Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,674 ลูกเล่นชั่วร้าย
เสร็จสิ้น 20%?
หลินหมิงเงยหน้าขึ้นมองคนอื่น ในเวลานี้ มู่หลิงเยว่, ฟ่านฮวาฮวา
และคนอื่นๆก็เองก็มองดูที่หลินหมิงเช่นกัน เป็นที่ชัดเจนว่าพวกเขาเองก็
ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราความสำเร็จ
“20%, เจ้าล่ะ?” หลินหมิงถาม
“เช่นกัน”
มู่หลิงเยว่และอีกคนเหลือบมองหน้ากัน อัตราความสำเร็จนี้ดีกว่าที่
คาดไว้ ท้ายที่สุด เมื่อเดินไปจนสิ้นสุดระดับ 1, ความจริงก็คือ พวกเขา
ไม่ได้เจออันตรายที่แท้จริงเลย
“อัตราความสำเร็จควรจะยากขึ้นในภายหลัง หลังจาก 80%, เป็นไป
ได้ว่าทุกๆจุดจะยากกว่าครั้งล่าสุด อัตราความสำเร็จในปัจจุบันของเราไม่
แปลกเลย”
“ไปกันเถอะ”
วูปป!
ในที่สุด กลุ่มก็โผล่ออกมาจากการไหลของพลังงานและลงสู่พื้นดิน
ที่นี่ มันมีลมมืดพัดพรวดเข้ามาพร้อมกับออร่าที่แห้งแล้ง
ท้องฟ้าเบื้องหน้าสูงผิดปกติ เป็นสีน้ำเงินและโปร่งใสเหมือนไพลิน
ในระยะไกล รูปร่างของภูเขานั้นดูคลุมเครือคล้ายกับร่างของสัตว์
อสูรยักษ์ที่กำลังหลับ
ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา มันเป็นดินแดนที่มีทรายและหินขนาดมหึมา
วัชพืชหนาโตขึ้นเป็นระยะๆ มีหย่อมที่สูงเท่าคน มีต้นไม้ที่ดูน่ากลัว พืชที่นี่
กระจัดกระจายกันอยู่
นี่คือถิ่นทุรกันดารที่มีลมพัดแรง เยือกเย็นและอ้างว้าง
“นี่เป็นด่านที่ 2 ใช่หรือไม่?” เสี่ยวหมัวเซียนบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
มองไปรอบๆก่อนลจะร่อนลงถัดจากหลินหมิง
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่รู้ว่ามีด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายกี่
ระดับ ตอนนี้เขามาที่นี่ตัวเอง ไม่กี่ชั้นแรกนั้นไม่อันตรายเกินไป
“ไม่ต้องกังวล พักกันก่อน”
หลินหมิงเสนอ จากสิ่งที่เขารู้ ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายน่าจะ
คงอยู่หลายปี ตอนนี้ ทุกคนเพิ่งผ่านระดับ 1 พวกเขาจึงใช้พลังงานไป
บางส่วนแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าด่านที่ 2 จะ
เป็นอย่างไร พวกเขาต้องอยู่ที่นี่และปรับตัวให้อยู่ในสภาพสูงสุด นี่เป็น
แผนปฏิบัติการที่ปลอดภัยที่สุด
ขณะที่หลินหมิงพูด มู่หลิงเยว่และคนอื่นๆก็เข้าฌาน หลินหมิงได้ก
ลายเป็นแกนหลักของทีมไปแล้วโดยไม่ทันสังเกตุ ในระดับ 1 ของด่าน
ทดสอบหล่อหลอม ทุกคนสามารถเห็นการแสดงของหลินหมิงด้วยตาของ
พวกเขาเอง ดังนั้นพวกเขาจึงฟังความคิดเห็นของเขา
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กลุ่มจะได้เข้าฌานนาน เสียงกรีดร้องเศร้าดัง
ก้องสะท้อนออกมาจากทางทิศใต้ของถิ่นทุรกันดารนี้
“หืม?”
หลินหมิงคิ้วขมวด มีบางคนอยู่ที่นี่!?
ในระดับ 1 พวกเขาได้สัมผัสกับดักอวกาศและถูกส่งไปที่อื่น หลังจาก
นั้น พวกเขาก็ยังไม่พบกลุ่มอื่นเลย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกตัดขาดจาก
กลุ่มอื่น แต่ที่นี่ ในโลกด่านที่ 2, สถานที่นี้กว้างใหญ่และไร้ขอบเขตกลับมี
ทีมอื่น
พวกเขาควรจะไปตรวจสอบที่มาของเสียงกรีดร้องที่น่าเศร้าหรือไม่?
คนอื่นเหลือบมองกันก่อนที่จะมองไปยังหลินหมิง ต้องการความ
คิดเห็นของเขา
หากพวกเขาไปตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น มันอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะ
ได้รับอันตราย
“ไปดูกันเถอะ แต่ระวังด้วย หากมีอะไรผิดพลาด เราก็จะหนีไป
ทันที” หลินหมิงระบุไว้อย่างชัดเจน
วูซ! วูซ! วูซ!
กลุ่มคนวิ่งเข้าไปหาทิศทางของเสียงกรีดร้องเหมือนสายฟ้า
กลุ่มหยุดลงบนเนินหินที่แห้งแล้งซึ่งห่างออกไปสองสามไมล์ มองไป
ยังบริเวณเสียงกรีดร้อง
วิสัยทัศน์ของหลินหมิงนั้นคมชัดเหมือนนกอินทรี ด้วยเพียงการมอง
แวบเดียว เขาก็เห็นช่องเขาถ้ำด้นล่าง เต็มไปด้วยคราบเลือด
โลหิตยังสดและยังไม่แข็งตัว นอกจากนั้น มันก็ยังไม่มีเบาะแสอื่นๆ
เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่นี่
ในเวลานี้ จากทิศทางที่แตกต่างกัน มีเสียงของความเร็วเหนือเสียง
หลินหมิงและคนอื่นๆรู้สึกว่าจิตใจของพวกเขาเย็นยะเยือก พวกเขา
ยับยั้งออร่าไว้
พลังจิตวิญญาณสีขาวนวลปรากฏจากมือของฟ่านฮวาฮวา ตัดผ่าน
อากาศและครอบคลุมออร่าของกลุ่มอย่างทั่วถึง
หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้เกี่ยวกับพลังจิตวิญญาณสีขาวนวล
พลังจิตวิญญาณที่แปลกประหลาดเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นพรสวรรค์ที่เหนือ
ธรรมชาติของฟ่านฮวาฮวา มันเป็นความสามารถที่แปลกและซับซ้อนมาก
เขาไม่รู้จริงๆเลยว่าเคล็ดบ่มเพาะเช่นใดที่ฟ่านฮวาฮวาฝึกฝน
“เพลิงวิญญาณน้องสี่และเสี้ยววิญญาณของเขาก็หายไปที่นี่ ออร่า
สายเลือดนั่นเองก็เป็นของศิษย์น้อง เขาอยู่ที่ใด? มีอะไรแปลกๆในถ้ำแห่ง
นี้หรือไม่?”
ทั้งสองคนที่บินมาถึงนั้นสูงและแข็งแกร่ง หนึ่งในนั้นถูกปกคลุมไป
ด้วยเปลวเพลิงโปร่งใส เปลวเพลิงนี้ปลดปล่อยแรงผลักดันอันทรงพลังที่
ล้อมรอบถ้ำที่มีคราบเลือด
อีกคนหนึ่งถืออักขระรูนเทวะอยู่ในมือ
เมื่ออักขระรูนเทวะปรากฏขึ้น มันปลดปล่อยพลังงานเพลิงสีดำ
ออกมา
“พี่ใหญ่หลิน สหายคนนั้นใช้อักขระรูนเทวะที่ท่านสร้างขึ้น!” เสี่ยวห
มัวเซียนกระซิบกับหลินหมิง ราวกับว่านางได้ค้นพบสิ่งที่สนุกที่สุดในโลก
ดวงตาของนางถูกจับจ้องบนอักขระรูนเทวะในมือของบุคคลนั้น
วิสัยทัศน์ของหลินหมิงเฉียบคมขึ้น เขาสามารถเห็นตัวอักษร ‘หลิน’
ได้ทันทีที่ด้านล่างขวาของอักขระรูนเทวะ อันที่จริง มันเป็นหนึ่งใน
เครื่องหมายการค้าอักขระรูนเทวะและยังเป็นอักขระเพลิงสวรรค์ที่มีราคา
แพงมากเช่นกัน เขาช่วยไม่ได้ที่จะเกิดรอยยิ้มเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเครื่องหมายการค้าอักขระรูนเทวะเหล่านี้จะแพร่กระจาย
ไปยังระดับบนของเส้นทางแห่งอาชูร่า คนที่ซื้ออักขระเพลิงสวรรค์คือ
ราชันสวรรค์หัวใจพยัคฆ์ แต่นิกายของราชันสวรรค์หัวใจพยัคฆ์ไม่ได้
ประสบกับสงครามในไม่ช้า ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่พวกเขาจะขายส่วนหนึ่ง
ของอักขระรูนเทวะแก่ผู้อื่น
อีกอย่าง หลินหมิงได้ผลิตอักขระรูนเทวะพิเศษนี้เพียงหนึ่งพัน ถ้ามี
คนสามารถครอบครองมันได้ พวกเขาก็ควรมีสถานะอยู่ในขุมกำลังที่
ยิ่งใหญ่ มิเช่นนั้นแล้วพวกเขาก็จะไม่ยอมใช้มัน
ครึ่น ครึ่น ครึ่น! พลังอักขระรูนเทวะได้โจมตีถ้ำ
มีการระเบิดอย่างต่อเนื่องจากภายใน เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้นสู่สวรรค์
ดินและหินโดยรอบถ้ำถูกละลายโดยอุณหภูมิสูงในทันที่
เสียงกรีดร้องชัดเจนเปล่งออกมา มีร่างจำนวนหนึ่งหนีออกจากถ้ำที่
ถูกเพลิงระเบิด ร่างกายของพวกมันดำคล้ำ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีหางหนายื่น
ออกมาจากหลังและมีร่างกายคล้ายกับคน แต่รูปร่างหน้าตาของพวกมัน
เหมือนสัตว์อสูร
เมื่อสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้น รูนก็เริ่มเปล่งประกายบนหน้าผาก
ของพวกมัน พวกมันรีบไปหาบุคคลที่ใช้อักขระเพลิงสวรรค์ ลำแสง
สายฟ้าสีดำพุ่งออกมาจากระหว่างคิ้วของพวกมัน
“บัดซบ!”
ผู้ท้าชิงด้านทดสอบที่ถืออักขระหลินนั้นโกรธ ขณะที่เขากำลังจะใช้
อักขระเพลิงสวรรค์ในมืออีกครั้ง สหายของเขาก็หยุดไว้ “อย่ารีบร้อน เรา
ต้องประหยัดมัน”
ความรุนแรงของอักขระเพลิงสวรรค์อยู่ในความจริงที่ว่าแม้นักสู้อยู่
ในสถานะที่อ่อนแอที่สุด ไร้พลังสมบูรณ์ แต่การใช้อักขระเพลิงสวรรค์จะ
ยังคงส่งผลให้การโจมตีคงเดิม
แน่นอนพวกเขาจะต้องประหยัดอักขระรูนเทวะนี้ให้มากที่สุดเท่าที่
จะทำได้ในช่วงเวลาวิกฤติเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขา
บึม!
แสงสีดำที่ปล่อยออกมาจากสัตว์ประหลาดก็ตกลงบนพื้น ทำให้เกิด
การระเบิดของพลังที่น่ากลัว
และเนื่องจากความผันผวนของพลังงานที่รุนแรงนี้ ทำให้ภูเขา
สั่นสะเทือน สัตว์ประหลาดเริ่มโผล่มาจากทั่วทุกมุม!
ออร่าของสัตว์ประหลาดเหล่านี้อยู่ที่ขอบเขตผู้ปกครองเทวะสูงสุด!
หากเพียงมีสัตว์ประหลาดหนึ่งหรือสองตัวนั้นมันก็ไม่น่ากลัว แต่เมื่อ
รวมกันหลายสิบ พวกมันก็น่ากลัวอย่างยิ่ง!
โดยเฉพาะแสงสีดำที่สัตว์ประหลาดเหล่านี้ยิง มันสามารถรวมตัวกัน
และสร้างผลกระทบจากการตรึงมิติได้ แสงสีดำเหล่านี้เป็นเหมือนใยแมง
มุมยักษ์ ทำให้นักสู้สองคนไม่สามารถหนีได้แม้ว่าพวกเขาต้องการ
“เราต้องรั้งจนกว่าศิษย์พี่จะมาถึง!”
แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ แต่ศิษย์ที่พูดกลับไม่กลัว
เลย กลับกัน เขาวางแผ่นค่ายกลมากกว่า 10 แผ่นและใช้แผ่นค่ายกล
เหล่านี้เพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเหล่านี้
ส่วนสหายของเขาเองก็ไม่อ่อนแอ เขาดึงดาบออกมา แสดงทักษะ
ดาบที่ดุเดือดและว่องไว ประสานงานการโจมตีของเขาอย่างสมบูรณ์
แบบ!
เป็นที่ชัดเจนว่าคนเหล่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเข้าสู่ด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้ายนั้นล้วนแต่ไม่ธรรมดา
ในเวลานี้ เสียงกู่ร่องสะท้อนออกมา ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่าง
กำลังบินเข้าหาพวกเขา นักสู้ทั้งสองหันกลับไปและรู้สึกดีใจทันที่ “ศิษย์พี่
ของพวกเขามาถึงแล้ว!”
หลินหมิงและคนอื่นๆหันไปทางเสียงด้วย และเห็นใครบางคนกำลัง
บินเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว หลินหมิงขมวดคิ้วเมื่อเห็น ศัตรูมักจะมี
เส้นทางที่ตัดผ่านกันอย่างแท้จริง บุคคลนี้ไม่ใช่ใครนอกจากอ๋องโฮเยว่!
หลังจากเข้าสู่ระดับ 1 ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย เนื่องจาก
พวกเขาไปกระตุ้นรูปแบบค่ายกลกับดัก ศิษย์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ห้วง
มิติเทวะจึงถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ แม้ว่าพวกเขาจะแยกกัน แต่พวกเขาก็
ยังสามารถผ่านระดับ 1 และมาถึงด่านที่ 2 ได้
ทันทีที่พวกเขาเข้าสู่ด่านที่ 2, พวกเขาก็สามารถใช้วิธีติดต่อกับสหาย
ได้ ศิษย์สองคนที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยสัตว์ประหลาดนั้นเป็นผู้ใตเบัญชา
ของมณฑลเก้าอเวจีแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ห้วงมิติเทวะ; พวกเขาเป็น
ศิษย์ของอ๋องโฮเยว่
“มันเป็นสหายผู้นั้นอีกแล้ว เขาคอยหลอกหลอนเรามิต่างจากผี!”
เสี่ยวหมัวเซียนกัดฟัน นางคิดหลายๆวิธีที่นางจะสามารถพยายามทำให้
อ๋องโฮเยว่ตายในแดนเร้นลับนี้
“ศิษย์พี่!” ในขณะที่ศิษย์ทั้งสองกำลังมีความสุข ในเวลานี้ สัตว์
ประหลาดบางตัวที่ล้อมรอบพวกเขาเริ่มพุ่งไปหาอ๋องโฮเยว่!
สัตว์ประหลาดเหล่านี้ล้วนกระหายเลือดจนถึงจุดที่บ้าคลั่ง ก่อนที่
อ๋องโฮเยว่จะเข้าโจมตี พวกมันก็เริ่มก่อนแล้ว!
“ชิ!”
อ๋องโฮเยว่ชะลอตัวลงทันทีก่อนที่จะหยุดในอากาศ เผชิญหน้ากับ
สัตว์ประหลาดยี่สิบตัว เขาขมวดคิ้วอย่างลังเล
เขาเห็นได้ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้จัดการได้ยาก แม้แต่สำหรับเขา
พวกมันก็ยังจะสร้างปัญหามากมาย
เขาเริ่มพิจารณาว่าจะลงมือหรือไม่เพื่อช่วยศิษย์น้องสองคนนี้ หาก
ความเสี่ยงนั้นมากเกินไป เขาก็จะหนีไปคนเดียว
แต่ในเวลานี้ อ๋องโฮเยว่ค้นพบการดำรงอยู่ของหลินหมิง
หลินหมิงและกลุ่มของเขาเด่นชัดเกินไป ด้วยความรีบเร่งและไม่ได้
วางรูปแบบค่ายกลปกปิดไว้ ดังนั้นอ๋องโฮเยว่จึงตรวจพบพวกเขา
“มันเป็นเจ้า!?”
หลังจากสังเกตเห็นหลินหมิงแล้ว อ๋องโฮเยว่ก็ตกตะลึง เห็นได้ชัดว่า
เขาไม่ได้คาดหวังที่จะพบหลินหมิงที่นี่
ด้วยประกายแห่งสายฟ้า สัตว์ประหลาดทั้ง 20 ตัวนั้นได้มใกล้กว่า
หนึ่งพันฟุตจากอ๋องโฮเยว่แล้ว
อ๋องโฮเยว่ยิ้มอย่างชั่วร้าย “ถนนสู่สวรรค์เจ้าไม่เลือกที่จะเดิน แต่
ประตูสู่นรกเจ้ากลับต้องการที่จะเดินผ่าน!”
อ๋องโฮเยว่พาสัตว์ประหลาดไล่ตามเขาและมายังทิศทางของหลินห
มิง!
แผนการของเขาชัดเจน มันคือการลากหลินหมิงมารับมือกับสัตว์
ประหลาดเหล่านี้ด้วย
ถ้าเป็นไปได้ เขาจะหาโอกาสใช้สัตว์ประหลาดเหล่านี้เพื่อฆ่าหลินห
มิง หรืออย่างน้อยก็ทำให้เขาบาดเจ็บอย่างรุนแรง ในเวลานั้น แม้ว่าเขา
อาจจะไม่สามารถได้รับมรดกทักษะรูนเทวะของหลินหมิง แต่เขาก็ยัง
สามารถได้รับความลับอื่นๆบนร่างกายของเขา
“เจ้าสารเลวนั่น!”
เสี่ยวหมัวเซียนโกรธแค้น อ๋องโฮเยว่คนนี้มีไหวพริบมากพอ พื้นที่ซึ่ง
เขาบินอยู่นั้นมาจากด้านหลัง มันบังเอิญขังหลินหมิงกับคนอื่นๆไว้
ระหว่างสัตว์ประหลาด!