Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,467 เจ้าอ้วนโจว
ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป ขุมสมบัติเทพแห่งแดนเร้นร้างไพศาลเกี่ยวข้อง
กับจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
และถ้าหุบเขามรณะนี้สามารถฝังได้แม้กระทั่งราชันสวรรค์ มันก็
น่าจะเกี่ยวข้องกับจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้หนึ่งก็คงคิดได้ว่าขุมสมบัติเทพแห่งแดนเร้นร้าง
ไพศาลมีโอกาสสูงมากที่จะอยู่ใน หุบเขามรณะ!
“หุบเขามรณะนี้เป็นดินแดนที่แม้แต่ราชันสวรรค์ยังต้องพินาศ ถ้าข้า
จะไปที่นั่นแล้ว สิ่งที่ข้าสามารถพึ่งพาได้คือหยกจักรพรรดิอันนี้ที่ข้าได้
รับมาจากเมืองโกลาหล
“แต่หยกจักรพรรดินี้เป็นเหรียญแห่งความตายหรือไม่นั้น ข้าก็ไม่
สามารถยืนยันได้!”
หลินหมิงเชื่อว่าถ้าเขาเข้าสู่หุบเขามรณะ เขาจะได้เปรียบคนอื่นอย่าง
แน่นอน แต่ข้อได้เปรียบนี้จะมากเพียงใดมันก็ยังไม่อาจรู้ อันตรายในหุบ
เขามรณะไม่สามารถนำมาเป็นเรื่องตลกได้
หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะส่งสัมผัสรับรู้เข้าไปในมิติของกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า ที่นั่น หยกจักรพรรดิลอยอยู่อย่างสงบ ทั้งหมดเป็นสีเขียวเข้ม
และปกคลุมด้วยลวดลายเลือนลาง ที่รวมตัวกันเป็นลวดลายที่ไร้สิ้นสุด
รูปแบบเหล่านี้คล้ายคลึงกับแผนที่ของสันเขาสุสานเทพ
หลินหมิงจะไปที่หุบเขามรณะอย่างแน่นอน สำหรับนักสู้ เส้นทาง
แห่งนักสู้คือการต่อสู้กับสวรรค์ทุกวัน หากมีโอกาสที่จะได้รับโชคจาก
สวรรค์ แต่กลับกลัวเกินกว่าที่จะคว้ามันไว้ เช่นนั้นเขาจะถูกตัดสินให้ไม่
ต้องทำสิ่งใดเลย
หลินหมิงไม่ต้องการให้โชคเช่นนั้นหลุดมือไป แต่กุญแจสำคัญคือ เขา
จะไปอย่างไรและเวลาใดที่เขาควรจะไป?
ตัวอย่างเช่น หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ เขาจะ
สามารถหลบหนีจากการจับกุมของผู้ทรงพลังราชันพิภพได้ หากเขาไปถึง
ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลาง เขาจะมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้กับ
ราชันพิภพสามัญ
ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง แต่ในเวลานี้ อิมป์ชราที่
อยู่ตรงหน้าเขาก็หงุดหงิดเช่นกัน “นี่ เจ้าสามคนมองดูเสร็จแล้วหรือไม่?
หยุดการขวางทาง มันยังมีผู้ท้าชิงด่านทดสอบมากมายรอเจ้าอยู่ข้างหลัง
เพื่อรับภารกิจ!
อิมป์ชราพูดอย่างไร้อารมณ์ขันในน้ำเสียงของเขา หลินหมิงครุ่นคิด
อยู่ครู่หนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงท่าทีอันไม่พอใจของอิมป์ชรา กลับกัน เขากลับ
หยิบแผ่นหยกที่เต็มไปด้วยรูนพลังงานต้นกำเนิดออกมาจากแหวนมิติและ
ส่งมอบให้กับอิมป์ชรา หลินหมิงได้ทำการแลกเปลี่ยนรูนพลังงานต้น
กำเนิดเหล่านี้ที่เมืองโกลาหล โดยใช้หยกเก้าตะวัน
อิมป์ชราก็แปลกใจ เขาใช้มือที่ขึงขังถูแผ่นหยกและประเมินปริมาณ
ของรูนพลังงานต้นกำเนิดภายในนั้นทันที่ นี่เป็นความมั่งคั่งอย่างยิ่ง
“จ-เจ้าต้องการสิ่งใด?
“ข้าจะรับภารกิจนี้ เจ้าสามารถเก็บรูนพลังงานต้นกำเนิดที่เหลือไว้
ได้ ข้าแค่อยากให้เจ้าตอบอะไรบางอย่างแก่ข้า ข้าควรให้ความสนใจกับสิ่ง
ใดหากข้าต้องการไปที่สันเขาสุสานเทพ?”
ในขณะที่หลินหมิงพูดเช่นนี้ อิมป์ชราก็ยิ้มอย่างสดใส เขาเหลือบมอง
ไปรอบๆเพื่อดูว่ามีใครมองเขาอยู่หรือไม่ จากนั้นเขาก็เก็บแผ่นหยกรูนพ
ลังงานต้นกำเนิดไป เขาพูดว่า “เจ้าเป็นคนฉลาด มีนักผจญภัยมากมาย
ที่มาที่นี่ และโดยไม่ต้องรู้อะไรเลย พวกเขากลับรีบเร่งไปที่ สันเขาสุสาน
เทพ ที่ไม่อาจหวนกลับ และตกตายลงที่นั่น ฮ่าฮ่า นี่เป็นคำถามที่สมบูรณ์
แบบที่เจ้าถามข้าวันนี้ ในสันเขาสุสานเทพ มีหลายสิ่งที่เจ้าต้องให้ความ
สนใจ แต่เฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่รู้ สำหรับประสบการณ์เหล่านี้
พวกเขารวบรวมมันโดยใช้ชีวิตของผู้ที่เคยไป ผู้ที่รู้จะไม่พูดถึงมันอย่าง
ง่ายดาย และแม้ว่าพวกเขาจะทำ พวกเขาอาจจะไม่บอกอย่างชัดเจน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไปที่เมืองทางตะวันตกและมองหาเจ้าอ้วนโจว, โจวซื่อ
เยี่ยน หากเจ้าให้รางวัลมากพอ เขาจะนำเจ้าไปยังสันเขาสุสานเทพ แต่
ให้ข้าได้บอกเจ้าบางอย่างล่วงหน้า ค่าธรรมเนียมการเดินทางควรอยู่ที่
ประมาณหนึ่งล้านรูนพลังงานต้นกำเนิด หากเจ้าจ่ายมากกว่านี้ เจ้าคงถูก
เขาหลอกแล้ว!”
อิมป์ชราพูดด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย หลินหมิงเข้าใจสิ่งนี้ได้ ด้วย
การมีผู้นำทาง มันก็จะปลอดภัยกว่าอย่างแน่นอน
“อ่า… พวกเจ้าสามคนต้องการไปที่สันเขาสุสานเทพจริงหรือ? ด้วย
การบ่มเพาะในปัจจุบันของเจ้า การไปที่ สันเขาสุสานเทพก็เหมือนกับการ
โยนขนมปังเนื้อให้กับสุนัข เจ้าจะไม่อาจหวนกลับมาได้เลย!”
อิมป์ชราเตือนเมื่อเขาเห็นหลินหมิงและคนอื่นๆกำลังจะเดินจากไป
เขาทำเช่นนั้นเพียงเพราะรูนพลังงานต้นกำเนิดที่เขาได้จาหลินหมิง
หลินหมิงกล่าวอย่างผิวเผินว่า “ทีมของเรามีผู้เชี่ยวชาญเช่นกัน
ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรา”
เมื่อเห็นหลินหมิงกำลังจะออกจากปราการเทพทมิฬ อิมป์ก็ส่ายหัว
“การมีผู้เชี่ยวชาญคอยปกป้องเจ้านั้นไร้ประโยชน์ สันเขาสุสานเทพนั้น
แปลกเกินไป อันตรายเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่แต่ละบุคคลโดยเฉพาะ
บางครั้ง แม้แต่ผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะก็ยังตกตาย!”
อันตรายมุ่งเป้าไปที่แต่ละคนโดยเฉพาะ?
เสียงฝีเท้าของหลินหมิงหยุดไปครู่หนึ่ง “ขอบใจ ข้าเข้าใจแล้ว”
จากนั้น เขาก็ออกจากปราการเทพทมิฬไปกับเสี่ยวหมัวเซียน
ในขณะที่อิมป์มองไปยังแผ่นหลังของหลินหมิง เขาก็ส่ายหัว เขารู้ว่าคน
หนุ่มสาวอย่างพวกเขาจะไม่ฟังคำแนะนำ
“ปีนี้ เหตุใดจึงมีคนจำนวนมากส่งตัวเองไปสู่ความตาย?”
อิมป์ชราคร่ำครวญกับตัวเอง แต่ในเวลานี้ หลินหมิงและคนอื่นๆก็
ออกจากปราการเทพทมิฬไปแล้ว พวกเขาวางแผนที่จะไปทางตะวันตก
และมองหาโจวซื่อเยี่ยนนี้
“เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการไป?”
หลังจากองค์ชายอสูรตู๋อวี่ออกจากปราการเทพทมิฬ เขาก็ไม่ได้เดิน
ต่อไป กลับกัน แต่ดวงตาที่มืดมนของเขาจ้องมองที่เสี่ยวหมัวเซียน “ศิษย์
น้องหญิง เจ้าต้องการไปที่สันเขาสุสานเทพกับสหายที่ไม่รู้จักจริงหรือ? นี่
เป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นเจ้าควรกลัวว่าคนอื่นจะทำอันตราย
แก่เจ้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ามี…”
ในขณะที่องค์ชายอสูรตู๋อวี่พูดถึงตรงนี้ เขาก็หยุดทันที่ ดวงตาที่เต็ม
ไปด้วยความอาฆาตพยาบาทหันไปหาหลินหมิง เขาไม่ได้ใช้กระแสเสียง
ปราณแท้เพื่อพูด และพูดอย่างชัดเจนต่อหน้าหลินหมิง เห็นได้ชัดว่าใน
ที่สุดเขาก็เบื่อหน่ายกับหลินหมิง
หลินหมิงรู้ว่าคำพูดสุดท้ายขององค์ชายอสูรตู๋อวี่จะเป็นอย่างไร เขา
อ้างถึงสายเลือดฟีนิกซ์ของนาง นางมีเนื้อหนังและโลหิตของสัตว์อสูรเท
วะที่แท้จริง ในอดีต ภายในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ปราณโลหิตฟีนิกซ์เพียง
หยดเดียวนั้นก็มีค่าอย่างเหลือเชื่อแล้ว จากสิ่งนี้เพียงลำพัง เราก็สามารถ
เห็นได้ว่าร่างกายของเสี่ยวหมัวเซียนนั้นมีค่าเพียงใด
หากคนที่มีความคิดชั่วร้ายจับตัวนางไป พวกเขาก็สามารถใช้
ประโยชน์จากนางมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการใช้ร่างกายของนางเพื่อฝึกฝน
หรือใช้นางเพื่อการเล่นแร่แปรธาตุ มันก็ก็จะได้รับผลประโยชน์ที่ประเมิน
ไม่ได้อยู่ดี
“เหตุใดผู้ชายถึงจู้จี้ได้เพียงนี้? หากเจ้าไม่ต้องการไป เจ้าสามารถอยู่
ในเมืองและรอให้เรากลับมาได้”
สิ่งที่เสี่ยวหมัวเซียนไม่สามารถทนได้มากที่สุดคือการที่คนอื่นจะ
พยายามทำให้นางเปลี่ยนใจ ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ผ่านเส้นทาง
แห่งอาชูร่า องค์ชายอสูรตู๋อวี่ได้กระทำซ้ำๆเช่นนี้ นางป่วยจิตและเบื่อ
หน่ายเขาแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวหมัวเซียน องค์ชายอสูรตู๋อวี่ก็โกรธจนแทบ
จะกระอักโลหิต แต่เขาก็ไม่มีหนทางใดที่จะเปลี่ยนใจนางได้ เขายังคงจ้อง
มองที่หลินหมิงต่อไป ถ้าการมองสามารถฆ่าหลินหมิงได้ หลินหมิงก็คงจะ
ตายไป 100 ครั้งแล้ว
องค์ชายอสูรตู๋อวี่กัดฟันและในที่สุดก็ตัดสินใจติดตามพวกเขาไป
บาดแผลของผู้อาวุโสชิงยังไม่ได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์ และแม้ว่าเขา
จะฟื้นตัว แต่เขายังต้องใช้เวลายกเลิกรูนติดตามบนตัวเขาด้วย เป็น
ช่วงเวลาหนึ่ง เขาจะไม่สามารถนับได้ว่าเป็นช่วยเหลือใดๆ
หากเขาต้องสูญเสียเสี่ยวหมัวเซียนและกลับไปลำพัง มันก็ไม่มีทางที่
เขาจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ เขายังเป็นห่วงเกินกว่าที่จะให้
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนไปด้วยกัน หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นระหว่างคนทั้ง
สอง เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
“ข้าอาจจะไม่ได้รับอุบัติเหตุหากข้าไปที่สันเขาสุสานเทพ บางทีข้า
อาจมีโชคด้วยเช่นกัน”
องค์ชายอสูรตู๋อวี่คิดปลอบโยนตัวเอง เขาตามหลังหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียน ในที่สุดก็มาถึงเมืองทางตะวันตก หลังจากสอบถามไป
หลายครั้ง พวกเขาพบว่าโจวซื่อเยี่ยนที่อิมป์ชราได้บอกพวกเขา
โจวซื่อเยี่ยนอาศัยอยู่ในอาคารสามชั้น อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วย
รูปแบบค่ายกลที่มีราคาแพง และสวนด้านหลังก็ปลูกด้วยดอกไม้จิต
วิญญาณหลายชนิด มันดูงดงามและประณีต ราวกับว่าฤดูใบไม้ผลิกำลัง
เบ่งบานที่นี่ตลอดทั้งปี
“โจวซื่อเยี่ยนผู้นี้มีฐานะมั่งคั่งมาก”
หลินหมิงคิดกับตัวเอง ในเมืองมารฟ้า มูลค่าที่ดินสูงพอที่จะครอบงำ
จิตใจผู้หนึ่งได้ ถ้าโจวซื่อเยี่ยนผู้นี้สามารถอาศัยอยู่ในบ้านที่ค่อนข้างใหญ่
ในเมืองมารฟ้าได้ นี่ก็แสดงว่าเขามีทักษะบางอย่าง
“ดูเหมือนว่าโจวซื่อเยี่ยนผู้นี้จะน่าเชื่อถือพอสมควร หากเขาสามารถ
รวบรวมความมั่งคั่งเช่นนี้ได้ มันอาจเกี่ยวข้องกับสันเขาสุสานเทพ หาก
เขาคุ้นเคยกับสถานการณ์รอบๆสันเขาสุสานเทพจริงแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็น
การนำทางหรือการตามล่าหาสมบัติด้วยตัวเอง เขาก็จะสามารถสร้างโชค
ได้
หลินหมิงเข้ามาในอาคารขนาดเล็ก ในขณะที่เขาทำเช่นนั้น รูปแบบ
ค่ายกลก็ปรากฏขึ้นทันที่ ปิดกั้นเขา สำหรับหลินหมิง รูปแบบค่ายกล
เหล่านี้ไม่ได้มีอันใดเลย อย่างไรก็ตามเ ขายังคงยืนอยู่อย่างมีมารยาทและ
สุขุมนอกรูปแบบค่ายกล รอให้เจ้าบ้านออกมา
ในไม่ช้า ชายอ้วนในชุดคลุมฟ้าก็ปรากฏตัวที่ทางเข้า สหายผู้นี้เตี้ย
กว่าหลินหมิงครึ่งหัว และร่างกายของเขาอวบอิ่ม เต็มไปด้วยความมี
ชีวิตชีวา ดวงตาที่เล็กและสว่างของเขาจ้องมองหลินหมิงและคนอื่นๆ เต็ม
ไปด้วยความสุข
“เจ้ามาที่นี่เพื่อพูดคุยธุรกิจหรือไม่?”
“อืม เราต้องการไปที่สันเขาสุสานเทพ!” หลินหมิงบอกอย่างตรง
ประเด็น
“สันเขาสุสานเทพ? ดี! ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเป็นผู้กล้าหาญอย่างยิ่ง
สามผู้เยาว์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ต้องการไปที่ สันเขาสุสานเทพ? ให้ข้าบอก
เจ้าล่วงหน้าว่าข้าจะชี้นำเจ้าไปที่นั่นเท่านั้น ชีวิตและความตายจะอยู่ใน
มือของเจ้าเอง!”
“ข้าเข้าใจ” แม้ว่าหลินหมิงมีแผนที่คร่าวๆ แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเส้นทาง
ใดที่จะเข้าสู่สันเขาสุสานเทพอย่างปลอดภัยที่สุด
“แต่ละคนจะต้องจ่าย 2 ล้านรูนพลังงานต้นกำเนิด ถ้าเจ้าสามคนไป
ทั้งหมดแล้ว ข้าจะให้ส่วนลดกับเจ้าเหลือเพียง 5 ล้าน” เจ้าอ้วนโจวยื่นมือ
ออกมาและยกนิ้วที่หนาและสั้นห้านิ้วขึ้น
“3 ล้าน ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้” หลินหมิงตอบกลับ แม้ว่าเขาจะไม่
สนใจเกี่ยวกับ 2 ล้านรูนพลังงานต้นกำเนิด แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะแสดง
ความโง่เขลา มิเช่นนั้นคนอื่นๆก็จะถือว่าเขาเป็นคนโง่ ในเวลานั้น คนอื่น
อาจพยายามหลอกลวงเขาและนำเขาไปสู่สถานการณ์อันตรายได้
“ฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ราคามาก่อนแล้ว” หลังจากได้ถูกเปิดเผย
จากหลินหมิง เจ้าอ้วนโจวก็หัวเราะอย่างไม่อาย “ตกลง!”