Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,558 ความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,558 ความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน
หลินหมิงพูดจาอย่างขมักขเม้นกับว่า ผู้เยาว์เพียงพยายาม แต่ไม่ว่า
มันจะสำเร็จหรือไม่ ความฝันของข้าก็จะเป็นจริง มันจะขึนอยู่กบว่าข้ามี
พรสวรรค์ในด้านนี้หรือไม่”
“ฮ่าฮ่า เจ้าเป็นคนมองโลกในแง่ดี ดูเหมือนว่าเจ้าเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้
เกี่ยวกับทักษะรูนเทวะ หรือเจ้ายังไม่ได้เริ่มเลย?”
ชายชราวิญญาณยิ้ม ลูบเคราของเขา
“อืม…” หลินหมิงพยักหน้าอย่างเศร้าโศก วิญญาณตนนี้พยายามกด
น้ำผู้อื่นด้วยทักษะรูนเทวะที่ตนเองมานานนับหมื่น สามารถประมาณได้
ว่าบางคนเพิ่งเริ่มเรียนรู้ทักษะรูนเทวะ นี่เป็นความคิดตามสัญชาตญาณ
ของเขา
ยิ่งกว่านั้น เมื่อหลินหมิงซื้อหยกที่แตกหักแล้ว เขาก็ไม่เคยรู้จักวัสดุ
ใดๆที่นักสู้วิญญาณผู้นี้ขาย ถ้าเขาบอกว่าตนเป็นผู้ฝึกหัดรูนเทวะหรือ
อะไรทำนองนั้น มันก็จะเป็นการแสแสร้งมากจนเกินไป
“ช่างมีความเพียรยิ่ง! ช่างอุตสาหะ!” ชายชราวิญญาณชรา ‘ยกย่อง’
อีกครั้ง แน่นอนว่าการยกย่องนี้เป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่าหลินหมิง
กำลังกัดมากกว่าที่ตนสามารถเคี้ยวได้ ซึ่งเป็นการเพ้อฝันมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มของชายชราที่ดูเหมือนพระพุทธเจ้า
ผู้อื่นย่อมไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนถึงความหมายเบื้องหลัง
“เมื่อพูดถึงทักษะรูนเทวะ วัสดุที่เจ้าต้องการซื้อนั้นค่อนข้างหรูหรา”
ชายชราวิญญาณหยิบรายการวัสดุมาดูและถอนหายใจ “อ่า ช่างมั่งคั่งยิ่ง!
สำหรับเจ้าที่จะโยนเงินมากเช่นนี้เพื่อเริ่มเรียนรู้ทักษะรูนเทวะ นี่ก็
เพียงพอแล้วสำหรับสองชั่วอายุคน! เจ้าต้องมีญาติเป็นราชันสวรรค์…”
“เอ่อ…” หลินหมิงสูญเสียคำพูด เขาไม่ได้ตอบกลับ
“ข้าว่า… เจ้าอยากให้ข้าพาเจ้าไปฝึกฝนหรือไม่?” ชายชราวิญญาณ
กล่าว ดวงตาของเขาส่องแสง
หลินหมิงตกตะลึง ในโลกนี้มีเรื่องที่วิเศษเช่นนี้ด้วยหรือ?
แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการใครก็ตามที่จะมาสอนเขา แต่ผู้เชี่ยวชาญรูน
เทวะก็ระแวดระวังอย่างยิ่งในการยอมรับศิษย์อยู่แล้วด้วย ถ้าผู้เชี่ยวชาญ
รูนเทวะระดับ 6 กล่าวว่าพวกเขาจะยอมรับผู้ฝึกหัด มันก็จะมีคนนับไม่
ถ้วนเหยียบกันเพื่อคว้าตำแหน่งนั้น แม้แต่การเป็นศิษย์ลับก็ยังเป็นเกียรติ
อย่างยิ่งแล้ว
แต่น่าเสียดายที่อันดับที่ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะสูงขึ้นเท่าใด ยิ่งมาตรฐาน
ของพวกเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นในการยอมรับผู้ฝึกหัด โดยปกติแล้ว ผู้เชี่ยวชาญ
รูนเทวะจะยอมรับศิษย์ 4-5 คนเป็นอย่างมากที่สุด และหากต้องการที่จะ
กลายเป็นหนึ่งในผู้ฝึกหัดเหล่านี้นั้น การย่อมพูดง่ายกว่าทำ!
ตอนนี้ ชายชราวิญญาณกลับทำเช่นนั้น บอกว่าเขาจะรับหลินหมิง
เป็นผู้ฝึกหัด สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงตกตะลึง “ชายชราผู้นี้คิดว่าข้ามี
พรสวรรค์ในทักษะรูนเทวะ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะพาข้าไปเป็นผู้ฝึกหัดของ
เขา?”
หลินหมิงรู้สึกว่าถ้าเขาศึกษาทักษะรูนเทวะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มี
ความสามารถท้าทายสวรรค์ของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าและวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลัง แต่เขาก็ยังจะไม่น้อยหน้าใคร แต่สำหรับวิญญาณแล้ว
การมีพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังนั้นเป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่สุด
สิ่งนี้จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของหลินหมิง
ในขณะที่หลินหมิงกำลังสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น คำพูดต่อไปของชายชรา
วิญญาณก็เกือบจะทำให้หลินหมิงสำลัก “ในฐานะผู้ฝึกหัดของข้า เจ้า
จะต้องให้เงินจำนวนเท่ากันทุกเดือนแก่ข้า แน่นอน การจ่ายเงินให้ข้าเมื่อ
เทียบกับการซื้อวัสดุถือว่าดีกว่าหลายขุม!”
ในขณะที่ชายชราวิญญาณพูด เขาก็ยื่นมือออกมาและเหยียดนิ้วทั้ง
ห้า
“….”
หลินหมิงต้องการสาปแช่งออกมาดังๆ ดังนั้น ชายชราคนนี้ต้องการ
พาเขาไปเป็นผู้ฝึกหัดเพื่อที่เขาจะได้เก็บค่าเล่าเรียนนี่เอง
“จิ้งจอกชราตัวนี้ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่ใจดี” เสี่ยวหมัวเซียนกล่าว
ด้วยกระแสเสียงปราณแท้ หลินหมิงยิ้มอย่างขมขื่นในการตอบสนอง “ดู
เหมือนว่าข้าจะเข้าใจสถานการณ์ ข้าดูไร้เดียวสาเกินไปสำหรับจิ้งจอก
ชราผู้นี้หรือ?”
“ฮึ เขากระทั่งไม่เต็มใจสอนศิษย์ของเขาเอง ดังนั้นเขาจะสอนคน
แปลกหน้าได้อย่างไร ไม่ว่าข้าจะมองมันอย่างไร ผู้ฝึกหัดคนใดที่เขารับไป
นั้นก็จะโชคร้ายอย่างยิ่ง”
เสี่ยวหมัวเซียนวิจารณ์ ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะทุกคนมีความถือตนและ
เห็นคุณค่าของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด นางมีลางสังหรณ์ว่าชายชราคนนี้ให้
ความสำคัญกับความรู้ของตนอย่างที่สุด
เมื่อเห็นว่ามือของชายชราวิญญาณนั้นยังคงลอยอยู่ต่อหน้า หลินห
มิงก็หมดหนทาง เขาค่อยๆถามว่า “ท่านคงไม่ได้จะบอกว่า 500 ล้านต่อ
เดือนใช่หรือไม่? ท่านโลภเกินไปแล้ว!”
“ช่างเป็นเด็กที่ฉลาด หากเจ้าเป็นศิษย์ของตระกูลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
เจ้าก็ควรจะใจกว้างกว่านี้เล็กน้อย วัสดุเหล่านี้ที่เจ้าซื้อมามีราคา 500
ล้านอยู่แล้ว แต่ถ้าข้าสอนเจ้า ผลจะดีขึ้นอีกมาก”
ชายชราวิญญาณพูดด้วยน้ำเสียงลึก เขาส่งหนังสือเล่มเล็กให้กับ
หลินหมิงและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าเขียนเอง ‘ความลับแห่งทักษะรูนเทวะ’
ลองดู มันฟรี!”
ริมฝีปากของหลินหมิงกระตุก แต่เขาก็หยิบหนังสือเล่มนี้มาดูโดยไม่
คาดหวังนัก ของฟรีอาจจะเป็นของดีได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม เมื่อดู ‘ความลับแห่งทักษะรูนเทวะ’ ว่ามันหนาแค่ไหน
มันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกอย่างภายในจะไร้ประโยชน์ อาจมีเนื้อหาที่มี
ประโยชน์อยู่ภายในบ้าง
การเห็นหลินหมิงรับ ‘ความลับแห่งทักษะรูนเทวะ’ ไป ชายชรา
วิญญาณก็หัวเราะ “ข้าคิดว่าเจ้าจะเปลี่ยนใจในอีกไม่กี่เดือน ในเวลานั้น
ค่อยกลับมาและมองหาข้า ฮ่าฮ่า! ข้าต้องบอกว่า เจ้าเป็นมนุษย์และ
พรสวรรค์ของเจ้าดูเหมือนจะไม่โดดเด่นตั้งแต่แรก หากไม่ใช่คนที่ใจกว้าง
เช่นข้าแล้ว ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะสามัญคงไม่เต็มใจที่จะยอมรับเจ้า โชคดีที่
เจ้าได้พบข้า…”
ชายชราวิญญาณพูด มีบรรยากาศที่หยิ่งยโสแห่งความเหนือกว่า
เสี่ยวหมัวเซียนไม่สามารถทนฟังสิ่งนี้ได้อีกต่อไป “นี่ เจ้ากำลังพูดอันใด!
เจ้าไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของเราเป็นเช่นไร!”
“ฮ่าฮ่า ข้าเดาได้ไม่มากก็น้อย มันไม่เหมือนเจ้าที่รู้เกี่ยวกับข้า
หรือไม่”
ชายชราวิญญาณลูบเคราของเขา “อย่าลืมมองหาข้าถ้าเจ้าเปลี่ยนใจ
แซ่ของข้าคือ เซวีย แค่มองหาปรมาจารย์เซวีย แล้วเจ้าจะพบข้า!”
“เผื่อไว้… ท่านคงไม่ได้ขัดสนเงิน ใช่หรือไม่?” ทันใดนั้น หลินหมิงก็
ถามเมื่อเขาจำได้ เขาจำได้ว่าชายชราผู้นี้ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนสินค้า
เท่านั้น
“ใช่แล้ว เมื่อเร็วๆนี้ข้ามีบางอย่างเกิดขึ้น ดังนั้นข้าขัดสนเล็กน้อย
ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ว่าข้าจะบอกว่าแลกเปลี่ยนวัสดุจะดีที่สุด แต่ไม่ว่าจะเป็น
รูนพลังงานต้นกำเนิดหรือหยกเก้าตะวัน ข้าก็ต่างยอมรับทุกรูปแบบของ
สกุลเงิน เจ้าคิดว่ามีคนที่ไม่ชอบมีเงินมากหรืออย่างไร?”
คิ้วของชายชราวิญญาณชันขึ้นขณะที่เขาพูด เขาลูบมือเข้าหากันต่อ
หน้าหลินหมิง แล้วยกนิ้วขึ้นอีกครั้งเพื่อแสดงจำนวนรูนพลังงานต้นกำเนิด
ที่ต้องการ
มันน่ารำคาญที่ต้องเห็นอีกครั้ง เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนไม่สามารถ
ต้านทานแรงกระตุ้นที่จะตบเขา นางก็ถูกดึงออกจากห้องโถงโดยหลินห
มิง พวกเขาซื้อวัสดุที่ต้องการแล้ว และไม่จำเป็นต้องอยู่อีกต่อไป
500 ล้านรูนพลังงานจากแหล่งกำเนิด – ปริมาณของวัสดุที่จะซื้อ
สามารถกองเป็นภูเขาได้
ในอดีตที่ผ่านมา หลินหมิงใช้จ่ายเงินเหมือนเทน้ำ เมื่อรูนพลังงาน
เริ่มต้นถูกใช้ไปโดยไม่ได้รับกลับมา ความมั่งคั่งของหลินหมิงจึงยังคงลดลง
เรื่อยๆ ทุกวัน
ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะและนักเล่นแร่แปรธาตุเป็นอาชีพที่เผาเงินอย่าง
มาก วัสดุระดับต่ำสุดไม่ก็ถูกเสียทีเดียว แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะและ
นักเล่นแร่แปรธาตุจะสามารถรับเงินจำนวนมากได้ แต่พวกเขาก็จะรู้สึก
ราวกับว่าพวกเขาขาดความมั่งคั่งอยู่ดี ปรากฏการณ์ย้อนแย้งที่แปลก
ประหลาดเช่นนี้สะท้อนให้เห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเติบโตของ
ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ
แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะผู้มีที่ไม่ร้อนเงิน พวกเขาก็ค่อนข้างมั่ง
คั่ง นี่เป็นเพราะพวกเขาผ่านช่วงเวลาของการใช้เงินไปกับฝึกฝนแล้ว และ
หากไม่มีโครงการใหญ่เข้ามา พวกเขาก็จะไม่ขาดเงินโดยง่าย
“เราต้องหาวิธีที่จะได้รับทรัพยากร เมื่อข้าเริ่มปูทางสู่ 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋า ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่ข้ากลัวว่ากว่าจะถึงตอนนั้นแล้ว
หากข้ามิได้ทำอันใดเลยข้าคงจะเป็นคนจนเป็นแน่”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเรื่องนี้ เขาและเสี่ยวหมัวเซียนก็เดินทาง
ถึงสมาคมผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ
“แขกทั้งสอง ท่านมาธุระอันใด?”
มีหญิงสาวมาต้อนรับหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
“ข้าต้องการเช่าห้องสำหรับเล่นแร่แปรธาตุและทักษะรูนเทวะเป็น
เวลาหนึ่งปี”
โดยปกติแล้ว นักเล่นแร่แปรธาตุหรือผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะจะมีห้อง
เล่นแร่แปรธาตุหรือห้องทักษะรูนเทวะเฉพาะของตัวเอง สถานที่นี้จะมี
รูปแบบค่ายกลที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการกลั่นโอสถ
หรือการวาดอักขระรูนเทวะ
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลไม่มีห้องประเภทนี้ และหากหลินหมิงต้อง
สร้างมัน เขาจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากเกินไป เพื่อที่จะ
ประหยัดเวลา การเช่าห้องพักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
“ข้าขอสอบถามได้หรือไม่ว่าท่านต้องการห้องระดับ? เรามีห้อง
อักขระสวรรค์ที่ดีที่สุด รองลงมาคือห้องอักขระปฐพี ห้องอักขระแก่นแท้
และห้องน้ำไหลที่ธรรมดาสุด
“ห้องธรรมดาก็พอ” หลินหมิงกล่าวอย่างเฉยเมย เขาไม่ได้ขาดเงินใน
การเช่าห้องที่ดีกว่านี้ แต่เนื่องจากเป็นคนที่เพิ่งเริ่มต้น เขาจึงไม่ต้องการ
พึ่งปัจจัยภายนอกมากเกินไป ยิ่งสภาพแวดล้อมด้อยเพียงใด มันก็ยิ่ง
สามารถฝึกฝนทักษะของเขาได้มากเท่านั้น
“ดี เช่นนั้นแขกโปรดมากับข้าด้วย”
หญิงสาวพาหลินหมิงไปยังห้องหินธรรมดา
ห้องหินนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้างและยาวประมาณ 30-40 ฟุต ภายใน
มีรูปแบบค่ายกลหลายอย่างที่ใช้ในการเพิ่มความเข้มของเปลวเพลิงและ
เพิ่มการรับรู้ของนักสู้ ที่ศูนย์กลางยังมีเตาหลอมเล่นแร่แปรธาตุที่เรียบ
ง่ายเช่นเดียวกับโต๊ะหินศักดิ์สิทธิ์สีฟ้า
ที่นี่ หลินหมิงวางแผนที่จะใช้เวลาตลอดทั้งปี แม้ว่ามันเป็นไปได้ที่จะ
ใช้ข่ายอาคมกระแสเวลาในการดูดซับความทรงจำของผู้เชี่ยวชาญรูนเท
วะ แต่เขาก็ไม่สามารถฝึกฝนทักษะรูนเทวะหรือการเล่นแร่แปรธาตุ
ภายในคราวเดียวกัน นี่เป็นเพราะทักษะรูนเทวะและการเล่นแร่แปรธาตุ
จำเป็นต้องใช้อย่างใดอย่างหนึ่งในการสื่อสารกับกฎของโลกภายนอกและ
ข่ายอาคมกระแสเวลาจะบิดเบือนกฎนั้น
หลินหมิงไม่ได้เริ่มฝึกเล่นแร่แปรธาตุหรือทักษะรูนเทวะทันที่ แต่เขา
ดึง ‘ความลับของทักษะรูนเทวะ’ ซึ่งชายชราเซวียได้มอบให้เขาออกมา ไม่
ว่าอย่างไร หนังสือเล่มหนานี้ก็ควรมีสิ่งที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ชายชราเซ
วียเองก็เป็นคนที่น่านับถือและมีชื่อเสียง ไม่ว่าเขาจะน่ารังเกียจเพียงใด
แต่เขาก็ไม่ควรเขียนหนังสือไร้ค่าเพื่อจะทำลายชื่อเสียงของตน… ใช่
หรือไม่?
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินหมิงจึงเปิด ‘ความลับแห่งทักษะรูนเทวะ’ และเริ่ม
อ่าน แต่ไม่นานเขาก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าตนไร้เดียวสาเกินไป เขา
ประเมินคุณค่าของคุณธรรมชายชราเซวียผู้นี้อย่างจริงจังเกินไป
จุดเริ่มต้นของ ‘ความลับของทักษะรูนเทวะ’ นี้แน่นอนมีความรู้และ
ทักษะการปฏิบัติ แต่ในส่วนที่สำคัญที่สุด มันว่างเปล่าทั้งหมด!
จากนั้น ชายชราเซวียผู้นี้จะเริ่มเขียนอีกครั้งเกี่ยวกับทักษะและ
ความรู้ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อเข้าใกล้จุดสำคัญ มันก็จะว่างเปล่า
อีกครั้ง
การเขียนเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีข้อมูลจริงเสนอ ทั้งเล่ม
เพื่อกระตุ้นความอยากรู้ให้มากขึ้น หลังจากหลินหมิงปิดหนังสือเล่มนี้ เขา
ก็อดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง “บัดซบ ข้าไม่เคยเห็นขยะเช่นนี้มาก่อนเลย มันไร้
สาระยิ่ง!”
“จิ้งจอกนั่นโลภมากเกินไป! หากการต้องการได้รับประโยชน์จากเขา
เพียงเล็กน้อย มันก็เหมือนกับการคว้าขนจากห่านที่บิน มันยากกว่าการ
ปีนสวรรค์! เสี่ยวหมัวเซียนอาจกล่าวได้ว่าได้เปิดตาของนางอย่างแท้จริง
“เขารู้ว่าข้าไม่สามารถเรียนรู้ทักษะรูนเทวะจากมันได้ ดังนั้นเขาจึง
ต้องการให้ข้าให้เงินแก่เขา แต่ดูเหมือนว่าเขาขาดเงินอย่างมากในตอนนี้
ข้าไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร อยู่หรือบางทีเขาอาจมองหาผลกำไรอื่นอีก”
หลินหมิงส่ายหัว หยุดที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เขาหยิบปากการูนเทวะออก
จากโต๊ะหินรูนเทวะสีฟ้าแล้วถ่ายเทพลังงานต้นกำเนิดของเขาลงไป
ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาไม่ได้รู้สึกมานาน
ความรู้สึกเช่นนี้คุ้นเคยต่อหลินหมิงเป็นอย่างมาก มันทำให้เขา
ประทับใจเล็กน้อย
หลังจากหลายปี ในที่สุดเขาก็หยิบทักษะจารึกที่เขาทิ้งไว้นานออกมา
ใช้
สมัยที่หลินหมิงเป็นผู้เชี่ยวชาญจารึก มันเคยเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญ
ที่สุดบนเส้นทางแห่งนักสู้ของเขา ทักษะจารึกอยู่กับเขาตลอดช่วงเวลาที่
ยากลำบากเหล่านั้นเมื่อเขาเริ่มฝึกฝน
เขาดีใจมากที่เนื่องจาก 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าเขาจึงสามารถเลือก
ทักษะจารึกที่เขาทิ้งไว้มาใช้อีกครั้ง ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับการระลึกถึง
ช่วงเวลาที่เขายังเด็ก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเหล่านั้น หลินหมิงได้ทำการ
เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา มันเป็นเวลาที่เขาจะไม่มีวัน
ลืม…