Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,499 วิหารทองแดงโบราณ
หลังจากทำงานหนักเป็นเวลา 7 ปีและพยายามอย่างเต็มที่ทุกวัน
ช่วงเวลาที่หลินหมิงรอมาถึงก็มาถึงในที่สุด
เขาเดินผ่านรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะและมาถึงที่นี่อย่างที่
ไม่มีใครเคยทำได้!
“พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?”
เสี่ยวหมัวเซียนถามด้วยความประหลาดใจ ถึงกระนั้น เมื่อหลินหมิ
งบุกผ่านแผนภาพเต๋าแรก นางก็มีลางสังหรณ์ว่าจริงๆแล้วเขาจะสามารถ
ผ่านรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะนี้และนำนางออกจากดินแดน
อันตรายนี้ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงหัวใจของรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะ
เสี่ยวหมัวเซียนก็มีรู้สึกราวกับว่านางกำลังฝัน
หัวใจของรูปแบบค่ายกลค่ายกลของสัตว์อสูรเทวะสุสานเต็มไปด้วย
ความลึกลับ นับตั้งแต่มีหุบเขามรณะ นักสู้นับไม่ถ้วนตกตายที่นี่ และยังไม่
มีใครสามารถก้าวเข้าไปในดวงตาของรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะ
ได้
เมื่อภาพลวงตาของแผนภาพค่ายกลแดนแห่งฝันหายไป, 3 แผนภาพ
สุดท้ายก็ได้เปิดเผยตนเองต่อหน้าหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
3 แผนภาพเต๋านี้จัดเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม แต่ละอันกว้างหนึ่งพัน
ไมล์ แผนภาพเต๋าเหล่านี้เต็มไปด้วยรูปแบบที่สลับซับซ้อน แต่ไม่มี
พลังงานใดไหลผ่าน กลับกัน มันไม่มีอะไรนอกจากความเงียบที่เป็น
อันตรายถึงชีวิต
ไม่มีโครงกระดูกของสัตว์อสูรเทวะที่ทำให้แผนภาพมีความ
เสถียรภาพ พวกมันเหมือนที่หลินหมิงคิด – ว่างเปล่า
และในใจกลางของ 3 แผนภาพเต๋าสาม ที่ลอยอยู่ในอวกาศนั้นเป็น
วิหารทองแดงโบราณอันงดงาม!
วิหารทองแดงโบราณนี้ใหญ่พอๆกับภูเขา เมื่อมันลอยอยู่ในความมืด
ที่ไร้สิ้นสุด เปล่งรัศมีของความลึกลับและบรรยากาศของเวลาเนินนานปี
ไม่รู้จบ
“ไปกันเถอะ ไม่ควรมีอันตรายใดๆ…”
หลินหมิงจับมือของเสี่ยวหมัวเซียนและทั้งสองก็บินไปที่วิหาร
ทองแดงโบราณด้วยกัน
พวกเขาไปอย่างช้าๆ ระยะทางหลายพันไมล์ใช้เวลาสองชั่วโมงเต็ม
ในการข้ามผ่าน
เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้วิหารทองแดงโบราณ พวกเขาก็สามารถรู้สึก
ได้อย่างลึกซึ้งว่ามันยิ่งใหญ่และน่าประหลาดใจเพียงใด
เมื่อยืนอยู่ต่อหน้ามัน เสี่ยวหมัวเซียนและหลินหมิงจะรู้สึกได้ถึงพลัง
ปีศาจที่น่ากลัวที่มาจากวิหาร ดูเหมือนว่าพลังปีศาจทั้งหมดจากเมื่อก่อน
ได้ทะลักออกมาจากวิหารทองแดงโบราณนี้
“เราจะเข้าไปได้อย่างไร?”
เสี่ยวหมัวเซียนมองไปที่ประตูใหญ่ของวิหารทองแดงโบราณ ประตูนี้
มีความสูงหลายพันฟุตและดูหนักมาก แผ่ออร่าอันไร้ขอบเขตออกมา มัน
เป็นเหมือนว่ากับมีแหล่งกำเนิดเต๋าอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลได้ถูกผนึกไว้
ด้านหลังประตูนี้ และหลังจากผู้หนึ่งเปิดมัน เขาจะได้ประสบกับการ
สันดาปจากเต๋าอันยิ่งใหญ่
หลินหมิงยังคงเงียบงัน เมื่อเขายืนอยู่หน้าประตู เขารู้สึกถึงหยก
โบราณในโลกภายในของเขาที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการโบกมือของเขา
หยกโบราณปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ จากนั้น เอาหยกโบราณไปกดมันลงบน
ประตู
หากเขาไม่ได้ผิด เช่นนั้นหยกโบราณเองก็จะเป็นกุญแจของประตูนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ หยกโบราณที่มีขนาดเท่าฝ่ามือของทารกจมลงไปใน
ประตู
“เจ้ากำลังทำสิ่งใด?” เสี่ยวหมัวเซียนถาม
“การเปิดประตูไง” หลินหมิงตอบกลับอย่างเรียบง่าย อย่างไรก็ตาม
เขาขมวดคิ้ว ประตูทองแดงโบราณนี้ไม่ขยับหรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เลย
ในช่วงเวลานั้นเขาคิดว่าตนทำผิดพลาด แต่หลังจากรอเวลาหลาย
นาที่ หลินหมิงก็ได้ยินเสียงดังก้องเหมือนฟ้าผ่า ราวกับประตูสูงนับพันฟุต
ประตูที่หนักพอๆกับดาวเคราะห์เริ่มเปิดช้า!
ประตูทองแดงโบราณนี้เปิดขึ้นช้ามากๆ แต่ก็ไม่มีพลังที่สามารถขว้าง
กั้นการเปิดของมันได้
เมื่อประตูทั้งสองด้านแยกออกจากกันอย่างช้าๆ เสี่ยวหมัวเซียนก็
รู้สึกราวกับว่าโลกกำลังถูกสร้างขึ้นต่อหน้านาง และทั้งสองด้านของประตู
เป็นสวรรค์และปฐพี
เมื่อประตูเปิดออก ออร่าของเต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ทะลักออกมาภายนอก
ฉากภายในวิหารทองแดงโบราณลึกลับนั้นเปิดเผยตัวเองต่อหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียน!
เสี่ยวหมัวเซียนอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ร่องรอยของความตื่นเต้น
ความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวกระจายอยู่ในหัวใจของนาง
วิหารทองแดงโบราณนี้ตั้งอยู่ในใจกลางของรูปแบบค่ายกลสุสาน
สัตว์อสูรเทวะในหุบเขามรณะ ไม่เคยมีใครก้าวเข้ามาที่นี่เป็นเวลาหลาย
พันล้านปี สิ่งใดอาจจะอยู่ภายในกัน?
หลินหมิงจับมือของเสี่ยวหมัวเซียน มีสีหน้าอย่างจริงจังขณะที่เขา
พูดว่า “ตามข้ามา”
เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาทั้งสองจึงก้าวผ่านประตูหน้า
วิหารทองแดงโบราณโบราณนั้นกว้างขวาง ทุกสิ่งภายในมีขนาดใหญ่
จนถึงจุดที่ทำให้ต้องตกใจ เสาของมันหนาพอที่จะต้องใช้หลายร้อยคน
โอบ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยิ่งใหญ่ครอบคลุมผนัง และกระเบื้องมีความ
หนาเท่ากับมะเขือเทศ ทุกอย่างที่นี่ดูเหมือนเคร่งขรึมและสง่างาม ดุจดั่ง
จักรพรรดิ
ห้องโถงใหญ่เงียบโดยไม่มีเสียงแม้แต่น้อย หลินหมิงและเสี่ยวหมัว
เซียนสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเองได้อย่างชัดเจนรวมถึงเสียง
สะท้อนของเสียงฝีเท้าพวกเขา
ในเวลานี้ เสียงหวีดหวิวของเปลวเพลิงก้องกังวานในห้องโถง
เสี่ยวหมัวเซียนและหลินหมิงตื่นตกใจ ในช่วงเวลาต่อมา พวกเขา
เห็นคบเพลิงส่องสว่างทั้งสองด้านรอบตัวราวกับดวงอาทิตย์
ในที่สุดหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนก็สามารถมองเห็นทุกอย่าง
ภายในห้องโถงได้อย่างชัดเจน
ห้องโถงนี้กว้างพอที่จะใส่กองใหญ่ไว้ภายในได้ รอบๆมันเป็นรูปปั้น
ต่างๆ
ประติมากรรมบางชิ้นมีความดุร้าย ประติมากรรมบางชิ้นมีความสงบ
ประติมากรรมบางชิ้นแสดงให้เห็นถึงศิลปะการต่อสู้ของเผ่าพันธุ์ต่างๆ
และประติมากรรมบางชิ้นจำลองดอกไม้และต้นไม้ อย่างไรก็ตาม รูปปั้น
ส่วนใหญ่เป็นของ… สัตว์อสูรเทวะ!
เพียงเดินลงมาจากห้องโถง หลินหมิงก็จะเห็นรูปปั้นสัตว์อสูรเทวะที่
อยู่รอบตัวเขานับแสนตน รูปปั้นสัตว์อสูรเทวะเหล่านี้ล้วนแต่เหมือนมีชีวิต
จริง และทั้งหมดเป็นรูปแบบผ้นแปรโบราณ ประเภทที่แม้แต่เสี่ยวหมัว
เซียนก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
เมื่อพวกเขามาถึงจุดสิ้นสุดของห้องโถงนี้ หลินหมิงและเสี่ยวหมัว
เซียนก็ข้ามทางเดินและเข้าไปในห้องโถงที่สองต่อ
ห้องโถงใหญ่นี้มีขนาดเล็กกว่าห้องก่อนหน้ามาก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดใน
ห้องโถงนี้คือโต๊ะทองแดงสูงตระหง่าน โต๊ะทองแดงนี้สูง 99 ฟุต หนา 13
ฟุตและมีน้ำหนักมาก พื้นผิวของศิลานั้นเรียบเนียนราวกับกระจก โดยไม่
มีตัวอักษรใดแกะสลักลงไป
และใต้โต๊ะทองแดงนี้คือโลงศพทองแดงโบราณ โลงศพทองแดง
โบราณนี้ห่อหุ้มด้วยโซ่หนาดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกขังอยู่ในโลงศพ
หลินหมิงมองเข้าไปใกล้ๆและเห็นว่าวัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์โซ่เหล่านี้
เป็นวัสดุสวรรค์ที่สามารถพบเจอได้ผ่านทางโชคชะตาเท่านั้น หาก
ปรมาจารย์กลั่นสกัดระดับราชันสวรรค์ได้รับวัสดุเหล่านี้เพียงเล็กน้อย
พวกเขาก็อาจมีความสุขไปตลอดชีวิต
“โต๊ะทองแดง โลงศพโบราณ… นี่เป็นสุสานใช่หรือไม่?”
นี่เป็นความคิดแรกของเสี่ยวหมัวเซียน ถ้าเป็นสุสานจริง คนที่น่าจะ
อยู่ในโลงศพทองแดงก็ควรเป็นจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า!
แม้ว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่านั้นจะทรงพลังเกินกว่าจะเปรียบเทียบ
แต่เขาก็เป็นตัวตนที่มีอยู่มานับพันล้านหรือหลายหมื่นล้านปีก่อน
สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือเขาตายไปแล้ว หากเขาจะต้องตาย
และฝังตัวเองในวิหารทองแดงโบราณนี้ สร้างรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์
อสูรเทวะเพื่อปกป้องที่พำนักของเขา ทั้งหมดก็จะสมเหตุสมผล
“เป็นไปได้หรือไม่ที่ว่า… หุบเขามรณะเป็นสุสานที่จ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าสร้างขึ้นเพื่อตนเอง!”
เสี่ยวหมัวเซียนโพล่งออกมาดังๆ นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจ ไม่มี
ใครอยากให้หลุมศพของพวกเขาถูกรบกวนจากผู้อื่น หากหลุมศพเป็น
เป้าหมายของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าอย่างแท้จริงเมื่อเขาสร้างหุบเขา
มรณะ นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคนที่เข้ามาจะต้องตาย แต่นางกับ
หลินหมิงมาถึงขั้นตอนนี้แล้วและได้เห็นโลงศพของจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าด้วยซ้ำ นี่เป็น… อาชญากรรมที่น่าอับอายกว่าศีลธรรมทั้งหมด
“เจ้าเข้าใจผิด” หลินหมิงส่ายหัวจากด้านข้างสี่ยวหมัวเซียน จ้าว
แห่งเส้นทางอาชูร่าได้ทิ้งหยกจักรพรรดิไว้เบื้องหลังอย่างชัดเจนว่าเพื่อใช้
เป็นกุญแจในการเปิดรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะ แน่นอนว่าแม้ว่า
ใครจะได้รับหยกจักรพรรดิ แต่หากต้องการที่จะเปิดรูปแบบค่ายกลสุสาน
สัตว์อสูรเทวะก็ยากเกินกว่าปีนสวรรค์!
ข้อกำหนดสำหรับคนที่จะเปิดสุสานขบวนสัตว์อสูรเทวะได้ก็คือ พวก
เขาต้องการรากฐานที่แข็งแกร่ง การรับรู้ที่ยอดเยี่ยม และพวกเขา
จำเป็นต้องบ่มเพาะแก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงชี้ไปที่โต๊ะทองแดงและพูดกับเสี่ยวหมัวเซียน “โต๊ะทองแดง
นี้ดูเหมือนโต๊ะ แต่ความจริงก็คือมันเป็นตำราตำราโบราณที่หล่อจาก
ทองแดง”
“ตำรา?” เสี่ยวหมัวเซียนตะลึง หลังจากตรวจสอบด้วยสัมผัสรับรู้
ของนางแล้ว นางก็ค้นพบว่ามันเป็นตำราโบราณเล่มหนา
จากด้านหน้า ตำราทองแดงโบราณตั้งอยู่บนพื้น ไม่แตกต่างจากโต๊ะ
ทองแดง
“นี่คือตำรา ข้าสงสัยยิ่งว่ามีสิ่งใดเขียนอยู่ภายในและมีสิ่งใดอยู่ในโลง
ศพนั่นหรือไม่?”
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่รู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในโลงศพนั่น แต่สิ่งที่ข้าแน่ใจ
คือ ซากศพของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่านั้นไม่ได้ถูกฝังอยู่ภายใน”
หลินหมิงมีเหตุผลในการคาดเดาของเขา จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเป็น
ตัวตนที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วและหากได้พักผ่อนตลอด
กาลในโลงศพโบราณจริง หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนก็ยังคงจะรู้สึกได้
ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวอย่างเหลือเชื่ออยู่ดีเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าโลงศพโบราณ
ไม่มีทางที่พวกเขาจะยืนอยู่ที่นั่นด้วยความผ่อนคลายเช่นในปัจจุบันได้
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงเชื่อว่าหากจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเลือกที่จะทิ้งมรดก
ของเขาไว้ก่อนที่เขาจะตาย เขาก็จะไม่เลือกสุสานของเขาที่ซึ่งมีผู้ท้าชิง
ด้านทดสอบนับไม่ถ้วนมาที่นี่เพื่อรบกวนสถานที่พักของเขา
“ข้าจะเปิดมันได้หรือไม่?” เสี่ยวหมัวเซียนชี้ไปที่ตำราทองแดง
โบราณ ที่นี่ นางต้องระวังทุกการเคลื่อนไหวที่นางทำ หากนางแตะบางสิ่ง
ที่มีอาคมโดยไม่ตั้งใจ นางอาจนำความหายนะมาสู่ตัวเอง
หลินหมิงหลับตาและตรวจสอบด้วยสัมผัสรับรู้ของเขา ในความเป็น
จริง หลังจากที่พวกเขาบุกผ่านรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะ นั่นก็
ควรได้รับการพิจารณาว่าผ่านการทดสอบแล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรมีอันตราย
ใดๆในวิหารทองแดง
“เจ้าทำได้” หลินหมิงตอบกลับ
“ดียิ่ง!” เสี่ยวหมัวเซียนพูดอย่างตื่นเต้น นางลูบมือ ดูค่อนข้างกระวน
กระวาย
หลังจากมาถึงที่นี่แล้วและใกล้จะได้เห็นความลับสุดท้ายในหุบเขา
มรณะ แน่นอนว่านางย่อมรู้สึกตื่นเต้น
ยิ่งกว่านั้น นางอาจเป็นบุคคลแรกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จะได้เปิด
ตำราทองแดงโบราณและดูความลับภายใน เมื่อนางคิดถึงสิ่งนี้ นางมี
ความรู้สึกถึงความสำเร็จที่สูงมาก
นางกระโดดไปที่ด้านหน้าตำราโบราณอย่างร่าเริง จากนั้น มือทั้งสอง
ของนางก็จับตำราโบราณและพยายามดึงมันมา อย่างไรก็ตาม ในขณะที่
นางพยายามเปิด นางก็ไม่สามารถขยับมันได้เลย มันเหมือนกับว่าตำรา
โบราณเล่มนี้เป็นรูปปั้นโลหะ ไม่อาจดึงมันมาได้ไม่ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะ
พยายามไปเท่าใด
เสี่ยวหมัวเซียนไม่เชื่อเรื่องโชคลาง นางดึงแขนของนางขึ้น กัดริม
ฝีปากของนางแล้วดึงมันด้วยพละกำลังทั้งหมดและตะโกน “จงเปิด!”
เสียงตะโกนของเสี่ยวหมัวเซียนนั้นดังและชัดเจน แต่ตำราโบราณก็
ไม่ได้สนใจว่านางใช้ความพยายามมากเพียงใด มันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เหมือนเมื่อก่อน
“บัดซบ! นี่เป็นเรื่องตลกใช่หรือไม่? เรามาไกลถึงเพียงนี้แล้ว แต่
ยังคงมีอาคมในตำราเล่มนี้ ช่างน่าโมโหยิ่ง!” เสี่ยวหมัวเซียนโกรธและไม่
พอใจ
ในความเห็นของนาง การทดสอบก่อนหน้านี้ก็มากเกินพอแล้ว
ในช่วงเวลานับไม่ถ้วนนับตั้งแต่หุบเขามรณะถูกสร้างขึ้นมา มันก็ไม่มีใคร
นอกจากสหายประหลาดหลินหมิงที่สามารถผ่านด่านทดสอบได้ เหตุใด
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มอาคมผนึกที่ไม่จำเป็นในตำราด้วยเล่า?
เมื่อหลินหมิงเห็นสิ่งนี้ เขาก็ไม่สามารถกลั้นยิ้มได้ เขาเดินไปข้างหน้า
และเอื้อมมือออกมาเพื่อปลดตรึงหัวเข็มขัดบนปกตำรา ด้วยสีหน้าตลก
ขบขันบนใบหน้า เขากล่าวว่า “มันไม่มีอาคมใดๆ เจ้าเพียงต้องปลดหัว
เข็มขัดโลหะเท่านั้น”
“เอ่อ…” เสี่ยวหมัวเซียนมองที่หัวเข็มขัดที่ด้านข้างของตำราโบราณ
แล้วอ้าปากค้าง ราวกับว่านางกำลังกลืนไข่ลงไป นางหน้าแดงขณะที่เต็ม
ไปด้วยความอับอายและพูดอย่างงุ่มง่ามว่า “ทำไมเจ้าไม่พูดก่อนหน้า
นี้…”