Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,720 ความโกรธเกรี้ยวของฟีนิกซ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,720 ความโกรธเกรี้ยวของฟีนิกซ์
บึม บึม บึม!
บอลเพลิงเสียดสีอากาศดังในท้องฟ้า บนพื้นดิน โครงกระดูกทองคำ
เริ่มคลานออกมา เป็นโจมตีจากด้านบนและด้านล่างมากที่ขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม เซิ่งเหม่ยยืนหยัดอยู่ในใจกลางของค่ายกลต่อสู้เยือก
แข็งสุดขั้ว ซึ่งสีหน้ายังมิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด มือของนางเคลื่อนไหว
ต่อไปในอากาศราวกับว่านางกำลังวาดเส้นที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วนจำนวน
มากที่หลอมรวมกับรูนกฎน้ำแข็งที่นางวางลง เมื่ออุกกาบาตเพลิงตกลง
มา เหมือนกับว่าพวกมันชนเข้ากับผืนทะเลที่พลุ่งพล่าน อ่อนแอลงทันที่
ด้วยเกราะน้ำแข็ง หลายคนกล้าที่จะใช้ร่างกายเพื่อปะทะโครง
กระดูกทองคำ
หลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในที่สุดค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วก็รอด
จากคลื่นแห่งการโจมตี
“หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ความแข็งแกร่งของจ้าวอัคคีโลกันต์
อมตะจะถูกหมดลงอย่างช้าๆ…” ผู้ท้าชิงด้านทดสอบหลายคนได้ทำลาย
บอลเพลิง ถินหายใจด้วยความโล่งอก
คนอื่นๆก็ดูเหมือนจะผ่อนคลายเล็กน้อย
ตามที่เซิ่งเหม่ยได้บอก งานของพวกเขาที่นี่คือการเอาชีวิตรอดจาก
การโจมตีของจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะ ตราบใดที่จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะ
กลายเป็นไข่ฟีนิกซ์แล้ว มันก็ถึงเวลาที่เซิ่งเหม่ยจะออกโลง
ต่อเซิ่งเหม่ย ผู้ท้าชิงด้านทดสอบในปัจจุบันมีความเชื่อมั่นในตัวนาง
จนไม่ลืมหูลืมตา ดูเหมือนว่าการบ่มเพาะของนางจะอยู่ที่ขั้นราชันสวรรค์
กฎและเคล็ดบ่มเพาะของนางนั้นก็ลึกซึ้งอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าการบ่ม
เพาะของนางจะถูกระงับไปอยู่ที่ขั้นผู้ปกครองเทวะ แต่นางก็ยังคงเป็น
ตัวตนที่น่ากลัวอย่างยิ่งที่ไม่มีอะไรให้ใครต้องหวาดกังวล
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของหลินหมิงยังคงสง่างามเหมือนเมื่อก่อน
ดินแดนแห่งนี้เป็นพื้นที่ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าสร้างขึ้นมาเอง กฎอาชูร่าแพร่กระจายไปอย่างหนาแน่นใน
ทุกๆนิ้วของแผ่นดิน
ผ่านกฎของเต๋าสวรรค์อาชูร่า เขาสามารถรู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่ง
ของจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะว่ากำลังอ่อนแอลงในอัตราช้าๆ
ซึ่งแตกต่างจากคนอื่นๆที่นี่ เขาตระหนักถึงสถานะที่แท้จริงของจ้าว
อัคคีโลกันต์อมตะ
วูบบ –
ทันใดนั้น ความผันผวนแปลกๆที่ปล่อยออกมาจากรอบๆจ้าวอัคคีโล
กันต์อมตะ
“พวกมดปลวก เจ้ากระตุ้นความโกรธของข้าอย่างแท้จริงแล้ว! พวก
เจ้าทุกคนจะต้องตาย!”
จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะดูเหมือนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เปลวเพลิง
โหมขึ้น ควบแน่นเป็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของบุคคล เห็นได้ชัดถึง
ข้อเท็จจริงที่ว่ากลุ่มมดนี้สามารถอยู่ได้นาน นั่นเป็นการแสดงความดื้อรั้น
ต่อตัวตนสูงสุดของด่านที่ 5
คลื่นของความผันผวนของกฎแปลกๆแผ่กระจายออกไปจากจ้าว
อัคคีโลกันต์อมตะ แผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน
เหมือนฝ่ามือยักษ์ที่มองไม่เห็นได้ทุบลงมา พื้นโลกเริ่มสั่นคลอน
พื้นดินเริ่มฉีกเปิดกว้าง หินขนาดใหญ่ผุดออกและกลายเป็นหินลาวา
ร่องรอยเล็กๆของพลังงานต้นกำเนิดโลกถูกสกัดและดูดออกมา
ในเวลาเดียวกัน พลังงานลึกลับที่ยิ่งใหญ่ภายในโครงกระดูกทองคำก็
ถูกดูดออกไปเช่นกัน ของเหลวสีทองพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกมัน
หลอมรวมเข้ากับจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะ
จากระหว่างสวรรค์และปฐพี พลังงานทั้งหมดถูกกลืนกินโดยมัน
ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เดิมจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะที่อ่อนแอลงได้ปะทุ
ขึ้นมาพร้อมกับออร่าที่เขย่าสวรรค์ ร่างของมันพองออก ปีกขนาดใหญ่
ของมันดูเหมือนภูเขาที่โหมด้วยเพลิง
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ทันใดนั้น ลำแสงหนาพุ่งออกมาจากร่างของจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะ
มุ่งสู่หลินหมิงและคนอื่นๆ
ทุกคนเพิ่งได้หายใจหายคอไม่นาน ตอนนี้พวกเขาได้เห็นเสาเพลิง
ขนาดใหญ่พุ่งเข้าหา ใหญ่จนบดบังการมองเห็น พวกเขาตื่นตระหนก
อย่างที่สุด
“ออร่าที่ดุร้ายเช่นนี้ เราจะเอาชนะได้อย่างไร!?”
ออร่าที่จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะปะทุออกมานั้นไม่สามารถเทียบได้กับ
ราชันสวรรค์ แต่มันก็ไม่ห่างเกินไปนัก! พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้
นักสู้สั่นไหว ความสิ้นหวังเพิ่มขึ้นในใจ
นี่คือของสวรรค์และปฐพีพลังที่แท้จริง! ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้จะสามารถ
ป้องกันได้…
สิ่งแรกที่ต้องต้านทานต่อการโจมตีอันรุนแรงนี้คือ ม่านพลังของค่าย
กลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้ว
ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วที่น่าเกรงขามโดนปะทะโดยเสาเพลิงหนา
หลายล้านรูนถูกทำลายและรูนของกฎน้ำแข็งลดลงอย่างรวดเร็วขณะที่
พวกมันเปล่งเสียงแตกร้าว
เส้นใยพลังนับไม่ถ้วนเกิดขึ้นจากกฎน้ำแข็งลึกลับกลายเป็นเหมือน
แก้วบาง ภายใต้ความร้อนนี้ พวกมันเริ่มละลายและกำลังแตกสลาย
ในเวลาเดียวกัน เสาเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนกลับไม่ได้ชะลอความเร็ว
ลงมากเลย ด้วยเสียงระเบิดดัง ผู้ท้าชิงด้านทดสอบที่ไม่สามารถหลบได้
ทันเวลาถูกโจมตีโดยตรง
ในท่ามกลางความโกลาหล บุคคลนั้นก็กลายเป็นโครงกระดูกทองคำ
ทันที่ จากนั้น โครงกระดูกทองคำนี้ก็ถูกสับลงโดยคนที่อยู่ใกล้…
ในใจกลางของค่ายกลการต่อสู้ เซิ่งเหม่ยขมวดคิ้วอย่างหนัก
พลังลึกลับที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าได้ปะทุจากร่างของนาง อากาศโดยรอบ
หวีดหวิวอย่างรุนแรง
บนร่างของนาง ริบบิ้นประหลาดที่พันรอบตัวเริ่มลอยขึ้นไปด้านบน
ริบบิ้นลึกลับนี้บรรจุพลังของกฎน้ำแข็งไว้ ขณะที่มันลอยขึ้นไปใน
อากาศ มันดูทรงพลังราวกับแม่น้ำคลั่ง
คลื่นของน้ำแข็งรูนลึกลับหลั่งไหลออกมาจากมัน สลายตัวไปใน
อากาศและก่อตัวเป็นน้ำแข็งเย็นยะเยือกที่ไหลไปทั่วค่ายกลต่อสู้เยือกแข็ง
สุดขั้ว
ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วที่ใกล้จะล่มสลายได้เริ่มมีการปฏิรูป รูนที่
กระจัดกระจายไปในอากาศเริ่มเปล่งประกายด้วยแสงอีกครั้ง
ภายในค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้ว ผู้ท้าชิงด้านทดสอบกำลังพยายาม
หลบเสาเพลิงที่ตกลงมาจากด้านบน ทันใดนั้น พวกเขารู้สึกถึงพลังอัน
มหาศาลของน้ำแข็งได้สลักลงบนร่างกาย ทำให้เกราะน้ำแข็งของพวกเขา
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
บึมมม!
เปลวเพลิงที่หนาอีกอันหนึ่งพังลงมา คราวนี้ มันต้องขอบคุณค่ายกล
ที่เพิ่มความแข็งแกร่งกฎน้ำแข็ง
น้ำแข็งกับเพลิงแต่เดิมเป็นสิ่งที่ต่อต้านกัน ตอนนี้ กฎน้ำแข็งมีความ
แข็งแกร่งขึ้นแล้ว เสาพลิงที่ตกลงมาจึงช้าลงอย่างยิ่งและพวกมันก็อ่อนแอ
ลงเช่นกัน
จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ!
ต้นกำเนิดของมันคือพลังแห่งอัคคี พลังน้ำแข็งของเซิ่งเหม่ยนั้น
สามารถผลาญแหล่งพลังชีวิตของมันได้อย่างแน่นอน
พลังงานปราณของโลกจำนวนมหาศาลที่มันกลืนเข้าไปในตอนนี้มี
พลังมหาศาลก็จริง แต่ความจริงก็คือ มันเป็นเพียงควบคุมพลังนี้เพื่อโจมตี
ผู้อื่น และเพื่อที่จะควบคุมพลังของโลกที่ไร้ขีดสุดนี้ มันจำเป็นที่จะต้อง
ผลาญแหล่งพลังของมันมหาศาล
หลังจากรู้เรื่องนี้แล้ว ความคิดของหลินหมิงก็สะท้าน นี่เป็นช่วงเวลา
ที่สำคัญอย่างแท้จริง ตราบใดที่พวกเขาสามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ พวก
เขาก็สามารถผลาญพลังของจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะไปหมดและบังคับให้
มันกลายเป็นไข่ฟีนิกซ์ ซึ่งมันจะเริ่มต้นการเกิดใหม่ผ่านนิพพาน!
ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ยจะสามารถโจมตีโดยตนเอง
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดในเรื่องนี้ เซิ่งเหม่ยก็พูดขึ้น นางพูดอย่าง
ชัดเจนว่า “ทุกคน มารวมกันและทำลายเสาเพลิงในค่ายกล จ้าวอัคคีโล
กันต์อมตะนั้นอยู่ในสภาพอ่อนแอลงแล้ว และการทำลายเสาเพลิงเหล่านี้
ก็จะเหมือนกับการฉีกปีกของมัน!
แม้แต่ในท่ามกลางการระเบิดที่บ้าคลั่ง เสียงนี้ก็ยังชัดเจนในหูของทุก
คน
หลินหมิงตกใจ การบ่มเพาะของเซิ่งเหม่ยได้ตกสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะ
ช่วงต้น แต่ความคิดและสัมผัสรับรู้ของนางยังคงไม่ธรรมดา ในสถานะ
เช่นนี้ การรับรู้ของนางเกี่ยวกับสถานการณ์ยังคงสามารถเทียบได้กับเขาที่
เขาใช้กฎเต๋าสวรรค์อาชูร่า
ในขณะที่ทุกคนได้ฟังคำพูดของเซิ่งเหม่ย พวกเขาก็ดูเหมือนจะสลัด
ตัวเองออกจากอาการมึนงง
เหวิ่นหลงเร่งรีบ เขากระโจนขึ้นไปในอากาศ
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะโจมตี เขากลัวว่าถ้าสิ่งนี้ดำเนินต่อไปอีกนาน
มันจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเซิ่งเหม่ย มันเป็นที่รู้กันดีว่าถึงแม้เซิ่งเหม่ยจะ
ยังไม่ได้โจมตี แต่นางก็เป็นกำลังหลักของทุกคนที่นี่และเป็นศูนย์กลางของ
การต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านโครงกระดูกทองคำหรือทำให้เสาเพลิง
ลดพลังลง ทุกอย่างที่นางทำผลาญพลังไปไม่น้อย!
ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วนี้เป็นแกนหลักของกลยุทธ์การต่อสู้ของ
พวกเขา หากไม่มีเซิ่งเหม่ย พวกเขาอาจถูกสังหารโดยจ้าวอัคคีโลกันต์
อมตะไปหมดแล้ว
ความคิดเดียวในใจของเหวิ่นหลงคือการทำลายเสาเพลิงเหล่านี้อย่าง
รวดเร็วและแบ่งเบาภาระบนไหล่ของเซิ่งเหม่ย
แน่นอนเขาไม่โง่พอที่จะออกไปข้างนอกและต่อต้านเสาเพลิงเหล่านี้
โดยตรง เมื่อเปรียบเทียบกับจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะอันทรงพลัง เขาก็ตัว
เล็กและอ่อนแอเกินไป
เขาเห็นหนึ่งในเสาเพลิง มันอ่อนแอลงอย่างมากจากค่ายกลต่อสู้
เยือกแข็งสุดขั้วและตกลงมาในอัตราที่ช้า
เหวิ่นหลงโจมตี ทันทีที่เขาโจมตี มันก็เหมือนกับหมื่นสายฟ้าที่พุ่ง
ออกไปพร้อมกัน พลังงานที่เผด็จการพุ่งทะยานดั่งสึนามิ มุ่งสู่เสาเพลิง!
แต่เสาเพลิงนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าการโจมตีของเหวิ่นหลง
จะเป็นอย่างไร มันก็ยังคงไม่ถูกทำลาย รอบๆมัน รูนกฎน้ำแข็งเริ่มสลาย
และแตก
“ทุกคน มารวมกัน มุ่งการโจมตีของเจ้า!”
เหวิ่นหลงตะโกนลั่น ไม่มีใครกล้าที่จะรีรอ พวกเขาทั้งหมดนำพลังที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของตนออกมา ด้วยหลายพลังโจมตีผสาน เสาเพลิงค่อยๆ
สลายไป
เหวิ่นหลงต่อสู้ในทะเลเพลิงและถูกเผาหลายครั้ง แม้ว่าผิวหนังและ
กล้ามเนื้อของเขาจะถูกเผา แต่เขาก็ยังคงกัดฟันและต่อสู้อย่างดุเดือด!
และท่ามกลางผู้คน หลินหมิงไม่ได้เข้าร่วมกองกำลังกับใคร ด้วย
ความแข็งแกร่งของเขาเพียงอย่างเดียว เขาสามารถต้านทานเปลวเพลิง
ได้!
หอกโลหิตฟีนิกซ์พุ่งออกไปดั่งสายรุ้ง
ในเวลานี้ เพียงแค่ยกมือขึ้น ร่างกายของเขาก็พละกำลังแห่งมังกร
หลายตัวแล้ว ตอนนี้ ด้วยพลังที่แปลกประหลาดซึ่งหลอมรวมอยู่ภายใน
ตัวเขา เพิ่มการบ่มเพาะของเขาสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้น ปราณแท้ของ
เขาเองก็เพิ่มขึ้น
ความแข็งแกร่งมหาศาล รวมกับปราณแท้ที่ดุดัน รวมกันดั่งคลื่นที่
ทับซ้อนกัน
ด้วยความแข็งแกร่งมหาศาล คลื่นอากาศจากการโบกหอกของเขา
กลายเป็นน่าสะพรึงอย่างยิ่ง ภายใต้พลังของหอก คลื่นอากาศถูกอัดแน่น
เป็นดั่งกำแพง แข็งประดุจเหล็กศักดิ์สิทธิ์ขณะที่ทุบไปยังเสาเพลิง
กึกกก!
รอยแตกปรากฎขึ้นแตกในเสาเพลิง
หลังจากนั้น หลินหมิงพุ่งหอกออกไปอีกหลายครั้ง ขยายเปิดรอย
แตกครั้งและครั้งเล่าจนกว่ามันจะกลายเป็นร่องลึกที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้
บึมมม!
เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้น รูนหลักของเสาเพลิงทั้งหมดจึงเริ่มแตก ทำให้
โครงสร้างทั้งหมดยุบลง…
หลังจากทำลายเสาเพลิงนี้ลงด้วยแรงผลักดันที่ไม่อาจหยุดยั้ง หลินห
มิงก็ไม่หยุดเคลื่อนไหว เขากระโจนไปยังเสาเพลิงอีกอันแล้วทำลายมันลง
เช่นกัน!
แม้ว่าสนามรบจะวุ่นวาย แต่หลายคนยังคงเห็นความแข็งแกร่งของ
หลินหมิง
“ร้ายกาจยิ่ง… หลินหมิงผู้นี้ เขาเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะโดยแท้”
ทุกคนงุนงง แม้แต่เซิ่งเหม่ย ผู้ซึ่งอุทิศความตั้งใจในการควบคุมค่าย
กลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วก็มีความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตา
ความคิดของนางที่มีต่อความแข็งแกร่งของหลินหมิงเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ภายใต้ความพยายามร่วมกันของผู้ท้าชิงด้านทดสอบ มีเสาเพลิง
น้อยลงเรื่อยๆที่จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะส่งลงมา
ด้วยผู้คนจำนวนมากต่อสู้อย่างกล้าหาญ สิ่งนี้ทำให้แรงกดดันต่อเซิ่ง
เหม่ยลดลงอย่างรวดเร็วสักระยะหนึ่ง
แต่ในเวลานี้ จ้าวอัคคีโลกันต์อมตะที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ากู่ร้องอย่าง
เดือดดาล
ร่างใหญ่เริ่มหดตัว ในที่สุดจากขนาดเท่าภูเขาก็เหลือขนาดเพียง 30
ฟุต
อย่างไรก็ตาม พลังของเพลิงที่รวมอยู่ในร่างมันก็รวมตัวกันกลายเป็น
บริสุทธิ์และยิ่งทรงพลังขึ้น ร่างกายของมันดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยรัศมี
สีแดงโลหิต
รอบตัวมัน แสงบิดเบี้ยวและมิติละลายไป พลังแห่งเพลิงนี้ถึง
จุดสูงสุดของความน่าหวาดกลัวแล้ว!