Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,508 คุกโกลาหล
ลึกภายในตำหนักสวรรค์บรรพกาล หลินหมิงกำลังเข้าฌานอยู่ใน
ห้องโถงใหญ่ เขารู้สึกถึงสัมผัสรับรู้ที่ตรึงอยู่ตำหนักสวรรค์บรรพกาล
เรียบร้อยแล้ว; เทียนหมิงจื่อได้ไล่ล่าอย่างแท้จริง
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงคาดหวังว่าไม่เพียงแต่จะมีเทียนหมิงจื่อ แต่องค์
ชายจักรพรรดิน่าฉีและผู้ติดตามของเขาก็จะเข้าร่วมการไล่ล่าในไม่ช้า
หลินหมิงเห็นองค์ชายจักรพรรดิน่าฉีและกลุ่มของเขาในเมืองมารฟ้า
พวกเขามีผู้ทรงพลังราชันพิภพรวมทั้งสองกึ่งราชันพิภพ เมื่อรวมเทียนหมิ
งจื่อด้วย เขาจะต้องเผชิญหน้ากับราชันพิภพอย่างน้อยสองคนและ
ผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขา
“หลินหมิง เจ้าวางแผนจะทำสิ่งใด?” เสี่ยวหมัวเซียนเหลือบมองที่
หลินหมิง ในความเห็นของนาง ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะทะลวงเข้าสู่ขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะต่อสู้กับผู้ทรงพลังหลาย
คนพร้อมกัน ความแตกต่างระหว่างขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และราชันพิภพ
นั้นมากเกินไป
“ข้าต้องล่อพวกเขาให้เข้าไปลึกกว่านี้ ในสันเขาสุสานเทพมีดินแดน
แห่งความตาย 7 แห่ง ข้าจะเลือกอันที่อันตรายที่สุดแล้วรอพวกเขาที่
นั่น!”
ในขณะที่หลินหมิงพูด ดวงตาของเขาส่องแสงจิตสังหาร เขารู้ว่าไม่
ว่าจะเป็นเทียนหมิงจื่อหรื องค์ชายจักรพรรดิน่าฉี ทั้งสองคนก็ไม่ยอมแพ้
ที่จะไล่ตามเขามาที่นี่ สิ่งนี้คล้ายกับที่หลินหมิงไม่ยอมแพ้ในโชคแม้ว่า
สถานการณ์จะอันตรายอย่างมาก
ข้อได้เปรียบของเขาคือ เขาเข้าใจสนามพลังเต๋าของสันเขาสุสานเทพ
ด้วยมัน เขาสามารถใช้ภูมิประเทศสร้างความได้เปรียบ
หัวใจของเสี่ยวหมัวเซียนเต้นข้ามจังหวะเมื่อนางได้ยินสิ่งนี้ แม้ว่า
สนามพลังเต๋าของสุสานสัตว์อสูรเทวะนั้นจะมีอันตรายด้อยกว่ารูปแบบ
ค่ายกลของสุสานสัตว์อสูรเทวะแห่งหุบเขามรณะ แต่ก็ยังน่ากลัวอย่างยิ่ง
อยู่ดี ในตำนานกล่าวกันว่า แม้แต่มหาราชันพิภพก็ยังจะตกตายที่นั่น หาก
หลินหมิงเลือกดินแดนแห่งความตายที่อันตรายที่สุด พวกเขาทั้งหมดมันก็
ไม่เป็นที่ทราบว่าการต่อสู้นั้นจะโหดร้ายเพียงใด
“เจ้าวางแผนจะฆ่าเทียนหมิงจื่อด้วยหรือ?” เสี่ยวหมัวเซียนอ้าปาก
ค้าง การบ่มเพาะของเทียนหมิงจื่อนั้นแตกต่างจากของพวกเขามาก
เกินไป หลินหมิงเองก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ สำหรับเขาที่จะ
ฆ่ามหาราชันพิภพเทียนหมิงจื่อ นี่ก็เป็นความสำเร็จที่ไม่อาจจินตนาการ
ได้
หลินหมิงกล่าวว่า “เทียนหมิงจื่อเป็นคนที่ลึกซึ้งและลึกลับ ในอดีต
เมื่อเขาเป็นศิษย์สายาตรงของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง เขา
ได้ติดต่อกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพและกลายเป็นสายลับของพวกเขา ในที่สุด
โดยอาศัยความแข็งแกร่งและแผนการของเขาเอง เขาก็สามารถบ่อน
ทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองได้ทั้งหมด แม้แต่มหาราชัน
พิภพแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองก็ยังถูกสังหารโดยเขา ถ้า
ข้าต้องการที่จะฆ่าเขา ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำเช่นนั้นได้เลย”
ตามคำกล่าวของมู่เชียนเสวีย, เทียนหมิงจื่อเป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์
อย่างน่ากลัว ไม่ด้อยไปกว่ามู่เชียนเสวียเลย หากแผนการของเขาไม่ได้ถูก
ทำลายที่ดาวเคราะห์นภารินไหลและสูญเสียมือไป เขาจะกลายเป็นราชัน
สวรรค์ไม่ช้าก็เร็ว นอกจากนี้ เทียนหมิงจื่อก็ยังไม่มีพื้นหลังที่จะพูดถึง เขา
ไม่มีอะไรมากไปกว่านักสู้สามัญ สำหรับเขาที่จะมาถึงระดับนี้ด้วย
พรสวรรค์และแผนการของเขาเองนั้น มันก็น่าประหลาดใจมากพอแล้ว
หลินหมิงจึงย่อมกลัวตัวตนที่โหดเหี้ยมเช่นนี้
อันที่จริง ถ้าเป็นไปได้ หลินหมิงก็ไม่ต้องการที่จะโยนตัวเองเข้าสู่การ
ต่อสู้เป็นตายกับเทียนหมิงจื่อในตอนนี้ เมื่อต้องการเผชิญหน้ากับคนที่เขา
ไม่รู้จักความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงและยังเป็นสองขอบเขตใหญ่และอีก
ครึ่ง นี่ก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดนัก
อย่างไรก็ตาม หากหลินหมิงไม่ได้เผชิญหน้ากับเทียนหมิงจื่อ เช่นนั้น
ทางเลือกเดียวของเขาคือต้องหลบซ่อนตัวในหุบเขามรณะอีกครั้งเพื่อขอ
ความคุ้มครอง เทียนหมิงจื่อจะเฝ้าอยู่นอกหุบเขามรณะ และสำหรับ
หลินหมิงเขาจะต้องไปปิดด่านที่นั่น ในดินแดนอันมืดมิดและรกร้างของ
หุบเขามรณะ มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างความก้าวหน้าอีกครั้ง
การบ่มเพาะของหลินหมิงในการปิดด่านได้มาถึงคอขวดแล้ว เขา
ต้องการหล่อหลอมตนผ่านความยากลำบากและการต่อสู้เพื่อที่จะเดินไป
ตามเส้นทางของนักสู้ต่อไปได้
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลพุ่งไปข้างหน้าเหมือนดาวตก ในสถานการณ์
ที่เขาเร่งความเร็วโดยไม่คำนึงถึงปริมาณพลังงานจำนวนมหาศาล
ความเร็วจึงสูงอย่างยิ่ง ในไม่ช้า หลินหมิงได้มาถึงที่หมายปลายทางของ
เขา ด้านหน้าของเขาเป็นดินแดนแห่งความมืดมิดสัมบูรณ์ที่มีระยะทาง
ร้อยไมล์
ดินแดนทั้งหมดนี้ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ ท่ามกลางหมอกที่หมุน
วนนี้เป็นรอยฉีกมหึมาในห้วงมิติ รอยฉีกนั้นเผยให้เห็นความมืดอันไร้
สิ้นสุด และความมืดนี้ดูเหมือนจะนำไปสู่มิติเวลาที่แตกต่าง
นี่เป็นเขตอันตรายที่อันตรายที่สุดของสันเขาสุสานเทพ – คุก
โกลาหล!
ที่นี่ มิติเวลามีความคุกโกลาหลอย่างหาที่เปรียบ คดเคี้ยวเหมือนเขา
วงกต หากผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์หรือผู้ปกครองเทวะต้องเข้าไป พวกเขาจะ
หลงไปในมิติเวลาโกลาหลและไม่สามารถออกไปได้ตลอดกาล
แม้แต่ผู้ทรงพลังราชันพิภพ เมื่อพวกเขาเข้าไปในคุกโกลาหล พวก
เขาจะต้องเผชิญหน้ากับสนามพลังที่น่ากลัวและพายุมิติเวลา พวกเขา
จะต้องใช้พลังงานจำนวนมาก และหากพวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้ใน
ระยะเวลาอันสั้น พวกเขาก็จะตกตายที่นั่น
“สถานที่แห่งนี้คือ…”
เมื่อเห็นหมอกสีดำแผ่ออร่าที่น่ากลัว เสี่ยวหมัวเซียนก็ตกใจ นางรู้ว่า
หลินหมิงกำลังจะบินไปยังดินแดนนี้!
ในปีที่ผ่านมา เสี่ยวหมัวเซียนได้รับรู้คัมภีร์อาชูร่าเล่มแรกและยังมี
ความสามารถขั้นพื้นฐานในการตัดสินและกำหนดเขตแดนสนามพลังเต๋า
ของสันเขาสุสานเทพ นางเห็นได้ในทันทีว่าสถานที่ซึ่งหลินหมิงเลือกนั้น
อาจเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดของทั้งสันเขาสุสานเทพ!
“นี่คือคุกโกลาหล!” หลินหมิงพูดโดยไม่หันกลับ สำหรับตำหนัก
สวรรค์บรรพกาลที่มีความเร็วสูง ร้อยไมล์นั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า
พริบตา จากนั้น ด้วยแรงผลักดันอย่างมิอาจหยุดยั้ง ตำหนักสวรรค์บรรพ
กาลบุกเข้าไปในคุกโกลาหลราวกับดาวหางพุ่งเข้ามาในโลก!
เสี่ยวหมัวเซียน กลั้นลมหายใจของนาง นางเชื่อว่าหลินหมิงสามารถ
บินได้อย่างง่ายดายผ่านคุกโกลาหลได้ตามปกติ แต่จะทำเช่นนั้นขณะถูก
สองราชันพิภพไล่ล่ามันย่อมิใช่เรื่องง่าย
แม้ว่าหลินหมิงจะคุ้นเคยกับสนามพลังเต๋าของสันเขาสุสานเทพ
สนามพลังและพายุมิติในคุก โกลาหล ก็เหมือนกันกับทุกคน หากหลินหมิ
งถูกดูดเข้าไปในหนึ่งในนั้น เขาเองก็จะตายเหมือนคนอื่น ข้อได้เปรียบ
อย่างหนึ่งของหลินหมิงที่นี่คือ เขาสามารถไปตามสนามพลังเต๋าภายในคุก
โกลาหลและหลีกเลี่ยงพายุที่ร้ายแรงเหล่านี้ได้
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
เมื่อตำหนักสวรรค์บรรพกาลเข้าสู่คุกโกลาหล โครงสร้างทั้งหมดก็
สั่นสะเทือน ในใจกลางของรูปแบบค่ายกล สามหยกเก้าตะวันแตกเป็น
เสี่ยงๆทันที่ กลายเป็นเถ้าถ่าน
เห็นได้ชัดว่าตำหนักสวรรค์บรรพกาลเพิ่งชนกับสนามพลังและพายุ
ที่นี่ และได้ใช้พลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อป้องกันตัวเอง!
หลินหมิงกล่าวว่า “ถ้าเราอยู่ในตำหนักสวรรค์บรรพกาล เช่นนั้นก็ไม่
มีทางที่เราจะหลีกเลี่ยงสนามพลังและพายุ เราต้องออกไปจากที่นี่ เจ้า
ต้องเข้าสู่โลกภายในของข้าและให้ข้าจัดการส่วนที่เหลือ”
หลินหมิงกล่าวโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม เขาเริ่มที่จะเก็บตำหนัก
สวรรค์บรรพกาลไว้ และในวินาทีต่อมาเขาและเสี่ยวหมัวเซียนถูก
เคลื่อนย้ายไปข้างนอก
สถานที่นี้เป็นเหมือนจักรวาลที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีดำหนาและเหนียว
มีพายุรุนแรงทุกหนทุกแห่ งและยังมีกระแสพลังงานคลั่งที่น่ากลัว มิติและ
เวลายุ่งเหยิง จิตสังหารที่พุ่งออกมาในทุกทิศทาง มีอันตรายมากมายที่
มองไม่เห็นและไม่สามารถสัมผัสได้ที่นี่ หากมีใครจะตายที่นี่ มันก็จะไม่มี
อะไรเหลืออยู่จากศพของพวกเขาเลย
ขณะที่หลินหมิงล่อเทียนหมิงจื่อมายังเขตอันตรายนี้ เพื่อรับประกัน
ว่าเขาจะยืดหยุ่นได้มากที่สุด ทางเลือกเดียวของเขาคือเก็บตำหนักสวรรค์
บรรพกาลไว้และวางตัวเองให้อยู่ท่ามกลางอันตราย
เสี่ยวหมัวเซียนจ้องมองที่หลินหมิงอย่างลึกซึ้ง ดูเหมือนจะมีหลายคำ
ที่นางต้องการพูดและสะท้อนในสายตาของนาง แต่นางก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่
เวลาที่จะพูด นางกัดฟันและพุ่งเข้าสู่โลกภายในของหลินหมิง
เสี่ยวหมัวเซียนทราบดีว่าก่อนที่ตนเองจะเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
มันคงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะช่วยเหลือหลินหมิงในทางใดทางหนึ่ง หากนาง
แทรกแซง นางก็อาจจะลากอันตรายมาสู่พวกเขาทั้งคู่ด้วย การซ่อนตัวอยู่
ในโลกภายในของเขาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
นี่ก็เหมือนกับการวางชีวิตของตนเองใว้กับเขา ถ้าหลินหมิงตาย นาง
จะต้องพินาศไปกับเขา
หลังจากผ่านไปหลายลมหายใจ เทียนหมิงจื่อก็มาถึงด้านนอกของคุก
โกลาหล เขามองลึกลงไปในความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวของหมอกที่
อยู่เบื้องล่าง สีหน้าของเขาหม่นหมองและไม่แน่ใจ
“เจ้าเด็กนี่ เขาต้องการหลอกล่อข้าเข้าไปภายใน!” เทียนหมิงจื่อรู้ว่า
นี่เป็นเขตอันตราย แต่เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเข้าไป!
“หลินหมิง… เขามีบางอย่างที่เขาสามารถพึ่งพาเพื่อเอาตัวรอดใน
เขตอันตรายนี้ได้หรือไม่?”
เทียนหมิงจื่อรู้ว่ามีเหตุผลที่หลินหมิงพาเขามาที่นี่ คำอธิบายที่
สมเหตุสมผลที่สุดคือ เขตอันตรายนี้เหมาะสมกับหลินหมิงมากที่สุด
ด้วยการสูดลมหายใจลึก เทียนหมิงจื่อโคจรปราณแท้ปกป้องร่าง
จนถึงขีดสุด ในวินาทีต่อมา เขาพุ่งเข้าสู่คุกโกลาหลเหมือนดาวตก
เมื่อเทียนหมิงจื่อวางรูปแบบค่ายกลที่ด้านนอกของหุบเขามรณะ เขา
ได้ทิ้งร่องรอยการติดตามไว้ในรูปแบบค่ายกลด้วย หลังจากนั้น เมื่อหลินห
มิงก้าวเข้าสู่รูปแบบค่ายกล เครื่องหมายติดตามนี้ถูกฝังไว้ในร่างกายของ
อีกฝ่าย
นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เทียนหมิงจื่อพึ่งพาการไล่ล่าหลินหมิง มิเช่นนั้น ถ้า
เขาต้องบินไปยังคุกโกลาหล มันจะเป็นการยากที่จะหาเขา
ที่มาถึงในไม่ช้าหลังจากเทียนหมิงจื่อก็คือองค์ชายจักรพรรดิน่าฉีและ
กลุ่มของเขา ก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้คุกโกลาหล, พี่น้องแมงมุม ผู้นำ
ทางแห่งสันเขาสุสานเทพ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“หยุด! หยุด! ช้าลง! เราไปไม่ได้อีกต่อไป! ตรงหน้าเรานั่นคือเขต
อันตราย! ทุกคนที่เข้าไปจะต้องตาย!”
พี่น้องแมงมุมตะโกนออกมาอย่างกังวล
“หืม?” องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีขมวดคิ้ว เขาจ้องมองที่พี่น้องแมงมุม
วิสัยทัศน์ของเขาดุร้าย
ในเวลานี้ น้องสองคนนั้นหน้าซีดกว่ากระดาษ พวกเขาไม่ต้องการ
ก้าวไปข้างหน้าอย่างแน่นอน
“นั่นเป็นดินแดนที่อันตรายอย่างยิ่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมี
ผู้นำทางแห่งสันเขาสุสานเทพที่กล่าจะเข้าไปส่วนลึก ข้าเกรงว่าแม้แต่ผู้
ทรงพลังราชันพิภพที่เข้าไปก็ยังคงจะได้รับอันตรายร้ายแรงและไม่
สามารถออกมาได้!”
พี่น้องแมงมุมไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคุกโกลาหล ในบรรดาผู้ที่เข้าสู่คุก
โกลาหล มีน้อยคนมากที่จะรอดออกมาได้ แม้แต่คนที่รอดชีวิตออกมา
พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะแบ่งปันข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเขตอันตรายนี้กับพี่
น้องแมงมุม แต่ เพียงแค่สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบและใช้
สัญชาตญาณของพวกเขาเอง พวกเขาก็รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถเข้า
ได้โดยประมาท มิเช่นนั้นพวกเขาอาจประสบชะตากรรมของหายนะโดย
แท้
“ดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างยิ่งซึ่งแม้แต่ราชันพิภพยังต้อง
พินาศ?” ในขณะที่องค์ชายจักรพรรดิน่าฉีมองคุกโกลาหล เขาก็ลั่นนิ้ว
เกิดเสียงดังก้องออกมาจากพวกมัน