Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,464 ผ่านไปไม่ได้
“สองตัวอักษรนี้…”
องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีลูบคางของเขา จ้องมองไปที่ตัวอักษรของ
หลินและเซียน เครื่องหมายบนศิลาจักรพรรดิส่วนใหญ่แสดงออกถึง
บรรยากาศแห่งกาลเวลาอันเนินนาน แต่ตัวอักษรทั้งสองดูเหมือนจะ
ค่อนข้างใหม่ ราวกับว่าพวกมันเพิ่งถูกสลักลงไป
“น่าสนใจยิ่ง!”
องค์ชายจักรพรรดิน่าฉียิ้ม ตัวอักษร ‘หลิน’ นี่ทำให้เขานึกถึงใครบาง
คน
แน่นอน เขาไม่สามารถยืนยันได้เลย
“มันมิได้กล่าวกันว่าการทิ้งชื่อไว้บนจุดสูงสุดของศิลาจักรพรรดินั้น
ยากมากหรอกหรือ? เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในร้อยล้านปีได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ ข่าวลือประเภทนี้เกี่ยวกับศิลาจักรพรรดิถูกส่งต่อกัน แต่
ตัวอักษรทั้งสองที่อยู่บนนั้นเห็นได้ชัดว่าถูกสลักไว้เมื่อเร็วๆนี้ ดูเหมือนว่า
ศิลาจักรพรรดิองค์นี้ก็งั้นๆ”
น่าฉีหัวเราะชอบใจ เขาถือว่าเป็นอัจฉริยะที่รู้จักไปทั่วมวลมนุษย์
เขาสงสัยว่าตัวอักษรหลินที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยหลินหมิง และตัวอักษร
เซียนอาจมาจากเสี่ยวหมัวเซียน ในระหว่างการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ทวีปโลหิต
โกลาหล น่าฉีไม่ได้เห็นเสี่ยวหมัวเซียน เขาได้ยินเพียงว่านางมีพรสวรรค์ที่
ยอดเยี่ยม
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว การการบ่มเพาะในปัจจุบันของหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียนก็เหมาะสำหรับการผจญภัยผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่า หาก
หลินหมิงได้เข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าโดยตรงหลังจากการต่อสู้ที่ทวีปโลหิต
โกลาหล เขาก็จะไม่แปลกใจเลย
เนื่องจากหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนต่างก็สามารถทิ้งชื่อของพวก
เขาไว้ที่จุดสูงสุดของศิลาจักรพรรดิและทำเช่นนั้นได้อย่างสมบูรณ์ น่าฉีจึง
มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเขาเองก็สามารถทำสิ่งเดียวกันได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าอย่างไร แม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้หลินหมิงในระหว่างการประลองที่
ทวีปโลหิตโกลาหล แต่น่าฉีก็ยังไม่ปักใจในความพ่ายแพ้ของเขา ความจริง
ก็คือ ตั้งแต่ต้นจนจบ หลินหมิงไม่สามารถกำราบเขาได้ ในความเป็นจริง
ในขั้นตอนสุดท้ายของการต่อสู้ เขากำราบหลินหมิงได้เล็กน้อยด้วย
มันเพียงแค่หลินหมิงได้เรียกประตูหินแปลกๆออกมาระหว่างการ
โจมตีของเขา ทำให้เขากระแทกกับมันโดยตรง ไม่เพียงแค่การชนกับ
ประตูหินจะทำให้น่าฉีบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ทำให้ทั้งการต่อสู้พลิกผันด้วย
หากสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้น องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีก็มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเขาจะ
ได้รับชัยชนะในตอนท้าย
ไม่ว่าอย่างไร ในแง่ของความทนทาน น่าฉีก็มีความมั่นใจในตัวเองใน
ฐานะนักสู้กายผันแปร
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์พรสวรรค์หรือ
ความแข็งแกร่ง เขาต่างก็เหนือกว่าหลินหมิง หากหลินหมิงสามารถที่จะ
ทิ้งชื่อของเขาไว้บนศิลาจักรพรรดิได้อย่างสมบูรณ์ มันก็ไม่จำเป็นต้องพูด
ถึงเขา
ยิ่งกว่านั้น กระทั่งผู้หญิงคนนั้น เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังทำได้ นี่เป็นการ
พิสูจน์ว่าภารกิจศิลาจักรพรรดิไม่ยากเกินไป แม้ว่าองค์ชายจักรพรรดิ
น่าฉีจะไม่เคยเห็นเสี่ยวหมัวเซียนมาก่อน และเพียงข่าวลือที่เขาได้ยินมาก็
ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าพรสวรรค์ของนางเหนือกว่าของหลินห
มิง
“ฮ่าฮ่า สิ่งที่ท่านกำลังพูดนั้นถูกต้อง ข้าคิดว่าศิลาจักรพรรดินี้ดู
เหมือนจะเตรียมไว้สำหรับท่าน ท่านมีตำแหน่งองค์ชายจักรพรรดิ และนี่
คือศิลาจักรพรรดิด้วย หากท่านไม่สามารถทิ้งชื่อไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แล้ว เช่นนั้นคำว่าศิลาจักรพรรดินั้นก็จะไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง!”
“เมื่อท่านตัดสินใจที่จะขึ้นไป ข้าแน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จ
ทันที!” สมุนของน่าฉีบางคนเริ่มประจบเขา
สำหรับคนที่เฝ้าดูอยู่ห่างไกล พวกเขาก็รู้สึกดูถูกในใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้
“ราวกับว่าเขาไม่กลัวว่าจะโดนสายลมบาดลิ้น ราวกับเขาคิดว่าจะ
ทิ้งชื่อไว้บนศิลาจักรพรรดิเป็นเกมเล็กๆที่สนุกสนาน”
“พวกเขาอาจเห็นเครื่องหมายสมบูรณ์แบบที่ชายและหญิงทิ้งไว้บน
ศิลาจักรพรรดิ ดังนั้นพวกเขาคิดว่ามันง่ายที่จะทำเช่นเดียวกัน ในความ
เป็นจริง ข้ายินดีที่จะเดิมพันว่าทั้งคู่เมื่อวานนี้เป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ
ในหมู่สัตว์ประหลาดอัจฉริยะ ฮ่าฮ่า ข้าแทบจะไม่สามารถรอที่จะได้เห็น
คนเหล่านี้ล้มเหลวแล้ว”
นักสู้หลายคนแอบคุยกันเองด้วยกระแสเสียงปราณแท้ พวกเขาไม่
กล้าพูดคำเหล่านี้ออกมาดังๆอย่างแน่นอน ในเส้นทางแห่งอาชูร่า ที่มี
ผู้เชี่ยวชาญอยู่นับไม่ถ้วน ทุกคำที่ไม่ฉลาดอาจทำให้ใครบางคนเสียชีวิตได้
โดยง่าย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน นักสู้ที่สวมชุดสีขาว
ในกลุ่มผู้มาใหม่ก็มองดูพวกเขา เขายิ้มในขณะที่เขาชี้ไปที่พวกเขาและติด
มันในท่าทางว่า ‘มานี่’ ซึ่งเกือบทำให้พวกเขาเป็นลมจากความกลัว
“บัดซบ! เขาได้ยินเราคุยกันหรือไม่?”
“ไม่มีทาง! ใจเย็นไว้! มันจะสามารถได้ยินกระแสเสียงปราณแท้ได้
อย่างไรกัน?”
นักสู้หลายคนหน้าซีด พวกเขาเริ่มเดินไปทางองค์ชายจักรพรรดิน่าฉี
พร้อมกับความกังวลใจ
“พวกเจ้าทั้งหลาย ข้าต้องการถามเจ้าบางอย่าง ทั้งสองคนที่ทิ้งชื่อไว้
บนศิลาจักรพรรดิมันเป็นชายและหญิงใช่หรือไม่? น่าฉีถาม
นักสู้พยักหน้าทันทีที่ถูกถาม พวกเขาบอกกับองค์ชายจักรพรรดิน่าฉี
ว่าพวกเขารู้อะไรเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของทั้งคู่
“ชายหนุ่มมีผิวสีเหลืองและรูปร่างหน้าตาของเขาธรรมดา…”
องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีลูบคาง คำอธิบายนี้ชัดเจนว่าไม่ตรงกับ
ลักษณะของหลินหมิง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะใช้ทักษะเปลี่ยนแปลง
รูปลักษณ์อยู่เสมอ สำหรับใครบางคนเช่นหลินหมิงที่มีสถานะอ่อนไหว
มากนั้น การทำเช่นนั้นจะทำให้เขาสามารถเดินทางผ่านเส้นทางแห่งอาชู
ร่าได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
“อืม ดีมาก ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนสามารถไสหัวไปได้!” องค์ชาย
จักรพรรดิน่าฉียิ้มอย่างชั่วร้าย ด้วยหมัดของเขา ปราณดาราบ้าคลั่งปะทุ
อย่างฉับพลันค ส่งแรงปะทะออกไป ในขณะที่ปราณดาราปะทะเข้ากับ
เหล่านักสู้ พวกเขาก็สั่นและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกส่งลอย
กระเด็นออกไป
ตึกก ตึกก ตึกก
สามคนประแทะที่ก้อนหินขนาดใหญ่และก้อนหินแตกออกเป็น
เสี่ยงๆ พวกเขาได้รับบาดเจ็บไปทั่ว ทำให้กระอักโลหิตออกอย่างต่อเนื่อง
นักสู้คลานขึ้นมาจากซากหิน องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีเพียงเย้ยหยัน
เมื่อเขาเห็นสิ่งนี้
“เมื่อครู่เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน? เจ้าไม่เข้าใจหรือว่าภาษา
แปลกๆจะนำไปสู่ปัญหา?”
คำพูดขององค์ชายจักรพรรดิน่าฉีทำให้นักสู้โดยรอบทั้งหมดเงียบ
กริบ!
ตอนนี้ พวกเขาเห็นความน่าสังเวชที่นักสู้ทั้งสามได้ลงเอย
ในความเป็นจริง องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีไม่เคยได้ยินสิ่งที่คนเหล่านี้
พูดในกระแสเสียงปราณแท้ เขาย่อมไม่มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้น แต่
จากสายตาที่เยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม เขาก็สามารถประมาณสิ่งที่
พวกเขากำลังพูดถึงได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดความประหลาดใจบน
ใบหน้าของพวกเขาในขณะที่เขาเรียกพวกเขาออกมายืนยันสิ่งนี้
“ได้โปรดยกโทษให้ผู้ต่ำต้อย… ผู้ต่ำต้อยมีตาแต่หามีแววไม่ โปรด
มองเราเหมือนผายลมและเพิกเฉยต่อเรา”
แม้ว่านักสู้หลายคนจะเกลียดชังน่าฉี แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก
นอกจากขอความเมตตา ในฐานะผู้คนที่รอดชีวิตบนเส้นทางแห่งอาชูร่า
พวกเขาย่อมรู้ว่าเมื่อใดที่ควรต้องก้มหัว ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงจะตายไป
นานแล้ว
“วางใจได้ ข้าไม่อยากเสียเวลาฆ่าเจ้าทั้งหมด ข้าจะให้อภัยชีวิตสุนัข
ของพวกเจ้า เพราะข้าต้องการให้ทุกคนดูและเห็นว่าประสบการณ์ของ
พวกเจ้าตื้นเขินเพียงใด!”
ขณะที่น่าฉีพูด เขาก็หันไปมองผาหินชัน เมื่อเขามองขึ้นไป เขาได้
เห็นศิลาจักรพรรดิ จากนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากของเขา เขาแค่
คิดถึงความคิดที่ยอดเยี่ยม
“ท่านโจว ข้าได้ยินว่าการทิ้งชื่อไว้บนศิลาจักรพรรดินั้นเท่ากับได้รับ
การยอมรับจากรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นอดีตและได้รับการสนับสนุนจาก
โชคชะตาของพวกเขา มันเป็นความจริงหรือไม่?”
ราชันพิภพที่อยู่ใกล้กับน่าฉีตอบด้วยความเคารพนับถือ “นั่นคือสิ่งที่
ถูกรายงานมา และมันควรจะเป็นเช่นนั้น”
“อืม ดีมาก ถ้าเป็นเช่นนั้น ก่อนที่ข้าจะทิ้งชื่อของข้าไว้ ข้าจะทำลาย
ตัวอักษรทั้งสองที่คนก่อนหน้าทิ้งไว้ และหลงเหลือไว้เพียงชื่อของข้าใน
ตำแหน่งของพวกเขา!”
ถ้าใครสามารถทิ้เครื่องหมายไว้บนศิลาจักรพรรดิได้แล้ว คนผู้นั้นก็
จะสามารถทำลายเครื่องหมายโดยผู้อื่นได้ แน่นอนการทำเช่นนี้จะยากขึ้น
หลายเท่า!
“เส้นทางการเป็นจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่ของข้าจะเริ่มต้นที่นี่!”
เมื่อน่าฉีพูด ร่างของเขาก็พุ่งสูงขึ้นไป การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่น
และสง่างาม ดั่งก้อนเมฆที่ปลิวไปตามสายลม
แรงกดดันที่เกิดขึ้นในผาหินชันนั้นไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเขาเลย
“อัศจรรย์อย่างแท้จริง!”
“ท่านช่างน่าทึ่งยิ่ง!”
นักสู้หลายคนโห่ร้องจากด้านล่างของผาหินชัน เป็นที่ทราบกันดีว่า
องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีเป็นคนที่จะกลายเป็นราชันสวรรค์สูงสุดในอนาคต
และเขายังมีโอกาสที่จะกลายเป็นเทพแท้จริงด้วยซ้ำ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ภูติ
เทพฟ้าบรรดาล แม้แต่สถานะของมหาราชันพิภพนั้นก็ยังต่ำกว่าของเขา
มาก
องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีพุ่งขึ้นไปเหมือนดาวตก เขาบินไปได้สูง 30
ไมล์แล้ว
แรงกดดันที่นี่ยังไม่สามารถขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขาได้ ด้วย
รอยยิ้มบนใบหน้า เขาทะลุผ่าน 33 ไมล์ได้อย่างง่ายดาย
ในเวลานี้ น่าฉีรู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมาก
“น่าสนใจขึ้นบ้างแล้ว”
น่าฉียิ้ม
34 ไมล์และ 35 ไมล์ ในไม่ช้าเขาก็ไปถึงความสูงของศิลาจักรพรรดิ
แต่ที่นี่ ความดันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างแทบไม่ติดกับก่อนหน้า!
“หืม!?”
น่าฉีคิ้วขมวด แรงกดดันของศิลาจักรพรรดิก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่าง
ยิ่ง
กึก! กึก! กึก! กึก!
ข้อต่อของน่าฉีส่งเสียงปะทุที่ดังออกมา เขากำลังใช้ร่างแปลงของภูติ
เทพ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเขาไปสูงเท่าไหร่ แรงกดดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่า
หวาดกลัว นี่เป็นการเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ!
ในขณะที่เขาบินไปที่ศูนย์กลางของศิลาจักรพรรดิ น่าฉีก็ไม่มี
ทางเลือกนอกจากใช้ร่างแปลงที่สองของเขา!
เขาที่โค้งยื่นออกมาจากหัวของเขา และปีกปีศาจคู่หนึ่งก็กางออก
จากหลังด้วย แรงกดดันที่นี่เกินความคาดหมายของเขาไปแล้ว แรงกดดัน
นี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยอัจฉริยะไร้เปรียบเมื่อหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา ซึ่ง
จารึกชื่อไว้บนศิลาจักรพรรดิ รวมถึงออร่าของหลินหมิงและเสี่ยวหมัว
เซียน ออร่าที่พวกเขาทิ้งไว้ในศิลาจักรพรรดิก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของแรง
กดดันที่นี่!
“มันคือสิ่งใดกัน!?”
สีหน้าของน่าฉีเปลี่ยนไปทันที!
แรงกดดันลดลงราวกับพายุกวาดผ่านทั้งร่างกายของเขา เขายังรู้สึก
ว่าเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว!
นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะกับออร่าของหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
เนื่องจากพวกเขาเพิ่งทิ้งชื่อไว้ แรงกดดันจากออร่าของพวกเขาจึง
แข็งแกร่งยิ่งกว่า น่าฉีสามารถรู้สึกได้ถึงพลังที่เป็นของหลินหมิงอย่าง
เลือนลาง
“มันเป็นเขาจริงหรือ?
น่าฉีกัดฟันของเขาแล้วพุ่งกระแทกขึ้นไป เขาไม่เคยคิดเลยว่า
หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็จะได้ใแข่งขันกับหลินหมิงอีกครั้งในวิธีการที่
ต่างออกไป!
ออร่าของหลินหมิงนั้นหนักหน่วงเท่ากับพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
เมื่อมันปกคลุมร่างกาย เขาก็รู้สึกเหมือนมีภูเขาสูง 100,000 ฟุตกำลังกด
ลงมาบดขยี้ นี่เป็นน้ำหนักที่น่าหวาดกลัวอย่างมาก!
สำหรับออร่าของเสี่ยวหมัวเซียน มันเบากว่าเล็กน้อย แต่เบากว่าก็
ไม่ได้หมายความว่ามันทนต่อมันได้ง่ายกว่า เมื่อออร่าของนางปกคลุมเขา
มันก็เหมือนหมื่นเปลวเพลิงลุกโหมทั่วร่าง ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ในเวลานี้ น่าฉีอยู่ห่างจากจุดสูงสุดของศิลาจักรพรรดิเพียง 200-300
ฟุต แต่ 200-300 ฟุตนี้ มันกลับกลายเป็นคูน้ำที่แทบจะข้ามผ่านไปไม่ได้!
ถ้าเขาต้องการทิ้งชื่อไว้ที่ความสูงปัจจุบันที่ไปถึง มันก็คงเป็นเรื่อง
ง่าย อย่างไรก็ตาม เขาได้พูดคุยอย่างกล้าหาญต่อหน้าทุกคนและไม่ยอม
กลับคำพูด เขาเรียกปราณดาราออกมามากขึ้นและผลักดันตัวเองขึ้นอีก
100 ฟุต!
องค์ชายจักรพรรดิเหยียบศิลาจักรพรรดิเพื่อใช้ประโยชน์ แต่ทุกครั้ง
ที่เขาทำเช่นนั้น เนื้อหนังและโลหิตทั้งหมดในร่างกายของเขาก็ดูราวกับว่า
มันจะฉีกแตก โลหิตของเขาปั่นป่วนอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึกเหมือน
กำลังจะระเบิดเป็นของเหลวหนาได้ทุกเมื่อ
น่าฉีกัดฟันและขึ้นไปอีก 100 ฟุต
ปุ ปุ ปุ!
หลอดเลือดระเบิดที่แขนและปีกของน่าฉี ร่างกายของเขาสั่น และ
โลหิตก็เริ่มไหลจากมุมปาก
“มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!?”
น่าฉีไม่เต็มใจยอมรับ เป็นเรื่องปกติถ้าพ่ายแพ้หลินหมิงเพียงลำพัง
แต่แม้กระทั่งผู้หญิงคนนั้น เสี่ยวหมัวเซียนก็ด้วย ตอนนี้เขาไม่สามารถทำ
แบบเดียวกับพวกเขาได้!
เมื่อมองขึ้นไปที่ด้านบนสุดของศิลาจักรพรรดิ ตัวอักษรหลินและ
เซียนก็แขวนไว้สูงเหนือเขา สูงและห่างไกล พวกมันมีจังหวะที่ราบรื่นและ
ทรงพลัง เมื่อเขามองดูตัวอักษรเหล่านี้จากฐานผาหินชัน น่าฉีไม่เคยรู้สึก
ถึงระยะห่างระหว่างพวกเขา แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถเอาชนะ 100 ฟุต
สุดท้ายนี้ได้