Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,482 เดิมพันทั้งหมดในการโยนเหรียญครั้งเดียว
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,482 เดิมพันทั้งหมดในการโยนเหรียญครั้งเดียว
เหนือดินแดนอ้างว้างไร้สิ้นสุด ตำหนักหินสีดำบินผ่านท้องฟ้าด้วย
ความเร็วที่เหลือเชื่อ ความเร็วของตำหนักนั้นเร็วมากจนมันสร้างเสียงดัง
สนั่นอย่างน่ากลัวเมื่อมันผ่านไปทั่วโลก
ฉากนี้กระตุ้นความสนใจของจิตวิญญาณชั่วร้ายมากมาย ด้วยเสียง
คำรามลึก จิตวิญญาณชั่วร้ายหลายสิบตัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า รีบไปยังตำหนัก
หินสีดำ!
สีหน้าของหลินหมิงไม่แยแสเมื่อเห็นจิตวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้พุ่งเข้า
หาเขา จิตใจของเขาเชื่อมต่อกับประตูบรรพกาลในขณะที่เขาโยนคริสตัล
ตะวันม่วงจำนวนมากเข้าไปในรูปแบบค่ายกล ก่อให้เกิดแสงจ้า ความเร็ว
ของตำหนักสวรรค์บรรพกาลน่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม ด้วยเสียงอันดังกึกก้อง จิต
วิญญาณชั่วเหล่านี้ได้ถูกชนแหลกโดยตำหนักสวรรค์บรรพกาล!
“โห ร้ายกาจยิ่ง!” ภายในตำหนัก เสี่ยวหมัวเซียนปรบมืออย่างมี
ความสุขด้วยความประหลาดใจขณะที่นางมองดูความน่าเกรงขามของ
ตำหนักสวรรค์บรรพกาล “ให้ตายเถอะหลินหลินน้อย ถ้าเจ้ามีสมบัติ
เช่นนี้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เหตุใดเจ้าไม่เอามันออกมาใช่เล่า? เจ้ารอเทียนหมิ
งจื่อไล่ล่าเรา และตอนนี้แม่นางผู้นี้ก็ถูกดึงงเข้าสู่ฉากที่น่าอับอายเช่นนั้น
ด้วย”
หลินหมิงกล่าว “ข้ารอให้ศัตรูมาถึงก่อนที่ข้าจะนำตำหนักสวรรค์
บรรพกาลออกมาเพราะข้าต้องการดูว่าใครกำลังตามล่าข้าและยืนยันการ
เดาด้วย”
เดิมทีหลินหมิงคิดว่าผู้ไล่ล่าเขาคือองค์ชายจักรพรรดิน่าฉี แต่เขาไม่
เคยคิดเลยว่าจะเป็นเทียนหมิงจื่อแทน ดูเหมือนว่าเทียนหมิงจื่อน่าจะเป็น
หนึ่งในผู้ช่วยเหลือที่องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีจ้างวานมา จากนั้น พวกเขา
แบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อตามล่าเขา เทียนหมิงจื่อมาเพียงลำพังในขณะที่น่าฉี
และพี่น้องแมงมุมไปซุ่มโจมตีเจ้าอ้วนโจว
“ตำหนักสวรรค์บรรพกาล ชื่อนี่มัน… ตำหนักนี้ได้รับการสร้างโดย
ราชันสวรรค์บรรพกาลเช่นนั้นหรือ?” เสี่ยวหมัวเซียนมีความเข้าใจอย่าง
ลึกซึ้งในประวัติศาสตร์ของแดนเทวะ เพียงแค่ได้ยินชื่อของตำหนักนี้ นาง
ก็สามารถระลึกถึงราชันสวรรค์บรรพกาลได้
“อืม ใช่แล้ว”
“ไม่น่าแปลกใจเลย ดังนั้นมันเป็นผลงานของราชันสวรรค์บรรพกาล
นั้เอง ไม่น่าแปลกใจที่ตำหนักนี้ร้ายกาจยิ่ง ข้าเกรงว่าแม้แต่ท่านปู่ของข้าก็
ยังจะไม่มีความสามารถในการสร้างตำหนักเช่นนี้!”
ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องทักษะการโจมตีสาย
ปีศาจที่หาตัวจับยาก แต่ในแง่ของการสร้างสิ่งประดิษฐ์และการวางปแบบ
ค่ายกลแล้ว เขาก็ด้อยกว่าราชันสวรรค์บรรพกาล
ราชันสวรรค์บรรพกาลมีความเชี่ยวชาญในกฎแห่งอนุภาคแรก
กำเนิด เขาใช้พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดและสนามพลังอนุภาคแรก
กำเนิดเพื่อวางรูปแบบค่ายกลที่ยิ่งใหญ่ จากนั้นก็ใช้แผ่นศิลาบรรพกาล
เป็นศูนย์กลางของรูปแบบค่ายกล ในทั่วทั้งแดนเทวะ มันก็ไม่มีใครที่
สามารถวางรูปแบบค่ายกลเช่นเขาได้
สำหรับทักษะการกลั่นวัสดุที่ราชันสวรรค์บรรพกาลใช้ก็มักมาจากยุค
การก่อตัวของจักรวาล หินกลียุคที่ก่อตัวขึ้นที่วิวัฒนาการจากจักรวาลนั้น
เป็นวัสดุที่สามารถพบได้โดยจังหวะแห่งโชคชะตาเท่านั้น และตำหนัก
สวรรค์บรรพกาลนั้นก็ถูกสร้างขึ้นด้วยหินศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ดังนั้น
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลจึงอาจเรียกได้ว่าเป็นสมบัติไร้เปรียบสุดแปลก
ประหลาดภายในทั่วทั้งแดนเทวะ
ปึกกก!
ด้วยเสียงปะทะ ตำหนักสวรรค์บรรพกาลก็สั่นคลอนอย่างรุนแรงอีก
ครั้ง ราวกับว่ามันชนเข้ากับอะไรบางอย่าง หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
เกือบชนกันอีกครั้งภายใต้แรงเฉื่อยอันทรงพลัง
“เกิดอะไรขึ้น?” เสี่ยวหมัวเซียนถามอย่างตื่นตระหนก
“เราชนเข้ากับสนามพลัง!” หลินหมิงคิ้วขมวด สัมผัสรับรู้ของเขาจม
เข้าสู่หยกจักรพรรดิทันที่ และเขาค้นพบว่าเมื่อครู่เขาไปผิดทางแล้ว
เขาพึ่งพาหยกจักรพรรดิเพื่อเคลื่อนไปข้างหน้าและหลีกเลี่ยงจิต
สังหารที่ไม่รู้จบในสนามพลังเต๋า อย่างไรก็ตาม หลินหมิงนั้นยังไม่เข้าใจ
ความหมายของเส้นสายในหยกจักรพรรดิอย่างถี่ถ้วน และตำหนักสวรรค์
บรรพกาลก็บินเร็วเกินไปด้วย หลินหมิงไม่มีเวลาที่จะวิเคราะห์เส้นทาง
การบินอย่างรอบคอบ ดังนั้นสถานการณ์นี้จึงปรากฏขึ้น
เพล้งง!
การปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อครู่นี้ได้ทำให้คริสตัลตะวันม่วงหลาย
ร้อยในรูปแบบค่ายกลของตำหนักสลายเป็นผง มีรอยแตกที่ปรากฏบน
แปดหยกเก้าตะวันในรูปแบบค่ายกล
“ชิ!” หลินหมิงคิ้วขมวดเมื่อเขามองดูหยกเก้าตะวันที่มีรอยแตก มัน
เป็นความจริงที่ตำหนักสวรรค์บรรพกาลนั้นแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่
แข็งแกร่งโดยไม่มีเหตุผลเลย
หากมีราชันสวรรค์จัดการตำหนักสวรรค์บรรพกาลแล้ว พวกเขาก็
สามารถใช้มันได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การบ่มเพาะของหลินหมิง
เป็นปัจจัยจำกัดที่ไม่อนุญาตให้เขาเปิดใช้งานความสามารถอย่างเต็ม
รูปแบบของตำหนักสวรรค์บรรพกาลได้ ดังนั้น เพื่อที่จะเปิดใช้งาน
ความสามารถของตำหนักสวรรค์บรรพกาล เขาจึงต้องดึงเอาการ
สนับสนุนจากแหล่งพลังภายนอก
เหตุผลที่ตำหนักสวรรค์บรรพกาลสามารถบินผ่านท้องฟ้าด้วย
ความเร็วอันน่าทึ่งเพราะเขากำลังเผาผลาญคริสตัลตะวันม่วงและหยกเก้า
ตะวันประดุจว่าพวกมันไม่มีค่าอันใด หลินหมิงไม่ใส่ใจกลับการเผาผลาญ
สิ่งของเหล่านี้ แต่ปัญหาคือ เขามีดหยกเก้าตะวันจำนวนจำกัด เมื่อพวก
มันหมดลง ตำหนักสวรรค์บรรพกาลคงไปต่อได้อีกไม่นาน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลินหมิงจึงไมิได้เอาตำหนักสวรรค์บรรพกาล
ออกมาในตอนเริ่มต้น นี่เป็นไพ่ช่วยชีวิตขั้นสุดท้าย เว้นแต่จะเป็น
ทางเลือกสุดท้าย มิเช่นนั้นเขาจะไม่ใช้มันอย่างง่ายดาย
“เอ่อ… เจ้ามีหยกเก้าตะวันอยู่กี่อัน?” เปลือกตาของเสี่ยวหมัวเซียน
เบิกกว้างขึ้นขณะที่นางมองไปยังแปดหยกเก้าตะวันในใจกลางของ
รูปแบบค่ายกล
หยกเก้าตะวันมีค่าเท่ากับหินตะวันม่วงนับล้านล้าน
เมื่อโดยปกติแล้ว ตำหนักสวรรค์บรรพกาลจะไม่ต้องการพลังงาน
มากนัก แต่ในสันเขาสุสานเทพแห่งนี้ ตำหนักสวรรค์บรรพกาลต้องบุก
ทะลวงผ่านสนามพลัง สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายและต่อต้านการโจมตีทั้งหมดของ
เทียนหมิงจื่อ พลังงานที่จำเป็นสำหรับสิ่งเหล่านี้จึงเกือบไม่อาจ
จินตนาการ
ด้วยเสียงแตกเป็นชุด แปดหยกเก้าตะวันก็กลายเป็นเถ้าถ่านในที่สุด
อัตราการเผาผลาญนี้น่าตกตะลึงจนเกินไป
หลินหมิงโบกมือและแทนที่หยกเก้าตะวันอันใหม่ ในเวลาเดียวกัน
คริสตัลตะวันม่วงจำนวนมากถูกโยนลงไปใกล้หยกเก้าตะวันเพื่อเผาผลาญ
เสริมพลังงานของรูปแบบค่ายกล
“เจ้ามีหยกเก้าตะวันหรือไม่?” หลินหมิงจ้องมองที่เสี่ยวหมัวเซียน
“ข้ามี”
“เอาพวกมันออกมา” หลินหมิงกล่าวอย่างจริงจัง
เสี่ยวหมัวเซียนหยิบเอาหยกเก้าตะวันของนางออกมา นางมีทั้งหมด
20 กว่า หลินหมิงเองก็นำฐานหยกเก้าตะวันรูปทรงสี่เหลี่ยมออกมาด้วย
แค่ฐานที่หนานี้ก็เทียบเท่าหยกเก้าตะวันร้อยกว่าอันแล้ว! นี่เป็นหนึ่งใน
สมบัติที่หลินหมิงสืบทอดมาจากตำหนักสวรรค์บรรพกาล ฐานนี้ถูก
นำมาใช้เพื่อเก็บแก่นสารลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
“เจ้ามีชิ้นหยกเก้าตะวันใหญ่ถึงเพียงนี้?” เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึก
ประหลาดใจเมื่อนางมองไปที่หยกเก้าตะวันนี้ นี่มันหรูหราอย่างยิ่ง!
โชคอันใดที่หลินหมิงดีได้รับเขาจึงมั่งคั่งมากถึงเพียงนี้ได้?
หลินหมิงกล่าว “หยกเก้าตะวันนี้สามารถให้การสนับสนุนเราได้เป็น
เวลานาน แต่ถ้าเราถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยเทียนหมิงจื่อ เช่นนั้นหยก
เก้าตะวันก็จะถูกเผาผลาญจนหมดในเวลาประมาณครึ่งวัน! กล่าวอีกนัย
หนึ่ง เราจะตายอย่างแน่นอนหากเทียนหมิงจื่อจับเราได้”
หลินหมิงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเทียนหมิงจื่อจะ
วางสนามพลัง เขาก็ยังคงไม่สามารถดักตำหนักสวรรค์บรรพกาลได้ แต่
การทะลวงผ่านสนามพลังของเทียนหมิงจื่อ มันจะต้องใช้พลังงานจำนวน
มาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่ตำหนักสวรรค์บรรพกาลสามารถทำได้ตลอดไป
“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี? เราไม่สามารถพาเทียนหมิงจื่ออ้อมเป็น
วงกลมได้ตลอดทั้งวัน หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป เราจะหมดพลังงานใน
ไม่ช้าก็เร็ว”
เสี่ยวหมัวเซียนไม่จำเป็นต้องตรวจสอบด้วยสัมผัสรับรู้ของนางก็รู้ว่า
เทียนหมิงจื่อกำลังไล่ตามพวกเขามา
การบินอย่างรวดเร็วผ่านสันเขาสุสานเทพเป็นการฆ่าตัวตายตั้งแต่
เริ่มต้น สิ่งที่แม้แต่มหาราชันพิภพก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่ในปัจจุบัน
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลนั้นสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งชั่วร้าย จิต
วิญญาณที่ไม่พอใจหรือสิ่งอื่นใด พวกมันทั้งหมดจะกลายเป็นเถ้าถ่านเมื่อ
พวกมันพยายามโจมตี
มันเป็นเพราะเหตุนี้ด้วย ตำหนักสวรรค์บรรพกาลจึงเผาผลาญ
พลังงานจำนวนมาก ซึ่งยิ่งไปกว่าการโดนเทียนหมิงจื่อไล่ล่า เนื่องจากเขา
ไม่จำเป็นต้องเผชิญกับการโจมตีของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายเหล่านี้ด้วบตนเอง
เขาจึงสามารถบินได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น
ถ้าสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป เทียนหมิงจื่อก็จะสามารถรอให้ศัตรูของ
เขาหมดแรงก่อนที่จะเข้ามาสังหารได้
“ข้ามีความคิด…” หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก กล่าวอย่างมืดมนว่า
“ถ้าเราต้องการหลุดไล่ล่าของเทียนหมิงจื่อแล้ว มันก็มีเพียงสถานที่เดียว
ที่จะทำเช่นนั้นได้ มันคือสถานที่ซึ่งแม้แต่เขายังจะไม่สามารถเข้าไปได้…
และเป็นที่ซึ่งเราต้องไป!”
“เจ้ากำลังพูดว่า…” เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึกความหนาวเย็นคืบคลานขึ้น
แผ่นหลังขณะที่นางได้ยินสิ่งนี้ แม้ว่าจะมีสถานที่ซึ่งน่ากลัวมากมายในสัน
เขาสุสานเทพและเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งแม้แต่มหาราชันพิภพก็
สามารถตายได้ ในความเป็นจริง มันเป็นไปได้ที่กระทั่งพวกเขายังจะตก
ตายได้ มันจึงพอสำหรับมหาราชันพิภพที่จะกลัวหัวหดและไม่กล้าที่จะ
เข้าไป
หากมีสถานที่ซึ่งแม้แต่มหาราชันพิภพก็ยังไม่อาจเข้าไป นั่นก็จะเป็น
สถานที่ซึ่งกระทั่งราชันสวรรค์ ยังไม่กล้าก้าวเข้าไปด้วยเช่นกัน นั่นคือ…
หุบเขามรณะ!
“หลินหมิง เจ้าไม่ได้จะบอกว่าเจ้าต้องการไปที่หุบเขามรณะใช่
หรือไม่!?” แม้ว่าตัวตนของเสี่ยวหมัวเซียนนั้นจะเป็นของคนที่ไม่กลัว
สวรรค์หรือโลก แต่สีหน้าของนางก็ยังเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้
“ใช่แล้ว!”
เสี่ยวหมัวเซียนสูดลมหายใจเย็น “เรากำลังเข้าสู่หุบเขามรณะจริง
หรือ? ตำนานบอกว่ามันเป็นสถานที่ซึ่งแม้แต่ราชันสวรรค์ก็ยังไม่สามารถ
หวนกลับมาได้ เจ้าเชื่อหรือไม่? หากเราเข้าไป เรายังจะมีโอกาสที่จะกลับ
ออกมาได้หรือ?”
“ข้ามีความมั่นใจอยู่บ้าง เราจำเป็นต้องเดิมพันทุกอย่างในสิ่งนี้!”
หลินหมิงยืนยันแล้วว่าขุมสมบัติเทพแห่งแดนเร้นร้างไพศาลอยู่ในหุบ
เขามรณะ
ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาจะต้องไปที่นั่นในไม่ช้าก็เร็ว เขาเชื่อว่าจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่ามีเหตุผลในการให้รางวัลเขาด้วยจี้หยกหลังจากการ
ทดสอบหลายด่านแล้ว มันจึงไม่ควรเป็นกับดักที่ตั้งใจจะทำร้ายผู้อื่น
ถึงแม้จะมีอันตรายในหุบเขามรณะ แต่ก็ไม่ควรไร้ความหวัง!
ด้วยโชคต่อหน้าเขา หลินหมิงจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน และตอนนี้
เมื่อเทียนหมิงจื่อไล่ล่าเขาจากด้านหลัง สิ่งนี้ก็บังคับให้หลินหมิงเปลี่ยน
แผนของเขาก่อนหน้านี้และเข้าสู่หุบเขามรณะ!
“หลินหมิง ข้าไม่เข้าใจเจ้าเลย ไม่ว่าข้าจะคิดอย่างไร มันก็ดู
เหมือนว่าเจ้ามีความเข้าใจในเรื่องสันเขาสุสานเทพอยู่แล้ว…” ยิ่งเสี่ยวห
มัวเซียนอยู่กับหลินหมิงมากขึ้น นางก็รับรู้ถึงความลึกลับจากเขามากขึ้น
เขาเป็นปริศนาชั้นแล้วชั้นเล่า
หลินหมิงกระทั่งยังมีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถกลับออกมาจาก
สถานที่ซึ่งราชันสวรรค์ยังตกตาย นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับคนส่วนใหญ่
แต่เสี่ยวหมัวเซียนไม่คิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม หลินหมิงเป็นคนที่
สร้างปาฏิหาริย์อยู่เสมอ
“ดี หากเจ้ามีความมั่นใจมาก เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้า!”