Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,724 ค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,724 ค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์
“รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ!”
“ทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังให้จัดการกับจ้าวเหมันต์อมตะตามใจชอบ!
เราต้องไปยังพื้นที่ปลอดภัย!”
ผู้ท้าชิงด้านทดสอบทั้ง 8 คนจากไปด้วยความตกใจและเต็มไปด้วย
ความหวาดกลัวขณะที่พวกเขาได้เห็นฉากที่สะเทือนโลกของจ้าวเหมันต์
อมตะที่กำลังเกิดขึ้น แต่จากความตกใจและความกลัวเริ่มแรก มันก็ค่อยๆ
กลายเป็นการมองด้วยความละโมบ
ไม่ว่าจ้าวเหมันต์อมตะแห่งพลังจะมีประสิทธิภาพเพียงใด มันก็คือ
หลินหมิงที่จะต้องทนต่อมัน มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา
8 คนต่างก็เปิดตัวทักษะการเคลื่อนไหวของพวกเขาและใช้พลังงาน
เพื่อฝ่าก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในอากาศ ผ่านกระแสลมหนาวจัด
เนื่องจากช่องทางเคลื่อนย้ายของแท่นผนึกเทวะปิดตัวลง พวกเขาจึง
ไม่สามารถออกจากด่านที่ 5 ได้ชั่วคราว แต่ตราบใดที่พวกเขาอยู่ห่างไกล
จากจ้าวเหมันต์อมตะ พวกเขาก็จะไม่ควรประสบมหาภัยพิบัติ ท้ายที่สุด
เมื่อพวกเขามาถึงด่านที่ 5 ในเริ่มแรก ทั้งกลุ่มก็ค่อนข้างอยู่ไกลจากจ้าว
อัคคีโลกันต์อมตะและไม่ได้โดนโจมตีใดๆ
ในขณะที่ 8 คนบินออกไป พายุหิมะและพายุน้ำแข็งก็พัดผ่านไปทั่ว
โลก ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่หล่นลงบนพื้นทันที่ ปกคลุมพื้นไปด้วยธาร
น้ำแข็งหนา
หลินหมิงและคนอื่นๆลอยขึ้นไปในอากาศ เซิ่งเหม่ยสร้างค่ายกลต่อสู้
เยือกแข็งสุดขั้วรอบตัวนางอีกครั้ง โอบล้อมทุกคน
ในทันที่ ทุกคนรู้สึกว่าแรงกดดันต่อพวกเขาลดลง หลินหมิงมองไป
ยังเซิ่งเหม่ยและอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความแข็งแกร่งของนาง เขาสามารถ
บอกได้ว่าจำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อรักษาค่ายกลต่อสู้
เยือกแข็งสุดขั้วนี้และหากเป็นผู้ปกครองเทวะทั่วไปแล้ว พวกเขาจะ
สามารถรักษามันไว้ได้เพียงครึ่งชั่วธูปก่อนที่จะหมดไป
แต่ไม่เพียงแต่เซิ่งเหม่ยจะสามารถยืนหยัดได้นานเท่านั้น แต่นางก็ยัง
สามารถควบคุมค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วได้ในระดับลึกจนสามารถ
ต้านทานการโจมตีของจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะและจ้าวเหมันต์อมตะได้
เหตุผลที่ทำให้นางสามารถทำสิ่งนี้ได้ก็เพราะนางมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ในกฎน้ำแข็งและสามารถใช้พลังงานจากแหล่งกำเนิดของนางได้เต็ม
ศักยภาพ นางยังสามารถดูดซับพลังน้ำแข็งจากโลกและลดการใช้พลัง
วิญญาณของนางให้เหลือน้อยที่สุด
แต่ถึงแม้ว่าเซิ่งเหม่ยจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ก็ยังคงกดดันอย่างมากต่อนางในการเผชิญหน้ากับจ้าวเหมันต์อมตะใน
การต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
“จักรพรรดินี…”
เมื่อเห็นภาระอันหนักหน่วงของการป้องกันตกอยู่บนไหล่ที่บางและ
ละเอียดอ่อนของเซิ่งเหม่ย เหวิ่นหลงรู้สึกเจ็บปวดอย่างลึกลับในหัวใจของ
เขา
“จดจ่อใจกับการต่อสู้ต่อหน้าเจ้า!”
เซิ่งเหม่ยพูดในขณะที่นางเห็นเหวิ่นหลงฟุ้งซ่าน เหวิ่นหลงกัดฟันของ
เขาแล้วหันหน้าไปทางพายุหิมะที่น่ากลัว
ในขณะที่เขาหันหลังกลับ เขาจ้องมองที่หลินหมิง เตือนเขาว่าไม่ควร
ใช้ลูกเล่นที่นี่ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่มีวันให้อภัย
หลินหมิงไม่ได้โต้เถียง ในเวลานี้ คำพูดต่างๆนั้นไร้ความหมาย การ
ต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นวิธีเดียวที่จะพิสูจน์คำพูดของเขา
“รับสิ่งเหล่านี้ไป…”
หลินหมิงนำอักขระรูนเทวะหลายอันออกมาและส่งต่อไปยังซู่หย่า มู่
หลิงเยว่, ฟ่านฮวาฮวาและคนอื่นๆ
สิ่งเหล่านี้เป็นอักขระรูนเทวะที่หลินหมิงวาดขึ้นในหุบเขามรณะเพื่อ
เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย การนำพวกมันออกมาตอนที่
พวกเขายืนอยู่บนขอบเหวแห่งความเสี่ยงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการทำ
เช่นนั้น
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอักขระรูนเทวะคือความแข็งแกร่งของ
มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของผู้ใช้ แม้ว่าหลินหมิงจะไม่ได้ใช้
พวกมัน พลังก็จะไม่อ่อนแอลง
ซู่หย่าและคนอื่นๆได้รับอักขระรูนเทวะ รู้สึกหนักอยู่ในมือ
“จงใช้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลกับกาประหยัดใดๆ” หลินหมิงเตือน
ซู่หย่า มู่หลิงเยว่และคนอื่นๆต่างก็มองหน้ากัน อักขระรูนเทวะ
เหล่านี้ทุกอันมีค่าอย่างมาก การใช้พวกมันอย่างฟุ่มเฟือยก็เหมือนกับการ
เผาเงินทิ้ง แต่หลินหมิงนั้นมั่งคั่งมากและเป็นผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ ดังนั้น
เขาจึงมีทุนที่จะเผาเงินได้มากเท่าที่เขาต้องการ
“เด็กคนนี้!
นัยน์ตาของเหวิ่นหลงหดตัวลง เขาเป็นคนที่สามารถตัดสินคุณภาพ
ของสมบัติได้ทันที่ และเขาเห็นว่าอักขระรูนเทวะเหล่านี้เป็นสิ่งที่พิเศษ
อย่างยิ่ง!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
พายุน้ำแข็งเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลมคลั่งที่สั่นคลอนในอากาศเป็น
เหมือนการปะทุของขุนเขาเพลิงและสายฟ้าที่ไร้สิ้นสุด!
ธารน้ำแข็งบนพื้นดินถูกตัดเปิดโดยพายุน้ำแข็ง ทำให้เกิดรอยแยก
ขนาดใหญ่ที่จะเปิดขึ้น ก้อนน้ำแข็งยักษ์ลอยขึ้นไปในอากาศ มันเป็น
เหมือนเทพใช้ดาบแสงเพื่อแกะสลักขุนเขาและแม่น้ำ หากร่างกายถูกดูด
เข้าไปในพายุน้ำแข็ง พวกเขาจะพินาศทันทีโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
และในพายุน้ำแข็งนี้ พลังงานน้ำแข็งแผ่กฎน้ำแข็งที่แปลกประหลาด
และลึกลับได้เริ่มควบแน่นกัน ก่อร่างเป็นแก่นวิญญาณน้ำแข็ง
แก่นวิญญาณน้ำแข็งนี้บรรจุพลังงานความเย็นอันน่าสะพรึงกลัว ทุก
สิ่งรอบตัวแม้แต่ห้วงมิติก็ยังเริ่มถูกแช่แข็งและแตก!
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
เมื่อพลังงานความเย็นควบแน่นจนสุดขั้ว รอยแตกก็ปรากฏขึ้นใน
แก่นวิญญาณน้ำแข็ง พลังงานเย็นยะเยือกที่ไหลออกมาจากรอยแตกก่อ
ตัวเป็นฟีนิกซ์น้ำแข็งสีฟ้ายักษ์ในอากาศ!
ฟีนิกซ์น้ำแข็งนี้เงยหน้าขึ้นมองสวรรค์และกู่ร้องกังวาน พลังงาน
ความเย็นพุ่งขึ้นไปในอากาศ ทำให้ทั้งท้องฟ้ากลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่ไร้
สิ้นสุด
จากนั้น ดวงตาที่เย็นยะเยือกของมันก็เปล่งแสงออร่าที่น่ากลัวขึ้นมา
ทันใดที่จ้องหลินหมิงและอีกคนหนึ่งในค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้ว
“จ้าวเหมันต์อมตะ!” เสี่ยวหมัวเซียนสั่นเล็กน้อยขณะที่นางรู้สึก
กดดันอย่างหนัก เดิมทีนางเป็นคนที่มีสายเลือดฟีนิกซ์ทมิฬและจ้าว
เหมันต์อมตะแห่งนี้จึงเป็นเทวทัณฑ์โดยกำเนิดของนาง
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม นี่เป็นสถานการณ์ที่สำคัญ!
“ข้ากลับมาสู่โลกแล้วแต่พวกเจ้าก็ยังอยู่ที่นี่เพื่อรุกรานตัวตนอัน
ศักดิ์สิทธิ์เช่นข้า ไม่มีคำพูดใดๆที่จะยกโทษให้อาชญากรรมของพวกเจ้า มี
เพียงความตาย! เสียงที่น่ากลัวของจ้าวเหมันต์อมตะดังกึกก้องอยู่ในใจ
ของทุกคน มันเหมือนขุนเขาที่มองไม่เห็นกดลงบนพวกเขา น่ากลัวถึง
ที่สุด
ชั่วเวลาหนึ่ง รูนกฎน้ำแข็งก็เริ่มเปล่งประกายไปทั่วร่างของจ้าว
เหมันต์อมตะ มันกางปีกมหึมาและเส้นสายสีขาวนับไม่ถ้วนแผ่กระจายไป
ทั่วโลก มีออร่าน้ำแข็งที่ไร้สิ้นสุดของกฎน้ำแข็ง แพร่กระจายไปอย่าง
รวดเร็วเช่นวัชพืช
ไม่ว่าจะไปยังที่ใด มันก็จะมีเสียงถูกแช่แข็งเมื่อมิติเริ่มแตกออกจาก
กัน
เมื่อเส้นสายสีขาวชนกับค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วของเซิ่งเหม่ย
ค่ายกลการต่อสู้ที่เหมือนแก้วก็เปล่งเสียงของโลหะที่กระทบกัน ค่ายกล
ต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วทั้งหมดสั่นไหว ทนต่อแรงกดดันอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม รูนนับล้านที่ก่อตัวเป็นค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วเริ่ม
เปล่งประกายด้วยแสงจ้า พลังงานความเยือกแข็งโบราณเริ่มดูดซับออร่า
ของกฎน้ำแข็งที่มีอยู่ในเส้นสายสีขาว
ถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง แต่รูนของค่ายกลต่อสู้เยือก
แข็งสุดขั้วนั้นก็ยังสามารถดูดซับออร่าของกฎน้ำแข็งเพื่อฟื้นฟูตัวเองได้ใน
เวลาเดียวกัน
“กฎน้ำแข็งของเซิ่งเหม่ย… อยู่เหนือกฎของจ้าวเหมันต์อมตะ
เหนือกว่ามาก!”
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น เซิ่งเหม่ยนั้นสมกับเป็นเซิ่งเหม่ย แม้ว่า
พลังของนางจะถูกระงับไปยังขั้นผู้ปกครองเทวะ และนางก็อ่อนแอกว่า
จ้าวเหมันต์อมตะ แต่ในแง่ของกฎ นางกลับสามารถกำราบจ้าวเหมันต์
อมตะได้!
“น่าสนใจยิ่ง! มาลองดูว่าเจ้าสามารถทนได้อีกนานสักเพียงใด!”
จ้าวเหมันต์อมตะร้องออกมาและกางปีกให้กว้างพอที่จะบดบัง
ท้องฟ้า
เสาน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งลงมา ตกลงสู่ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็ง
สุดขั้ว
ปึกก! ปึกก! ปึกก!
ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วเปล่งเสียงที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นเมื่อรูนขนาด
ใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกบดง่ายดายราวกับแก้ว หลายส่วน
พังลง ดูเหมือนว่าทั้งค่ายกลจะล่มสลายเมื่อใดก็ได้
จ้าวเหมันต์อมตะต้องการที่จะใช้พลังที่เหนือกว่าของตนในการ
เหยียบย่ำกฎของเซิ่งเหม่ย
สีหน้าของเซิ่งเหม่ยเปลี่ยนไป จากนัยน์ตาทั้งสองที่มีลักษณะคล้าย
กับผลึกน้ำแข็งหกเหลี่ยมที่ศูนย์กลาง แสงสีดำก็ได้พุ่งออกมา
แสงสีดำนี้ถูกรวมเข้ากับรูน มันกำลังคุกคามและกำราบ
นัยน์ตาทั้งสองของนางดูเหมือนจะกลายเป็นกระแสวังวนสีดำที่ลึก
ราวกับเหว พลังลึกลับหมุนวนอย่างต่อเนื่อง แสงสีดำพุ่งออกมามากขึ้น
เรื่อยๆ
นี่คืออีกเคล็ดบ่มเพาะดวงเนตรอีกรูปแบบ ดวงตาเป็นหน้าต่างสู่
วิญญาณ และทักษะดวงเนตรของชาววิญญาณนั้นอาจหมายถึงการโจมตี
วิญญาณ ภาพลวงตาหรือวิธีการโจมตีอื่นๆ เคล็ดบ่มเพาะวิญญาณจำนวน
มากต่างใช้สายตาเป็นสื่อกลางในการบังคับพลังวิญญาณ อย่างไรก็ตาม
เมื่อเปรียบเทียบกับเนตรสามภพของเขี้ยวมังกรแล้ว ของเซิ่งเหม่ยนั้น
ทำลายสิ่งของเป็นเสี่ยงๆและกลืนมันลงไป
เมื่อนัยน์ตาของเซิ่งเหม่ยเปลี่ยนไป รูนทั้งหมดโดยรอบค่ายกลต่อสู้
เยือกแข็งสุดขั้วก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน พวกมันเริ่มตื่นตาขึ้นด้วย
พลังงานน้ำแข็งสีดำ
ในพริบตาเดียว ค่ายกลต่อสู้เยือกแข็งสุดขั้วนั้นกลายเป็นดำมืด
ประดุจหมึก ถึงกระนั้น ร่องรอยการแข็งตัวของพลังงานความเย็นสีดำก็
เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับชิ้นส่วนน้ำแข็งนับไม่ถ้วนที่ครอบคลุมทุกคนภายใน
“กฎแห่งความโกลาหลและค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์…
จักรพรรดินี! ท่าน…!”
เหวิ่นหลงร้องออกมา เสียงของเขาสั่น กฎแห่งความโกลาหลและ
ค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์เป็นวิวัฒนาการที่สูงขึ้นจากสถานะกฎของ
นาง หากนางยังมีความแข็งแกร่งในขั้นราชันสวรรค์แล้ว การใช้ทักษะลับ
สองอย่างนี้คงจะไม่ยากเลย แต่ตอนนี้ เซิ่งเหม่ยอยู่เพียงขั้นผู้ปกครองเท
วะช่วงต้นเท่านั้น นางแทบจะไม่สามารถใช้ทักษะทั้งสองนี้ได้และนางอาจ
ต้องใช้ต้นกำเนิดพลังวิญญาณจนหมด!
“มุ่งเน้นที่ตัวเอง!”
เสียงของเซิ่งเหม่ยเยือกเย็นและสีหน้าสงบราวกับน้ำแข็ง แค่มองเข้า
ไปในดวงตาที่ดูเหมือนนรกไร้สิ้นสุดนั้น มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มือ
และเท้าของผู้หนึ่งด้านชา เหวิ่นหลงไม่กล้าพูดอีก
เขารู้ว่าการพูดมากกว่านี้จะรบกวนจิตใจของนาง เขาทำได้แค่กัดฟัน
และมุ่งเน้นไปยังการต่อสู้ของตนเอง
เสาน้ำแข็งที่จ้าวเหมันต์อมตะพุ่งลงมาได้กระแทกค่ายกลเหมันต์ม่าน
เงาสวรรค์ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์นั้นแตกต่างจากค่ายกลต่อสู้เยือกแข็ง
สุดขั้ว มันเย็นกว่าและมืดกว่ามาก และภายในยังมีระลอกคลื่นพลังลึกลับ
ความมืดเยือกแข็งที่เกิดจากค่ายกลได้พุ่งออกมาเพื่อปะทะกับเสาน้ำแข็ง
จำนวนนับไม่ถ้วน
ด้วยการปะทะกันแต่ละครั้ง กฎน้ำแข็งสองประเภททำให้ร่องห้วงมิติ
ขนาดใหญ่ที่ฉีกออก แต่ถึงแม้จะมิติจะฉีกเปิด แต่มันก็จะถูกแช่แข็ง
โดยตรง เป็นภาพที่แปลกมาก
ในแวบแรก มันเหมือนท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะขาวนับไม่ถ้วน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบค่ายกลนี้ยังคงยืนหยัดต่อการโจมตีอันไม่รู้จบ
ของจ้าวเหมันต์อมตะ
โลกโดยรอบ แม้ว่ามันจะถูกกระทบด้วยเพียงเศษของกฎน้ำแข็ง แต่
ก็ยังจะถูกฉีกขาดรอยยิ่งใหญ่เช่นแม่น้ำและขุนเขา พลังของการปะทะครั้ง
นี้น่าตกตะลึงโดยแท้
เมื่อเห็นอย่างนี้ หลินหมิงเองก็ตกใจ
“เซิ่งเหม่ยน่ากลัวอย่างยิ่ง! ยากที่จะเชื่อว่านางยังสามารถแสดงพลัง
ต่อสู้เช่นนี้ได้ในขั้นผู้ปกครองเทวะ ไม่เพียงแค่นั้น แต่อำนาจกฎของนางก็
ยังดูเหมือนจะท่วมท้น ทุกครั้งที่นางใช้หนึ่งในกฎของนาง มันก็จะน่าตก
ตะลึง!”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดในเรื่องนี้ ดวงตาของเขาชำเลืองมองที่
ใบหน้าของเซิ่งเหม่ย ซึ่งมีความภาคภูมิและมุ่งเน้นอย่างที่สุด เขาค้นพบ
ว่ามีเม็ดเหงื่อหยดลงมาจากจมูกของนางแล้วกลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่ตกลง
มาเหมือนไข่มุก
หลินหมิงรู้สึกประทับใจในฉากนี้ ราวกับว่าเขาสงสารนางและทน
ไม่ได้ที่จะเห็น
เขาสามารถจินตนาการได้ว่าเซิ่งเหม่ยกำลังเผชิญกับความกดดันเช่น
ไร ผู้หนึ่งเพียงต้องการดูการตอบสนองที่สะท้านอย่างเห็นได้ชัดของเหวิ่น
หลงเพื่อทำความเข้าใจมัน ในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาต้องทำให้สำเร็จ เขาจะ
ล้มเหลวไม่ได้!
สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาของหลินหมิงเริ่มสงบลง เขาหลับตาและ
ปิดสัมผัสรับรู้ ทำให้จิตใจของเขาเข้าสู่สถานะไร้ตัวตน
เบื้องหลังหลินหมิง แสงอันสิริเริ่มเปล่งประกาย กลีบดอกไม้โรยลง
รอบตัวเขาและเสียงร้องอันไพเราะของน้ำพุจิตวิญญาณก็เต็มอยู่ในอากาศ
ในสภาพแวดล้อมของน้ำพุจิตวิญญาณและใบไม้ที่ร่วงหล่น ภาพร่างต้นไม้
โบราณก็ปรากฏขึ้น
เปลือกไม้ของต้นไม้โบราณนี้เหี่ยวแห้งและใบไม้ก็ร่วงหล่นลงมาแล้ว
ส่วนใหญ่ แต่ลำต้นและรากของต้นไม้นั้นยังทรงพลังและแข็งแรงเหมือน
กรงเล็บของมังกร มีไม่กี่ใบที่ยังคงส่องแสงระยิบระยับราวกับว่าพวกมัน
ถูกแกะสลักจากหยกสีเขียวบริสุทธิ์
นี่คือต้นโพธิ์ เมื่อหลินหมิงอยู่ที่ขุนเขาผู่โถว เขาได้นั่งเข้าฌานใต้ต้น
โพธิ์และหลอมรวมเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ วัฏสงสารและแรกกำเนิด
เข้าด้วยกัน ตอนนี้ หลินหมิงเรียกเจตจำนงแห่งนักสู้ผสานนี้ออกมา มา
ก่อให้เกิดดินแดนแห่งความร่มรื่นรอบตัว
ไม่ว่าพายุบ้าคลั่งโหมกระหน่ำจากการโจมตีจะรุนแรงเพียงใด มันก็
ยังไม่สามารถรบกวนเขาได้ เขาไว้วางการป้องกันให้กับเซิ่งเหม่ยอย่าง
สมบูรณ์ สำหรับเขา เขามุ่งเน้นอย่างเต็มที่เพื่อปรับสภาพร่างกายให้
พร้อมที่จะโจมตีครั้งสุดท้าย!