัวกะโหลกกี่อันที่หลินหมิงได้รับ
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขากำลังคิดที่จะปิดบังความจริงที่ว่าเขา
ได้รับรางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬ แต่ด้วยวิธีการที่จะได้รับมา เขาจึงไม่อาจ
ปิดบังได้
ในเมืองโกลาหล การมีความโดดเด่นเกินไปไม่ใช่เรื่องดี นี่เป็นเรื่อง
จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นที่รู้จักกันว่าเขาได้รับรางวัลระดับจอมฟ้า
ทมิฬ ไม่ว่าอย่างไร ทั้งหมดนี้ก็จะกระตุ้นความอิจฉาของผู้อื่น และ
แม้กระทั่งนำมาซึ่งอันตรายที่คุกคามชีวิต ในเมืองโกลาหล มีผู้ที่แข็งแกร่ง
กว่าเสมอ เช่นนักสู้ขั้นผู้ปกครองเทวะ
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก และวางตราทั้งหมดไว้ในวงล้อแห่ง
โชคชะตา เขาทำมันเร็วมาก และเมื่อเขาปิดกั้นมุมมองของมือ มันก็ไม่มี
ใครเห็นว่าเขาใส่หัวกะโหลกจำนวนเท่าใดลงไป
“มีกี่อัน?”
“ข้ามองไม่เห็น แต่รู้สึกว่า… มีมากกว่า 50…”
หากมันมากกว่า 50 แต่น้อยกว่า 100, เช่นนั้นรางวัลก็ยังคง
เหมือนกันกับมี 50, รางวัลระดับวิญญาณฟ้า
“เจ้าสามารถเริ่มจับรางวัลได้”
ผู้คุ้มกันหิมะเงินพูดขึ้น
หลินหมิงผ่านถึงสองด่านครั้งในครั้งเดียว ดังนั้นเขาจึงสามารถจับ
รางวัลได้สองครั้ง ตอนนี้เขาเริ่มจับรางวัลครั้งแรก
นี่เป็นการจับรางวัลระดับจิตวิญญาณฟ้าด้วย ในระดับของหลินหมิง
การจับรางวัลระดับวิญญาณฟ้านั้นไม่ได้มีค่าสำหรับเขามากไป เขา
ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุเป้าหมายกว่า 90% ของด่านทดสอบในเส้นทาง
แห่งอาชูร่า สำหรับเขา การจับรางวัลครั้งที่สองถึงจะมีความสำคัญ
หลินหมิงยืนอยู่ตรงหน้าวงล้อแห่งโชคชะตา ดวงตาของทุกคนจับ
จ้องที่เขา ตำนานกล่าวว่า วงล้อแห่งโชคชะตานี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น
โดยจ่าวแห่งเส้นทางแห่งอาชูร่า มันควบคุมชะตากรรมของโลกและกฎที่
แปลกประหลาด
ตามโชคชะตาของผู้ท้าชิงด้านทดสอบ มันจะมีการจับรางวัล 3
ประเภท
ทางเลือกการจับรางวัลที่ด้อยที่สุดคือ การได้รับตราภารกิจระดับ
วิญญาณฟ้า ความเป็นไปได้ต่อไปคือ การได้รับรูนเทพเจ้าระดับวิญญาณ
ฟ้าที่หายาก สำหรับรางวัลที่ดีที่สุด นั่นก็เป็นสิ่งที่ลึกลับที่สุดเช่นกัน นั่น
คือการจับรางวัล ‘โชคชะตา’ ในช่วงหลายล้านปีที่ผ่านมา ไม่มีใครสามารถ
ทำสิ่งนี้ได้
หลังจากอาชูร่าสองดาวและสามดาวทำการจับรางวัล แม้ว่าพวกเขา
ไม่สามารถจับได้ความเป็นไปได้ที่สาม แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับมากที่สุดคือ
รูนระดับวิญญาณฟ้าที่หายาก นี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีมากอยู่แล้ว
หลินหมิงไม่ลังเลขณะอยู่ต่อหน้าวงล้อแห่งโชคชะตา เขาถ่ายเท
ปราณแท้ลงไปแล้วเริ่มจับรางวัล
วงล้อแห่งโชคชะตาหมุนอย่างรวดเร็วขณะที่รูนบนมันขึ้นสว่างทีละ
ครั้ง ไม่มีใครรู้ว่ามันจะหยุดอยู่ที่ใด
“มันเริ่มแล้ว!”
“มันจะเป็นอย่างไรกันแน่ คนปกติจะหายใจเข้าลึกหลายครั้งแล้ว
อธิษฐานต่อสวรรค์ก่อนที่จะเริ่มจับรางวัล ไม่ว่าอย่างไร คนๆหนึ่งก็
สามารถได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวในชีวิตของพวกเขาในเกมนักล่า ดังนั้น
พวกเขาจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะประมาทได้ทั้งหมด แต่ ชาย
หนุ่มมนุษย์คนนี้ไม่กระทั่งกระพริบตาก่อนที่จะเริ่มจับ”
“มาดูกันว่าเขาจับได้รางวัลอะไร”
ดวงตาของทุกคนถูกจ้องไปยังวงล้อแห่งโชคชะตา มันหมุนเร็วขึ้น
และเร็วขึ้น ไปจนถึงความเร็วที่เหลือเชื่อ จากนั้น มันได้ชะลอตัวลงอย่าง
ช้าๆ แสงไฟสว่างขึ้นเรื่อยๆ และรูนสุดท้ายที่ส่องแสงจะบ่งบอกถึงสิ่งที่
หลินหมิงจะได้รับ
หลังจากผ่านไป 10 ลมหายใจ วงล้อแห่งโชคชะตาก็หยุดหมุน รูน
สุดท้ายหลายอันส่องแสงพร่ามัวและหลงเหลือไว้รูนกริชอันเดียว
“กริชหยดโลหิต นั่นคือ… ความเป็นไปได้แรก, ตราภารกิจ!”
หลายคนในปัจจุบันได้ค้นคว้าเกี่ยวกับวงล้อแห่งโชคชะตาอย่างถี่ถ้วน
แล้ว พวกเขารู้ถึงรางวัลตอบแทนของวงล้อแห่งโชคชะตา
ความเป็นไปได้แรกคือ ตราภารกิจ มันก็เป็นไปได้ที่ด้อยที่สุด
“มนุษย์ผู้นี้แข็งแกร่งมาก แต่กลับจับได้ขยะเช่นนี้?”
“โชคของเขาด้อยเกินไป ในตำนาน การจับรางวัลที่วงล้อแห่ง
โชคชะตาจะเชื่อมโยงกับชะตากรรมของบุคคลนั้น ชายหนุ่มมนุษย์ผู้นี้มี
พรสวรรค์อย่างเหลือเชื่อและเขากลับได้รับตัวเลือกที่ด้อยที่สุด เขาไม่มี
โชคที่ดีกว่านี้เลยหรือ?”
“ช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระยิ่ง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของเขาเหมือนกับของ
ท่านต้ากู่หลี่ น่าขันยิ่ง เดิมทีข้าคิดว่า อย่างแย่ที่สุด เขาคงจะจับรางวัลได้
ความเป็นไปได้ครั้งที่สองหรืออาจเป็นครั้งที่สามก็ได้”
หลายคนมาที่นี่เพื่อดูเพราะพวกเขาต้องการเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง
ท้ายที่สุด มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกๆพันปี
เท่านั้น
แต่ในท้ายที่สุด หลินหมิงกลับจับได้เพียงความเป็นไปได้แรก เขา
ไม่ได้แตกต่างจากผู้ท้าชิงด้านทดสอบอีกหลายคนที่ไปก่อนเขาเลย
เรื่องนี้ทำให้ทุกคนผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็มีหลายคนที่จ้องมองการจับ
รางวัลของหลินหมิง ในขณะที่คนเหล่านี้คิดว่าแม้แต่อัจฉริยะระดับสูงก็ยัง
สามารถจับได้อะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกับพวกเขา อารมณ์ของพวกเขา
จึงแลดูมีความสุขมาก
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้พวกเขาต้อง
ประหลาดใจ
หลังจากหลินหมิงจับรางวัลแรกเสร็จ โดยไม่ชักช้า เขาก็ถ่ายเท
พลังงานทั้งหมดลงในวงล้อแห่งโชคชะตาและเริ่มจับรางวัลที่สองของเขา
โดยตรง!
สิ่งที่หลินหมิงถ่ายเทลงในวงล้อแห่งโชคชะตานั้นไม่ได้เป็นเพียง
ปราณแท้อีกต่อไป แต่เป็นทั้งปราณแท้ ปราณดาราและปราณจิตวิญญาณ
ทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียว นี่เรียกว่าพลังแห่งเทพเจ้า!
“จับรางวัลครั้งที่สอง!”
“สวรรค์! เขาผ่านด่านระดับจอมฟ้าทมิฬจริงๆใช่หรือไม่!?”
“มันแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น นี่มันผิดปกติอย่างมาก!”
ก่อนหน้านี้ มีบางคนที่คาดการณ์ว่าไม่ว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงสูง
เพียงใด มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะผ่านด่านระดับจอมฟ้าทมิฬ ไม่ว่า
อย่างไร นอกเหนือจากช่วงเวลาเก่าแก่ในประวัติศาสตร์ ในหลายร้อยล้าน
ปีที่ผ่านมาของเมืองโกลาหล มันก็ไม่เคยปรากฏว่ามีผู้สามารถได้รับรางวัล
ระดับจอมฟ้าทมิฬ สิ่งนี้ทำให้ทุกคนคิดโดยไม่รู้ตัวว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นั้น หลินหมิงจะไม่ประสบความสำเร็จ
แต่ตอนนี้ พวกเขาทุกคนมองดูขณะที่วงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน
ราวกับว่ามันกำลังด่าทอต่อพวกเขาว่าความคิดก่อนหน้าของพวกเขา
ทั้งหมดนั้นผิดไป
วงล้อแห่งโชคชะตาหมุนอย่างรวดเร็ว แต่หลินหมิงยังคงสงบ แต่
ในช่วงเวลานี้ ภายในเนื้อหนังและโลหิตของเขา มันมีรูนเทพที่เปล่งแสง
แผ่วเบา
นี่เป็นหนึ่งในรูนสองเทพเจ้าที่หลินหมิงได้รับในโลกของเกมนักล่า
หลังจากที่เขาเอาชนะนักรบชุดเกราะทองคำ 36 คนเป็นครั้งที่สอง – พร
แห่งเทพ
นี่คือรูนระดับจอมฟ้าทมิฬ ด้วยมัน เขาจึงสามารถเพิ่มโชคชะตาของ
ตนขึ้นได้โดยตรง! หากเป็นในช่วงวิกฤตแห่งชีวิตและความตายในเขต
อันตรายของแดนเร้นลับ เขาก็จะสามารถพึ่งพารูนนี้เพื่อเปลี่ยนโชคร้าย
ให้กลายเป็นดี ช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากหายนะ
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเองก็เชื่อว่า ไม่ว่าพรแห่งเทพจะวิเศษเพียงใด
มันก็จะไม่สามารถเพิ่มโชคชะตาของเขาได้อย่างมากมายนัก
โชคชะตาเป็นภาพลวงตาและไม่อาจจับต้อง ราชันสวรรค์ และแม้แต่
เทพแท้จริงก็ยังไม่สามารถคลี่คลายมันได้ แต่มีบางสิ่งที่ทุกคนรู้ และนั่นก็
เป็นโชคชะตาที่ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นนิกาย ราชวงศ์หรือแม้แต่ยอดนักสู้
ไร้เปรียบ หากพวกเขาใช้โชคชะตาอย่างอิสระ ในที่สุดมันก็จะค่อยๆหมด
ไปเอง
นี่คือสิ่งที่ผู้คนหมายถึงเมื่อพวกเขาบอกว่าเมื่อโชคชะตาของคนๆ
หนึ่งจบลง วันเวลาของพวกเขาก็จะสิ้นสุดลงเช่นกัน
โชคชะตาจะต้องสะสม สำหรับนิกายที่จะถือกำเนิดผู้อาวุโสสูงสุด
มันอาจใช้เวลาหลายร้อยพันหรือแม้กระทั่งล้านปีของการสะสมโชคชะตา
และเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จ สิ่งนี้ก็จะทำให้โชคชะตาของพวกเขา
หมดไปอย่างมาก บางที่ หลังจากผู้อาวุโสสูงสุดตายไป นิกายก็จะเริ่มถด
ถ่อยลง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความเสื่อมโทรมหลังจากความเจริญรุ่งเรือง ทุก
อย่างย่อมสิ้นสลาย
เมื่อหลินหมิงจับรางวัลแรกของเขา ไม่เพียงแต่เขาจะยับยั้งพลังของ
พรแห่งเทพเท่านั้น แต่เขายังเปิดใช้วงล้อแห่งโชคชะตาด้วยเพียงปราณ
แท้ เป้าหมายของเขาคือไม่จับรางวัลสิ่งที่ยิ่งใหญ่ออกมา
แต่คราวนี้ เขาผลักดันพลังของพรแห่งเทพให้ถึงขีดสุด และเปิดใช้
การหมุนวงล้อแห่งโชคชะตาด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา – สามพลัง
ปราณเป็นหนึ่ง
เขาเชื่อว่า ในเมื่อจ้าวแห่งเส้นทางแห่งอาชูร่าได้พัฒนาวิถีแห่ง 33
สวรรค์ เช่นนั้นการใช้พลังของสามพลังปราณเป็นหนึ่งก็จะทำให้เขาได้รับ
การอนุมัติจากวงล้อแห่งโชคชะตาได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีพรแห่งเทพที่เขาได้รับจากเกมนักล่าสนับสนุนด้วย
รูนเทพเจ้าเช่นนี้อาจจะถูกทิ้งไว้ที่นั่นโดยเฉพาะ เพื่อใช้สำหรับการจับ
รางวัลนี้ หลินหมิงเสียสละรางวัลแรกของเขาเพื่อเพื่อโอกาสในการจับ
รางวัลครั้งที่สอง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในเวลานี้ วงล้อแห่งโชคชะตาหมุนอย่างรวดเร็ว รูนที่ส่องแสงบน
แผ่นโหละได้รวมตัวกันเป็นลำแสงที่เปล่งประกาย…