Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,736 ร่างจำแลงที่สอง
จมอยู่ในโลกแห่งจิตสำนึก มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับวิญญาณของ
เผ่าพันธุ์โบราณ ร่างจริงของหลินหมิงยังคงไม่ไหวติง เช่นนี้ หนึ่งเดือนก็
ผ่านไป
ใบหน้าของหลินหมิงมักจะเปลี่ยนเป็นสีขาว และหลายต่อหลายครั้ง
ที่โลหิตจะไหลออกมาทางจมูกและหู เมื่อใดก็ตามที่สิ่งนี้เกิดขึ้น แสงสีฟ้าก็
จะสาดประกายออกมาภายในโลกแห่งจิตสำนึกของหลินหมิง ตัดมัน
ออกไปเหมือนดาบศักดิ์สิทธิ์ นี่คือจิตวิญญาณต่อสู้ระดับวิญญาณฟ้าขั้น
ใหญ่ของหลินหมิง
ฉวิ้ง!
สงครามที่ยืดเยื้อยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ วิญญาณโบราณ
จำนวนมากถูกตัดและสังหารโดยจิตวิญญาณต่อสู้ระดับวิญญาณฟ้าของ
หลินหมิง!
ความแค้นของราชาโบราณถูกหั่นโดยพลังวิญญาณของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ความแค้นเหล่านี้มีเหนียวแน่นอย่างมาก แม้ว่าพวกมันจะ
ถูกหั่นเป็นสองส่วน แต่พวกมันก็ยังสามารถกลับมารวมกับและพุ่งเข้าหา
หลินหมิงอีกได้
ในอากาศ มังกรทมิฬที่บินส่ายไปมา ร่างกายของพวกมันกระแทก
ต้นเทพทรราชคลั่ง กิ่งก้านเข้าพันมังกรทมิฬยักษ์ ดึงพวกมันเข้าไป หาก
มิใช่มังกรทมิฬนี้ถูกหั่นจนสาหัสมาก่อนแล้ว นั่นหมายความว่ามันจะเป็น
กิ่งก้านและใบไม้ที่จะถูกเคี้ยวแทน
เปลวเพลิงและสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนชนเข้าด้วยกัน ทำลาย
ล้างศัตรูและสลายไป
………
เดือนหลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป อย่างช้าๆ โลหิตมิได้ไหลลงมาจาก
จมูกและมุมปากของหลินหมิงอีกต่อไป ในดวงตาของเขาเริ่มสว่างขึ้นด้วย
แสงบริสุทธิ์
ในวันนี้ หลินหมิงได้คำรามอย่างฉับพลัน ร่างคล้ายรูปปั้นที่ไม่ไหวติง
ของเขาปลดปล่อยก๊าซสีดำหนาออกมา
ก๊าซสีดำนี้พุ่งออกมาจากทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขา หลังจากนั้น
มันก็เริ่มสลายตัวไป
เมื่อมันถูกทำลายไป ก็สามารถได้ยินเสียงโหยหวน
ร่างจ้าวปีศาจเบื้องหน้าเขาืั้ก่อตัวขึ้นจากวิญญาณที่เต็มไปด้วย
ความแค้นเริ่มสลายลง
ภายในนัยน์ตาของหลินหมิงที่ไม่ไหวติงนั้น แสงประกายสายฟ้าสว่าง
วาบขึ้นอีกครั้ง จิตวิญญาณต่อสู้ระดับวิญญาณฟ้าที่กำลังตรวจสอบร่าง
จำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เริ่มต่อสู้อีกครั้ง พร้อมกับเพลิงและสายฟ้าทัณฑ์
สวรรค์!
ทันใดนั้น ความเกลียดชังที่ชั่วร้ายก็เริ่มกวาดออกมาจากหมอกสีดำ
โดยรอบร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ความเกลียดชังนี้เป็นเหมือนมังกรพิษ เจาะเข้าไปในทะเลแห่ง
จิตสำนึกของหลินหมิงและทำให้หัวใจของเขาเย็นชา
ในความโกลาหลนี้ มีหมอกสีดำปรากฏขึ้น มันยิงพลังวิญญาณที่
เหมือนอสรพิษเข้าโจมตีหลินหมิง
“หืม? ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้เองก็มีสติปัญญาของมันเอง!”
เมื่อค้นพบสิ่งนี้ ดวงตาของหลินหมิงเปล่งประกายด้วยแสงเย็น เขา
กระทั่งบดขยี้ความแค้นที่หลงเหลืออยู่ของราชาโบราณไปแล้ว เหตุใดเขา
จึงจะมากลัวสติปัญญาทางจิตวิญญาณเล็กๆนี้ของร่างจำแลงวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์
ด้วยเสียงดัง ดาบอันน่ากลัวของสายฟ้าและเพลิงก็พุ่งออกมาจาก
ดวงตาของเขา กระแทกเข้ากับความว่างเปล่าและหั่นพลังวิญญาณของ
ศัตรูออกเป็นชิ้นนับไม่ถ้วน
เสียงร้องที่เจ็บปวดหลายครั้งสะท้อนออกมาจากร่างจำแลงวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้น การต่อต้านสุดท้ายก็หายไป
ทั้งร่างของหลินหมิงเป็นเหมือนลูกกระสุนปืนที่พุ่งเข้าหาร่างจำแลง
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์
เขารู้สึกเพียงเสียงหึ่งในขณะที่พลังวิญญาณมืดแผ่กระจายไปทั่ว
ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา
พลังวิญญาณนี้ส่องแสงออกมา และปลดปล่อยแรงกดดันอันไม่รู้จบ
ของราชา
มีรูนลึกลับนับไม่ถ้วนทิ้งหลงเหลือไว้ตั้งแต่สมัยโบราณ พวกมันถูก
ซ่อนอยู่ในพลังวิญญาณมืด เปล่งพลังที่ไร้สิ้นสุดที่ทำให้หัวใจสะท้าน
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก จิตวิญญาณชีวิตของเขาเริ่มสร้างร่าง
จำแลงที่คล้ายกับหลินหมิงที่ร่างเปลือยเปล่าอย่างสิ้นเชิง – นี่คือร่าง
จำแลงจิตวิญญาณชีวิต
เมื่อร่างจำแลงจิตวิญญาณชีวิตปรากฏขึ้น พลังลึกลับพุ่งออกมาจาก
ร่างกายของมัน
ร่างจำแลงจิตวิญญาณชีวิตนี้ลอยขึ้นจากพื้นและจากนั้นก็พุ่งเข้าไป
ในร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จมลงไป
ไม่รู้ได้ว่ามีวิญญาณของราชาโบราณจำนวนเท่าใดที่ถูกใช้เพื่อสร้าง
ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ แต่แน่นอนว่ามันมีจำนวนมากอย่าง
เหลือเชื่อ
หากหลินหมิงต้องการหลอมรวมแก่นพลังวิญญาณของเขาเข้าไป มัน
คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง
ข้างนอกในโลกแห่งความเป็นจริง หลินหมิงตกไปอยู่ในสถานะที่
กลายเป็นดั่งหินอีกครั้ง
ทุกรูขุมขนในร่างกายของเขาเริ่มยิงแสงสีดำออกมา
ภายในนัยน์ตาของเขา กว่าพันล้านรูนโบราณปรากฏขึ้น รวมตัวและ
สลายตัว ค่อยๆกระจายไปทั่วร่างกายของเขาผ่านเนื้อของเขาไปยัง
กระดูก แม้กระทั่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาด้วย
ขั้นตอนนี้ได้ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่ไม่รู้จัก อย่างช้าๆหลินหมิ
งลืมตาขึ้น เช่นที่นัยน์ตาของเขาเคยเป็น สองกระแสวังวนสีดำหมุนวน
ด้วยพลังวิญญาณ
แสงสีดำอันสง่างามเปล่งประกายออกมาจากทุกนิ้วของร่างเขา
ไหลเวียนทั่วร่างดั่งมังกรพเนจร
ในอากาศข้างหน้าเขา แสงสีดำรวมตัวกันจนกระทั่งออกมาจากร่าง
ทั้งหมด
อย่างช้าๆ มีบางคนปรากฏตัวต่อหน้าหลินหมิง ร่างนี้เป็นสีดำเหมือน
หมึก รอยยิ้มและใบหน้าเหมือนกับของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของหลินหมิงสีดำสนิทนี้มืดและพร่ามัว เหมือน
ผิวคลื่นของทะเลสาบ มันไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
เมื่อหลินหมิงคนนี้ยกมือขึ้น พลังวิญญาณที่เป็นรูปธรรมหนาแน่นขึ้น
เรื่อยๆเกี่ยวกับเขา พลังลึกลับทะลักออกมาจากร่างของเขา ร่างกายของ
หลินหมิงสีดำนี้ปลดปล่อยออร่าชั่วร้ายที่หนาแน่น!
ร่างจำแลงแรกของหลินหมิงคือหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ พลัง
โลหิตของมันแข็งแกร่งและทรงพลังดั่งเทพเจ้าสงครามไร้เปรียบ
แต่ร่างจำแลงที่สองนี้คือ ตัวอ่อนศักดิ์สิทธิ์วสันต์อเวจี ร่างกายของ
มันเต็มไปด้วยพลังงานปีศาจเหมือนปีศาจร้ายโบราณ ดวงตาของมัน
มืดมนเหมือนเหว ดูเหมือนดูดซับแสงทั้งหมดที่สะท้อนอยู่ในนั้น
หากนักสู้ที่มีการบ่มเพาะไม่เพียงพอต้องมองเข้าไปในดวงตาของตัว
อ่อนศักดิ์สิทธิ์วสันต์อเวจีแล้ว พวกเขาจะรู้สึกว่าวิญญาณของตนตกอยู่ใน
ภาพลวงตา ราวกับว่าพวกเขาถูกขังอยู่ในเหวที่ไร้สิ้นสุด
“ในที่สุดข้าก็ประสบความสำเร็จ!”
หลินหมิงถอนหายใจยาว โดยการแยกส่วนหนึ่งวิญญาณชีวิตของเขา
เป็นรากฐาน ดูดซับพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของราชาโบราณ และด้ใช้
ค่ายกลกักขังที่ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า ทำให้เขาสามารถก่อ
ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตนเขาได้
เนื่องจากปราณจิตวิญญาณชีวิตของเขาถูกแบ่งไว้ภายในวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิงก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของร่างจำแลง
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นลึกล้ำและกว้างใหญ่ราวกับทะเล มันเป็นพลังที่น่า
สะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ด้วยความคิด ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้แยกร่างออกครั้งแล้ว
ครั้งเล่า จาก 1 เป็น 2, จาก 2 เป็น 4… ในที่สุดหลินหมิงสีดำ 16 คนก็
ปรากฏตัวขึ้น
ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่มีร่างรูปธรรมจริง อย่างไรก็ตาม
ทั้ง 16 ร่างก็มีพลังต้นเช่นเดิม
หลินหมิงมีความสุขมาก ตราบใดที่วิญญาณร่างจำแลงอันศักดิ์สิทธิ์นี้
คงอยู่ แม้ว่าวิญญาณชีวิตของเขาเองจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่
เขาก็ยังจะสามารถดูดซับพลังของร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เพื่อ
สร้างใหม่อย่างรวดเร็วได้
ในการต่อสู้ เมื่อเผชิญหน้ากับชาววิญญาณ สิ่งนี้จะเป็นความสามารถ
ที่มีประโยชน์อย่างมาก
เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป พลังวิญญาณของคนๆหนึ่งนั้นยากต่อการ
ฟื้นฟูมากกว่าร่างกายหลายเท่า เมื่อร่างกายได้รับอันตราย ตราบใดที่พลัง
ต้นเนิดชีวิตไม่ได้รับความเสียหายแล้ว มันก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่าง
รวดเร็ว
แต่ถ้ามีคนสูญเสียพลังวิญญาณ เฉพาะหากพวกเขาได้ฝึกฝนเคล็ดบ่ม
เพาะเช่นเดียวกับที่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์มีจึงจะฟื้นฟูได้อย่างช้าๆ
ตอนนี้เขามีร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครองพลังวิญญาณ
มาหศาลเช่นนี้ ในอนาคตเขายังสามารถขยายความแข็งแกร่งของร่าง
จำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้อีก
ตามทฤษฎีแล้ว ยิ่งมีร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมาก
เพียงใด มันก็ยิ่งสามารถแยกร่างมันเองได้มากเท่านั้น
ด้วยความคิด ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเหล่านี้เข้าสู่
ร่างกายของหลินหมิง
พัฟ!
เมื่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้พุ่งเข้าสู่เขา หนึ่งในนั้นถูกทำให้ถือง้าวที่
เต็มไปด้วยออร่าของราชาโบราณดั่งมังกร สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงซีด ร่างกาย
ของเขาสั่นเล็กน้อย
แม้ว่าจะมีอาการปวดบ้าง แต่เขาก็ยังมีความสุขบนใบหน้าของเขา
เมื่อครู่นี้ เขาได้มีร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เป็นอาวุธโจมตีทาง
วิญญาณของเขาเองแล้ว เขาต้องการทดสอบพลังโจมตีของร่างจำแลง
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์และผลลัพธ์ก็ทำให้เขาประหลาดใจอย่างน่ายินดี พลัง
วิญญาณของเขานั้นทรงพลังมากอยู่แล้ว แต่ร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
นี้กลับยังสามารถทะลุผ่านการป้องกันของเขาได้ ถึงกระนั้น เพราะ
วิญญาณของพวกมันมาจากแหล่งเดียวกัน จึงไม่มีการบาดเจ็บที่แท้จริง
ในการโจมตีเมื่อครู่ หลินหมิงรู้สึกเลือนรางว่ายังมีความผิดปกติ
บางอย่างหลงเหลืออยู่ในร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ชิ้นส่วนวิญญาณ
ของราชาโบราณยังคงอยู่ภายใน ต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับแต่งมัน
ให้สมบูรณ์
เพื่อที่จะยึดครองร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ มันก็
ต้องใช้เวลาในการหลอมรวมกับมัน
หลังจากได้รับร่างจำแลงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หมอกสีดำแห่งพลัง
วิญญาณในโลงศพทองแดงโบราณก็เริ่มสลายไป
ทั่วทุกมุมโลกตกอยู่ในความเงียบงัน
หลินหมิงยังไม่ได้เร่งรีบออกไป ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังตำรา
ทองแดงโบราณตรงหน้า
“เซิ่งเหม่ยเคยกล่าวว่าด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนี้จะคงอยู่เป็น
เวลาหลายปี บางครั้งมันจะเป็นเรื่องปกติสำหรับบางคนที่จะติดอยู่ในด่าน
หนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากถึง 5 ปีแล้ว ทางออกของด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้ายจะเปิดขึ้นและผู้ท้าชิงด้านทดสอบทุกคนจะถูกขับออก…
“คัมภีร์อาชูร่าเล่มที่สองนั้นกว้างใหญ่และเข้าใจยาก เต็มไปด้วย
ความลึกลับนับไม่ถ้วน… เนื่องจากข้าไม่สามารถนำสิ่งนี้ออกไปได้และยังมี
เวลากว่าถึงกำหนดเวลา 5 ปี ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อเข้าใจเพิ่มเติมมันดีกว่า นี่
เป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของข้า ข้าต้องเข้าใจให้มากที่สุด เพราะข้าจะไม่มี
โอกาสได้ดูอีกครั้งเมื่อข้าจากไป…”
เมื่อรู้สึกถึงออร่าที่ไร้สิ้นสุดจากตำราทองแดงโบราณ หลินหมิงก็เต็ม
ไปด้วยความเสียใจ เขาไม่สามารถนำคัมภีร์อาชูร่าออกไปด้วยได้ ดังนั้น
การเรียนรู้จึงมีจำกัด
เมื่อเป็นเรื่องคัมภีร์อาชูร่าซึ่งเป็นมรดกของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
แล้ว เขาไม่กล้าหย่อนหยานเลย