Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,799 แย่งเวที่
“เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าอีกแล้ว!”
ชายหนุ่มคิ้วสีแดงมองขึ้นไปยังหลินหมิง ชายหนุ่มคนนี้คืออวี่ฟาน
เขาขัดแย้งกับหลินหมิงบนเรือจิตวิญญาณ
เขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะปรากฏตัวออกมาในระหว่างการประชุม
สำหรับการไปสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเช่นนี้; ดูเหมือนว่าเขาเหนื่อยกับ
การมีชีวิตแล้ว
ตามกฎของตำหนักจอมฟ้า หากศิษย์ระดับต่ำต้องขัดจังหวะคำ
ปราศรัยของรองรองจ้าวตำหนักในช่วงเวลาสำคัญ นั่นเป็นบาปของการดู
หมิ่นอันยิ่งใหญ่
“หยูลั่ว, อวี่ฟาน, เจ้ารู้จักเขาหรือ?”
ผู้อาวุโสชุดคลุมสีขาวมองไปยังหยูลั่ว คิ้วขมวด
“ใช่แล้ว… ”
หยูลั่วสงบตัวเองและพยักหน้า นางมองไปยังหลินหมิงและพูดอย่าง
สุภาพว่า “หลินมู่ เหตุใดเจ้าไม่ฝึกอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยของตนแต่กลับมา
ที่นี่แทน”
“แม่นางหยูลั่ว” หลินหมิงป้องมือคารวะ “ข้าได้ยินมาว่าสมรภูมิผืน
นภานิมิตฝันจะเปิดขึ้นเร็วๆนี้และต้องการได้รับสิทธิ์เข้าร่วม ข้าสงสัยว่า
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันมีข้อจำกัดต่อเผ่าพันธุ์สำหรับการเข้าร่วม
หรือไม่?”
คำพูดของหลินหมิงทำให้ผู้ชมทั้งหมดเงียบกริบ
เขาต้องการสิทธิ์เข้าร่วมสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเช่นนั้นหรือ? เขาคิด
ว่าตนเองเป็นใครกัน!
“ฮ่าๆๆๆ! เจ้ากำลังพยายามทำให้ข้าหัวเราะจนตาย! เจ้าเป็นแค่
มนุษย์ และยังหยิ่งยโสมาก! มีเพียง 9300 คนเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันและรายชื่อนั้นได้รับการตัดสินเมื่อสามเดือนที่
แล้ว! นอกเหนือจากศิษย์ 3,000 คนที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว 6,000
สิทธิ์เข้าร่วมที่เหลือได้ถูกตัดสินโดยการประลองยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นระหว่าง
ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้า!
“ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าทุกคนที่สามารถได้รับสิทธิ์เข้าร่วมนั้นเป็น
บุคคลที่โดดเด่นที่สามารถดูถูกนักสู้ในระดับเดียวกันได้ และถึงกระนั้น
เจ้าก็พูดว่าต้องการที่จะได้รับสิ่งนั้นจากคนเหล่านี้ ช่างโง่เขลายิ่ง!”
อวี่ฟานหัวเราะอย่างพอใจ แม้ว่าคำพูดของเขาดูถูกเหยียดหยาม แต่
นี่ก็เป็นสิ่งที่นักสู้ชาววิญญาณคนอื่นกำลังคิด พวกเขาทั้งหมดคิดว่าหลินห
มิงเป็นเพียงคนโง่เขลาไร้สมอง
“โอ้? รายชื่อคนที่ได้รับการพิจารณาแล้ว?” หลินหมิงไม่ได้คาดหวัง
สิ่งนี้ ก่อนหน้านี้ หยูลั่วกล่าวว่าพวกเขาสามารถเข้าสู่จักรวาลผืนนภานิมิต
ฝันได้จากทุกที่ในจักรวาลทั้งเจ็ดของชาววิญญาณ
ตอนนี้ ดูเหมือนว่าสถานที่เท่านั้นไม่จำกัดก็จริง แต่สำหรับความ
ต้องการที่จะเข้าสู่จักรวาลผืนนภานิมิตฝัน มันก็มีข้อจำกัดอื่นๆอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าไปตามที่พอใจได้
ตำหนักจอมฟ้าส่งไปได้เพียง 9300 คน จากนั้น ยิ่งขุมกำลังอ่อนแอก็
น่าจะส่งไปได้น้อยลง
เสียงของหลินหมิงต่ำลง เขากล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าอยากรู้ว่ามีการ
จำกัดเผ่าพันธุ์ที่สามารถเข้าสู่จักรวาลผืนนภานิมิตฝันหรือไม่?”
“ใครจะสนถ้าไม่มี? เจ้าไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่แรก!” อวี่ฟานเยาะเย้ย
“เช่นนั้น… ก็จงมอบคุณสมบัติของเจ้ามาให้ข้า” หลินหมิงพูดอย่าง
สงบขณะที่มองดูอวี่ฟาน “เนื่องจากสิทธิ์เข้าร่วมถูกตัดสินผ่านการแข่งขัน
ภายในแผนก และข้าก็เป็นศิษย์ของนิกายด้วย เมื่อข้าเอาชนะเจ้าได้ ข้าก็
ควรได้รับคุณสมบัติของเจ้าใช่หรือไม่?”
“เจ้า!! ท่านต้องการรนหาที่จะตาย!?”
เมื่อได้ยินคำพูดที่หยาบคายของหลินหมิง อวี่ฟานเกิดโทสะ
ด้วยเสียงที่ดังก้อง ดาบของอวี่ฟานถูกดึงออกจากฝัก เขาชี้ตรงไปยัง
หลินหมิง!
“เนื่องจากเจ้ากำลังรีบที่จะตายแล้ว เช่นนั้นก็ให้ข้าช่วยเจ้าเอง!”
อวี่ฟานบินขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะที่เขาพูด ดวงตาของเขาจับจ้องที่
ตันเถียนของหลินหมิง
เนื่องจากหลินหมิงได้รับบาดเจ็บมาก่อน โลกภายในของเขาจึงอยู่ใน
สภาพที่ยุ่งเหยิง แต่ตอนนี้ หลินหมิงฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และไม่
จำเป็นต้องให้เขาปกปิดโลกภายในของเขา ดังนั้นอวี่ฟานจึงสามารถ
มองเห็นการบ่มเพาะของหลินหมิงได้อย่างชัดเจน
“อะไรกัน? ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้น? เจ้าเป็นมนุษย์ขั้นผู้ปกครอง
เทวะ?”
คำพูดของอวี่ฟานทำให้ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าตกใจกลัว พวกเขา
ทุกคนมองไปยังตันเถียนของหลินหมิงและสามารถรู้สึกถึงออร่าแสงของ
จักรวาลขนาดเล็กภายใน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง โลกภายในของเขาได้พัฒนาเป็นมิติดวงดาวและ
แม้แต่เมล็ดพันธุ์ดาวเคราะห์
“ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้น?” ดวงตาของหยูลั่วเต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ ดังนั้น หลินมู่ที่นางได้ช่วยเหลือก็เป็นนักสู้ขั้นผู้ปกครองเท
วะช่วงต้น
ในโลกวิญญาณ นักสู้ขั้นผู้ปกครองเทวะนั้นหายากมาก
โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์จะต้องมีพรสรรค์อันยิ่งใหญ่และได้รับโชค
มากมาย รวมทั้งมีความสามารถระดับสูงมากจึงพอที่จะสามารถทะลวง
เข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะได้ ยิ่งกว่านั้น ขั้นผู้ปกครองเทวะคือขีดสุดของ
มนุษย์ การก้าวไปอีกก้าวหนึ่งในขั้นราชันพิภพนั้นเป็นไปไม่ได้
“หึ! ใครสนใจว่าเจ้าเป็นผู้ปกครองเทวะ? ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าจะมี
ความกล้ามาที่นี่ เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าเป็นผู้ปกครองเทวะหรือไม่? ใน
ตำหนักจอมฟ้า ผู้ปกครองเทวะไม่ได้มีอันใดเลย! ยิ่งกว่านั้น เจ้าไม่มีอะไร
นอกจากผู้ปกครองเทวะมนุษย์ เจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า!”
สิ่งที่อวี่ฟานดูถูกที่สุดคือนักสู้มนุษย์ ในโลกวิญญาณ นักสู้มนุษย์อยู่
ในสภาพที่น่าสังเวชและแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะตามทันนักสู้ของ
วิญญาณในระดับเดียวกัน ในความเป็นจริง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับนักสู้
วิญญาณที่ขอบเขตการบ่มเพาะต่ำกว่า แต่พวกเขาก็อาจพ่ายแพ้
ยิ่งไปกว่านั้น อวี่ฟานเป็นศิษย์หลักพิเศษของตำหนักจอมฟ้า และ
การบ่มเพาะของเขาอยู่ที่จุดสูงสุดขั้นผู้ปกครองวิญญาณช่วงปลาย เขาอยู่
ไม่ไกลจากขั้นผู้ปกครองเทวะ
เหตุผลที่ทำให้เขาได้รับสิทธิ์เข้าร่วมสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันนั้นไม่ใช่
เพราะเขาเข้าร่วมการแข่งขัน แต่เป็นเพราะเขาได้รับเลือกและได้รับ
เหรียญโดยตรง
ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพมีทักษะมากเกิน
พอที่จะต่อสู้ข้ามขั้น แม้แต่นักสู้วิญญาณขั้นผู้ปกครองเทวะก็อาจมิใช่คู่มือ
ของเขา จึงมิต้องกล่าวถึงขั้นผู้ปกครองเทวะชาวมนุษย์!
“ศิษย์พี่หญิงหยูลั่ว คนผู้นี้อยากจะเดินเข้าหาความตาย ข้ากำลังฆ่า
เขามันก็มีเหตุผลเช่นกัน ดังนั้นท่านควรมองหาคนอื่นที่จะทำให้ตันเถียน
เสมือนของท่านสมบูรณ์ก็แล้วกัน!”
ขณะที่อวี่ฟานพูด เขาก็เฉือนดาบไปที่หลินหมิง
ดาบของเขาสับไปยังหน้าผากของหลินหมิง มันว่องไวมาก อวี่ฟานยัง
ได้รวมการโจมตีวิญญาณเข้าไปในการโจมตีสังหารนี้ด้วย!
ในสถานการณ์นี้ที่ศิษย์ของนิกายหลายคนกำลังเฝ้าดูอยู่ หากเขาไม่
สามารถทำลายหลินหมิงในการโจมตีเดียว แม้ว่าเขาจะชนะ แต่เขาก็จะ
ไม่มีหน้าเหลือ
และในเวลานี้ หลินหมิงเองก็ตอบโต้เช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับใครบางคนเช่นอวี่ฟาน หลินหมิงไม่จำเป็นต้องใช้
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพใดๆ กลับกัน เขาสร้างหอกด้วยสองนิ้วและพุ่งไปยัง
ดาบแสง
ในช่วงเวลานั้น ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าหลายคนถูกบังคับให้หลับตา
เพราะแสงจ้า แสงอันศักดิ์สิทธิ์อันน่าหวาดเสียวนั้นเป็นหอกที่ได้รับการ
ควบแน่น เพียงแค่มองดูพวกมันรู้สึกราวกับว่ามันจะเจาะกะโหลกของ
พวกเขาและแม้แต่วิญญาณของพวกเขาก็ยังสั่นเทา
ปัง!
เลือดโรยรินลงมา อวี่ฟานร้องด้วยความเจ็บปวดและเหวี่ยงถอยหลัง
ดาบของเขาเองก็กระเด็นออกไป
ร่างของเขากระเด็นไปหนึ่งพันฟุตก่อนที่จะกระแทกกับพื้นเช่นดาว
ตก เขายังคงกลิ้งไปด้านหลังจนกระทั่งชนเข้ากับรูปสลักน้ำแข็ง ทำให้มัน
ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววิ ผู้ชมทั้งหมดตกอยู่ในอยู่ในความความกริบ
ผลของการต่อสู้นี้คาดไม่ถึงอย่างสมบูรณ์
“ศิษย์พี่อวี่!”
ศิษย์หลายคนรีบวิ่งไปช่วยอวี่ฟาน
หลินหมิงนั้นยั้งมือแล้ว ในดินแดนของตำหนักจอมฟ้า แน่นอนว่าเขา
จะไม่เอาชีวิตของอวี่ฟาน แต่การโจมตีครั้งนี้ก็มากเกินพอที่จะทำให้เขา
ล้มป่วยเป็นเวลานาน
เนื่องจากหลินหมิงได้กล่าวไว้แล้วว่าเขาต้องการที่จะแทนที่อวี่ฟานสู่
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน การทำให้อวี่ฟานบาดเจ็บรุนแรงเป็นเวลาสอง
สามเดือนในการพักฟื้นจึงเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุด
“เมื่อครู่คือสิ่งใดกัน? เกิดอะไรขึ้น?”
ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าหลายคนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่หลินหมิง
ทำได้อย่างชัดเจน
“มนุษย์คนนี้จัดการศิษย์พี่ได้ทันที! ยิ่งกว่านั้น เขาไม่แม้แต่จะใช้
อาวุธ แค่ใช้นิ้วของเขาเท่านั้น!”
ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าต่างก็มองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกเขาไม่
สามารถเชื่อได้ว่าศิษย์หลักอันดับสูงได้พ่ายแพ้ลงในลักษณะนี้
แม้ว่าอวี่ฟานจะเป็นเพียงนักสู้ขั้นผู้ปกครองวิญญาณ แต่เขาก็
สามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ ถ้ามีคนบอกว่าเขาเทียบเท่ากับนักสู้วิญญาณขั้น
ผู้ปกครองเทวะ มันก็จะไม่มีใครจะปฏิเสธได้
แต่ต่อหน้ามนุษย์คนนี้ เขากลับถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ความเหลื่อม
ล้ำนี้ยิ่งใหญ่เกินไป
“นักสู้มนุษย์คนนี้เองก็เป็นราชาอัจฉริยะในระดับของเขา! บางทีเขา
อาจจะไม่ได้เลวร้ายไปกว่านักสู้วิญญาณขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้นหรือ
แม้แต่ช่วงปลาย!”
“มันพูดเกินจริงเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็เป็นไปได้ว่าเขาจะทะลวง
เข้าสู่ขั้นราชันพิภพหรอกหรือ?”
สำหรับศิษย์ของตำหนักจอมฟ้า ขั้นราชันพิภพนั้นเป็นตำนาน
ในช่วงล้านปีที่ผ่านมา พวกเขาได้สะสมจนมีสองราชันพิภพไว้อย่าง
ยากลำบาก และในอนาคต มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะ
ยกระดับราชันพิภพอีกคนขึ้นมา
การจะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ – การพูดมิง่ายกว่าทำหรอกหรือ?
“ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นสูง เขาอาจจะไม่อ่อนแอไป
กว่าศิษย์พี่หญิงหยูลั่ว!”
“บางทีเขาอาจจะเปรียบเทียบกับศิษย์พี่หญิงหยูลั่วได้เลย แม้ว่ามัน
จะเป็นผู้ปกครองเทวะต่อสู้กับผู้ปกครองวิญญาณ แต่ก็มีความแตกต่างกัน
ในขั้นพลังแบ่งแยกพวกเขา แต่ก็ยังไม่น่าเชื่อว่าเขาจะชนะได้อย่าง
ง่ายดายเช่นนี้ มนุษย์สามารถเติบโตจนถึงระดับนี้ได้…”
หอกแสงที่หลินหมิงยิงออกมาในเมื่อครู่มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำ
ให้อวี่ฟานบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้น นักสู้คนอื่นๆที่เห็นมันก็ยังรู้สึกราวกับ
ว่าพวกเขาถูกแทงด้วยหอกแสงและตกอยู่ในหวาดกลัว
และในเวลานี้ อวี่ฟานนอนอยู่ในโคลนน้ำแข็งและน้ำโลหิต ขณะที่
เขามองหลินหมิง ดวงตาของเขาก็พร่ามัว
“เจ้า… เจ้า…”
“ข้าต้องการคุณสมบัติของเจ้าเท่านั้น ข้าไม่สนใจฆ่าเจ้า” หลินหมิ
งพูดอย่างมืดมน เขาไม่ได้มองดูอวี่ฟานอีกต่อไป แต่กลับหันไปหารองจ้าว
ตำหนัก
“ผู้อาวุโสรองจ้าวตำหนัก อวี่ฟานคนนี้ได้กล่าวว่าไม่มีข้อจำกัดของ
เผ่าพันธุ์ในการเข้าร่วมจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน มันจริงใช่หรือไม่?”
หลังจากถูกถามโดยหลินหมิง สีหน้าของชายชราที่ชุดคลุมสีขาวก็ดู
น่าเกลียด
ถ้าหลินหมิงเป็นชาววิญญาณแล้ว รองจ้าวตำหนักก็คงจะดีใจถ้าเขา
เอาชนะอวี่ฟานได้ด้วยกระบวนท่าเดียวเช่นนี้ และเขาจะถือว่าหลินหมิง
เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด
แต่สถานการณ์ต่างออกไป
หลินหมิงเป็นชาวมนุษย์
ศิษย์มนุษย์อาจเป็นส่วนหนึ่งของชื่อตำหนักจอมฟ้า แต่ความจริงก็
คือ ไม่มีใครอยู่ในระดับสูงของตำหนักจอมฟ้า ตำหนักจอมฟ้ามักจะมอง
ว่ามนุษย์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพวกและรู้สึกอคติต่อพวกเขาในฐานะเผ่าพันธุ์
ที่ด้อยกว่า
“ใช่แล้ว มันไม่มีข้อจำกัด…”
เสียงของรองจ้าวตำหนักต่ำและลึก เขามองไปยังหยูลั่วที่กำลังเดิน
ใกล้เข้ามา
หยูลั่วเองก็ยังรู้สึกว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้ไม่น่าเชื่อ ความแข็งแกร่ง
ของหลินหมิงเกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้มาก
เมื่อนางนึกถึงสถานที่ที่นางพบหลินหมิงเป็นครั้งแรก ความรู้สึก
แปลกๆก็เกิดขึ้นในใจของนาง เหตุใดหลินหมิงถึงปรากฏตัวในเวลา
เดียวกับมังกรน้ำแข็งไร้เขาและเหตุใดเขาจึงบาดเจ็บ? ทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง
บังเอิญหรือไม่?
“ผู้อาวุโสสาม สถานการณ์เป็นเช่นนี้…”
ริมฝีปากของหยูลั่วขยับขณะที่นางอธิบายให้รองจ้าวตำหนักฟังอย่าง
รวดเร็วเกี่ยวกับสถานะของหลินหมิงโดยใช้กระแสเเสียง
ชายชราชุดคลุมสีขาวฟังอย่างระมัดระวัง คิ้วของเขาสั่น
ศิษย์ที่โดดเด่นเช่นนี้กลับไม่ใช่ชาววิญญาณ นี่ทำให้เขารู้สึกเศร้าโศก
ลึกๆ
หากหลินหมิงเป็นชาววิญญาณแล้ว เขาก็จะได้รับการสนับสนุนอย่าง
เต็มที่และเขาอาจจะกลายเป็นราชันพิภพในอนาคต
ชายชราชุดคลุมสีขาวมองดูตัวตนระดับสูงของตำหนักจอมฟ้าหลาย
คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้อาวุโสในตำหนักจอมฟ้า พวกเขาเหลือบมองซึ่ง
กันและกัน ต้องการสร้างความเห็นเป็นเอกฉันท์ ในที่สุด ผู้อาวุโสสูงของ
ตำหนักจอมฟ้าก็พูดขึ้น
“อนุญาตให้เขาเข้าร่วมสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน แม้ว่าเขาจะเป็น
มนุษย์ ตราบใดที่เขาถือเหรียญสมรภูมิของตำหนักจอมฟ้าของข้าอยู่ เขา
ก็เป็นศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าของข้าด้วย คราวนี้จะมีผู้เข้าร่วม 9300 คน
ในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน นอกจากหยูลั่วและอีกสองสามคน ข้าเกรงว่า
จะไม่มีใครสามารถเทียบมนุษย์คนนี้ได้ ปล่อยให้เขาเข้าไปเพื่อที่เขาจะได้
ช่วยสนับสนุนอันดับ”
“สนับสนุนอันดับ… ให้ตายเถอะ แม้แต่มนุษย์ก็ยังแข็งแกร่งกว่าเรา
ตำหนักจอมฟ้าเสื่อมถอยมากจนเราต้องพึ่งพามนุษย์ผู้เยาว์เพื่อสนับสนุน
พวกเรา? นี่มันช่างน่าเวทนาเกินไป”
ผู้อาวุโสตำหนักเริ่มพูดกันเอง คำพูดของพวกเขาเหมือนกับการที่
ระบุว่าหลินหมิงมีคุณสมบัติในการเข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันแล้ว’