Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,681 เส้นทางที่คับแคบ
หลังจากหลินหมิงได้รับบาดเจ็บจากพยัคฆ์ขาว เสี้ยวออร่าสีแดงจาก
เต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏในทะเลแห่งจิตสำนึกของหลินหมิง
ออร่านี้หลอมรวมเข้ากับเนื้อหนังและโลหิตอย่างช้าๆ ผสานเข้ากับ
การตระหนักรู้ของเขา
นี่…” หลินหมิงตกใจ เมื่อเขาโจมตีพยัคฆ์ขาวเมื่อครู่ พลังและกฎที่อยู่
ในนั้นได้แปรสภาพเข้าสู่ร่างกายของ หลินหมิง ทำให้เขาสามารถรับรู้สิ่ง
ต่างๆได้อีกมากมาย
ดูเหมือนว่าแม้กฎนี้จะเต็มไปด้วยความตายและการสังหาร แต่มันก็
เป็นโชคด้วยเช่นกัน
“ในสถานที่นี้ ข้าอาจจะสามารถเพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่ง
เต๋าสวรรค์ได้… แหล่งกำเนิดพลังของเต๋าสวรรค์ของสัตว์อสูรเทวะนั่นเป็น
โอกาสที่หายาก… ”
หลินหมิงคิดกับตัวเอง จิตใจของเขาสงบลง บนสะพานกลางเวหา
สายลมสวรรค์อันรุนแรงโหมใส่เขา แต่หัวใจของเขายังคงหนักแน่นดั่งภูผา
จากนั้น ในเวลานี้ มังกรครามตรงหน้าหลินหมิงคำรามพุ่งเข้าหาเขา ออร่า
สีครามของมันกวาดสู่หลินหมิง
ช่วงเวลาที่มังกรครามโจมตี ฉากโดยรอบกลายเป็นทะเลไร้สิ้นสุด
ยิ่งหลินหมิงต่อสู้กันมากเพียงใด โลหิตของเขาก็ยิ่งเดือดพล่าน เขา
เปิดวิหารเต๋าสองแห่งในร่างกายและโคจรปราณเทพทรราชคลั่งอย่าง
รุนแรง ภายใต้การสนับสนุนจากพลังอันเกรี้ยวกราด หลินหมิงก็เหมือน
สัตว์อสูรดุร้ายในขณะที่เขาโจมตีเข้ากับด้านหลังของมังกรคราม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวหลายพันล้านจินตกลงมา มังกรครามโหยหวน
ด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันถูกส่งกระเด็นไป หลินหมิงก้าวตามไปทันใด!
สำหรับหลินหมิงในปัจจุบัน เพราะเขาได้เปิดสองวิหารเต๋า กายผัน
แปรของเขาจึงได้กลายเป็นวิธีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ในทาง
กลับกัน หลอมรวมพลังปราณของเขาก็ล้าหลัง
การโจมตีเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ศักยภาพของหอกหลินหมิงนั้นไร้
สิ้นสุดและน่าเกรงขาม มันดุจดั่งขุนเขาตกลงมา มิอาจหยุดยั้งได้
หลินหมิงยืนบนมังกรคราม ต่อสู้กับมันด้วยการโจมตีที่ดุเดือด
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงภาพร่างสัตว์อสูรเทวะและไม่สามารถต้านทาน
การโจมตีของหลินหมิงได้
ชั่วครู่หนึ่ง เกล็ดสีครามก็แตกสลายขณะที่โลหิตไหลลงมาบนพื้นโลก!
หลินหมิงสังหารมังกรครามในการต่อสู้เป็นตาย!
ดังนั้น จาก 4 ภาพร่างสัตว์อสูรเทวะ, 2 ภาพร่างได้หายไปแล้ว
ครึ่งหนึ่งของมหาค่ายกลนี้จึงคุกคามหลินหมิงได้เพียงเล็กน้อย หลินหมิง
เริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้าเขาก็สังหารภาพร่างสัตว์อสูรเทวะได้ทั้งหมด!
หลังจากสังหารสัตว์อสูรเทวะไปทั้งหมด ทั้งร่างของหลินหมิงก็อาบ
ด้วยโลหิต แขนและร่างกายของเขาสั่น นี่เป็นผลข้างเคียงของการผลาญ
พลังของเขาในการต่อสู้ทางกายภาพ แต่ก็เป็นเพราะความตื่นเต้นจากการ
ต่อสู้ด้วย!
ด้วยการสูดลมหายใจลึก หลินหมิงก็สงบลงอย่างช้าๆ โลหิตและ
ความคิดลื่นไหลขึ้น ในเวลานี้ บนสะพานกลางเวหา แรงกดดันที่น่ากลัว
ยังคงอยู่เช่นเดิมโดยไม่มีการลดทอนลงแม้แต่น้อย กลับกัน หลังจาก
หลินหมิงบุกทะลวงมหาค่ายกลนี้ แรงกดดันกลับทรงพลังยิ่งกว่า!
ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ นักสู้ทั่วไปจะพบว่ามันยากที่จะ
หายใจ
“แรงกดดันนี้ไม่ได้ลดลง… ดูเหมือนว่าข้าต้องปรับตัวให้เข้ากับแรง
กดดันในประตูแห่งกฎ มันอาจติดตามข้าไปตลอดด่านทดสอบทั้งหมดนี้
หากข้าไม่สามารถปรับตัวเข้ากับมันได้ ไม่ช้าก็เร็วข้าก็จะไม่สามารถ
ต้านทานมันได้อีกต่อไป และข้าจะพ่ายแพ้จากสิ่งนี้เพียงลำพัง”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเรื่องนี้ เขาก็นั่งเข้าฌาน
เมื่อไม่นานมานี้ หลินหมิงได้ฉีกทำลายมหาค่ายกลสัตว์อสูรเทวะทั้งสี่
พวกมันเต็มไปด้วยออร่าแห่งกฎ สิ่งนี้คล้ายคลึงกับค่ายกลสัตว์อสูรเทวะ
ในหุบเขามรณะ แม้ว่าวิธีการต่างกันก็ตาม
หลังจากทะลวงค่ายกลนี้ได้ แหล่งกำเนิดกฎแห่งเต๋าสวรรค์ของสัตว์
อสูรเทวะเหล่านี้จึงกระจายอยู่ในอากาศ นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมในการนั่ง
เข้าฌานและรับรู้กฎของสัตว์อสูรเทวะเหล่านี้
สัตว์อสูรเทวะเป็นบุตรที่ชื่นชอบของสวรรค์ รูนของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่
ถูกสลักไว้ในเนื้อหนังและกระดูกของพวกมันเป็นปาฏิหาริย์ลึกลับของ
ธรรมชาติ
หลินหมิงเริ่มปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันที่น่ากลัวบนสะพานกลาง
เวหานี้ขณะที่เขาจะดูดซับพลังของกฎสัตว์อสูรเทวะ!
เนื่องจากประูแห่งกฎมีคำว่า ‘กฎ’ ในชื่อ, หลินหมิงจึงเดาว่าตัว ‘กฎ’
เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลจากด่านทดสอบนี้!
เมื่อคนธรรมดาเข้าไปในประตูแห่งกฎ ใครจะไม่ทำทุกอย่างใน
ความสามารถของตนเองเพื่อที่จะผ่านมันไปให้ได้โดยเร็วที่สุดบ้าง? ไม่มี
ใครคิดเหมือนหลินหมิงที่จะนึกถึงการฝึกบนยอดสะพานกลางเวหาแห่งนี้
ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
แน่นอน เหตุผลที่หลินหมิงกล้าทำเช่นนี้เป็นเพราะความแข็งแกร่ง
รวมถึงความเข้าใจในกฎแห่งเต๋าสวรรค์อาชูร่า
นี่ก็เป็นจุดกำเนิดในความมั่นใจของเขา
หลินหมิงเป็นต้นไม้เก่าที่เงียบสงบ นั่งนิ่งอยู่บนสะพานกลางเวหา
สายลมจากสวรรค์พัดเข้ามารอบตัวเขา ทำให้สะพานสั่นไหวเบาๆ เช่นนี้
เขาได้นั่งเข้าฌานเป็นเวลาสามวันสามคืน
ตั้งแต่ต้นจนจบ แรงกดดันบนสะพานกลางเวหาไม่ได้ลดลงแม้แต่
น้อย แต่หลินหมิงปรับตัวเข้ากลับมันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้แรงกดดันนี้
กล้ามเนื้อและสายเลือดของหลินหมิงก็เพิ่มพูน ทั้งร่างได้รับการ
เปลี่ยนแปลงทุกวินาที่
ที่ไหนที่มีแรงกดดัน มันจะมีแรงต่อต้านโดยธรรมชาติ ในสามวันนี้
เซลล์หลินหมิงทั้งหมดกลืนพลังงานเพื่อต้านทานแรงกดอันหนักหน่วงนี้
เมื่อทุกเซลล์ภายในร่างกายของหลินหมิงถูกสร้างเสริม เขาก็ปรับตัวให้
เข้ากับแรงกดดันที่น่ากลัวในประูแห่งกฎได้มากขึ้นเรื่อยๆ! แก่นสาร
พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิงล้วนเพิ่มพูนขึ้น
หลินหมิงค่อยๆปกคลุมไปด้วยหมอกแห่งพลังจิตวิญญาณที่มีอยู่
มากมาย
ในที่สุด ดวงตาของเขาก็เปิดกว้างขึ้น ม่านตาของเขาเปล่งประกาย
ด้วยสายฟ้าสีม่วง ออร่าของเขาเหมือนดาบที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ด้วยการก้าวกระโดดขึ้นไป แรงผลักดันของโลกที่ ท่วมท้นทั้งสะพาน
กลางเวหานี้ด้วยคลื่นแรงกดดัน มันถูกแหวกผ่านโดยหลินหมิงราวกับปลา
ที่ว่ายทวนกระแสน้ำ เท้าของหลินหมิงร่อนลงบนสะพานกลางเวหาอย่าง
มั่นคงอีกครั้ง ในขณะที่เขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุด!
ในการวิ่งไปข้างหน้าภายใต้แรงกดดันที่น่ากลัวนี้ แรงกดดันที่หลินห
มิงต้องทนนั้นจึงสามารถจินตนาการได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดสองวิหารเต๋าแล้ว หลินหมิงก็มีร่างกายที่
สามารถต้านทานสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด ในไม่ช้า สะพานกลางเวหาที่อยู่ใต้
ฝ่าเท้าของเขาก็หายไป และหลินหมิงเข้าสู่โลกที่แปลกใหม่
ข้างหน้าเขา มันมีแสงสีขาวมากมาย
ในท้องฟ้าสูง เขาสามารถเห็นทวีปขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในอวกาศ
ปลดปล่อยออร่ายุคบรรพกาลและสดใสออกมา
สายลมที่ดังก้องกระหน่ำชนเหมือนเสียงฟ้าฟาด สะท้อนออกมาจาก
ทุกทิศทาง
ออร่าที่ไร้ขอบเขตไหลลงมาจากทวีปที่ลอยอยู่นี้อย่างต่อเนื่อง
หลินหมิงตระหนักดีว่าโลกแห่งด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายคือ
ผลงานชิ้นเอกที่สร้างขึ้นอย่างประณีตของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า ทุก
ตารางนิ้วของโลกนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งไม่รู้จบ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินหมิงก็กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าเช่นดาวตก เข้าสู่
ทวีปโบราณ
วูป!
หลังจากที่ร่อนลงบนทวีปโบราณที่ลอยอยู่ในอากาศ 100,000 ฟุต
หลินหมิงก็มองไปโดยรอบ
สถานที่นี้ไม่ใช่อย่างที่เขาจินตนาการไว้ บนทวีปโบราณแห่งนี้ มันมี
ประตูสีทองมากมายนับไม่ถ้วน
ประตูสีทองเหล่านี้มีขนาดใหญ่เท่ากับภูเขา มันยากที่จะเห็นขอบ
ของพวกมัน เขาสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังไร้
เปรียบ เช่นแรงกดดันมหาศาลของเทพแห่งจิตวิญญาณ
ออร่าจากทุกประตูสีทองเป็นเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกรากเข้าสู่หัวใจ
และความคิดของหลินหมิง สิ่งนี้ทำให้ทุกเส้นประสาทในร่างกายของเขา
ต้องตื่นตัว
“มีอะไรในพวกมันกันแน่?”
หลินหมิงเคยฝึกฝนทักษะวิชาต่อสู้มานานหลายปีแล้ว และหัวใจของ
เขาจะแข็งแกร่งดุจหินผา แต่ต่อหน้าประตูยักษ์เหล่านี้ กระทั่งเขาก็ยังจะ
ตกใจ ในเวลาปกติ เพียงออร่าที่เปล่งออกมาจากผู้ทรงพลังราชันสวรรค์
เท่านั้นที่จะสร้างแรงกดดันให้กับเขาได้
ในเวลานี้ ประตูสีทองคำทุกบานปลดปล่อยแสงสีทองซึ่งปกคลุม
หลินหมิง
หลินหมิงรู้สึกเหมือนถูกจับไว้ด้วยมือนับไม่ถ้วน รู้สึกถึงแสงสีทอง
ค้นหาผ่านทั่วร่างเขา
เขาเป็นเหมือนเด็กน้อยที่ไร้ทางต่อต้าน
ทันใดนั้น แสงที่มาจากประตูสีทองก็จางลงและเปลี่ยนเป็นสีเงินทันที่
ในเวลาเดียวกัน มันก็มีการเปลี่ยนแปลงในออร่าที่อันตรายที่ไหล
ออกมาจากประตูสีทอง ออร่ากลายเป็นแปลกอย่างยิ่ง จากนั้น หนึ่งใน
ประตูสีทองคำก็เปิดขึ้นและออร่าเย็นยะเยือกก็เต็มอยู่ในอากาศ
หลินหมิงรู้ว่าบางทีประตูนี้อาจเป็นทางเข้าสู่ส่วนที่สองของด่าน
ทดสอบนี้ ในขณะที่เขายังคงเฝ้าระวังทุกสิ่งรอบตัว เขาก็เก้าอย่าง
ระมัดระวังเข้าไปภายใน
วูป –!
หิมะและน้ำแข็งเต็มไปทั่วโลก กวาดมาจากทุกทิศทุกทาง นำมาซึ่ง
ความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าไปในกระดูก
ท้องฟ้ามีเมฆสีเทา ซ้อนกันอยู่ในสวรรค์จนดูเหมือนว่าพวกมันทำ
จากเถ้าถ่าน
ต้นไม้ แม่น้ำและเทือกเขาที่ไร้สิ้นสุดรอบตัวเขานั้น มันถูกปกคลุมไป
ด้วยหิมะและน้ำแข็ง
หลังจากหลินหมิงเปิดวิหารเต๋าที่สอง ร่างกายของเขาก็มาถึงระดับ
ความแข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ในช่วงพันล้านปีที่ผ่านมา มีมนุษย์เพียง
ไม่กี่คนที่มีร่างกายเช่นเขา
เพียงยกมือขึ้น เขาก็สามารถทลายจันทร์ได้
ถึงกระนั้น แม้จะมีร่างกายที่ทรงพลังเช่นนี้ เขาก็ยังสามารถรู้สึกถึง
ความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อหนัง เส้นเลือดและกระดูก เข้า
ไปในอวัยวะภายใน
ทันใดนั้น ภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งไมล์ก็เริ่มแตกและ
พังทลาย บรรยากาศเย็นยิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าไหลออกมาจากภูเขาน้ำแข็งที่
แตกสลาย
ออร่าเย็นยะเยือกแล่นเข้าหาหลินหมิงดั่งสึนามิน้ำแข็งในทะเล
น้ำแข็ง…
แต่หลินหมิงไม่ได้สัมผัสถึงสิ่งนี้
ในเวลานี้ มีบางคนที่ผ่านประตูแห่งกฎแล้ว
ผู้ที่ผ่านประูแห่งกฎเป็นคนแรกคือผู้ท้าชิงด้านทดสอบที่เลือกความ
ยากระดับง่ายที่สุด
ในหมู่พวกเขา หลายคนใช้เวลาน้อยกว่าสามวันในการถึงจุดสิ้นสุด
ของประตูแห่งกฎและเข้าถึงด่านที่ 3 ได้อย่างราบรื่น…