Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,796 ตำหนักจอมฟ้า
หลังจากเข้าใจถึงจักรวาลผืนนภานิมิตฝันว่าเป็นเช่นไร มันก็ไม่
จำเป็นต้องถามเกี่ยวกับสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน แต่เดิม หลินหมิงเคยคิด
ว่าสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเป็นสถานที่ซึ่งชาวภูติเทพและชาววิญญาณได้
ต่อสู้กัน แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เฉพาะภายใน
จักรวาลผืนนภานิมิตฝันที่ซึ่งนิกายต่อสู้กับนิกายอื่นในสงครามขนาดใหญ่
ในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน ใครๆก็สามารถฆ่าได้ตามใจชอบ
เช่นเดียวกับโลกนิมิตฝันเทวะ แม้ว่านักสู้จะถูกฆ่าตายในสมรภูมิผืน
นภานิมิตฝัน แต่พวกเขาจะไม่ตายในความเป็นจริง ส่วนใหญ่พวกเขาจะ
ได้รับความเสียหายต่อพลังวิญญาณซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลาย
สัปดาห์ในการฟื้นฟู
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้อยู่นอกเหนือจาก
สามัญสำนึก
สำหรับนักสู้ วิธีการเติบโตที่เร็วที่สุดคือการต่อสู้อย่างไร้สิ้นสุด
ในการต่อสู้ที่ดุเดือด การบ่มเพาะของพวกเขาจะต้องเพิ่มพูนและ
รากฐานของพวกเขาจะมั่นคงกว่าแต่ก่อน
และสำหรับนิกาย การสงครามจะทำให้ศิษย์มีความเป็นปึกแผ่น
แข็งแกร่งในการต่อสู้และความสามารถในการทำงานเป็นทีม
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีโอกาสฝึกฝนสมาชิกทั้งนิกายเช่นนี้ได้ใน
แดนเทวะ เมื่อสงครามนิกายเกิดขึ้นในแดนเทวะ นั่นคือชีวิตและความ
ตายที่แท้จริง
สำหรับการขึ้นอยู่กับโลกนิมิตฝันเทวะ นั่นไม่ใช่ตัวเลือกที่จะมีอยู่
เพราะทุกครั้งที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเปิดโลกนิมิตฝันเทวะ นาง
จะต้องจ่ายด้วยราคามหาศาล แต่งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่ง
แดนเทวะได้รับการสนับสนุนจากผู้ชมเกือบจะไร้สิ้นสุด เช่นเดียวกับกำไร
จากการขายตั๋วและการขายสินค้าอื่นๆ และยิ่งไปกว่านั้น ราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะเองก็มั่งคั่งอย่างมาก ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะ
เปิดโลกนิมิตฝันเทวะบ่อยครั้ง
แต่ด้วยการสนับสนุนของจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน ขุมกำลังใหญ่
ต่างๆของเผ่าพันธุ์วิญญาณมักจะมีส่วนร่วมในการฝึกสงครามรวม
ความสามารถในการต่อสู้ผสานของพวกเขาสามารถจินตนาการได้!
และจากสิ่งที่หญิงสวมผ้าคลุมหน้าพูดไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อนางพูดกับผู้
อาวุโสไป่ มันก็ดูเหมือนว่าสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันนี้ก็มีระบบแต้มการต่อสู้
เช่นกัน ยิ่งทำแต้มเกียรติยศได้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งได้รับรางวัลมากขึ้น
เท่านั้น แม้แต่ทรัพยากรของนิกายก็ขึ้นอยู่กับแต้มเกียรติยศ ด้วยเหตุนี้
ศิษย์ของนิกายจึงยิ่งกระตือรือร้นที่จะไปยังจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เผ่าพันธุ์วิญญาณนั้นมีความร้ายกาจและหนัก
แน่น ได้ค่อยๆกลายเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นยอดในช่วงหลายพันล้านปีที่ผ่านมา
จักรวาลผืนนภานิมิตฝันต้องมีบทบาทอย่างมากในเรื่องนี้!
หลินหมิงรู้สึกว่าเมื่อมนุษย์ได้ปฏิเสธตนเองอย่างช้าๆ มันก็คงไม่
แปลกที่พวกเขาจะแพ้ชาววิญญาณในที่สุด
“จักรวาลผืนนภานิมิตฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”
หลินหมิงถามอีกครั้ง มันเป็นไปไม่ได้ที่จักรวาลลึกลับเช่นนั้นจะถูก
สร้างขึ้นโดยราชันสวรรค์ชาววิญญาณหรือเทพแท้จริง หรือแม้แต่กลุ่มของ
พวกเขา พวกเขาไม่มีพลังงานที่จะทำได้
หญิงสาวผ้าคลุมหน้ากล่าวว่า “ข้าเกรงว่าจักรวาลผืนนภานิมิตฝันนั้น
มีอยู่แล้วมาเป็นเวลาหมื่นล้านปี สำหรับวิธีการที่มันเกิดขึ้น ก็มีหลาย
ทฤษฎีที่แตกต่างกัน สิ่งที่พบได้ทั่วไปคือ เมื่อหมื่นล้านปีก่อน บรรพชนคน
แรกของชาววิญญาณทั้งหมดคือตัวตนที่เหนือกว่าขอบเขตเทพแท้จริง
เขาก่อตั้งจักรวาลผืนนภานิมิตฝันและพัฒนามันสู่โลกวิญญาณด้วยกฎ
อิสระของตัวเอง ทำให้มันสามารถคงอยู่มาได้ตลอดชั่วอายุคนของเขา”
คำพูดของผู้หญิงที่สวมผ้าคลุมหน้าทำให้หัวใจของหลินหมิงเต้นข้าม
จังหวะ
ตัวตนอยู่ที่เหนือกว่าเทพแท้จริง!
หลินหมิงจะไม่มีวันลืมว่าในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของ
เส้นทางแห่งอาชูร่าด่านที่ 3 ตำหนักขนาดเท่าดาวเคราะห์นั้น เขาได้เป็น
สักขีพยานต่อจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าที่ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ลึกลับ
จักรวาลผืนนภานิมิตฝันถูกก่อตั้งขึ้นโดยบุคคลนั้นหรือไม่?
หลินหมิงรู้สึกว่าโอกาสนี้สูงมาก
เพื่อสร้างเอกภพชาววิญญาณอิสระซึ่งคงอยู่มาได้หมื่นล้านปี เพราะ
มันมีกฎแห่งเต๋าสวรรค์ของตัวเองและทำงานอย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้อง
ใช้พลังงานจากภายนอก ทักษะดังกล่าวสะท้านจิตใจอย่างแท้จริง
แม้แต่โลกนิมิตฝันเทวะที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้สร้างขึ้นก็ยัง
ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาลผืนนภานิมิตฝันของโลกวิญญาณ
สมมติว่าหากวันหนึ่งราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเหนือกว่าขอบเขต
เทพแท้จริง, โลกนิมิตฝันเทวะของนางก็จะมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นสิ่ง
มหัศจรรย์เช่นเดียวกับจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน
“แม่นางหยูลั่ว ข้ามีคำถามอีกหนึ่งคำถามที่ข้าอยากถาม” หลินหมิง
ได้เรียนรู้ชื่อของหญิงสาวผ้าคลุมหน้าจากสาวใช้ที่พาเขามาที่นี่แล้ว
“โปรดถาม” หยูลั่วกล่าวอย่างราบเรียบ
“ตั้งแต่ข้าออกจากป่า ข้าได้ยินว่าชาวภูติเทพและชาววิญญาณได้เข้า
ร่วมในสงครามครั้งใหญ่ มันมีการพักรบในขณะนี้ใช่หรือไม่?”
หลินหมิงไม่เคยจินตนาการเลยว่าคำถามนี้จะทำให้หยูลั่วส่ายหัวของ
นาง “ข้าไม่รู้ลักษณะเฉพาะของเรื่องนี้ นั่นจะเป็นเกมระหว่างบุคคล
ระดับสูงของชาววิญญาณและชาวภูติเทพ สำหรับตัวตนอย่างข้า นั่นเป็น
สิ่งที่เกินกว่าเรารู้”
คำพูดของหยูลั่วทำให้หลินหมิงคิ้วขมวดเล็กน้อย
ตัวตนระดับสูงของชาวภูติเทพและชาววิญญาณ… ถ้าเป็นเช่นนั้น
สงครามมันก็อาจเป็นสิ่งที่จำกัดอยู่เฉพาะขุมกำลังราชันสวรรค์และขุม
กำลังเทพแท้จริง นี่ก็หมายความว่า ไม่มีความแตกต่างที่ไม่อาจลงรอยกัน
ระหว่างภูติเทพและวิญญาณอย่างแท้จริง ผลก็คือ มันจะยิ่งยากขึ้น
สำหรับชาววิญญาณที่จะเป็นพันธมิตรกับชาวมนุษย์
“แม้ว่าข้าจะไม่สามารถโน้มน้าวให้เซิ่งเหม่ยช่วยสร้างพันธมิตรได้ แต่
เนื่องจากข้ามาที่โลกวิญญาณแล้ว ข้าต้องพบนางให้ได้ และที่สำคัญที่สุด
คือ ข้าต้องได้รับประสบการณ์ที่นี่… ด้วยความแข็งแกร่งเท่านั้นข้าจึงจะ
สามารถมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในมหาภัยพิบัติ อย่างน้อยที่สุดข้าก็น่าจะ
อยู่รอดได้…”
ส่วนใหญ่ของเหตุผลที่หลินหมิงมาถึงจักรวาลของชาววิญญาณคือ
ผจญภัย ในแดนเทวะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาคู่ต่อสู้
“ข้าตอบคำถามของท่านแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะต้องตอบคำถามของ
ข้าบ้าง”
หยูลั่วยิ้มอย่างแผ่วเบาเมื่อนางมองหลินหมิง
หลินหมิงพยักหน้า
คำถามของหยูลั่วส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมรดกของหลินหมิง เคล็ดบ่ม
เพาะ อาจารย์และอื่นๆ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงถามคำถามเช่นนี้
“นางกำลังทำอะไรอยู่?”
หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะถามตัวเอง เขาใช้มาตรฐานของตำหนักฟีนิกซ์
กู่กังวานของเผ่าฟีนิกซ์โบราณเพื่อตอบหยูลั่ว เขาแต่งพื้นหลังที่ซึ่งเขาใช้
มรดกของเผ่าฟีนิกซ์โบราณและอาจารย์ของเขาคือเทพธิดาเฟิง
หลินหมิงตอบตามสิ่งที่นักสู้ขั้นทำลายชีวิตหรือขั้นเทพสมุทรควรรู้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขาลดพรสรรค์ของตนโดยให้เรื่องราวดูราบรื่น
จากนั้น หยูลั่วถามเกี่ยวกับมังกรน้ำแข็งไร้เขา หลินหมิงใช้เรื่องราว
ดั้งเดิมของเขา เขาบอกว่าเขาไม่เคยเห็นมังกรน้ำแข็งไร้เขาและเขาได้อยู่
ในสถานการณ์ปัจจุบันของเขาเนื่องจากพายุมิติที่น่ากลัวซึ่งปรากฏออกมา
จากอากาศธาตุ
คำตอบของหลินหมิงทำให้หยูลั่วคิ้วขมวดเล็กน้อย ในตอนแรก นาง
เชื่อว่าหากหลินหมิงสามารถรอดพ้นจากพายุมิติได้ มันก็มีบางสิ่งที่พิเศษ
เกี่ยวกับตัวเขา และแม้หลังจากพยายามถามคำถามด้วยลูกหลอก แต่นาง
ก็ยังไม่สามารถขุดอะไรจากเขาได้เลย ปรากฏว่าหลินหมิงเป็นเพียงชาย
หนุ่มสามัญที่มีพรสรรค์
นางมองดูหลินหมิง หลังจากเวลาผ่านไปก็ถามว่า “ท่านมีความสนใจ
ในการพักที่ตำหนักจอมฟ้าหรือไม่?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ “ตำหนักจอมฟ้ารับศิษย์ชาวมนุษย์ด้วย
หรือ?”
“เป็นครั้งคราว”
หลินหมิงคิดอยู่พักหนึ่ง เมื่อนึกถึงคำพูดของสาวใช้ มันก็เป็นเรื่อง
จริงที่ตำหนักจอมฟ้ารับศิษย์มนุษย์บางคน สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงสับสน มิใช่
ว่ามรดกของตำหนักจอมฟ้าเหมาะสมกับเพียงชาววิญญาณหรอกหรือ?
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พาชาวมนุษย์เข้าร่วม? ท้ายที่สุด มันเป็นไปไม่ได้ที่
มนุษย์จะศึกษามรดกของตำหนักจอมฟ้า
หยูลั่วยิ้ม “ถ้าท่านเข้าร่วมกับตำหนักจอมฟ้าแล้ว ตำหนักจอมฟ้าจะ
ให้ทรัพยากรกับท่าน ข้าเชื่อว่ามันจะดีกว่าที่ท่านฝึกฝนด้วยตัวเอง ข้า
มั่นใจว่าทรัพยากรเหล่านี้จะดึงดูดท่านได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยูลั่ว หลินหมิงรู้สึกสงสัยมากขึ้น ไม่ควรต้อนรับ
ชาวมนุษย์ในโลกวิญญาณเช่นนี้ ขณะที่พวกเขาถูกมองว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่
ด้อยกว่า มันจะเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะถูกเลือกปฏิบัติ
มนุษย์ที่เป็นภารโรงและคนรับใช้
แล้วเหตุใดตำหนักจอมฟ้าถึงช่วยนำพามนุษย์เข้านิกายแทน?
หยูลั่วเห็นถึงความคิดของหลินหมิง นางหัวเราะเบาๆ “ข้ารู้ว่าท่าน
คิดว่ามันแปลก ดี เช่นนั้นขอให้ข้าซื่อสัตย์กับท่าน จ้าวตำหนักจอมฟ้าได้
สร้างเคล็ดบ่มเพาะคู่วิญญาณและพลังงาน โดยการปลูกฝังตันเถียน
เสมือนเข้าไปในร่างของนักสู้ชาววิญญาณ พวกเขาสามารถใช้ตันเถียน
เสมือนนี้เพื่อฝึกฝนระบบหลอมรวมปราณ ข้าเองก็ยังฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ
เช่นนี้
“ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องการคืออัจฉริยะของมนุษย์ เพื่อให้เราสามารถ
อ้างอิงถึงวิธีที่พลังงานโคจรในตันเถียนของท่าน เพื่อทำให้ตันเถียนเสมือน
ของเราสมบูรณ์แบบ”
คำอธิบายของหยูลั่วทำให้หลินหมิงคิ้วขมวด ดังนั้น นี่ก็คือการบ่ม
เพาะคู่วิญญาณและพลังงาน!
ถึงแม้ว่ามรดกโบราณของชาวมนุษย์จะได้ถูกทำลายโดยชาววิญญาณ
แต่พวกเขาก็ควรรักษามรดกที่โดดเด่นที่สุดไว้ ขุมกำลังใหญ่ชาววิญญาณ
ไม่ได้ทำลายมรดกเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ แต่เก็บไว้เพื่อใช้ในอนาคต หาก
ปรากฏว่ามีอัจฉริยะที่หายากบางคนที่สามารถบ่มเพาะวิญญาณและ
พลังงานได้ถือกำเนิด เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถใช้มรดกเหล่านี้เพื่อ
ประโยชน์ของพวกเขา
หลินหมิงเองก็เป็นผู้รับผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของระบบการบ่ม
เพาะคู่
หลังจากรับมรดกที่ดีที่สุดของมนุษย์แล้ว ชาววิญญาณก็ต้องการใช้
อัจฉริยะของมนุษย์เพื่อสังเกตดูตันเถียน นี่เป็นการปฏิบัติที่ไม่ต่างไปจาก
สัตว์ทดลอง หลังจากได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวิธีการเสมือนจริง
แล้ว พวกเขาก็จะสามารถบ่มเพาะระบบหลอมรวมปราณได้
นี่เป็นแผนคิดที่ดี!
ถึงกระนั้น สถานการณ์เช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่นักสู้หลายคนปรารถนาใน
ความฝัน หยูลั่วกล่าวว่า ทรัพยากรของตำหนักจอมฟ้านั้นล้ำค่าอย่างยิ่ง
“ตกลง เช่นนั้นข้าจะเข้าร่วมกับท่าน”
หลินหมิงตกลง ความคิดดั้งเดิมของเขาคือ การเข้าสู่นิกายมนุษย์
ขนาดเล็ก ฟื้นตัวจากบาดแผลของเขาในขณะที่มองหาโอกาสที่จะเข้าสู่
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันไปด้วย
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเป็นที่เดียวที่หลินหมิงคิดว่าเขาจะพบเซิ่ง
เหม่ย
ตราบใดที่เขาทำให้เกิดความปั่นป่วนอย่างมากในสมรภูมิผืนนภา
นิมิตฝัน สิ่งนี้จะนำพาความสนใจของชาววิญญาณระดับสูง
ตอนนี้ ตำหนักจอมฟ้าพยายามเอาชนะใจเขาให้ได้ ด้วยสิ่งนี้ หลินห
มิงสามารถผ่านขั้นตอนหนึ่งและใช้สถานะศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าเพื่อ
เข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันได้ นี่อาจเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด
สำหรับการสังเกตตันเถียนของหลินหมิง หากพวกเขาต้องการค้นพบ
สิ่งที่มีประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็สามารถฝันต่อไปได้
“ดียิ่ง!”
เมื่อเห็นหลินหมิงเห็นด้วย หยูลั่วก็อารมณ์ดี ยิ่งศิษย์ชาวมนุษย์ที่มีพร
สรรค์เพียงใด มันก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้นในการอ้างอิงต่อตันเถียน
เสมือนของพวกเขา สำหรับชาวมนุษย์ในโลกวิญญาณ การบ่มเพาะและ
ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นด้อยกว่าในอดีตหลายขุม
ในบรรดามนุษย์ที่มีรากฐานอ่อนแอและพรสรรค์ในระดับต่ำ ความ
ต้องการที่จะหาต้นกล้าที่ดีนั้นก็ยากเกินไป
แม้ว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงจะไม่ยอดเยี่ยมเกินไป แต่ก็ยังดีกว่า
ศิษย์มนุษย์คนก่อนๆที่พวกเขาค้นพบ
จากนั้น ในวันเดียวกัน ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าก็เริ่มเดินทางกลับ
ฐาน
หลินหมิงยังฝึกอย่างสงบในห้องของตนเอง ฟื้นฟูร่างกายอย่าง
รวดเร็ว
ในขณะที่หลินหมิงบ่มเพาะอย่างเงียบๆ เขาสังเกตเห็นว่ามีสัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ได้จับจ้องและคอยติดตามเขาอย่างต่อเนื่อง
“นักสู้ขั้นผู้ปกครองวิญญาณ…”
หลินหมิงสามารถรู้ถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และตัดสินได้ว่าคนที่สอดแนม
เขานั้นมิได้เป็นอันใดไปมากกว่าสมุนที่ความแข็งแกร่งไม่มากไปกว่าขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์เท่านั้น
หลินหมิงหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย เขาเป็นคนแปลก
หน้าที่เข้าร่วมในเรือจิตวิญญาณนี้ฉับพลัน จึงเป็นเรื่องปกติที่บางคนจะ
เฝ้าดูเขาในสถานการณ์เช่นนี้ กลับกัน เขาจะรู้สึกรำคาญถ้าไม่ได้เกิดขึ้น
จากนั้น หลินหมิงก็ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไป เขาสังเกตเห็นการ
เปลี่ยนแปลงรอบตัว ราวกับว่าเขากำลังหลีกเลี่ยงบางคนที่พยายามใช้
ประโยชน์จากตนเอง
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยู่บนเรือจิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์ต่างดาว เขาจึง
ช่วยไม่ได้ที่จะระวังตัว
ในเวลานี้ ดวงตาของหลินหมิงเปิดขึ้นและเขาก็คิ้วขมวด
เมื่อครู่ สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่หลินหมิงส่งออกไปนั้นได้เห็นฉากที่ไม่สบาย
ใจอย่างยิ่ง
หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านประตู
การตรวจสอบของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ยังติดตามเขาต่อไป…