Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,529 ปราณโลหิตหยินสุดขั้ว
แก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดเดิมทีเป็น
พลังงานปราณโลหิตที่รุนแรงและดุดัน หากผู้หนึ่งบ่มเพาะไม่เพียงพอ
เช่นนั้นการชี้นำอนุภาคแรกกำเนิดเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายพินาศ
ด้วยการระเบิด นี่เป็นเหมือนมนุษย์ผู้หนึ่งที่กลืนทองคำแท่งหนึ่งลงไป
ร่างกายของพวกเขาจะไม่สามารถย่อยอาหารและท้องของพวกเขาจะ
บวมจนกว่าพวกเขาตาย
สถานการณ์ของหลินหมิงนั้นจะย้ำแย่มากแล้ว ในสถานะนี้ เขา
ดูดกลืนพลังงานแก่นสารอีก 20% ภาระที่วางอยู่บนร่างกายของเขานั้น
สามารถจินตนาการได้
ในจักรวาลอันว่างเปล่าที่ไร้สิ้นสุด หลินหมิงเปล่งเสียงคำรามลั่น ด้วย
การสนับสนุนจากแก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดนี้
เขาได้ชกเข้าไปยังแผนภาพแผนภาพเต๋าเก้าดารา! หลังจากชี้นำ 20%
สุดท้ายของแก่นสารลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดเข้าไปใน
ร่างกาย หลินหมิงได้ตัดช่องทางหนีของตนออกไปหมดแล้ว เขาทำได้
เพียงเดิมพันได้ทุกอย่างในความพยายามครั้งสุดท้ายนี้!
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงและร่างที่พังยับเยิน มัน
จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะดูดซับแก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิดได้ทั้ง 20% หากเขาไม่สามารถทะลวงผ่านแผนภาพเต๋าเก้าดารานี้
ได้ เช่นนั้นเขาก็จะทำได้เพียงรอให้ร่างกายของตนระเบิด!
แกร๊ก!
หลินหมิงโจมตีด้วยทุกอย่างที่เขา กระทั่งนิ้วหักออกจากกัน
แผนภาพเต๋าเก้าดาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่มันก็ยังไม่แตก
“มันยังไม่พอ!”
ความรู้สึกไม่เต็มใจท่วมท้นในใจของหลินหมิง แม้ว่าเขาจะเพิกเฉย
ต่อการกลืนแก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด 20% แต่
ความแข็งแกร่งที่เขาต้องการนั้นเหนือกว่าเพื่อที่จะทำลายแผนภาพเต๋า
เก้าดาราได้
หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป เช่นนั้นไม่นานนักร่างของหลินหมิงจะ
แตกสลายและโลกภายในของเขาก็ระเบิดเป็นชิ้นๆ!
“ร่างจำแลงพลังงานแก่นสาร , ผนึกที่สอง, คลาย!”
หลินหมิงตะโกนขึ้น ร่างจำแลงหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณที่
เขาสืบทอดมาจากภายในวิหารทองแดงมีสามผนึก ผนึกทั้งสามนี้ถูกทิ้งไว้
เบื้องหลังโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า และแต่ละผนึกที่ต่อเนื่องได้ถูกผูกไว้
แน่นกว่าอันล่าสุด
ผนึกสุดท้ายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ด้วยการบ่มเพาะในปัจจุบันของ
หลินหมิงทำให้เขาไม่สามารถคลายมันได้ แต่เขาก็สามารถคลายได้เพียง
สองอันแรก
ในวิหารทองแดง หลินหมิงคลายผนึกแรกไปแล้ว ด้วยการใช้ความ
แข็งแกร่งที่ได้รับการปลดปล่อย เขาได้ขยายโลกภายในของตนและ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้
ด้วยความเข้าใจของหลินหมิงเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่าตอนนี้ เขายัง
ไม่สามารถหลอมรวมร่างจริงของเขากับร่างจำแลง เขาทำได้เพียงใช้
วิธีการคลายผนึกนี้และรับเอาพลังงานจากร่างจำแลงของเขามาเท่านั้น
ครึ่นนนนนนนนนนนนนน!
เมื่อหลินหมิงคลายผนึกที่สองและมีเสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า
หมื่นสายฟาดลงมา ดุจดั่งสัตว์อสูรเทวะนับไม่ถ้วนคำราม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ปะทุราวกับภูเขาไฟพลุ่งพล่านปานสึนามิ
พลังนี้ท่วมท้นจากร่างจำแลงของหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณ และ
พลังทั้งหมดนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลินหมิง!
ร่างจำแลงหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณของหลินหมิงได้มาถึง
ขอบเขตที่นึกไม่ถึงแล้วในความแข็งแกร่งของกายหยาบ ขณะพลังที่ดุร้าย
และรุนแรงนี้ปะทุออกมาจากภายใน มันก็ยังสามารถต้านทานได้ อย่างไร
ก็ตาม ร่างจริงของหลินหมิงนั้นต่างออกไป เนื่องจากพลังรุนแรงนี้ท่วมท้น
ในร่างกายของเขา รวมกับทุกอย่างก่อนหน้านี้ ร่างของเขาก็เริ่มแตกร้าว
อย่างมาก
เหตุผลที่หลินหมิงเรียกพลังทั้งหมดออกมาอย่างบ้าคลั่งก็เพื่อทำลาย
แผนภาพเต๋าเก้าดารา ตราบใดที่เขาสามารถทะลวงมันได้ เช่นนั้นมันก็จะ
มีจุดที่พลังของเขาจะถูกปลดปล่อยได้ เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่
ขอบเขตถัดไปและทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ถ้าแผนภาพเต๋าเก้าดาราไม่ถูกทะลวง ทุกสิ่งจะ
กลับกันหมด หลินหมิงจะตายภายใต้การปราบปรามของแผนภาพเต๋าเก้า
ดาราและหายนะที่กำลังคร่าชีวิตเขา
“เคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์ – คลื่นร้อยชั้น!”
ในพื้นที่สีดำนี้ หลินหมิงทำได้เพียงใช้พลังของกายผันแปร ด้วยความ
แข็งแกร่งของเขาที่สูงถึง 2 พันล้านจิน เขาได้โจมตีด้วยเคล็ดบ่มเพาะ
ทรราชสวรรค์คลื่นร้อยชั้น ในช่วงเวลานั้น ความแข็งแกร่งทางกายภาพ
ของหลินหมิงเพิ่มขึ้นหลายต่อหลายเท่า และทะยานขึ้นไปถึง 5 พันล้าน
จิน!
ความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งนี้ชนเข้ากับแผนภาพเต๋าเก้าดารา ทำให้มัน
สั่นอย่างรุนแรง!
พลังงานที่โหมกระหน่ำกวาดออกไปภายนอกทำให้มิติโดยรอบฉีก
ขาดเหมือนเศษกระดาษ รอยแตกปรากฏในแผนภาพเต๋าเก้าดาราในที่สุด!
เมื่อเห็นรอยแตกนี้ในรูปแบบเต๋า ดวงตาของหลินหมิงก็สว่างขึ้น เขา
เป็นเหมือนนักเดินทางที่ขาดน้ำในทะเลทรายและในที่สุดก็เห็นโอเอซิส!
นี่เป็นแสงแห่งความหวังสุดท้าย! ไม่เช่นนั้น ถ้าสิ่งนี้ยังคงอยู่ต่อไป
ร่างกายของเขาอาจจะไม่สามารถคงอยู่ได้นานเกินอีกหนึ่งชั่วธูป!
ปึก!
หมัดของหลินหมิงชกออกอีกครั้งและกล้ามเนื้อที่แขนขวาฉีกออก
จากกัน เมื่อไม่ใสใจร่างที่พัง เขาโคจรเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์จนถึง
ขีดสุด รอยแตกในแผนภาพเต๋าเก้าดาราถูกขยายอีกครั้งโดยการโจมตีของ
หลินหมิง!
ในเวลานี้ หลินหมิงมาถึงขีดสุดแล้ว เขากัดลงบนลิ้นและเผาผลาญ
ปราณโลหิตของเขาผ่านประตูแห่งชีวิต จากนั้นเขาก็ชกด้วยหมัดที่สาม!
แกร๊ก!
กระดูกของเขาเกิดเสียงเมื่อมันแตก ใบหน้าของหลินหมิงบิดด้วย
ความเจ็บปวด กระดูกในแขนขวาของเขาพังทลายอย่างสมบูรณ์และมือ
ของเขาห้อยลงมาในมุมที่แปลกประหลาด เขาไม่สามารถกำหมัดได้อีก!
“บัดซบ!”
ช่วงเวลาหนึ่ง นัยน์ของหลินหมิงหดลง ขณะที่เขาจ้องแขนขวาที่ถูก
ทำลาย ร่างกายของเขาสั่นเทา
เมื่อไม่มีการโจมตีต่อเนื่อง รอยแตกในแผนภาพเต๋าเก้าดาราก็เริ่ม
ฟื้นฟูอย่างช้าๆ!
แม้ว่าจะใช้พลังเด็ดขาดในการทำลายแผนภาพเต๋าของเต๋าสวรรค์
มันก็จะยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆได้
อีกเพียงเล็กน้อย!
หลินหมิงกัดฟันของเขาด้วยความโกรธ เขายังคงมีแขนซ้าย แต่แขน
ซ้ายนี้จะสามารถชกได้อีกสามครั้ง ด้วยสามครั้งนี้ มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่
เขาจะทะลวงแผนภาพเต๋าเก้าดารา
“สวรรค์จะฆ่าข้าใช่หรือไม่?”
หลินหมิงไม่จำยอม! เขาอายุน้อยกว่า 60 ปีและเดินไปบนเส้นทาง
แห่งนักสู้มานานกว่า 40 ปี เขาผ่านพายุที่ยิ่งใหญ่จำนวนมาก ประสบ
ความยากลำบากมากมาย เอาชนะบุคคลที่ไม่ธรรมดานับไม่ถ้วนและผ่าน
ชีวิตที่อันตรายถึงตายนับไม่ถ้วนจนมาถึงขั้นตอนนี้ ในที่สุดเขาก็ยืนอยู่บน
จุดสูงสุดของอัจฉริยะของมวลมนุษย์!
เขาจะยินดีที่จะพินาศเช่นนี้อย่างไร?
แม้ว่าเขาจะอ่อนแอลง แต่ในขณะเดียวกัน พลังงานที่น่ากลัวก็โหม
กระหน่ำอย่างดุเดือดผ่านร่างกายของเขา โจมตีเส้นชีพจร!
มีแก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดเช่นเดียวกับ
พลังจากการคลายผนึกหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณด้วย พลังทั้งสอง
นี้ต่างเป็นหยางสุดขั้ว เมื่อพวกมันชนกันภายในร่างกายของหลินหมิง
พวกมันก็เหมือนภูเขาไฟสองลูกที่ปะทุด้วยกัน!
พลังของหยางสุดขั้วทั้งสองนี้ไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้กัน และด้วยร่างที่
พังของหลินหมิง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปราบพวกมัน พวกมันยังคง
ทำลายล้างร่างกายของหลินหมิงโดยใช้ร่างของเขาเป็นสนามรบ หากเขา
ไม่สามารถปราบปรามพวกมันได้ ร่างกายของเขาจะระเบิดเป็นชิ้นๆ!
“เต๋าสวรรค์มิได้ยอมรับข้า ในท้ายที่สุด ข้าไม่สามารถเอาชนะเต๋า
สวรรค์ได้ใช่หรือไม่?”
ภายในร่างกายของหลินหมิง พลังหยางทั้งสองเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
เรื่อยๆ กระแทกเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถปราบได้อย่าง
สมบูรณ์ หลินหมิงกัดฟัน เล็บของเขาขุดลึกลงไปในฝ่ามือ ด้วยสภาพ
ปัจจุบันของเขา ความปรารถนาที่จะรักษาเสถียรภาพพลังงานหยางทั้ง
สองให้เท่ากันนั้นก็เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
สภาพร่างกายของเขาแย่ลงเรื่อยๆ เบ้าตาของเขาเริ่มแตกร้าวและ
ดวงตาของเขาก็หลั่งโลหิต
ในช่วงเวลานั้น เขาสามารถรู้สึกได้ถึงความตาย ในชีวิตของเขาเขาได้
พบกับความรู้สึกนี้เพียงครั้งเดียวเมื่อเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ
9 และประสบกับทัณฑ์สวรรค์ทัณฑ์สวรรค์เก้าสู่เก้า
เมื่อหลินหมิงกำลังจะพังทลายและทำให้พลังงานทั้งสองระเบิด
ร่างกายของเขาเขากลับรู้สึกว่ามีพลังหยินออันอ่อนนุ่มของสตรีเข้าสู่
ร่างกายของเขา ความแข็งแกร่งเช่นนี้เป็นเหมือนกระแสน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
ที่ใสสะอาด ฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมของเขา
“นี่มัน…”
หลินหมิงตกใจ เขาสามารถรู้สึกถึงพลังขงสตรีที่อ่อนโยนเลือนลาง
ระหว่างพลังงานหยางอันดุเดือดทั้งสอง ทำให้พลังงานทั้งสองที่ปะทะกัน
อย่างรุนแรงกำลังสงบลง
แม้ว่าพลังนี้จะยังห่างไกลจากความน่าเกรงขามเมื่อเทียบกับ
พลังงานหยางทั้งสอง แต่มันก็บริสุทธิ์ถึงขีดสุด คุณลักษณะที่อ่อนโยนและ
ผ่อนคลายของพลังงานนี้สามารถรักษาเสถียรภาพของพลังงานอื่นได้
อย่างราบรื่น ทำให้เกิดสมดุลของหยินและหยาง
“นี่คือเสี่ยวหมัวเซียน…”
หลินหมิงตระหนักได้ทันที่ ในเวลานี้ มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถ
ปลดปล่อยโลหิตชีวิตที่บริสุทธิ์และนุ่มนวลเช่นนี้
หลินหมิงรู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของโลหิตฟีนิกซ์จากพลังนี้ มันเบา
และใสดุจน้ำ จึงมีออร่าของเปลวเพลิงเลือนลาง
แต่สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจต่อหลินหมิงก็คือ พลังนี้แตกต่างไปจาก
เดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเขาและเสี่ยวหมัวเซียนจับมือกัน เสี่ยวหมัวเซียนไม่
เพียงแต่ส่งพลังโลหิตฟีนิกซ์ที่แท้จริงของนางออกมาเท่านั้น แต่ยังส่งพลัง
ออร่าชีวิตอออกมาด้วย ราวกับว่าพลังงานนี้มาจากแหล่งกำเนิดชีวิตของ
นาง
“ปราณโลหิตฟีนิกซ์!?”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน จิตสำนึกของเขาถอยออกจากพื้นที่สีดำ
ซึ่งเขาพยายามที่จะทะลวง 9 ดวงแห่งวิหารเต๋าและดวงตาของเขาก็เปิด
ออกเพื่อมองเสี่ยวหมัวเซียน
ในเวลานี้ ตำหนักสวรรค์บรรพกาลถูกห่อหุ้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ของ
ดาว 9 ดวง หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนถูกวางไว้ในโลกแห่งแสงดาวอัน
ไร้สิ้นสุด นางจับมือของเขา ริมฝีปากสีแดงสดของนางเปิดออกขณะที่
กระแสโลหิตซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานไหลออกมาจากระหว่างมันและไหลสู่
หลินหมิง
โลหิตชีวิตนี้เปลี่ยนไปเป็นรูปลักษณ์ของฟีนิกซ์กลางอากาศ พวกมัน
งดงามและมีเสน่ห์ ปลดปล่อยเสียงร้องกังวานและน่ารื่นรมย์
นี่คือแห่งพลังงานโลหิตของเสี่ยวหมัวเซียนและยังมีปราณโลหิต
ฟีนิกซ์ที่แท้จริงด้วย!
ในอดีต มันจะเห็นว่าหนึ่งหยดปราณโลหิตฟีนิกซ์อันมีค่านั้นมาจาก
เผ่าฟินิกซ์โบราณ และปราณโลหิตฟีนิกซ์ของเผ่าฟินิกซ์โบราณมาจากศพ
ของฟีนิกซ์โดยใช้ทักษะลับ ปราณโลหิตนั้นได้รับการเก็บรักษาไว้เป็น
เวลานานนับไม่ถ้วนและยังด้อยกว่าปราณโลหิตฟีนิกซ์ของเสี่ยวหมัวเซียน
ในแง่ของความบริสุทธิ์ ปราณโลหิตฟีนิกซ์ของนางเต็มไปด้วยชีวิต!
ยิ่งกว่านั้น เสี่ยวหมัวเซียนของเผ่าฟีนิกซ์โบราณมาจากศพของฟีนิกซ์
ที่มีความยาวหลายพันไมล์ ศพฟีนิกซ์นั้นมีปริมาณโลหิตจำนวนมากอยู่ใน
นั้น ดังนั้นหนึ่งหยดจึงจะเปรียบเทียบกับโลหิตฟีนิกซ์บริสุทธิ์และเข้มข้น
สูงภายในร่างเล็กของเสี่ยวหมัวเซียนได้อย่างไร?
อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของเสี่ยวหมัวเซียน มันเป็นสิ่งที่
ผู้คนนับไม่ถ้วนที่พยายามที่จะได้รับไปร่างกายของนาง ถือว่าเป็นสมบัติที่
มีค่าที่สุด!
แต่ตอนนี้ เสี่ยวหมัวเซียนกลับได้ให้ปราณโลหิตฟีนิกซ์โดยตรงกับ
หลินหมิงเสถียรสองพลังงานหยางในตัวเขา
“จีเซียนเอ๋อร์!”
หลินหมิงตะโกนออกมาอย่างกังวล ถ้าเสี่ยวหมัวเซียนให้ปราณโลหิต
แก่เขาแล้ว สิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะในปัจจุบันของนาง
เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอายุขัยและความสำเร็จในอนาคตด้วย!
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียนก็ลืมตา รูม่านตา
ของนางมืดเหมือนก้นทะเลสาบ เย็นเหมือนภูเขาน้ำแข็ง
“เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้? ความเมตตานี้หนักเกินไป” หลินหมิงไม่
สามารถแบกรับมันได้ “ถ้าเจ้าให้โลหิตที่มีค่าที่สุดในชีวิตแก่ข้า แม้ว่าข้า
จะทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า มันก็จะยังคงจะทำร้ายแหล่ง
พลังชีวิตของเจ้า และทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อการบ่มเพาะของเจ้า
ด้วย แล้วข้าจะเชิดหน้ามองโลกนี้ได้อย่างไร?”
ปราณโลหิตในร่างกายของเสี่ยวหมัวเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
นักสู้ที่มีการบ่มเพาะอ่อนแอจะสามารถฟื้นฟูโปราณโลหิตที่หายไป
ได้โดยไม่ยาก แต่สำหรับใครบางคนเช่นเสี่ยวหมัวเซียน ปราณโลหิตของ
นางอาจเรียกได้ว่าเป็นระดับสูงสุดในทั้งแดนเทวะ เมื่อนางสูญเสียมันไป
แล้ว การฟื้นฟูก็คงจะเป็นเรื่องยากอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยการเดินทาง
ที่ความยากลำบากอย่างไม่รู้จบ
ฟังคำพูดของหลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียนก็ถอนหายใจเบา “เราทั้งคู่
อาจตายที่นี่ หากเจ้าไม่ทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า เจ้าคิดว่า
ข้าจะยังคงรอดไปได้หรือไม่?”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี่ ก็ดูเหมือนว่านางจะจดจำบางสิ่งได้ นางพูดด้วย
เสียงค่อย “ในอนาคต เจ้าและข้าจะเป็นศัตรูกันใช่หรืออไม่? ถ้าข้าให้
ปราณโลหิตแก่เจ้าและละทิ้งสายเลือดของข้าเอง ปู่ของข้าและจักรพรรดิ
อสูรจะไม่ต้องการให้ข้าเป็นผู้ปกครองผ่าพันธุ์ทั้งสองในอนาคตของพวก
เขา เช่นนั้น ข้าจะช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากการต่อสู้กับข้า นันมันมิใช่ว่ายอด เยี่ยมไปเลยหรอกหรือ?”