Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,661 สุสานคนยักษ์
นิ้วของหลินหมิงผสานอย่างรวดเร็วผ่านอากาศ ทิ้งเส้นสายที่ส่อง
ประกายของเต๋าสวรรค์อาชูร่าไว้อย่างต่อเนื่อง เส้นสายเหล่านี้ตกลงมาดั่ง
พายุที่โหมกระหน่ำ ราวกับฝนเข็มที่ไม่รู้จบ
หลายเส้นสายสลักตัวเองบนโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละที่
เหมือนหัวใจทันที่
ในขณะที่โอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละถูกสลักโดยรูนนั้น หลินห
มิงก็รู้สึกว่ามันดิ้นรนอย่างดุเดือด มันเหมือนสิงโตดุร้าย นี่คือจิตวิญญาณ
โอสถที่พัฒนาขึ้นภายในโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละ
จิตวิญญาณแห่งโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละฉลาดและรวดเร็ว
เหมือนหมาป่าสวรรค์จอมตะกละ มันดุร้ายและแปลกประหลาด เมื่อ
เผชิญกับจิตวิญญาณโอสถนี้ สีหน้าของหลินหมิงไม่แยแส นิ้วของผสาน
อย่างรวดเร็ว และรูปแบบค่ายกลทะลุผ่านจิตวิญญาณโอสถ!
การต่อสู้ของโอสถเริ่มรุนแรงขึ้นและความน่าเศร้าก็เต็มอยู่ในอากาศ
โอสถนี้เหมือนเสียงหัวใจแต่กลับเปล่งเสียงออกมาได้ มันน่ากลัวยิ่งนัก!
หลังจากหนึ่งชั่วโมงครึ่ง มันก็หยุดดิ้นรนอย่างช้าๆ เช่นนี้ จิตวิญญาณ
ของโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละก็ถูกลบโดยหลินหมิง
จิตวิญญาณของโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละมีเล่ห์เหลี่ยม มันจะ
ไม่เต็มใจที่จะถูกกลืน เมื่อหลินหมิงกำลังทะลวงขั้นพลัง เขาจะอยู่ในจุดที่
อ่อนแอที่สุด และหากเขากลืนโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละในเวลานั้น
เขาอาจจะได้รับผลกระทบจากจิตวิญญาณโอสถ นี่จะทำให้เกิดปัญหา
อย่างมาก ดังนั้นการลบมันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
หลินหมิงหยิบโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละขึ้นมา เขารู้สึกถึงแรง
กดดันที่อยู่ภายใน ดูเหมือนจะบดขยี้ใครก็ได้ หัวใจของเขาเต็มไปด้วย
ความสุขและความพึงพอใจ
เสี่ยวหมัวเซียนเองก็มีความสุขเช่นกัน เมื่อนางทะลวงเข้าสู่ขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย สัมผัสรับรู้ของนางก็ยิ่งคมชัดขึ้นและนางก็
สามารถรู้สึกถึงพลังอัดแน่นที่บรรจุอยู่ภายในโอสถหมาป่าสวรรค์จอม
ตะกละ
“สิ่งนี้… พี่ใหญ่หลิน ท่านวางแผนที่จะกลืนมันลงไปเช่นนี้?” เสี่ยวห
มัวเซียนกัดริมฝีปากของนาง ในตอนแรกนางคิดว่าหลินหมิงจะรีบเร่งและ
ดูดซับโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละ แต่ตอนนี้ เมื่อนางรู้สึกถึงพลังงาน
ความหนาแน่นสูงอย่างไม่น่าเชื่ออยู่ภายใน หัวใจของนางเริ่มเต้นรัว
โอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละนั้นชั่วร้ายและดุดัน หากหลินหมิ
งกลืนมันลงไปโดยตรง เขาจะสามารถต้านทานมันได้อยู่หรือ?
“ข้าต้องกลืนมัน แต่ถ้าข้าทำ ข้าก็เกรงว่าร่างกายของข้าจะไม่
สามารถต้านทานได้ แรงผลักดันของโลกในหุบเขาสิ้นหวังหยินหยางยัง
ขาดไป เราต้องค้นหาสุสานคนยักษ์และใช้แรงผลักดันโลกที่นั่นเพื่อระงับ
ความแข็งแกร่งของโอสถหมาป่าสวรรค์จอมตะกละและโจมตีวิหารเต๋า
ทัณฑ์สวรรค์! สีหน้าของหลินหมิงนั้นเคร่งขรึม ดวงตาของเขาเริ่มกวาดไป
ทั่วทั้งหุหุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง
เมื่อมองไปรอบๆ มีกระแสเพลิงและสายฟ้าที่ดุเดือด ลมสีดำและ
แม้แต่เขตแดนน้ำแข็งที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของคนผู้หนึ่งได้ทันที่ ใน
หุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง พลังทำลายล้างได้ท่วมท้นพื้นที่และยังไม่ทราบ
ว่าพวกมันมารวมตัวกันที่นี่ได้อย่างไร
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้า ค้นหุบเขาพร้อมกับเสี่ยวหมัวเซียนเพื่อหา
เบาะแสใดๆเกี่ยวกับสุสานคนยักษ์
หลังจากค้นหามาระยะหนึ่ง พวกเขาพบว่าหุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง
นั้นเป็นจุดจบ มีเพียงทางเข้าแต่ไร้ซึ่งทางออก ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าที่นี่จะเล็ก
กว่าที่หลินหมิงจินตนาการไว้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถค้นพบร่องรอยใดๆ
ของสุสานคนยักษ์
“พี่ใหญ่หลิน สุสานคนยักษ์รวมอยู่กัหุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง
หรือไม่? เราไม่สามารถหาทางออกได้…”
หลินหมิงยังคงเงียบงัน ดวงตาของเขากำลังสังเกตมิติด้านหน้า
ความผันผวนของมิติบิดเบือนตรงหน้าเขาทำให้เกิดความรู้สึก
ประหลาดอย่างมาก
ในหุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง, กฎเต๋าสวรรค์อาชูร่ามีอยู่ทุกที่ หลินหมิ
งอนุมานถึงทุกการเปลี่ยนแปลงพลังของกฎเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว
การอนุมานเหล่านี้เป็นเหมือนมือยักษ์ที่มองไม่เห็นซึ่งควบคุมกฎของ
เต๋าสวรรค์อาชูร่า ทำให้เขาสามารถใช้พวกเขาและสำรวจหุบเขาสิ้นหวังห
ยินหยางได้
เป็นผลให้เขาค้นพบว่าห้วงมิติข้างหน้าเขาแผ่ออร่าโบราณและว่าง
เปล่าออกมา
มีบางอย่างแปลกประหลาดที่นี่!
ดวงตาของเขาส่องประกายและหอกโลหิตฟีนิกซ์พุ่งเข้าชนปมมิติ
ปมมิตินี้มันเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดในมิติที่ถูกระบุโดยกฎเต๋าสวรรค์อา
ชูร่า
มิติบิดเบื้อนน้ ภายใต้พลังปะทะนับพันล้านจิน มันจึงเริ่มพังทลาย
ราวกับประตูยักษ์ที่พังทลายลงมา
บรรยากาศที่เก่าพุ่งทะยานออกมาด้านนอก ซึ่งดูเหมือนว่าเกิดจาก
รุ่งอรุณแห่งสวรรค์และปฐพี
หลินหมิงมองไปรอบๆและเห็นว่าข้างในเต็มไปด้วยหมอกและพลัง
จิตวิญญาณ มันเป็นโลกกว้างใหญ่ที่มีเส้นขอบฟ้าทอดยาวสุดสายตาของ
เขา
จากนั้น เขาก็รีบเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหมัวเซียนตามไปด้วยเช่นกัน
“นี่มัน…”
ทันทีที่เขามาถึง หลินหมิงก็ตกใจกับฉากที่เขาเห็น
นี่เป็นโลกที่แยกจากกันอย่างแท้จริง และปมมิตินี้นำไปสู่ที่สูงในเมฆ
เขาและเสี่ยวหมัวเซียนลอยบนอากาศ สายตาเบิกกว้างและมองโลก
เบื้องล่างที่ไร้ขอบเขต
โลกนี้ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุด แค่เพียงพื้นดินก็อยู่ห่างออกไปหลายร้อย
ไมล์แล้ว!
เมื่อมองลงไป พวกเขาจะได้เห็นผืนป่าสีเทาและโบราณ ทอดยาวไป
ถึงขอบฟ้า แม่น้ำที่ไหลผ่านดินแดนต่างๆเช่นมังกรที่กำลังทะยานผ่าน!
และเหนือดินแดนอันยิ่งใหญ่นี้ มันมีเงามหึมาที่ดูเหมือนภูเขาสูงล้าน
ฟุต
หลินหมิงเพ่งสายตาไปที่เงาเหล่านี้ และเห็นว่าพวกมันเป็นเต่าทมิฬ
ขนาดใหญ่หลายตัว นิ่งอยู่บนพื้นซึ่งดูเหมือนภูเขา
กระดองเต่าสูงเสียดเมฆ ปกคลุมด้วยหมอกที่ไร้สิ้นสุด
เต่าทมิฬแผ่ออร่ามืดออกมา คล้ายกับออร่าของราชันมังกรทมิฬที่
อาศัยอยู่ในส่วนลึกของอเวจีปีศาจอมตะ
เต่าทมิฬเหล่านี้เป็นตัวตนระดับสัตว์อสูรเทวะอย่างแน่นอน
“พี่ใหญ่หลิน ดูนั่น… มีโลงศพยักษ์อยู่ที่ด้านหลังของเต่า…” เสี่ยวห
มัวเซียนพูดพึมพำอย่างตกใจดวงตาของนางมุ่งเน้นที่ระยะใกล
หลินหมิงมองดูและเห็นว่าที่ด้านหลังของเต่าเป็นโลงศพทองแดง
โบราณขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านบนท้องฟ้า
วิ้ง ~ วิ้ง ~ วิ้ง ~
คลื่นพลังจิตวิญญาณพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่อง ออกมาจากโลงศพ
ทองแดงโบราณเหล่านั้น เติมพลังงานให้โลก
รูนนับไม่ถ้วนติดตามกระแสพลังจิตวิญญาณ ไหลผ่านท้องฟ้าราวกับ
แม่น้ำหลายสาย
เมื่อเห็นโลงศพโบราณเหล่านี้ หลินหมิงก็หวาดกลัวอย่างมาก ออร่า
ที่ไม่อาจคำนวนซึ่งปลดปล่อยออกมาจากพวกมันยังทำให้เขารู้สึก
หวาดหวั่น
โลงศพโบราณเหล่านี้มีรัศมีกว้างหลายไมล์ และมีขนาดใหญ่เท่ากับ
วังหลวง แม้ว่ายักษ์สันเขาจะนอนลงในโลงศพเหล่านี้ พวกมันก็จะเพียง
ครอบครองมุมเล็กๆของมันเท่านั้น
“นี่คือสุสานคนยักษ์หรือไม่? ความหมายของคำว่าคนยักษ์? ผู้คนที่
ถูกฝังอยู่ในโลงศพทองแดงอาจเป็น… คนยักษ์”
หลินหมิงคิ้วขมวด ในโลกของเส้นทางแห่งอาชูร่า มีตำนานมากมาย
เกินไป นี่รวมถึงหุบเขามรณะ แดนเร้นร้างไพศาล ทะเลพายุ – ทุก
ดินแดนมีตำนานของตนเอง
เรื่องราวเหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบ แต่เนื่องจากเรื่องราวเหล่านี้มี
มานานเกินไป พวกมันจึงไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป
สำหรับสุสานคนยักษ์ ตำนานเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้หายากมาก อาจ
เป็นเพราะเมื่อคนส่วนใหญ่เข้าสู่หุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง พวกเขาไม่รู้ว่า
จะเข้าสู่สุสานคนยักษ์ได้อย่างไร เฉพาะผู้ที่ประสบโชคดีเท่านั้นที่จะ
สามารถเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ได้ สำหรับความมหายของ ‘คนยักษ์’ มันไม่มี
ใครแน่ใจ
บางคนเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนรับใช้ยักษ์ที่รับใช้จ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าในอดีต มีบางคนที่เชื่อว่าคนยักษ์เหล่านี้เป็นบรรพบุรุษของยักษ์สันเขา!
แต่ถึงแม้ว่ายักษ์สันเขาในปัจจุบันที่อาศัยอยู่ลึกลงไปในแดนเร้นร้าง
ไพศาลอาจถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลัง แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจ
เทียบเท่าคนยักษ์ในยุคก่อน
สายเลือดยักษ์สันเขาถูกเจือจางไปตามกาลเวลามากเกินไป พวกเขา
สูญเสียสติปัญญาและกลายเป็นเหมือนสัตว์อสูรดุร้าย
แต่ถึงแม้ว่าสติปัญญาของพวกเขาจะลดลงจากในอดีต สายเลือดของ
พวกเขายังคงเป็นสัญลักษณ์ของ ‘คนยักษ์’ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขา
ถึงรู้สึกกลัวต่อสุสานคนยักษ์และปกป้องขอบของหุบเขาสิ้นหวังหยินหยาง
ความต้องการของหลินหมิงในการเข้าสู่หุบเขาสิ้นหวังหยินหยางจึง
ทำให้เกิดความโกรธแค้นจากพวกมัน ถึงกระนั้น ความเคารพในดินแดนนี้
ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเมื่อหลินหมิงเข้ามาแล้ว พวกมันก็ทำได้
เพียงมองดูโดยไม่ไล่ล่า
เมื่อหลินหมิงจมหายไปจากความคิด เขาก็เห็นว่าในระยะไกลที่ซึ่ง
พลังจิตวิญญาณนั้นแข็งแกร่งที่สุดและเป็นจุดสิ้นสุดของแผ่นดินมีเต่า
ทมิฬตัวใหญ่กว่า กระดองของมันยืดออกไปหลายพันไมล์ และหมอกพลัง
จิตวิญญาณที่ปกคลุมพุ่งพรวดออกมาดั่งน้ำตก ลอยอยู่รอบตัวมันใน
ปริมาณที่สูงพอที่จะซ่อนโลกในเงามืด
เต่าทมิฬตัวนี้ใหญ่กว่าเต่าทมิฬตัวอื่นมากกว่าสิบเท่า ออร่าของมัน
เหนือกว่าระดับของสัตว์อสูรเทวะแล้ว และเกือบจะถึงระดับเทพแท้จริง
แม้จะอยู่ไกลมาก หลินหมิงก็ยังพบว่ามันยากที่จะเผชิญกับตัวตนนี้!
“ไปกันเถอะ!”
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนบินไปยังเต่าทมิฬที่ใหญ่ที่สุด
ขณะที่ทั้งสองบินผ่านท้องฟ้า พวกเขาก็ผ่านเต่าทมิฬตัวอื่นๆ ใน
ตำนานกล่าวกันว่า เต่าทมิฬสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าพันล้านปี และ
เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตยาวนานที่สุดในจักรวาล แต่ในสุสานคนยักษ์ โดยไม่มี
ข้อยกเว้น เต่าทมิฬเหล่านี้ได้กลายเป็นกระดูก มีเพียงกระดองมหึมาที่ขึ้น
สู่ท้องฟ้าเท่านั้นที่จะเล่าถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ของพวกมันได้
หลินหมิงบินอยู่เหนือสุสานแห่งนี้ รู้สึกถึงออร่าที่น่าเศร้าและน่าหดหู่
จนเกือบเสียจิตใจ ด้วยความตกใจ หลินหมิงรีบเร่งโคจรแก่นหัวใจแห่ง
หมอกศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็ทำให้จิตใจเขาสงบลง
หลินหมิงหันมามองเสี่ยวหมัวเซียนและพบว่าเขาไม่ต้องกังวลกับนาง
ร่างกายสัตว์อสูรเทวะของนางทำให้มันง่ายสำหรับนางที่จะต่อต้านออร่าที่
อ้างว้างนี้ภายในสุสานคนยักษ์
ในที่สุดหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนก็มาถึงด้านหลังของกระดองเต่า
ที่ใหญ่ที่สุด เต่าทมิฬนี้มีขนาดใหญ่มากจนคล้ายกับดาวเคราะห์
สำหรับโลงศพโบราณบนหลังเต่าทมิฬ มันก็มีขนาดเท่ากับภูเขาด้วย
พื้นผิวของโลงศพถูกปกคลุมไปด้วยรูนลึกลับที่เปล่งแสงอันสง่างาม
ทุกลำแสงจิตวิญญาณมีพลังงานอันน่าอัศจรรย์ ลำแสงแต่ละลำยิง
ขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างสุญญากาศในมิติ
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เขากวาดหอกโลหิตฟีนิกซ์เบาๆไปที่
มุมเล็กๆของแสงจิตวิญญาณ แม้จะด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนี้
เขาก็ยังรู้สึกว่าแขนสั่นและชา แสงเหล่านี้มีแรงกระแทกอย่างน้อยหมื่น
ล้านจิน
โลงศพโบราณถูกปิดผนึกและถูกผูกไว้กับรูน ด้วยระดับการบ่มเพาะ
ของหลินหมิง หากต้องการเปิดมันย่อมเป็นไปไม่ได้
“คนยักษ์… ตัวตนที่ภาคภูมิของสวรรค์จากยุคโบราณถูกฝังอยู่ในโลง
ศพเหล่านี้…” หลินหมิงพึมพำกับตัวเอง แต่ด้วยสิ่งนี้ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับ
ความคิดเหล่านี้อีกต่อไป
ปัจจุบัน มันไม่มีความหมายในการพึงพาความคิดเหล่านี้ ท้ายที่สุด
พวกมันอยู่ไกลเกินไปสำหรับเขา สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ –
โจมตีวิหารเต๋าที่สอง วิหารเต๋าทัณฑ์สวรรค์!
ในขั้นต้นหลินหมิง เคยคาดเดาจากความทรงจำของจู๋ชวนว่าสุสาน
คนยักษ์จะเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทะลวง แต่ตอนนี้เมื่อเขามาถึง
ที่นี่อย่างแท้จริง จึงพบว่าสถานที่แห่งนี้ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก!
มีเต่าทมิฬที่น่าเกรงขาม โลงศพทองแดงโบราณที่ไม่ธรรมดาซึ่งเต็ม
ไปด้วยพลังงาน และที่สำคัญที่สุดคือ ลมหายใจของกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่า
ที่นี่ซึ่งท่วมพื้นที่ทุกตารางนิ้ว แข็งแก่รงกว่าหุบเขาสิ้นหวังหยินหยางสิบ
เท่า
ด้วยสิ่งอย่างไม่น่าเชื่อของกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าที่มีอยู่ที่นี่ เขาสามารถ
ดึงพลังทั้งหมดจากภายในสุสานคนยักษ์ ใช้แรงผลักดันที่นี่เพื่อ
ปราบปรามดาราหมาป่าจอมตะกละได้