Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,734 หยกจักรพรรดิ
หลินหมิงวางมือของเขาลงบนฝาโลงศพทองแดงโบราณ เปิดเก้าดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋า พละกำลังปะทุในร่างกายถึงสิบล้านจิน ด้วยเสียงดัง
กึกก้อง ฝาไร้ฝุ่นของโลงศพทองแดงโบราณก็ถูกเปิดออก
และเมื่อหลินหมิงผลักเปิดฝา ทั้งด่านที่ 6 เริ่มสั่นก็สั่นคลอนราวกับ
ว่ามีสัตว์อสูรโบราณบางตัวตื่นขึ้นมาที่นี่!
กึก กึก กึก!
พื้นดินสั่นสะเทือนและทุกอย่างเริ่มพังทลายลง เผยให้เห็นก้นเหวสี
ดำสนิท และจากเหวนี้ หินศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่สีดำก็ค่อยๆลอยขึ้นมา
นี่มัน…
หลินหมิงจิตใจสะท้าน โดยไม่รู้ตัว มือของเขาหยุดกดเปิดฝาโลงศพ
โบราณ ดวงตาของเขามองลงไปและจับจ้องไปยังก้อนหินสีดำนั้น เห็นได้
ชัดว่าหินศักดิ์สิทธิ์สีดำนี้เป็นรูปปั้นและเป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นมาก่อน! รูป
ปั้นนี้เหมือนกับรูปสลักหินขนาดยักษ์ในประตูแห่งกฎระดับอาชูร่า มัน
เป็นรูปปั้นของเทพสงครามอาชูร่า!
เทพสงครามอาชูร่าถือหอกมังกรทมิฬและสวมเกราะสงคราม ร่าง
ของเขาถูกคลุมด้วยเกล็ดมังกรและเส้นผมของเขาสยายอย่างรุนแรง
แรงผลักดันของเขากระตุ้นความกลัว!
เมื่อยืนอยู่หน้ารูปปั้นอาชูร่า หลินหมิงรู้สึกได้ถึงพลังงานฆ่าฟันอัน
เข้มข้น ทำให้หายใจลำบาก แม้แต่หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกดขี่ข่ม
เหง และอารมณ์ที่โหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เกือบจะสูญเสียความเป็น
ตนเอง
ในด่านที่ 6 รูปปั้นเทพสงครามอาชูร่านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจาก
เขาเปิดโลงศพทองแดงโบราณ รูปปั้นนี้ทำมาจากสิ่งใด?
หลินหมิงค่อนข้างตกใจ หากด่านที่ 6 มีกลไกดังกล่าว มันจะต้องมี
ความสำคัญเป็นพิเศษ
การเดาครั้งแรกของหลินหมิงคือ ร่างจำแลงของวิญญาณที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าหลั่นอาจถูกผนึกไว้ในรูปปั้นเทพสงครามอาชูร่า แต่ในไม่
ช้าเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้
นี่เป็นเพราะหลังจากเปิดโลงศพทองแดงโบราณแล้ว เขาก็สามารถ
สัมผัสถึงออร่าวิญญาณอันกว้างใหญ่ที่มาจากภายใน เห็นได้ชัดว่าร่าง
จำแลงวิญญาณยังหลับลึกอยู่ภายในโลงศพ
เช่นนั้น รูปปั้นอาชูร่านี้…
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินไปยังรูปปั้น ในขณะที่เขา
ตรวจสอบอย่างละเอียด เขาก็ค้นพบว่ามีพลังเข้มข้นของกฎมิติอยู่ภายใน
พลังมิติทั้งหมดภายในด่านที่ 6 ดูเหมือนจะถูกดึงดูดโดยรูปปั้นและค่อยๆ
มาบรรจบกันที่มัน
“นี่คือ… ปมมิติหรือไม่?”
หลินหมิงคิด มีปมมิติอยู่ในรูปปั้นอาชูร่า!
และในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้า ยปมมิติประเภทนี้แสดงถึง
ทางเข้าสู่ด่านต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ด่านที่ 7!
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึก ถ้าด่านที่ 6 มีไว้เพื่อรับรางวัลเท่านั้น จาก
ประสบการณ์ที่ผ่านม าอัตราความสำเร็จของเขาจะไม่เพิ่มขึ้นที่นี่ ความ
ยากลำบากอย่างแท้จริงจะเป็นในด่านที่ 7
และด่านนี้ย่อมยากกว่าด่านที่ 5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่หลินห
มิงก็ยังไม่เชื่อว่าเขามีโอกาสในการผ่านมัน เขาทำได้เพียงพยายามที่สุด
เท่าที่จะทำได้ในด่านที่ 7 ด้วยความคิดที่ต้องการได้รับอัตราความสำเร็จ
เท่าที่จะทำได้
“ปมมิติเพื่อเข้าสู่ด่านที่ 7 นั้นถูกผนึกไว้ในรูปปั้นอาชูร่า… ข้าสงสัย
ยิ่งว่าความหมายเบื้องหลังมันคือสิ่งใด? จะมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับรูปปั้นนี้
หรือไม่?”
หลินหมิงคิดว่ามันแปลก มันจะสมเหตุสมผลหากการเข้าสู่ด่านที่ 7
เพื่อเปิดโดยตรง แต่ทางเข้านั้นกลับถูกผนึกไว้ในรูปปั้นอาชูร่า ความคิด
แรกของหมิงหมิงคือ รูปปั้นอาชูร่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการทดสอบ
บางอย่าง
ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย จากด่านที่ 2 ถึงด่านที่ 3 เขาต้อง
ผ่านประตูแห่งกฎและจากด่านที่ 4 ถึงด่านที่ 5 เขาจะต้องปีนขึ้นแท่น
ผนึกเทวะ ระหว่างด่านต่างๆไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านเลย
ดังนั้นหากรูปปั้นอาชูร่านี้เป็นแบบทดสอบบางประเภท มันก็ไม่น่า
แปลกใจ
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเรื่องนี้ ภาพแปลกๆก็ดึงดูดความสนใจ
ของเขา
เขาค้นพบว่าบนเกราะสงครามของรูปปั้นอาชูร่า มีสามร่องเรียงกัน
และหลินหมิงเคยเห็นรูปร่างของร่องเหล่านี้มาก่อน!
ใกล้ร่องเหล่านี้ มันยังมีตัวอักษรที่สลักเป็นหินอยู่ด้วย คำเหล่านี้เป็น
ภาษาเดียวกับคัมภีร์อาชูร่า
สิ่งที่พวกมันเขียนไว้คือ –
“33 สวรรค์, มรดกอาชูร่า, ส่งผ่านไปยังอัจฉริยะไร้เปรียบ, ส่งผ่าน
ไปยังผู้นั้นด้วยโชคอันยิ่งใหญ่, ส่งผ่านไปยังผู้ที่ถูกชะตาฟ้าลิขิต!”
“คำว่าชะตากรรม มันถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าหรือไม่นั้น หากเจ้าคือผู้
ที่ชะตาฟ้าลิขิตแล้ว เช่นนั้นแม้จะผ่านห้วงจักรวาลไร้สิ้นสุด เจ้าจักยังคง
ได้รับมรดกของข้า”
“ข้าทิ้ง 3 หยกจักรพรรดิของแก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ไว้ หยก
จักรพรรดิ มีพลังทางจิตวิญญาณ และหากเจ้าคือผู้ที่ชะตาฟ้าลิขิตแล้ว
พวกมันก็จะตกอยู่ในมือของเจ้า หากเจ้าขาดโชคชะตาแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะ
พยายามลำบากมากเพียงใดก็ตามในการหาพวกมัน เจ้าก็จะไม่มีวัน
ประสบความสำเร็จ นำสามหยกจักรพรรดิมาสู่ดินแดนนี้และเปิดประตูสู่
ด่านที่ 7”
หลินหมิงตกใจหลังจากอ่านคำที่สลักอยู่
มรดกสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่า ในการที่จะได้รับสิ่งนั้น ผู้หนึ่ง
จะต้องเป็นตัวตนที่ไร้เปรียบ มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ และยังต้องเป็นผู้ที่
ชะตาฟ้าลิขิต ผู้ท้าชิงด้านทดสอบต้องมีทั้งสามคุณลักษณะเหล่านี้เพื่อให้
ได้รับการอนุมัติจากมรดก
ด่านแรกๆของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายรวมถึงการทดสอบ
ทั้งหมดที่เป็นเส้นทางแห่งอาชูร่า นั้น มันสามารถจดจำถึงพรสวรรค์และ
โชคชะตาของผู้ท้าชิงด้านทดสอบคนเดิมได้ แต่เพื่อที่จะเปลี่ยนจากด่านที่
6 เป็นด่านที่ 7 ผู้หนึ่งจำเป็นต้องมี ‘โชคชะตา’
การสำแดงถึงสัญลักษณ์แห่งโชคชะตาคือ การมีสามหยกจักรพรรดิ
ของ ‘แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์’!
เฉพาะเมื่อมีหยกจักรพรรดิทั้งสามเท่านั้นผู้หนึ่งจึงจะสามารถเข้าสู่
ด่านที่ 7 ได้
หลินหมิงสูดหายใจลึกและดึงจี้หยกสองอันออกมาจากแหวนมิติของ
เขา กลับกัน จะถูกต้องกว่าที่จะกล่าวว่ามีหนึ่งจี้หยกและอีกหนึ่งชิ้นส่วน
จี้หยกที่สมบูรณ์นี้หลินหมิงได้มาจากเกมนักล่า เนื่องจากจี้หยกนี้
หลินหมิงจึงสามารถเข้าสู่สันเขาสุสานเทพ ติดอยู่ในหุบเขามรณะและ
หลบหนีจากที่นั่นและผ่านเขตแดนสังหารมาได้อย่างต่อเนื่อง หลินหมิงได้
ใช้ประโยชน์จากเขตแดนสังหารเหล่านั้นเพื่อฆ่า 3 ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ โจว
ฮุยซาและเทียนหมิงจื่อ
อาจกล่าวได้ว่าชีวิตของหลินหมิงได้รับการช่วยเหลือเพราะหยก
จักรพรรดินี้
สำหรับชิ้นส่วนหยกจักรพรรดิจักรพรรดิอีกอัน หมิงได้ซื้อสิ่งนั้นจาก
แผงขายของผู้อาวุโสเซวียที่สมาคมผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ
ผู้อาวุโสเซวียไม่รู้ว่าชิ้นส่วนหยกจักรพรรดินี้คืออะไร แต่
สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่ามันผิดปกติ แต่ไม่ว่าเขาจะศึกษามันมาก
แค่ไหนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ยังไม่สามารถไขความลับของมันได้
ในที่สุด เขาคิดว่ามันเป็นเพียงชิ้นส่วนสมบัติจิตวิญญาณระดับราชัน
สวรรค์และขายให้กับหลินหมิง
เนื่องจากชิ้นส่วนหยกจักรพรรดินี้มีข้อบกพร่องมากมายในรูปแบบ
เต๋าอาชูร่าอยู่ภายใน มันจึงไม่มีค่ามากนัก ถึงอย่างนั้น หลินหมิงก็เก็บมัน
ไว้ในแหวนมิติของเขา
ตอนนี้ เมื่อได้นำสองหยกจักรพรรดิออกมา พวกมันก็เข้าคู่กับรูปร่าง
ของร่อง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะต้องรวบรวมหยกจักรพรรดิทั้งสามแล้วนำ
พวกมาวางที่ร่องเพื่อเปิดประตูสู่ด่านที่ 7
ถ้าเขาทำไม่ได้ เขาก็จะทำได้เพียงจ้องมองอย่างไร้หนทางที่ทางเข้าสู่
ด่านที่ 7
“กฎเกณฑ์ประเภทนี้…”
หลินหมิงถึงกับพูดไม่ออก
ตามตรรกะทั่วไปใดๆ บนเส้นทางแห่งอาชูร่าที่มีขนาดใหญ่ การ
ค้นหาสามหยกจักรพรรดิขนาดเล็กๆนั้นยากเหมือนการค้นหาเข็มใน
มหาสมุทรที่ไร้สิ้นสุด มันอาจเรียกได้ว่าเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้
แต่ตามทัศนะของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าแล้ว พวกมันเป็นหยก
จักรพรรดิแห่ง ‘โชคชะตา’ และมีกฎที่แปลกและเหลือเชื่ออยู่ ตราบใดที่
โชคชะตาของผู้หนึ่งมาถึงจุดหนึ่ง มันก็ไม่จำเป็นต้องมองหาหยก
จักรพรรดิเหล่านี้ แต่พวกมันจะมาหาเอง
หากผู้หนึ่งไม่สามารถรวบรวมสามหยกจักรพรรดิได้แล้ว มันก็จะ
บอกได้ว่าโชคชะตาของพวกเขาขาดไป
“โชคชะตาของข้าขาดไปหรือไม่…”
หลินหมิงมองดูหยกจักรพรรดิที่สมสมบูรณ์และที่เป็นชิ้นส่วนในมือ
ยิ้มอย่างขมขื่น เขาคิดว่าโชคของตนนั้นมหาศาลพอแล้วที่จะได้รับสอง
หยกจักรพรรดิจนถึงขณะนี้ แต่หลังจากเข้าสู่ด่านที่ 6 เขาก็ตระหนักว่า
โชคชะตาของเขาไม่เพียงพอ เพื่อเข้าสู่ด่านที่ 7 เขาจำเป็นต้องได้รับหยก
จักรพรรดิทั้งสาม
ยิ่งกว่านั้น… หยกจักรพรรดิที่สองในมือของเขาก็ยังเป็นเพียงชิ้นส่วน
ถ้ามันเป็นเหรียญที่ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า มันจะแตกโดยง่าย
ได้อย่างไร?
คำถามนี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง เขารู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่สมเหตุสมผล
เลย
เขารออยู่หน้ารูปปั้นพักหนึ่ง จากนั้น หลังจากที่ลังเล เขาก็พยายาม
วางสองหยกจักรพรรดิเข้าไปในร่อง
ร่องทั้งสามนี้มีรูปร่างต่างกัน หลินหมิงใส่หยกจักพรรดิแรกลงไป
รูปร่างพอดีอย่างสมบูรณ์
จากนั้น หลินหมิงพยายามที่จะใส่ชิ้นส่วนหยกจักรพรรดิในอีกร่อง
ในเวลานี้ บางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจเกิดขึ้น
เมื่อชิ้นส่วนหยกจักรพรรดิถูกวางลงในร่อง ทันใดนั้นมันก็เริ่ม
เปล่งแสงสลัว มวลแสงนับไม่ถ้วนรวมตัวกันในหยกจักรพรรดิ และในเวลา
ต่อมา หยกจักรพรรดิก็ละลายลงเป็นแสงเหลวที่ปกคลุมร่องทั้งหมด
“หืม? นี่มัน…”
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น หลังจากเวลาผ่านไปหลายลม
หายใจ ของเหลวก็ค่อยๆแข็งตัวกลายเป็นหยกจักรพรรดิสมบูรณ์ที่ซึ่งเข้า
กับร่องได้พอดี
“หยกจักรพรรดิสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงพึมพำ ตกตะลึง
ถ้าเป็นเช่นนั้น แม้ว่าหยกจักรพรรดิจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันก็
คงไม่เป็นไรตราบใดที่เขาสามารถได้มันมา สำหรับเขาแล้ว สิ่งนี้อาจเรียก
ได้ว่าเป็นข่าวดีอย่างไม่เต็มใจ
แต่… เขาไม่มีเงื่อนงำเกี่ยวกับที่อยู่ของหยกจักรพรรดิที่สามเลย เขา
จะหามันได้จากที่ไหน?