Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,759 พบกับบุตรแห่งภูติเทพ
ความคาดเดาของหลินหมิงนั้นถูกต้อง หลังจากมาถึงบนเกาะ ในไม่
ช้าเขาก็สะดุดกับคนรู้จักอีกคนหนึ่งนั่นคือ ซิงชือของขุนเขาผู่โถว
ซิงชือสวมชุดคลุมลินิน มันเรียบและสะอาด
กลุ่มขุนเขาผู่โถวมีเพียงสามคน ทำให้พวกเขาดูเงียบเหงาเล็กน้อย
จักรพรรดิสักกะและโพธิสัตว์เกรียงฟ้านั้นไม่ได้มา
“ท่านหลิน มันนานมากแล้วที่ไม่ได้พบกัน”
ซิงชือประทับฝ่ามือ มีรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขา แม้หลังจาก
ผ่านไปหลายปี เขาก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย
หลังจากซิงชือมองดูการบ่มเพาะของหลินหมิง เขารู้สึกประหลาดใจ
เล็กน้อยก่อนที่จะผ่อนคลายทันที่ เขายิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ท่าน
หลินเป็นบุคคลที่โดดเด่นอย่างแท้จริง การบ่มเพาะของนักบวชผู้น่า
สงสารคนนี้เคยสูงกว่าท่านหลินสองขอบเขตเล็ก แต่ตอนนี้ข้ากลับล้าหลัง
แล้ว”
ซิงชือส่ายหัวของเขา
การบ่มเพาะในปัจจุบันของหลินหมิงทิ้งห่างคนผู้เยาว์ที่เหลืออยู่อย่าง
ช้าๆ
และในความเป็นจริง การบ่มเพาะเป็นเพียงเรื่องรอง สิ่งที่น่ากลัว
เกี่ยวกับหลินหมิงคือพลังการต่อสู้ของเขา ในเส้นทางแห่งอาชูร่า หลินห
มิงศึกษาคัมภีร์อาชูร่ารวมถึงสืบทอดโลหิตอาชูร่ามา พลังต่อสู้ของเขาถึง
ระดับที่มิอาจเข้าใจ
“พี่ชายซิงชือนั้นถ่อมตัวเกินไป มา เราไปด้วยกัน”
หลินหมิงโค้งคำนับกลับ เขาประทับใจอย่างยิ่งกับขุนเขาผู่โถว ใน
อดีต โพธิสัตว์เกรียงฟ้าได้ประทานความกรุณาอย่างยิ่งให้เขา ถ้าไม่ใช่
สำหรับต้นโพธิ์ที่ขุนเขาผู่โถว มันคงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่หลินหมิงจะ
หลอมสามเจตจำนงแห่งนักสู้ของเขาเข้าด้วยกันได้
ยิ่งพวกเขาเข้าไปลึกในเกาะมากเท่าใด ยิ่งจะมีผู้เยาว์ที่โดดเด่นมาก
ขึ้นเท่านั้น
ที่ใจกลางของเกาะ มีตำหนักขนาดใหญ่ลอยอยู่ นี่เป็นที่ซึ่งงานเลี้ยง
ฉลองชันษาของจักรพรรดิอสูรจะจัดขึ้น
รอบๆตำหนักนั้นมีวิหคจิตวิญญาณและสัตว์อสูรมงคลมากมาย
ขณะที่พวกมันบินผ่านเมฆและหมอก พวกมันก็ดูงดงามอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีเกวียน เรือจิตวิญญาณและยานพาหนะส่วนตัวจาก
ขุมกำลังมากมาย เมื่อพวกมันรวมตัวกัน พวกมันก็ได้สร้างฉากที่งดงาม
ตระการตา
การสามารถได้นั่งด้านในสุดของตำหนัก คนเหล่านั้นทั้งหมดล้วนเป็น
วีรบุรุษในหมู่วีรบุรุษ เพียงแค่นับจำนวนผู้ทรงพลังระดับราชันสวรรค์ ก็มี
อยู่มากกว่า 20 คนแล้ว
และสำหรับผู้เยาว์ที่โดดเด่น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถเข้าไปใน
ส่วนลึกสุดของตำหนัก แต่พวกเขาสามารถนั่งในที่ค่อนข้างไกล รวมถึง
หลินหมิงด้วย
สำหรับมู่หลิงเยว่และมู่เชียนเสวีย ผู้ที่ขาดความแข็งแกร่งหรือ
สถานะเพียงพอ พวกเขาจะสามารถนั่งในตำแหน่งเดียวกับหลินหมิง
นอกจากนั้น ศิษย์ของขุมกำลังใหญ่ต่างๆยิ่งทำได้เพียงอยู่นอก
ตำหนักเสริมเท่านั้น
หลินหมิงมาถึงที่นั่งแล้วนั่งลง เมื่อเขาหลับตาในการเข้าฌาน ทันใด
นั้นเขาก็รู้สึกถึงจิตสังหารอย่างรุนแรงมุ่งเป้ามา
จิตสังหารนี้ทำให้หัวใจของหลินหมิงเย็นยะเยือก เขาแทบจะดึงเอา
หอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมา
ในขณะที่เขาหันหน้าไปทางทิศทางของจิตสังหา รสิ่งที่เขาเห็นคือ
ชายร่างสูงที่ยืนบนแท่นหิน ดวงตาของเขาจับจ้องมาราวกับสองสายฟ้า
บุคคลนี้คือราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ!
ลมหายใจของหลินหมิงลึก เขาอาจรู้สึกกดดันอย่างมาก ในงานเลี้ยง
ฉลองชันษา มันเป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติสำหรับราชันสวรรค์รุ่งอรุณ
ปีศาจที่จะโจมตีหลินหมิง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถยับยั้งโทสะและ
พยายามใช้ออร่าของตนพื่อทำให้หลินหมิงตกใจ หากเป็นนักสู้ขั้น
ผู้ปกครองเทวะทั่วไป การถูกยับยั้งจนตายโดยออร่าของราชันสวรรค์รุ่ง
อรุณปีศาจ นั้นเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาไม่นาน
“ไม่เป็นไร เจ้ายังกล้าที่จะมาที่นี่! ดูเหมือนว่าความกล้าหาญของเจ้า
จะไม่เล็กน้อย!”
เสียงของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจนั้นเย็นยะเยือก กระแสเสียงของ
เขากระทบในหูของหลินหมิงดุจสายฟ้าฟาด ว่าเขาต้องการที่จะทำแก้วหู
ของหลินหมิง
“ผู้อาวุโสรุ่งอรุณปีศาจ”
หลินหมิงยกมือคารวะ ในส่วนลึกของออร่านี้ซึ่งดุร้ายและอันตรายดั่ง
เหมือนพายุ เขาแทบจะรักษาความสงบไม่ได้
หากราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจต้องเพิ่มแรงกดดัน เขาจะต้องเปิด
ปราณเทพทรราชคลั่งและใช้ความแข็งแกร่งมากขึ้น ในตอนท้าย เขาอาจ
จำเป็นต้องใช้โลหิตอาชูร่า
“ใครคือคนอาวุโสของเจ้า หยุดพยายามทำตัวใกล้ชิดกับข้า! เจ้า
ขโมยแก่นพลังหยินของหลานสาวของข้าและข้าจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้!
แม้ว่าราชันนิมิตฝันเทวะจะปกป้องเจ้า แต่ไม่ช้าก็เร็วข้าจะให้เจ้าจ่าย
ตามที่เจ้าทำ!”
เสียงของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจนั้นก้าวร้าวและดุร้าย หลินหมิ
งเพียงนิ่งเฉยเท่านั้น ดั่งที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะที่กล่าวไว้ ราชัน
สวรรค์รุ่งอรุณปีศาจกำลังโกรธจัดในตอนนี้ ยิ่งกว่านั้น อารมณ์ดั้งเดิมของ
เขานั้นโหดร้ายและไร้ความปราณี เขาเกลียดคนอื่นที่โต้เถียงเขา ดังนั้น
หากหลินหมิงจะพูดสิ่งอื่นในเวลานี้ มันจะมีผลตรงกันข้าม
“เจ้าสารเลว ตั้งแต่วันนี้ไป เซียนเอ๋อร์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ้า! เจ้า
คิดว่าเจ้าเป็นใคร? ในมหาภัยพิบัตินี้ เจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่ามด เจ้าคิด
ว่าเจ้าไร้เทียมทานเพียงเพราะเจ้ามีพรสวรรค์เพียงเล็กน้อยใช่หรือไม่ ต่อ
หน้าเทพแท้จริง พรสวรรค์ของเจ้าจะเป็นอันใด!”
ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจนั้นหอบหายใจด้วยโทสะ เขาเพิ่มแรง
กดดันของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยตั้งใจที่จะบังคับให้หลินหมิงตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่น่าอับอาย
หลินหมิงคิ้วขมวด ในไม่ช้าเขาจะต้องเปิดปราณเทพทรราชคลั่งเพื่อ
ต่อต้านแรงกดดันนี้
แต่ในเวลานี้ ไม่ไกลจากหลินหมิง ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดเบาๆ
“หืม” แม้ว่าเสียงที่เรียบง่ายนี้จะเบาพอๆกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ แต่มันก็
ส่งแรงกระตุ้นอันน่าเกรงขามของ ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจกระจาย
ออกไปทันที่
“รุ่งอรุณปีศาจ ในงานเลี้ยงฉลองชันษานี้ราวกับว่าเจ้าไม่ได้มีอารมณ์
ดีที่สุด?”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดเบาๆ คำพูดของราชันสวรรค์รุ่งอรุณ
ปีศาจติดอยู่ในลำคอของเขา เมื่อเขามองไปยังราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก
แม้ว่าตอนนี้เขาจะใช้ความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยในออร่าของตน
เพื่อที่จะปราบปรามหลินหมิง แต่ทว่าทั้งหมดนั้นก็กระจัดกระจายไปด้วย
เสียงแผ่วเบาของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ สิ่งนี้ทำให้รุ่งอรุณปีศาจตก
ตะลึง
ระดับการบ่มเพาะของนางได้มาถึงขอบเขตที่เหลือเชื่อ
“ราชันนิมิตฝันเทวะผู้นี้… นางเข้าใกล้การเป็นเทพแท้จริงถึงเพียงนี้
ได้อย่างไร?”
เผชิญหน้ากับราชันนิมิตฝันเทวะอันสงบและไม่แยแส ราชันสวรรค์
รุ่งอรุณปีศาจรู้สึกราวกับว่าเขากำลังมองลงไปยังทะเลสาบลึก เขาไม่
สามารถจินตนาการได้ว่านางได้ไปถึงขอบเขตใดแล้ว
หากราชันนิมิตฝันเทวะนั้นเป็นกึ่งเทพแท้จริงแล้ว ถ้านางหลอม
รวมเข้ากับปิงเมิ่ง มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะไม่สามารถทะลวงเข้าสู่
ขอบเขตเทพแท้จริง!
หากราชันนิมิตฝันเทวะสามารถกลายเป็นเทพแท้จริงได้แล้ว ความ
แข็งแกร่งของมนุษย์จะต้องได้รับการตรวจสอบอีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะ
ยังด้อยกว่าภูติเทพ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีทุนพอที่จะต่อสู้กับพวกเขา
ในขณะที่เป็นราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจและราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะได้เผชิญหน้ากันในเวลานี้ แสงอันศักดิ์สิทธิ์ก็เต็มไปในตำหนัก เกวียน
ทองคำศักดิ์สิทธิ์สีทองบินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ลากมาโดยมังกรวารีเขา
หลายตัว!
“นั่นใครกัน?”
“ช่างยโสยิ่ง พวกเขากล้าขับมันเข้ามาในห้องโถงใหญ่!”
ผู้เยาว์ที่โดดเด่นหลายคนตกใจ เกวียนและเรือจิตวิญญาณ ทั้งหมด
จอดอยู่ด้านนอกของตำหนัก และสำหรับผู้ติดตามพวกเขาแน่นอนว่า
ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในแม้แต่ก้าวเดียว
ขณะที่ทุกคนมองไปยังเกวียน พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มที่สวมชุดขาว
ยืนอยู่บนนั้นอย่างภาคภูมิ ข้างๆเขามีหญิงสาวผู้เย้ายวน
หน้าชายและหญิงนี้เป็นชายวัยกลางคนในชุดเกราะต่อสู้ ชายวัย
กลางคนนี้มีออร่าที่ลึกล้ำพอๆกับทะเล ไม่ด้อยไปกว่าราชันสวรรค์รุ่งอรุณ
ปีศาจ!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายวัยกลางคนคนนี้ก็เป็นราชันสวรรค์สูงสุด
เช่นกัน!
“ราชันสวรรค์ภูติเทพ!”
“บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล!”
มีคนร้องออกมา ในช่วงหลายปีที่หลินหมิงเข้าไปในเส้นทางแห่งอาชู
ร่า บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้เป็นที่รู้จักโดยทุกคนในแดนเทวะ ต่อ
หน้าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ไม่มีผู้เยาว์แม้แต่เพียงคนเดียวในแดนเท
วะที่สามารถเรียกพลังที่จะมาเผชิญหน้ากับเขาได้
นี่เป็นเพราะหลายสิบปีที่ผ่านมาเมื่อบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมาที่
แดนเทวะครั้งแรก เขาได้ท้าทายผู้เชี่ยวชาญมนุษย์จำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ใช่คนธรรมดาในรุ่นเดียวกัน ถึงกระนั้น พวกเขา
ก็ยังพ่ายแพ้ต่อบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล!
หลายปีต่อมา บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้เอาชนะมหาราชันพิภพ
ได้!
หลังจากการต่อสู้ดังกล่าว ชื่อเสียงและบารมีของบุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาลก็ได้รับการผลักดันให้มีความสูงใหม่ที่น่ากลัว
เมื่อเอ่ยถึงชื่อของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลแล้ว ผู้เยาว์ของมนุษย์
จะไม่สามารถเรียกความกล้าต่อสู้ใดๆได้เลย แม้ว่าพวกเขาจะเกลียดเขา
หรือวิพากษ์วิจารณ์ในใจ แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับความแข็งแกร่ง
ของเขา ความแตกต่างนี้ยิ่งใหญ่เกินไป!
“ดังนั้นมันจึงเป็นบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ไม่แปลกใจเลยว่าพวก
เขาจะเข้ามาในลักษณะนี้ แม้กระทั่งขับเกวียนเข้าไปในห้องโถงใหญ่!”
“ลดเสียงของเจ้า! ระวังว่าเขาจะได้ยินเจ้า! แม้ว่าเขาจะไม่สามารถ
ทำสิ่งใดกับเจ้าในงานเลี้ยงฉลองชันษานี้ได้ แต่หลังจากนั้นเขาก็อาจมาที่
ประตูของนิกายของเจ้าและจ้าวนิกายของเจ้า หากสิ่งนั้นเกิดขึ้น เจ้าจะ
โชคร้ายอย่างแท้จริง!”
หลายคนพูด ในไม่ช้า คนจำนวนมากที่ไม่พอใจกับบุตรชายภูติเทพ
ฟ้าบันดาลจึงหุบปากลงทันที่
ในเวลานี้ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลที่เดินทางมาถึงพื้นที่ราชัน
สวรรค์และนั่งลงอย่างสง่างาม ขาของเขาแผ่กว้างออกไป
ที่นั่งข้างบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลคือราชันสวรรค์ไร้เงาของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์ ราชันสวรรค์ไร้เงาขมวดคิ้ว แต่ในที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไร
ว่าตามตรง หากบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลสามารถเอาชนะมหา
ราชันพิภพได้ นั่นหมายความว่าเขามีความสามารถในการต่อสู้กับผู้อาวุโส
สูงสุดของคนรุ่นเก่า ปัจจัยสำคัญในเรื่อวนี้คืออายุของเขา หลังจากผ่านไป
ไม่กี่ร้อยปี มันก็เป็นไปได้ว่าเขาจะไปถึงระดับความแข็งแกร่งของราชัน
สวรรค์ ดังนั้นการนั่งในบริเวณนี้ก็สมเหตุสมเหตุผลเช่นกัน
ยิ่งกว่านั้น เผ่าอสูรยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภูติเทพ ดังนั้นพวก
เขาจึงไม่คัดค้านการกระทำของแขก
“ฮ่าฮ่า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าได้พบฝ่าบาทและความแข็งแกร่ง
ของท่านกลับเพิ่มมากขึ้น!”
ที่ด้านข้างของเผ่าอสูร ใครบางคนส่งการต้อนรับอย่างอบอุ่นออกมา
ทันที่ บุคคลนี้เป็นบัณฑิตหลวงเผ่าอสูร “ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงกลาง!”
ตัวตนระดับสูงหลายคนของเผ่าอสูรถอนหายใจอย่างสรรเสริญ
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะเมื่อ
หลายปีก่อน และความแข็งแกร่งของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างมากอีก มันเอง
ก็เป็นช่วงเวลาที่เขาเอาชนะราชันพิภพมนุษย์ได้ ขณะนี้ผ่านไปหลายปี
รากฐานของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลรวมเข้าด้วยกันและเขาน่าจะ
แข็งแกร่งกว่าเดิม!
“มันเป็นเพียงขั้นผู้ปกครองเทวะ ไม่มากมายเลย” บุตรชายภูติเทพ
ฟ้าบันดาลส่ายหัว ราวกับว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ ในความ
เป็นจริง มันคงแปลกถ้าเขาไม่อาจบรรลุสิ่งนี้
“ฮ่าฮ่า ถูกต้อง สิ่งนี้ไม่ได้มีอะไรมากเลย เป้าหมายของท่านควรจะ
ไปถึงระดับความแข็งแกร่งของราชันสวรรค์ในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า!”
อีกระดับสูงกล่าวชม
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลยิ้มแผ่วเบา ด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส เขา
กล่าวว่า “น่าจะเป็น 200 ปี ใน 200 ปี ข้าจะสามารถต่อสู้กับราชัน
สวรรค์ ได้ไม่นานกว่านั้น…”
คำพูดของเขาโอหัง แต่ถึงอย่างนั้น ผู้เยาว์ที่โดดเด่นของแดนเทวะก็
ทำได้เพียงฟังโดยมิอาจปฎิเสธ ถ้าเขาเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราปัจจุบัน
เขาจะสามารถเผชิญหน้ากับราชันสวรรค์ได้ใน 200 ปี
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลอาจสามารถเอาชนะราชันสวรรค์ที่
อ่อนแอได้เมื่อไปถึงขั้นราชันพิภพ และด้วย
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด มันเป็นไปได้อย่างมากที่เขา
จะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพภายใน 200 ปี
“ท่านช่างอาจหาญโดยแท้!” ตัวตนระดับสูงของเผ่าอสูรพูดพร้อมกัน
ด้านข้างหลินหมิง ไป่เหยาม้วนริมฝีปากของเขาและพูดด้วยเสียงเบา
ว่า “ช่างมั่นใจโดยแท้!”
คำพูดของไป่เหยาไม่ได้พูดผ่านกระแสเสียงปราณแท้ แม้ว่าจะเบา
แต่บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลก็มีความรู้สึกที่คมชัดมาก ดังนั้นเขาจึง
สามารถได้ยิน
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลหันกลับมาและมองไปยังไป่เหยา เขา
ไม่ได้สนใจไป่เหยา แต่มองที่หลินหมิงที่นั่งอยู่ข้างเขาแทน สายตาของ
หลินหมิงทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย
ในไม่ช้า เขาดูเหมือนจะจำบางอย่างได้ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎทั่ว
ใบหน้าของเขา
“ข้าไม่เคยจินตนาการว่าเจ้าจะมาด้วย ดูเหมือนว่าสำหรับการต่อสู้
ร้อยปีของเรานั้น เจ้ายังมีอีกเวลา 40 ปีหรือมากกว่านั้น? ฮ่าๆๆ! ให้แน่ใจ
ว่าเจ้าได้เพลิดเพลินไปกับ 40 ปีที่เหลือ เพราะหลังจากนั้น เจ้าจะไม่
สามารถมีความสุขกับชีวิตได้อีกต่อไป”
ในสายตาของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ตัวตนในระดับของไป่เหยา
นั้นไม่คุ้มค่าที่จะมอง สิ่งเดียวที่เขาใส่ใจเพียงเล็กน้อยคือหลินหมิง