Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,480 การล่าเริ่มขึ้น
ในทะเลทรายที่ยิ่งใหญ่ สายลมแรงตัดผ่านเหมือนมีด ทรายสีเหลือง
ไม่รู้จบฝังกระดูกของสัตว์อสูร มองดูรกร้างว่างเปล่า
สถานที่นี้ดูเหมือนกับกับดักมรณะ แต่เมื่อหลินหมิงเห็นฉากนี้ เขาก็
ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดพวกเขาก็หนีออกมาจากแดนสวรรค์
กำเนิดใหม่ที่พวกเขาหนีเข้าไปได้
หลินหมิงมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับร่องรอยของสนามพลังเต๋าที่
ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าจากจี้หยก แต่ ด้วยการใช้
ความรู้เล็กน้อยนี้ เขาก็สามารถโผล่ออกมาจากแดนสวรรค์กำเนิดใหม่ ยิ่ง
ไปกว่านั้น เมื่อตรวจสอบภูมิประเทศด้วยแผนที่จี้หยก เขาก็ได้รับความ
เข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของหยกจักรพรรดิ
“ข้าต้องบอกว่า… หลินหมิง” เสี่ยวหมัวเซียนยิ้มเยาะขณะที่นางพูด
ด้วยเสียงร่าเริงในน้ำเสียงของนาง นางเรียกหลินหมิงด้วยชื่อที่แท้จริงของ
เขาและไม่ใช่หลินหลานเจี้ยน
“มีเรื่องอันใด?” หลินหมิงถามเสี่ยวหมัวเซียน
“อ่า… เหตุใดเจ้าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย? แม้ว่าตัวตนของเจ้าจะ
ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าข้าเรียกเจ้าด้วยชื่อ อย่างน้อยเจ้าก็ควรตกใจหรือ
ประหลาดใจบ้างมิใช่หรือ?”
หลังจากระงับมันไว้นาน เสี่ยวหมัวเซียนก็สามารถทำลายความลับ
ของหลินหมิงได้ เดิมทีนางคาดการณ์ว่าจะได้เห็นความประหลาดใจบน
ใบหน้าของเขา อย่างน้อยก็จะทำให้นางรู้สึกถึงความสำเร็จเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของหลินหมิงกลับสงบเงียบเกินไป
นี่เป็นเหมือนใครบางคนที่ทำอย่างดีที่สุดเพื่อคาดเดาปริศนา แต่ตัว
ปริศนาเองกลับไม่ได้รับผลกระทบเลย สิ่งนี้ทำให้เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึกไม่มี
ความสุขเลย
“มิใช่ว่าเจ้ารู้มานานแล้วหรอกหรือ? ยิ่งกว่านั้น… ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้า
รู้อยู่แล้ว” หลินหมิงยิ้มเบาๆขณะที่เขาพูดอย่างไม่สนใจนัก
“หึ น่าเบื่อยิ่ง” เสี่ยวหมัวเซียนเผยมือยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้ “เจ้า
วางแผนจะทำสิ่งใดต่อไป? ไม่เพียงแต่เจ้าถูกราชันพิภพจู่โจมไล่ตาม
เท่านั้น แต่เจ้ายังต้องเผชิญหน้ากับสันเขาสุสานเทพซึ่งเป็นดินแดนที่
เกือบจะตายอย่างแน่นอน และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือ ราชันพิภพและกลุ่ม
ของเขามีผู้นำทางในขณะที่เราเป็นเหมือนแมลงวันหัวขาดในความ
โกลาหลนี้ ไม่ว่าเจ้าจะมองอย่างไร เราก็จะตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ถ้าเจ้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะตายแล้วเจ้าจะตามข้ามาทำไม?” หลินหมิ
งพูดพร้อมยิ้ม
“ข้าบอกว่าข้าเป็นหนี้เจ้าชีวิต และเมื่อข้าเห็นเจ้ากำลังจะตายในไม่
ช้า ข้าก็คิดว่าข้าควรให้เจ้ายืมมือ แต่… เจ้าดูเหมือนมั่นใจมาก ดังนั้นเจ้า
ต้องมีแผนบางอย่าง ทำไมเจ้าไม่ลองบอกข้าเล่า?”
หลินหมิงส่ายหัว “ข้ายังไม่ได้คิดแผนที่ดี พูดตามตรง สันเขาสุสาน
เทพไม่ได้คุกคามข้ามากนัก ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นมาจากผู้ทรงพลัง
ราชันพิภพที่ไล่ตามข้า ตอนนี้ สิ่งที่ข้าต้องทำอันดับแรกคือการรับรู้ข้อมูล
เฉพาะของสนามพลังเต๋าในสันเขาสุสานเทพ และตรวจสอบกับสิ่งที่ข้ารู้
ในหัวใจของข้า หากข้าสามารถทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่นี่ ข้า
ก็จะสามารถควบคุมภูมิทัศน์และความได้เปรียบ จากนั้นข้าจึงจะมี
ความสามารถในการต่อสู้กับราชันพิภพ”
หลินหมิงกล่าวอย่างสบายๆ แต่เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนได้ยินสิ่งนี้ นางก็
ประหลาดใจอย่างลับๆ
โดยไม่มีผู้นำทางผ่านสันเขาสุสานเทพ หลินหมิงกลับบอกว่าสันเขา
สุสานเทพไม่เป็นภัยคุกคามต่อเขามากนัก เขามีสิ่งที่เขาไว้ใจได้ใช่หรือไม่?
สิ่งที่ทำให้เสี่ยวหมัวเซียนตกตะลึงมากที่สุดคือ หลินหมิงกล่าวว่าเขา
ต้องการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของสันเขาสุสานเทพและใช้
ประโยชน์นี้เพื่อต่อสู้กับราชันพิภพ นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้สำหรับนาง
ถ้าไม่ใช่เพราะนางรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาในตอนนี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็
อาจสงสัยว่าเขาเป็นคนอื่นที่สืบทอดมรดกของคู่มือของสันเขาสุสานเทพ
ในขณะที่เสี่ยวหมัวเซียนกำลังตกตะลึงอยู่ในความประหลาดใจ
หลินหมิงก็กำลังค้นหาผ่านจี้หยกด้วยสัมผัสรับรู้ มองหาสถานที่ซึ่งเขา
สามารถซ่อนตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับการรบแบบกองโจร
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสรับรู้ที่กวาดมายังเขาอย่าง
เบาบาง ครู่หนึ่งมันก็หายวับไปในที่สุด
เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงต้องตกใจ แม้ว่าสัมผัสรับรู้นี้จะเลือนลางอย่าง
มาก แต่สัญชาตญาณของเขาก็ไม่ผิด มีคนใช้ทักษะลับการค้นหาเพื่อระบุ
ตำแหน่งของเขาในสันเขาสุสานเทพ!
ในเมืองมารฟ้ามีนักสู้นับไม่ถ้วน ตราบใดที่เขาใช้ทักษะเปลี่ยนแปลง
รูปลักษณ์ มันก็จะไม่มีทักษะการค้นหาที่จะมีผลต่อการค้นหาเขา
แต่ตอนนี้ เขาอยู่ในสันเขาสุสานเทพ ดินแดนที่ไม่มีใครอยู่ภายใน
รัศมี 10,000 ไมล์ ตราบใดที่มีคนพบเขาด้วยทักษะการค้นหา ไม่ว่าเขาจะ
เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของเขาหรือไม่ พวกเขาก็ยังจะค้นพบเขา อีกฝ่ายนี้รู้
อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากที่เขาเข้าไปในสันเขาสุสานเทพ
และกำลังมองหาเขาด้วย
“เราถูกค้นพบแล้ว!”
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก โดยที่หลินหมิงไม่ได้พูดถึงมัน เสี่ยวห
มัวเซียนก็สังเกตเห็นว่าสัมผัสรับรู้เลือนลางกวาดมายังพวกเขาเมื่อครู่
“ถ้ามีคนกล้าที่จะใช้ทักษะการค้นหาเช่นนี้ในสันเขาสุสานเทพ พวกเขาก็
ต้องไม่กลัวสิ่งชั่วร้ายใดๆ ที่พวกเขาอาจเผชิญ ดูเหมือนว่าเจ้าเดาถูก พวก
เรากำลังถูกไล่ล่าโดยผู้ทรงพลังราชันพิภพ”
เสี่ยวหมัวเซียนไม่สามารถยิ้มได้ในเวลานี้ พวกเขาติดอยู่ในเขต
อันตรายและถูกตามล่าโดยราชันพิภพ!
“ตามข้ามา!”
หลินหมิงหันไปหาทิศทางหนึ่งและใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของเขา
………
ในเวลานี้ ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีและกลุ่ม
คนของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงภูติผี เข้าร่วมในการต่อสู้ที่ดุเดือด!
ด้วยพี่น้องแมงมุมที่นำทาง พวกเขาและใช้ม่านพลังเพื่อซ่อนตัว น่าฉี
และกลุ่มของเขาจึงสามารถผ่านเข้าไปลึกเข้าไปในสันเขาสุสานเทพได้
อย่างง่ายดายและได้รับสมบัติตามทางที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในสันเขาชั้นใน ผู้อาวุโสโจวและ
คนอื่นๆก็ได้ใช้ทักษะการค้นหาทุกประเภทและเกิดแสงเปล่งประกาย ทำ
ให้สิ่งชั่วร้ายมุ่งมายังพวกเขา
“ยุ่งยากจริง!”
น่าฉีขมวดคิ้วเมื่อง้าวของเขาถูกทุบผ่านปีศาจศพ เมื่อมีสองผู้ทรง
พลังราชันพิภพปรากฏตัว มันก็ไม่มีภัยคุกคามจากสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ถึง
กระนั้นก็ตาม สิ่งนี้ก็ขัดขวางความเร็วของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
ในเวลานี้ จากด้านข้างน่าฉี เทียนหมิงจื่อก็กล่าวว่า “เราควร
แบ่งกลุ่มของเราออกเป็นสอง”
“หืม?”
น่าฉีมองไปยังเทียนหมิงจื่อ
“มันไม่มีประสิทธิภาพมากที่จะค้นหาพวกเขาหากเป็นเช่นนี้ ถ้าเรา
แยกมันจะเร็วกว่ามาก”
ในกลุ่มของพวกเขามีสองราชันพิภพ และทักษะการค้นหาของพวก
เขาก็ซ้อนทับกันในระดับที่ดี หากพวกเขาสามารถแบ่งกลุ่ม มันจะเร็วกว่า
แน่นอน
น่าฉีและผู้อาวุโสโจวมองหน้ากัน แล้วผู้อาวุโสโจวก็พูดว่า “ย่อมได้”
ด้วยการบ่มเพาะขั้นมหาราชันพิภพของเทียนหมิงจื่อ เขาก็ไม่
ต้องการผู้นำทางที่จะเดินผ่านสันเขาสุสานเทพ
มหาราชันพิภพนั้นด้อยกว่าเพียงราชันสวรรค์ นอกเสียจากเขาจะเข้า
ไปในเขตแดนแห่งความตายสูงสุดของสันเขาสุสานเทพ เช่นนั้นก็จะไม่มี
อะไรที่นี่เป็นภัยคุกคามต่อเขา
แน่นอน สถานที่นั้นคือหุบเขามรณะ หุบเขามรณะเป็นสถานที่ที่
แม้แต่ราชันสวรรค์ก็ยังตกตายได้!
เทียนหมิงจื่อพยักหน้า เขาเปิดใช้ทักษะการเคลื่อนไหวและ
เตรียมพร้อมที่จะจากไป
“แต่… ข้าหวังว่าข้าจะสามารถฝังรูนติดตามไว้ในร่างกายของเจ้าได้
นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง ดีหรือไม่?”
ขณะที่เทียนหมิงจื่อกำลังจะจากไป ผู้อาวุโสโจวก็หยุดเขาด้วยคำพูด
บางคำ มีรูนติดตามปรากฏที่ปลายนิ้วของเขา นี่เป็นหนึ่งในรูนเทพ
เจ้าของเส้นทางแห่งอาชูร่า และเป็นสัญลักษณ์กฎของเส้นทางแห่งอาชูร่า
เมื่อรูนฝังอยู่บนร่างกายของเขาแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลบแม้แต่กลับ
ใครบางคนในระดับการบ่มเพาะเช่นเทียนหมิงจื่อ
เทียนหมิงจื่อคิ้วขมวด เขาไม่ชอบถูกติดตาม แต่หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
เขาก็พยักหน้ายอมรับ
ผู้อาวุโสโจวสะบัดนิ้วของเขาและรูนถูกยิงเข้าสู่ร่างกายของเทียนหมิ
งจื่อ
จากนั้น เทียนหมิงจื่อก็ไม่ได้ล่าช้าไปอีกต่อไป เขาหันและบินออกไป!
เมื่อมองดูเทียนหมิงจื่อที่หายไป องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีกล่าวว่า “ถ้า
สหายผู้นั้นเสนอให้แบ่งเป็นสองกลุ่ม เขาก็ต้องมีเหตุผลอื่นที่จะทำ
เช่นนั้น”
น่าฉีคือคนที่เชื่อว่าทุกคนกำลังวางแผนบางอย่าง และเทียนหมิงจื่อ
เป็นคนที่เก่งในการวางแผนด้วย หากเขาต้องการแยกกลุ่มอย่าง
กระทันหัน เขาก็ย่อมกำลังลองอะไรบางอย่าง
“เขาอาจค้นพบบางสิ่ง บางทีเขาอาจต้องการสำรวจโชคด้วยตัวเอง
หรือบางทีเขาอาจพบหลินหมิงและกำลังรีบไปฆ่าเพื่อที่เขาจะได้ขโมย
ความลับจากร่างกายของหลินหมิงไปครองเอง!
เมื่อผู้อาวุโสโจวพูดคำเหล่านี้ น่าฉีก็คิ้วขมวด “แต่ท่านก็ยังปล่อยเขา
ไป แม้แต่จะมีเครื่องหมายติดตามก็ไร้ประโยชน์ เขาจะใช้เวลาเพียงชั่วครู่
ในการฆ่าหลินหมิงด้วยความแตกต่างของการบ่มเพาะ ในเวลานั้น
ความลับทั้งหมดในร่างกายของหลินหมิงจะถูกเอาไปโดยเขา”
ผู้อาวุโสโจวกล่าว “องค์ชายจักรพรรดิน่าฉี หลินหมิงมีโชคชะตาที่
ยิ่งใหญ่บนร่างกายของเขา และแม้ว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันโจมตีเขา
ในตอนนี้ แต่การฆ่าเขาก็ยังจะไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เทียนหมิงจื่อก็ทำได้
เพียงรับประกันว่าจะมีโอกาสสูงขึ้นเท่านั้น หากเทียนหมิงจื่อสามารถฆ่า
หลินหมิงได้แล้ว แม้ว่าเขาจะเอาความลับทั้งหมดของหลินหมิงไป เราเอง
ก็จะได้รับเช่นกัน”
“ข้าก็คิดว่างั้น”
น่าฉีจะมีความสุขอย่างแน่นอนถ้าเขาจะไม่ต้องจ่ายราคาใดๆเพื่อฆ่า
หลินหมิง แน่นอนว่าสิ่งนี้มีพื้นฐานมาจากความจริงที่ว่าเขาไม่รู้ว่า
ความลับใดที่หลินหมิงมี หากเขารู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า บางทีแม้แต่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ยังจะมาทำลายสันเขา
สุสานเทพเป็นการส่วนตัว เขากระทั่งอาจสงครามกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว
การคาดเดาของผู้อาวุโสโจวนั้นถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง
หรือความสามารถในการรับรู้ เทียนหมิงจื่อก็เหนือกว่าผู้อาวุโสโจว แม้แต่
ทักษะค้นหาของผู้อาวุโสโจวก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับเทียนหมิงจื่อ
ได้
เมื่อไม่นานมานี้ เทียนหมิงจื่อพบตำแหน่งของหลินหมิงแล้ว ชาย
และหญิงเดินทางลำพัง นั่นคือหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนอย่างไม่ต้อง
สงสัย
เหตุผลที่เขาเสนอให้แบ่งออกกลุ่มสองกลุ่มก็เพราะเขาต้องการ
ครอบครองความลับของหลินหมิง แต่เพียงผู้เดียว
“หลินหมิง… วันแห่งจุดจบของเจ้ามาถึงแล้ว ทุกสิ่งของเจ้าจะเป็น
ของข้า!” ดวงตาของเทียนหมิงจื่อสว่างขึ้นด้วยแสงอันชั่วร้าย เขารอวันนี้
มานานแล้ว!
เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะฆ่าหลินหมิง! ในขณะที่สัมผัสรับรู้ของ
เทียนหมิงจื่อกวาดผ่านหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน มันก็ชัดเจนยิ่งขึ้น
กว่าเมื่อก่อน
จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือกและหยุดอยู่กับที่ “ไม่จำเป็นต้องหนี
ต่อไป ศัตรูมาถึงแล้ว และเขาเร็วกว่าเรามาก…”