Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,540 ฟ้าใหม่หลังพายุ
เมื่อเห็นว่าหัวของเทียนหมิงจื่อกลิ้งไปยังพื้น เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังรู้สึก
ว่าทั้งหมดนี้ไม่จริง นางจำได้ถึงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งนางใช้เวลากับ
หลินหมิง ประสบกับความเปลี่ยนแปลงและความวุ่นวายมากมายทุกครั้ง
ที่พวกเขาก้าวข้ามอันตราย ในที่สุด ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้นใน
ระดับสูง และพวกเขาก็ค่อยๆฆ่าผู้ที่ตามล่าตนเองลงได้ ทั้งหมดนี้เป็น
เหมือนความฝันนิรันดร์
เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเหล่านี้มากมายและหลงใหล
มากกว่าประสบการณ์ชีวิตของนางก่อนหน้านั้นหลายเท่า อันตรายและ
ความหวังทั้งหมดเหล่านี้ได้กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนซึ่งฝัง
อยู่ในกระดูกของนาง
และในอันตรายเหล่านี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็มีบทบาทสนับสนุนเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น นางก็ยังได้รับการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ มันไม่ใช่แค่การบ่ม
เพาะและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น แต่ความคิดของนางจะวิวัฒนาการด้วย
เมื่อมองดูหลินหมิงอีกครั้ง เขาเป็นคนที่ช่วยพานางผ่านสิ่งเหล่านี้
ทั้งหมด ในแง่ของความคิดและความแข็งแกร่งของเขานั้น มันไม่
จำเป็นต้องพูดถึง
เสี่ยวหมัวเซียนคาดเดาได้ว่าส่วนใหญ่ของหลินหมิงเกือบ 60 ปีแห่ง
ชีวิตได้ผ่านไปในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาเติบโตมาถึงจุดที่ประสบกับการ
ผจญภัยที่ไร้สิ้นสุด การต่อสู้และการสังหารหรือความตาย
เสี่ยวหมัวเซียนจึงคิดว่ามันไม่แปลกที่หลินหมิงจะประสบความสำเร็จ
ในวัยเด็กของเขาถึงจุดนี้
หลินหมิงเป็นเพียงนักสู้จากดินแดนเบื้องล่างและในขณะที่เขาฝึกฝน
บนเส้นทางแห่งนักสู้ เขาต้องเอาชนะทุกสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้ได้ เมื่อ
เทียบกับลูกหลานของราชันสวรรค์ในแดนเทวะ หลินหมิงก็ไม่ต่างจากมด
กับสิ่งมีชีวิตอมตะ อย่างไรก็ตาม ความยากลำบากหลายเท่าของเขาได้
นำไปสู่ตำนานของหลินหมิง ประสบการณ์ของหลินหมิงและความ
ยากลำบากเกือบ 60 ปีเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขา! ดาบสมบัติถูกลับคม
ผ่านการหลอม และกลิ่นหอมของดอกพลัมมาพร้อมกับความหนาวเย็น
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่หลินหมิงเคยสัมผัสมานั้นห่างไกลจากสิ่งที่ลูกหลาน
ของของราชันสวรรค์จะสามารถเปรียบเทียบได้
ตัวอย่างเช่น ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่หลินหมิงที่เคยผ่าน
ประสบการณ์เหล่านี้มาบ้าง แต่เป้นลูกหลานของราชันสวรรค์สามัญบาง
คน ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเหมือนกับของเขา แต่พวกเขา
ก็จะตกตายไปนับครั้งไม่ถ้วน
แน่นอน เสี่ยวหมัวเซียนเองก็ตระหนักดีว่าความสำเร็จในปัจจุบัน
ของหลินหมิงนั้นเป็นไปไม่ได้หากไม่มีโชคและความบังเอิญ นางจำได้ทันที
ถึงการตอบสนองอย่างฉับพลันที่เทียนหมิงจื่อแสดงออกมาหลังจากที่ได้
เห็นลูกบาศก์ประหลาด
มันคือสิ่งใดกันแน่? ทันใดนั้น เสี่ยวหมัวเซียนก็เต็มไปด้วยความอยาก
รู้อยากเห็น
ในเวลานี้ หลินหมิงเดินไปใกล้ศพของเทียนหมิงจื่อ เขาหยิบแหวน
มิติของเทียนหมิงจื่อมาแล้วสร้างผนึกด้วยมือ เรียกแผนภาพเต๋าที่น่ากลัว
ออกมา
“วงล้อกรรมหมื่นปีศาจ!”
เต๋าสวรรค์อาชูร่าไม่ใช่เคล็ดบ่มเพาะสามัญ ชีวิตของจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่านั้นเต็มไปด้วยการสังหารและความตาย ในขณะที่วงล้อกรรมหมื่น
ปีศาจสามารถใช้โจมตีศัตรูได้ แต่มันก็ยังสามารถใช้ดูดซับพลังงานปราณ
ของศัตรูได้ด้วยตนเอง
จากนั้น พลังงานปราณทั้งหมดในร่างกายของเทียนหมิงจื่อก็ถูกดึง
ออกมาโดยววงล้อกรรมหมื่นปีศาจ!
แม้แต่พลังงานปราณของฮุยซาที่กระจายไปในอากาศหลังจากการ
ตายก็ยังถูกรวบรวมโดยวงล้อกรรมหมื่นปีศาจได้!
พลังงานปราณเหล่านี้คือแก่นพลังชีวิตของเทียนหมิงจื่อและฮุยซา
หากหลินหมิงไม่ได้รวบรวมพวกมันด้วยวงล้อกรรมหมื่นปีศาจ เช่นนั้น
หลังจากผ่านไปหลายหมื่นปี พลังงานปราณเหล่านี้ที่ถูกผนึกอยู่ในสุสาน
ของไป่ฉีจะค่อยๆวิวัฒเป็นสิ่งมีชีวิตโดยไม่มีความคิดตัวเอง พวกเขาจะ
เป็นแค่ภูติผีที่รู้จักเพียงการกลืนกินผู้อื่น ในแดนเร้นลับจำนวนมาก ภูติผี
ประเภทนี้จะเป็นอันตรายร้ายแรง
ตอนนี้ หลินหมิงได้ผนึกพลังงานปราณทั้งหมดไว้ในวงล้อกรรมหมื่น
ปีศาจ สถานการณ์นี้จึงจะไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
“พลังงานปราณของสรรพสิ่งจะถูกใช้โดยข้า!”
หลินหมิงสะบัดนิ้วและพลังงานปราณในวงล้อกรรมหมื่นปีศาจมุ่ง
ทางหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณ!
พลังงานปราณนั้นเหมาะสมกว่าที่จะใช้ฝึกฝนร่างจำแลง ถ้ามันเป็น
ร่างจริงของหลินหมิงเช่นนั้นแม้ว่าการดูดซับพลังงานปราณเหล่านี้
สามารถเพิ่มการบ่มเพาะในร่างกายของเขาได้ แต่ก็จะมีอันตรายมากซ่อน
อยู่ภายในตัวเขา แต่หินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณนั้นได้รับการหล่อ
เลี้ยงจากพลังงานปราณที่ไร้สิ้นสุดซึ่งรวบรวมโดยรูปแบบค่ายกลของ
สุสานสัตว์อสูรเทวะมาตลอด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องระวัง
วูป –!
ในทันทีนั้น พลังงานปราณทั้งหมดถูกเทลงในหินตัวอ่อนแห่งจิต
วิญญาณปราณ ร่างกายทั้งหมดของหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณ
เปล่งเสียงลั่นขณะที่กล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆบิดตัวไปมา พลังโลหิต
ทั้งหมดนี้ถูกดูดซับไว้อย่างสมบูรณ์และความแข็งแกร่งและปราณดาราใน
ร่างจำแลงยังคงเติบโต!
ร่างของหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณนั้นคล้ายคลึงกับภูติเทพ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันเป็นตัวตนที่เหมาะกับกายผันแปรโดยเฉพาะ
วิธีบ่มเพาะของมันเองก็คล้ายกับภูติเทพ หากต้องอธิบายถึงฐานการ
บ่มเพาะของหินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณ เช่นนั้นการใช้ขอบเขตขั้น
ผู้ปกครองภูติเทพของเผ่าพันธุ์ภูติเทพจะเหมาะสมกว่า
และหลังจากดูดซับพลังงานแก่นสารของกษัตริย์โลกที่ยิ่งใหญ่และกึ่ง
ราชันสวรรค์ ปราณดาราในร่างจำแลงก็ไหลเวียนอย่างดุเดือด ร่วมกับ
พลังงานที่มีอยู่แล้วภายในเริ่ม โดยไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ การบ่มเพาะของ
มันเพิ่มขึ้นขอบเขตขนาดเล็ก
นี่เป็นสิ่งที่หลินหมิงคาดไว้แล้ว
หินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณสามารถเพิ่มกาาบ่มเพาะขึ้นได้
อย่างง่ายดาย มิต้องกล่าวถึงขอบเขตเล็กในขั้นผู้ปกครองภูติเทพ แต่มัน
จะไม่มีคอขวดแม้ว่าจะเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะจากขั้นผู้ปกครองภูติเทพ
ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวของการบ่มเพาะในร่างจำแลงคือการบ่ม
เพาะของหลินหมิงเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าการบ่มเพาะของหลินหมิงขาด
ไปแล้ว หินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณจะพบคอขวด ยิ่งกว่านั้น ถ้า
หลินหมิงอ่อนแอกว่าร่างจำแลงของเขา เขาก็จะไม่มีพลังในการควบคุม
หินตัวอ่อนแห่งจิตวิญญาณปราณที่แข็งแกร่งกว่า
หลินหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเขาทำเสร็จ สำหรับ
พลังงานแก่นสารของเทียนหมิงจื่อและฮุยซาที่ถูกเขาใช้หลังจากการตาย
มันก็เป็นการตายที่น่าสังเวชอย่างยิ่ง
“หลินหมิง!”
เมื่อหลินหมิงเสร็จสิ้น เสี่ยวหมัวเซียนก็กระพริบตาและมองไปยัง
หลินหมิง
เมื่อหลินหมิงพบกับดวงตาที่ขี้เล่นของนาง ความคิดของเขาก็สะท้าน
เขาสามารถเดาได้โดยประมาณว่านางคิดอะไรอยู่ เขาหัวเราะและพูดว่า
“เจ้าต้องการถามข้าถึงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้านั้นใช่หรือไม่?”
“สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็คือ… มันเป็นสิ่งใดจึงทำให้คนรักของข้าเติบโตจาก
นักสู้สามัญแห่งแดนเบื้องล่างสู่ผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งได้?” เสี่ยวหมัว
เซียนพูด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้ แต่ทันใดนั้น นางเปลี่ยน
หัวข้อและพูดออกมาขัดแย้งกันเล็กน้อย “แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าควรบอกข้า…
นี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจ้าและถ้าเจ้าบอกข้า…”
เสี่ยวหมัวเซียนลากคำพูดของนางออกไป มองดูหลินหมิงตลอดเวลา
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เขายืดตัวขึ้นและกล่าวอย่างเคร่ง
ขรึมว่า “นี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า แต่เหตุผลที่ข้าสามารถมาถึง
ขั้นตอนนี้ไม่ได้เพียงเพราะกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า กล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าอยู่กับข้าในช่วงวัยเยาว์ตอนที่ข้าก้าวไปบนเส้นทางแห่งนักสู้และช่วย
ข้าผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในเส้นสายแรกของข้า
“เนื่องจากข้ายินดีที่จะนำกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าออกมาใน
ระหว่างการต่อสู้กับเทียนหมิงจื่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะซ่อนความจริงจากเจ้า
ยิ่งกว่านั้น ระหว่างการผจญภัยครั้งนี้ผ่านทางเส้นทางแห่งอาชูร่า ข้า
ค่อยๆได้รับพลังในการปกป้อง กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าด้วยตัวเองแล้ว!”
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงนั้นมากพอที่จะเอาชนะราชัน
พิภพสามัญได้แล้ว แต่ด้านทดสอบผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่ายังไม่จบ
หลินหมิงตั้งใจที่จะฝึกฝนต่อที่นี่จนกว่าเขาจะไปถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
ช่วงปลายหรือกึ่งผู้ปกครองเทวะ บางทีเขาอาจจะรอจนกว่าทะลวงเข้าสู่
ขั้นผู้ปกครองเทวะและสามารถฆ่ามหาราชันพิภพก่อนที่จะพิจารณาจาก
ไป
ในเวลานั้น หลินหมิงจะขัดเกลาประตูบรรพกาลและควบคุมตำหนัก
สวรรค์บรรพกาลได้อย่างเต็มที่ จากนั้น โดยการพึ่งพาสมบัติจิตวิญญาณ
ระดับราชันสวรรค์ ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์จะตามล่าเขา แต่พวกเขายังคง
จะไม่สามารถฆ่าเขาได้
หลินหมิงเท่านั้นที่จะสามารถเดินไปในแดนเทวะได้อย่างอิสระและ
แสดงทักษะของเขาในมหาภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น!
หลินหมิงยกมือขวาและลูกบาศก์สีเทาลอยอยู่บนฝ่ามือของเขา
ค่อยๆหมุนไปรอบๆ เต็มไปด้วยออร่าอันลึกลับ
เขาพูดว่า “เซียนเอ๋อร์ นี่คือกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ข้าบังเอิญ
ได้รับมันมาเมื่ออายุ 15 ปีในภัตตาคาร ในตอนนั้น ข้าทำงานที่ภัตตาคาร
และ –”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังพูดอยู่ เสี่ยวหมัวเซียนก็เอามือปิดปากของ
เขา
นางยิ้ม “เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอะไร หากเจ้าเชื่อใจข้ามากพอที่จะ
บอกความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าแก่ข้า ข้าก็พอใจอย่างยิ่งแล้ว แม้ว่าข้า
จะอยากรู้อยากเห็น แต่ข้าก็ไม่จำเป็นต้องรู้
“เมื่อเราออกจากเส้นทางแห่งอาชูร่า ข้าจะต้องกลับไปยังตำหนักรุ่ง
อรุณปีศาจสวรรค์ หากบิดามารดา ท่านปู่หรือจักรพรรดิอสูรรู้ว่าเกิดอะไร
ขึ้นระหว่างเรา พวกเขาจะเดือดดาล… นอกจากนี้ยังมีเรื่องการหมั่นกับ
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลด้วย หากเรื่องนี้กลายเป็นปัญหา เช่นนั้นข้า
ก็จะถูกคุมขังและไม่แม้แต่สวรรค์รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ถ้าข้ารู้
ความลับของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แม้ว่าข้าจะไม่เปิดเผยพวกมันด้วย
ความเต็มใจ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครใช้ทักษะเร้นลับเพื่อเอา
ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าจากข้า…”
เสี่ยวหมัวเซียนได้พิจารณาเรื่องนี้มานานแล้ว เมื่อหลินหมิงได้ฟังสิ่งนี้
เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง “เจ้า… เจ้าวางแผนจะกลับไปยังเผ่าอสูรและเผ่า
ปีศาจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ?”
หากเสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้กลับไปยังเผ่าอสูรและเผ่าปีศาจแล้วเลือกที่
จะอยู่ในโลกภายในของหลินหมิง เช่นนั้นก็จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้
เสี่ยวหมัวเซียนถอนหายใจเบาๆ นางพยักหน้า “ใช่ ข้าจะกลับไป
เพราะพวกเขาเป็นคนของข้า…”
เสี่ยวหมัวเซียนเป็นผู้หญิงที่มีอิสระและความคิดอิสระ นางเป็นคน
กล้าหาญ และถ้านางชอบอะไรบางอย่าง นางก็จะไล่ตามอย่างที่สุดไม่ว่า
คนอื่นจะคิดหรือพูดอย่างไร
แต่ในเวลาเดียวกัน นางก็จะไม่กลายเป็นคนรับใช้ที่ต้องพึ่งพาคนอื่น
นางมีเป้าหมายแห่งนักสู้ การแสวงหาและความเชื่อมั่นในตัวเอง
เช่นเดียวกับหลินหมิงที่ไม่เคยหักหลังมวลมนุษย์ เสี่ยวหมัวเซียนเอง
ก็จะไม่ทิ้งเผ่าพันธุ์ของนาง แม้ว่าอนาคตจะเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้และความ
ไม่แน่นอน นางก็จะไม่หลบเลี่ยงอนาคต ต้องเผชิญกับมันโดยตรง
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงโอบกอดเสี่ยวหมัวเซียนอย่างแผ่วเบา “ไป
จากที่นี่กันเถอะ”