Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,609 ร่วมมือด้วย
Aeolia De Schenberg
หลินหมิงไม่แปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของซู่หย่า
เขาสะบัดมือและนำอักขระเปลวเพลิงทัณฑ์สวรรค์นิพพานออกมาซึ่ง
เขาวางไว้ในแหวนมิติอยู่แล้ว
ในเวลานั้น หลินหมิงได้สร้างอักขระเปลวเพลิงจำนวน 21 อักขระ
และส่งมอบไป 20 อักขระ
“ทานกำลังพูดถึงสิ่งนี้หรือไม่?”
หลินหมิงวางอักขระเปลวเพลิงไว้บนโต๊ะรูนเทวะ เพียงแค่บอกว่าเขา
เป็นผู้สร้างอักขระรูนเทวะเหล่านั้นคงไม่เพียงพอที่จะได้รับความเชื่อถือ
การเอาหลักฐานออกมาจะโน้มน้าวใจมากขึ้น
เมื่อเห็นอักขระรูนเทวะนี้ ดวงตาของซู่หย่าก็เปล่งประกาย เป็นมัน!
อักขระเปลวเพลิงวินาศนี้ดูเหมือนว่าไม่แตกต่างจากอักขระเปลว
เพลิงวินาศทั่วไป แต่มีคุณสมบัติที่น่าสะพรึงกลัวที่สามารถใช้งานได้หลาย
ครั้ง ด้วยคุณสมบัตินั้น มันกลายเป็นเครื่องมืออันศักดิ์สิทธิ์สำหรับสนาม
รบ!
หากหน่วยเล็กๆจำนวน 10 คนได้รับอักขระเปลวเพลิงวินาศ การ
ต่อสู้แบบไหนที่จะเกิดขึ้นน่ะหรือ?
ด้วยการระดมยิงที่ร้อนแรงในตอนเริ่มต้น คู่ต่อสู้ก็จะต้องถูกทรมาน
อย่างน่าสังเวช จากนั้น พวกเขาจะถูกล้อมรอบและโจมตีด้วยทักษะการ
ต่อสู้และอักขระเปลวเพลิง ใครจะมีชีวิตอยู่ผ่านสิ่งนั้น?
ซู่หย่านำอักขระเปลวเพลิงวินาศและแตะด้วยนิ้วเรียวไปที่มุมล่าง
ขวาที่มีตัวอักษร ‘หลิน’ สลักอยู่
จังหวะที่คมชัดของตัวอักษรที่เป็นเหมือนดาบซึ่งทำให้ซู่หย่าตกใจ
ลายเส้นเหล่านี้เหมือนกันทุกประการ!
นางเงยหน้าขึ้นมองหลินหมิง เกิดความรู้สึกแปลกๆซึมซาบในใจนาง
นี่มันตัวตนเช่นใดกัน!?
เมื่อหลินหมิงยอมรับภารกิจครั้งแรกในการวาดอักขระเปลวเพลิง
วินาศ ซู่หย่าคิดว่าเขาเพียงแค่แกล้งทำเป็นทำได้เพื่อดึงดูดความสนใจของ
นาง นางไม่เคยฝันเลยว่าไม่เพียงแต่หลินหมิงจะทำภารกิจสำเร็จ แต่เขา
ยังจะปรับปรุงอักขระเปลวเพลิงวินาศอีกด้วย!
นางไม่แน่ใจว่าหลินหมิงทำการปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองหรือไม่
แต่นางไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะที่จะรู้ว่าหลังจากการปรับปรุงอักขระ
เปลวเพลิงวินาศ ความยากจะสูงขึ้นมาก ถึงกระนั้น เขาก็ยังพยายามทำ
ให้มันเสร็จสมบูรณ์!
“เขาน่าจะอายุน้อยกว่า 100 ปี…” ซู่หย่ารู้สึกว่าทั้งหมดนี้เข้าใจยาก
เกินไป หลินหมิงผิดปกติเกินไป มิต้องกล่าวถึงผู้เยาว์ที่อายุน้อยกว่า 100
ปี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะระดับสูงกว่านี้ก็ยังไม่สามารถทำสิ่งที่ท้าทาย
สวรรค์เช่นนี้ได้
ในห้องรูนเทวะอันเงียบสงบ หลินหมิงนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะรูนเทวะ
และเมื่อเผชิญหน้ากับหลินหมิงผู้นี้ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้เยาว์ ซู่หย่าก็ไม่
รู้ว่าจะพูดอะไร
“เขาคาดหวังว่าข้าจะมาที่นี่เพื่อตามหาเขา!” ซู่หย่าคิดทันที่ เมื่อนาง
เห็นว่าหลินหมิงไม่ได้ตั้งใจจะพูดอะไรเลย ในที่สุดนางก็เริ่มตระหนักถึงสิ่ง
ที่เขาคิด เขาต้องการให้นางพูดก่อนหรือไม่? ในการเจรจาประเภทนี้ คน
แรกที่พูดจะเป็นคนแรกที่สูญเสียความได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม สำหรับหลินหมิงที่มีทักษะเช่นนี้ ซู่หย่ายังจะมีความ
ได้เปรียบอันใด?
ความแข็งแกร่งเป็นความได้เปรียบที่ดีที่สุด!
ซู่หย่าไม่มีทางที่จะรักษาความภาคภูมิและความมั่นใจก่อนหน้านี้ไว้
ได้ สำหรับหลินหมิง นางทำได้เพียงเปิดเผยรอยยิ้มที่ประจบประแจง นาง
กล่าวว่า “ท่านหลิน อักขระชุดเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นโดยท่านหรือไม่?”
“ใช่แล้ว” หลินหมิงไม่จำต้องปิดบังและเรื่องนี้ไม่สามารถปิดบังได้
มันเป็นความจริง…
ซู่หย่าไม่แปลกใจเลย นางเริ่มพิจารณาวิธีเสนอเงื่อนไขเพื่อให้หลินห
มิงร่วมมือกับนางทันที่ แต่เมื่อนางคิดถึงท่าทางที่หยิ่งผยองของนางครั้ง
ล่าสุดที่นางเห็นหลินหมิง รวมถึงข้อพิพาทที่นางมีกับเสี่ยวหมัวเซียน ซู่
หย่าก็ต้องการที่จะเอาหัวโขกกำแพงอย่างยิ่ง
นางสาปแช่งตัวเองให้ตาย ไม่เช่นนั้นทำไมวันนี้นางถึงต้องอ่อนน้อม
ถ่อมตนและยอมแพ้?
“การปรับปรุงเหล่านี้เสร็จสิ้นโดยท่านหลินเพียงคนเดียวหรือ?” ซู่
หย่าถาม
“ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยข้า เหตุผลที่ข้าสามารถทำได้คือ มันเพราะมรดก
ที่ข้าเรียนนั้นพิเศษ”
มรดก?
หัวใจของซู่หย่าเต้นข้ามจังหวะ จากคำพูดของผู้อาวุโสเซวีย ดู
เหมือนว่าหลินหมิงมีอาจารย์ที่ทรงพลังมาก
อะไรคือมรดกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติเช่นนี้ได้?
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะระดับ 7 ก็ยังไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้อย่าง
สมบูรณ์
ซู่หย่ารู้สึกว่าอารมณ์ของนางไม่มั่นคง หลินหมิงคนนี้เป็นสมบัติที่ไม่
ธรรมดา! ไม่ว่าจะเป็นสำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ดาราจรัสหรือสมาคม
ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ มันก็เหมือนกัน!
นางอดไม่ได้ที่จะถาม “ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของท่านหลิน
คือใคร…”
หลินหมิงคิ้วขมวดเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เสียงของเขาเย็นชาลงมากขณะที่
เขาพูดว่า “แม่นางซู่หย่าควรรู้ด้วยว่าผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะทุกคนมีมรดก
ของตนเอง และทักษะหลักเป็นสิ่งที่อาจารย์ของพวกเขากระทั่งไม่ยอมส่ง
ให้ศิษย์หากมิได้ลงโล่งไปครึ่งก้าวแล้ว แม่นางซู่หย่าถามคำถามนี้เพราะ
ตั้งใจจะเอาความลับของข้าหรือไม่?”
ซู่หย่าสะดุด นางพูดว่า “ข้าขออภัยท่านหลินด้วยที่ข้าหยาบคาย
เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ในวันนี้คือ เพื่อเป็นตัวแทนกองบัญชาการซึ่งต้องการ
หารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับท่านหลิน…”
ซู่หย่าให้ความสำคัญกับสีหน้าของหลินหมิงอย่างระมัดระวัง การพูด
กับหลินหมิง ซู่หย่านั้นระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ท้ายที่สุด เพราะความ
เย่อหยิ่งของนางครั้งล่าสุดที่นางพูดกับหลินหมิง มันคงยากที่จะเข้ากับเขา
ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงไม่ต้องการที่จะตอบสนอง ซู่หย่าก็ยังถามต่อไป
“ท่านหลิน อักขระเปลวเพลิงวินาศที่ท่านสร้างขึ้นสามารถใช้ได้กี่ครั้ง?”
ความจริงก็คือ เมื่อซู่หย่าได้รับประกาศิตดาราจรัส ตำหนักสวรรค์
ดาราจรัสได้ทำการทดลองด้วยตัวเองแล้ว ซู่หย่าต้องการเพียงแค่ได้รับ
การยืนยันจากหลินหมิงว่าอักขระรูนเทวะทุกอันจะมีมาตรฐานเดียวกัน
หรือไม่
“พวกมันอาจถูกนำมาใช้ได้หลายร้อยครั้ง หลังจากใช้งานหลายครั้ง
เกินไป โครงสร้างรูนเทวะจะพังทลายลงอย่างช้าๆและถูกทำลาย
“และในการต่อสู้หนึ่งครั้ง เดียวอักขระรูนเทวะประเภทนี้สามารถ
เปิดใช้งานได้สูงสุด 4 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น 3 ครั้งแรกจำเป็นต้องให้นักสู้
ถ่ายเทพลังงานจำนวนหนึ่งลงไป หลังจากใช้อักขระรูนเทวะ 4 ครั้ง
พลังงานภายในจะหมดและไม่สามารถเปิดใช้งานได้ อักขระรูนเทวะต้อง
ฟื้นพลังตัวเองเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง”
เมื่อหลินหมิงสร้างอักขระเปลวเพลิงทัณฑ์สวรรค์นิพพาน เพราะเขา
ใช้เพลิงนิพพานและเพลิงทัณฑ์สวรรค์ ทำให้พลังงานเปลวเพลิงสูงเกินไป
เมื่อรวมกับการดัดแปลงมากมายของเต๋าสวรรค์อาชูร่าที่หลินหมิงได้เพิ่ม
เข้ามา สิ่งนี้ทำให้อักขระเปลวเพลิงทัณฑ์สวรรค์นิพพานมีพลังมากจนถึง
จุดที่มันสามารถฆ่าขั้นผู้ปกครองเทวะสูงสุดได้
แต่ในเวลาเดียวกัน อักขระเปลวเพลิงทัณฑ์สวรรค์นิพพานวาง
ข้อกำหนดขั้นสูงสำหรับผู้ใช้ จากการประเมินของหลินหมิง ผู้หนึ่ง
จำเป็นต้องเป็นขั้นผู้ปกครองเทวะสูงสุดเพื่อที่จะดึงพลังทั้งหมดออกมาได้
ดังนั้นหลินหมิงจึงทำการดัดแปลงอีกอย่าง ด้วยการใช้ความเข้าใจ
ของเขาเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า เขาสร้างเพื่อให้อักขระเปลวเพลิงทัณฑ์
สวรรค์นิพพานปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยืด
อายุการใช้งานอักขระเปลวเพลิงทัณฑ์สวรรค์นิพพาน ตลอดจนลด
ข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้
ข้อมูลของหลินหมิงนั้นคล้ายคลึงกับข้อมูลที่ตำหนักสวรรค์ดาราจรัส
ได้รับจากการทดสอบ
อักขระเปลวเพลิงวินาศประเภทนี้ได้รับราคา 400,000 คะแนน
สำหรับหนึ่งอัน นี่เป็นราคาในอุดมคติที่ตำหนักสวรรค์ดาราจรัสต้องการ
อย่างยิ่ง
และในความเป็นจริง เมื่อตำหนักสวรรค์ดาราจรัสออกภารกิจ พวก
เขาจะขอ 20 อักขระ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตำหนักสวรรค์ดาราจรัสจะต้อง
จ่ายหลินหมิง 8 ล้านคะแนนในทุกครั้ง
ซู่หย่าลังเลและพูดว่า “ท่านหลิน แดนศักดิ์สิทธิ์ดาราจรัสต้องการชุด
อักขระเปลวเพลิงวินาศที่ได้รับการปรับปรุง ไม่ว่าจะมีเท่าไร เราก็จะรับ
จำนวนเท่านั้น และเราจะจ่ายรางวัลให้ท่านอย่างเพียงพอ”
“โอ้? หลินหมิงลูบคางของเขา เขาคาดการณ์ถึงภารกิจประเภทนี้ไว้
แล้ว ในปัจจุบัน แดนศักดิ์สิทธิ์ดาราจรัสขาดอักขระรูนเทวะโจมตีและการ
ป้องกัน ส่วนในด้านโอสถ พวกเขาถูกกดดันน้อยกว่า
“ก่อนที่เราจะพูดถึงการซื้อขายนี้ แล้วบัญชีก่อนหน้าเล่า?”
หลินหมิงมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา แต่คำพูดของเขาทำให้ซู่หย่าตก
ตะลึง
บัญชีก่อนหน้า…
ใช่แล้ว หลินหมิงยังไม่ได้รับค่าตอบแทนสำหรับ 20 อักขระเปลว
เพลิงที่เขามอบให้ในครั้งที่แล้ว!
ซู่หย่าต้องการจ่าย 60,000 คะแนนสนับสนุน แต่หลินหมิงไม่
ต้องการมันในตอนนั้น เขาบอกว่าเขาไม่ได้ ‘ขาดคะแนนสนับสนุน’
มันเป็นเพียงตอนนี้ที่ซู่หย่าตระหนักว่าเหตุใดหลินหมิงไม่ต้องการ
คะแนนสนับสนุน เขาคิดว่า 60,000 คะแนนน้อยเกินไป และกำลังรอการ
พัฒนานี้เพื่อที่เขาจะได้รับรางวัลที่สูงขึ้น!
ซู่หย่ายังจำได้ว่าหลินหมิงพูดว่าบางทีหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน
จำนวนคะแนนรวมของเขาจะถึงจำนวนที่น่าพอใจ
หลินหมิงคาดว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะเกิดขึ้น
นี่ทำให้ซู่หย่าสิ้นท่าเล็กน้อย นางรู้สึกว่าถูกสหายตัวน้อยบดขยี้อย่าง
สมบูรณ์
“แม่นางซู่หย่า ข้าจำต้องกล่าวว่า…” เสี่ยวหมัวเซียนมองดูที่ซู่หย่า
ยิ้มเล็กน้อย “ข้าจำได้ว่าครั้งล่าสุดมีคนพูดว่าพวกเขาจะไม่มีความตั้งใจที่
จะมองหาหลินหมิงให้สร้างอักขระรูนเทวะให้… ใช่หรือไม่?”
หนึ่งเดือนก่อน หลินหมิงคาดการณ์ว่าจะมีคนตะกายมาขอให้เขา
วาดอักขระรูนเทวะ
แต่ซู่หย่าก็เพิ่มความหยาบคายเข้าไปอีก “ข้าไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนที่
จะตะกายมาให้เจ้าวาดอักขระรูนเทวะในอนาคต แต่ข้าไม่มีความตั้งใจที่
จะทำเช่นนั้น…”
ตอนนี้เสี่ยวหมัวเซียนพูดถึงเรื่องนี้ ซู่หย่าจึงไร้หนทาง
“แม่นางเซียนเอ๋อร์ ครั้งที่แล้วข้าต้องขออภัยอย่างยิ่ง…”
ภายใต้หลังคาของคนอื่น มันไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องก้มหัว ซู่
หย่าลดท่าทางของนางลงอีกครั้ง “แต่วันนี้ข้าเชื่อว่าข้าได้เข้าใจความ
จริงใจอย่างเพียงพอแล้ว ท่านหลิน ท่านคิดว่า… 250,000 คะแนน
สนับสนุนเป็นอย่างไร?”
ซู่หย่าใช้สายตาวิงวอนเพื่อมองหลินหมิง ดวงตาของนางเหมือนน้ำใน
ฤดูใบไม้ร่วงที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ของผู้หนึ่งได้
นางวางราคาเริ่มต้นที่ 250,000 คะแนนสนับสนุน ต่ำกว่าขีดจำกัด
ของกองบัญชาการ นี่คือการรักษาพื้นที่ต่อรอง
ก่อนที่หลินหมิงจะได้พูด เสี่ยวหมัวเซียนก็พูดว่า “250,000 คะแนน?
แผนของเจ้าค่อนข้างคิดได้ดี อักขระรูนเทวะที่หลินหมิงวาดขึ้นสามารถ
ใช้ได้ 200-300 ครั้ง ตามราคาปกติที่ 60,000 สำหรับ 20 อักขระ ทุกอัน
จึงควรมีมูลค่า 3,000 จากนั้น ถ้าเจ้าคูณด้วย 250 มันควรจะเป็น
750,000 สำหรับอันเดียว!
“อีกอย่าง อักขระเปลวเพลิงวินาศที่ปรับปรุงแล้วที่หลินหมิงสร้างขึ้น
นั้นแข็งแกร่งกว่าอักขระเปลวเพลิงทั่วไป บางทีเราไม่จำต้องขายราคา
ปกติด้วยซ้ำ!”
เสี่ยวหมัวเซียนกล่าวอย่างแข็งขัน
ซู่หย่าแข็งค้าง “750,000…”
ตามราคาดังกล่าว หากหลินหมิงส่งมอบอักขระรูนเทวะ 1,000 อัน
พวกเขาจะต้องจ่าย 750,000,000 คะแนนสนับสนุน หากสิ่งนี้ดำเนินไป
อย่างต่อเนื่อง ตำหนักสวรรค์ดาราจรัสแน่นอนจะไม่สามารถต้านทานมัน
ได้ ท้ายที่สุด พวกเขาจะใช้ทรัพยากรจำนวนมากเกินไปในสงครามครั้งนี้
แม้ว่าอักขระเปลวเพลิงวินาศของหลินหมิงสามารถใช้งานได้ 200-
300 ครั้งและแข็งแกร่งกว่ารุ่นทั่วไป แต่ตำหนักสวรรค์ดาราจรัสยังคงหวัง
ว่าพวกเขาจะได้รับราคาที่ต่ำกว่าหากพวกเขาซื้อจำนวนมาก แม้ว่า
ทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น อักขระเปลวเพลิงวินาศมีทักษะสูง
กว่า ค่าใช้จ่ายในการสร้างก็ไม่จำเป็นต้องสูงกว่า
“ท่านหลิน…” ซู่หย่ารู้ว่าการทะเลาะกับเสี่ยวหมัวเซียนนั้นไร้
ความหมาย นางใช้สายตาร้องขอมองดูหลินหมิง “ค่าใช้จ่ายของวัสดุ
ทั้งหมดจะถูกออกโดยแดนศักดิ์สิทธิ์ดาราจรัสของเรา…”
สีหน้าของหลินหมิงยังคงเดิม ราคาเริ่มต้นของซู่หย่าไม่ได้ส่งผล
กระทบต่อเขาเลย
250,000 สำหรับอักขระรูนเทวะหนึ่งอัน ซึ่งหมายความว่าเขา
จะต้องวาดพวกมันขึ้น 12,000 เพื่อให้ได้รับ 3 พันล้านคะแนน จะใช้
เวลานานแค่ไหนในการวาดอักขระรูนเทวะถึง 12,000 อักขระน่ะหรือ?
น่าจะเป็น 2-3 ปี
หลินหมิงพูดเบาๆว่า “แม่นางซู่หย่า ความจริงก็คือ ท่านดูเหมือนจะ
เข้าใจผิดไป อักขระรูนเทวะของข้าไม่จำเป็นต้องขายให้ท่านคนเดียว ท่าน
คิดว่านอกจากแดนศักดิ์สิทธิ์ดาราจรัสแล้ว มันจะไม่มีใครเต็มใจจ่ายใน
ราคาที่สูงกว่านี้อีกหรือ?”