Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,835 ของรางวัล
ขุนเขาที่หลินหมิงซ่อนตัวอยู่ในนั้นถูกปกคลุมไปด้วยเมฆแปลกๆ เมฆ
เหล่านี้สั่น ลึกลับอย่างไม่รู้จบและเต็มไปด้วยพลังงาน
ในท่ามกลางฝุ่นละออง หลินหมิงกำลังนั่งลง อ่านผ่านหน้าตำรา
ทองคำอย่างช้าๆ
จุดเน้นหลักของคัมภีร์อาชูร่านั้นอยู่ที่กฎและรูนอาชูร่าลึกลับ
สำหรับหน้าตำราทองคำนี้ ส่วนใหญ่เป็นถ้อยคำอธิบาย ถ้อยคำ
เหล่านี้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อสร้างถ้อยคำทั้งหมดที่ลึกลับและลึกซึ้ง
ในถ้อยคำโบราณเหล่านี้ แต่ละคำ แต่ละจังหวะต่างเต็มไปด้วย
แนวคิดไร้สิ้นสุด เพียงแค่อ่านออกเสียงพวกมันก็ทำให้หลินหมิงรู้สึกราว
กับว่าทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขากำลังขยายตัวและเชื่อมต่อกับจักรวาล
แสงดาวไร้สิ้นสุดของโลกดูเหมือนจะฉายลงไปในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของหลินหมิง ทำให้จิตใจของเขามั่นคงและทำให้ร่างกายของเขา
รู้สึกสบายราวกับว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ
เขารู้สึกราวกับว่าเห็นอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาวของจักรวาล
ดวงดาวนับไม่ถ้วนเกิดและดับขณะที่ดาราจักรหมุนวนรอบตัวเขา และ
ดวงดาวเหล่านี้ของทั้งดาราจักร ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลและ
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกาย
ร่างกายของบุคคลนั้นเหมือนจักรวาล และจักรวาลของร่างกายเองก็
สามารถสอดคล้องกับจักรวาลของโลก
ในร่างกายอันมหึมานี้ การเต้นของหัวใจ การหายใจ การบีบตัวของ
กระเพาะอาหาร ทุกการไหลเป็นตามลำดับอย่างเป็นระบบซึ่งสอดคล้อง
กับเส้นทางของสวรรค์และปฐพี
ถ้าคัมภีร์อาชูร่าได้ทำการบ่มเพาะโลกภายนอก ดังนั้นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ก็ทำการบ่มเพาะโลกภายใน
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้าง ‘แก่นสาร พลังงานและ
ศักดิ์สิทธิ์’ ของผู้หนึ่ง แต่เป้าหมายสุดท้ายคือการผสาน ”แก่นสาร
พลังงานและศักดิ์สิทธิ์’ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบให้เป็นรูปแบบหนึ่ง
เดียวอันเป็นเลิศ
เมื่อแก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ อันหนึ่งอันเดียวกันอย่าง
สมบูรณ์ มันจะกลายเป็นวงจรที่สมบูรณ์
และถ้าใครมีวิญญาณนิรันดร์และสามารถบ่มเพาะกฎแห่งชีวิตนิ
รันดร์ พวกเขาก็จะสามารถดำรงอยู่ตลอดไปในโลกนี้ในฐานะผู้เป็นอมตะ
ที่แท้จริง
นี่คือสภาวะสมบูรณ์แบบที่สุดที่เขียนไว้ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
“คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่สิ้นสุด… เพียงแค่อ่าน
ถ้อยคำเหล่านี้ก็ทำให้ข้ารู้สึกราวกับว่าร่างกายและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
เติบโตขึ้นอย่างไร้สิ้นสุดแล้ว…”
หลินหมิงพึมพำ เพียงแค่อ่านหน้าตำราทองคำเขาก็รู้สึกถึงการ
เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
เขารู้อยู่แล้วว่าหน้าตำราทองคำเป็นหน้าที่สองของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แต่ละหน้าสามารถถือว่าเป็นความมั่งคั่งและความรู้ที่เป็น
อิสระ แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกัน พวกมันก็มีจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน หน้าที่สองตรงหน้าเขาไม่ได้บันทึกทักษะการป้องกันหรือ
โจมตีใดๆไว้ สิ่งที่บันทึกไว้ทั้งหมดเป็นเคล็ดบ่มเพาะ กล่าวอีกนัยหนึ่ง วิธี
บ่มเพาะร่างกายให้เป็นจักรวาล
หลินหมิงเดาว่าหน้าอื่นๆในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้บันทึกทักษะ
สังหารใดๆไว้ ถึงกระนั้น คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งน่ากลัวกว่าเคล็ดบ่มเพาะ
อื่นๆที่บรรจุวิธีการโจมตีไว้
หากมีใครสามารถรวบรวมและฝึกฝนทุกหน้าของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้
หลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง นักสู้สามารถไปถึงขอบเขตที่สูงจนยากที่
จะจินตนาการได้ เพียงแค่ยกมือ พวกเขาก็จะสามารถสื่อสารกับโลกและ
บรรลุความสมบูรณ์แบบ
ถ้าใครสามารถฝึกฝนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และบ่มเพาะจักรวาลของ
ร่างกายให้สมบูรณ์แบบ จากนั้นก็ฝึกฝนคัมภีร์อาชูร่าและหลอมรวม 33
เต๋าสวรรค์ไว้ด้วยกันเช่นกัน ผู้หนึ่งจะเข้าถึงความสมบูรณ์แบบของ
จักรวาลโลก ไม่ว่ามันจะภายในหรือภายนอก โดยการเปรียบเทียบทั้งสอง
เข้าด้วยกัน การตรวจสอบพวกมันและหลอมรวมเป็นหนึ่ง มันจะทำให้ผู้
หนึ่งก้าวไปสู่ขอบเขตใดกันแน่?
หากใครสามารถรวมคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์อาชูร่า หลอมรวม
จักรวาลของร่างกายและโลกเข้าด้วยกัน นั่นจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับ
สรรพสิ่ง กลายเป็นไร้เทียมทาน!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทีละวัน
หลินหมิงเปิดเจตจำนงแห่งนักสู้ที่หลอมรวมกันของเขาและเข้าฌาน
ลึกลงไปในแดนพิสุทธิ์ของต้นโพธิ์ ถ้อยคำที่หนาแน่นไร้สิ้นสุดสะท้อนผ่าน
นัยน์ตาของเขา แต่ละคำเอ่อล้นไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ดวงตาของ
เขาหมุนวนเหมือนกระแสวังวนยักษ์ที่ดูเหมือนจะกลืนทุกอย่าง
พลังวิญญาณรอบข้างทั้งหมดถูกกลืนเข้าไปในรูขุมขนของร่างหลินห
มิงโดยไม่รู้ตัว ชะล้างร่างกายของเขาอย่างช้าๆและแม้แต่วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์
สภาพนี้ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่ไม่รู้จัก จากนั้น ดวงตาของ
หลินหมิงก็เปิดออกอย่างช้าๆ
“ความลึกลับของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ด้อยไปกว่าคัมภีร์อาชูร่า แต่ใน
อดีต จ้าวแห่งคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์พ่ายแพ้ต่อจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า… อะไร
คือเหตุผลสำหรับสิ่งนั้น? สำหรับคัมภีร์อาชูร่า ชื่อเดิมคือคัมภีร์สวรรค์ แต่
ต่อมาได้รับชื่อจากจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า…”
เมื่อหลินหมิงพูดพึมพำกับตัวเอง เขายืนยันในเป้าหมาย เขาจะไปหา
หน้าตำราทองคำอื่นๆ
เขาจะรวมคัมภีร์สวรรค์เข้ากับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
บางทีในช่วงหมื่นล้านปีที่ผ่านมา มันก็ไม่มีแม้แต่เพียงคนเดียวที่กล้า
ลองทำภารกิจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้
ถึงกระนั้นก็ตาม ความต้องการที่จะหาหน้าตำราทองคำอีกเล่มของ
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์นั้นพูดย่อมง่ายกว่าทำ จากสองแผ่นที่มีอยู่ นั่นก็
หมายความว่าต้องมีอย่างน้อย 10 หน้าของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
หลังจากโผล่ออกมาจากขุนเขาที่ห่างไกล ดวงตาของหลินหมิงก็จ้อง
มองไปยังขอบฟ้าอันไม่รู้จบ แม้ว่าเมฆหมอกจะบดบังสายตาของเขา แต่
ดวงตาสีดำของหลินหมิงก็เปล่งประกายและหมอกทั้งหมดก็หายไปจาก
การมองเห็นของเขา แม้แต่ขุนเขาและแม่น้ำก็ไม่สามารถปิดกั้นสายตา
ของเขาได้
หลังจากอ่านหน้าตำราทองคำอย่างละเอียด การเปลี่ยนแปลงที่น่า
เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นภายในร่างกายของหลินหมิงอีกครั้ง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของ
เขากลายเป็นภาพที่คมชัดขึ้น และดวงตาของเขาเหมือนดวงเนตรแห่ง
สวรรค์ สามารถมองผ่านการโกหกและภาพลวงตาทั้งหมด
“ข้าอาจได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในเมือง…”
เมื่อมองผ่านขุนเขาและหมอกอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด เขาสามารถเห็น
เมืองที่จอแจในระยะไกลได้…
……….
เมืองผู้พิทักษ์ห้วงสมุทร –
นี่เป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ในจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน ตั้งอยู่ใกล้กับ
นิกายขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายสิบแห่ง ฝูงชนของผู้คนในแต่ละวัน
เดินเข้าและออกเหมือนกระแสน้ำ เต็มไปด้วยพ่อค้าและลูกค้า
ในจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน มีเมืองมากมายเช่นเมืองผู้พิทักษ์ห้วง
สมุทร
นักสู้ชาววิญญาณมาที่นี่เพื่อฝึกฝนตัวเองภายใน ในการทำเช่นนี้
พวกเขาจะต้องใช้พลังวิญญาณ อักขระจารึกและสิ่งของอื่นๆอีกมากมาย
พ่อค้าหลายคนตั้งร้านค้าภายใน ขายโอสถจิตวิญญาณต่างๆและ
สมบัติล้ำค่า เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้สะสมจนพื้นที่นี้กลายเป็นเมืองที่
เจริญรุ่งเรือง
ขุมกำลังใหญ่เกือบทั้งหมดนั้น เพื่อฝึกฝนศิษย์ที่มีความสามารถของ
ตน พวกเขาจะสร้างฐานที่มั่นในจักรวาลผืนนภานิมิตฝันและพัฒนากอง
กำลังของพวกเขาภายในนี้
หลินหมิงเดินผ่านฝูงชน ดูค่อนข้างธรรมดาท่ามกลางสายธารของ
ผู้คนที่เดินผ่านประตูเมือง
ด้านหลังหลินหมิง เด็กสาวติดตามมาด้วย นางสวมเสื้อผ้าธรรมดา
นี่คือเด็กสาวชุดแดงที่หลินหมิงพบกันในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน
จนถึงตอนนี้ หลินหมิงไม่รู้จักชื่อของนางเพราะนางลืมไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเป็นครั้งแรกที่เด็กสาวออกมาจากสมรภูมิผืนนภานิมิต
ฝัน และเมื่อนางได้สัมผัสกับความตื่นเต้นและกิจกรรมต่างๆรอบตัว ความ
กลัวเล็กน้อยและความปิติยินดีก็เต็มอยู่ในดวงตาของนาง ดวงตาโตของ
นางกวาดไปทุกทิศทุกทางขณะที่จ้องมองที่ร้านค้าและผู้คนที่ทำธุรกิจที่
นั่น
ในเวลานี้ หลินหมิเปลี่ยนรูปลักษณ์อยู่ ตอนนี้ เขาเป็นคนตัวใหญ่ที่มี
หนวดเครายาว เขาไม่ได้ดูน่ารักหรือหล่อเหลาเลย พลังงานนรกเลือนราง
ออกมาไปมาจากร่างกาย ท่าเขาเดินอย่างสบายใจโดยไม่กลัวว่าใครจะจำ
ได้
ในขณะเดียวกัน สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เหมือนปรอท คอย
ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนักสู้รอบตัวอยู่ตลอดเวลา
ความแข็งแกร่งของนักสู้จากออร่า-ปรากฏอยู่ในใจของหลินหมิง
การบ่มเพาะของพวกเขานั้นต่ำกว่าขั้นราชันพิภพ เมื่อหลินหมิงเลือก
เมืองผู้พิทักษ์ห้วงสมุทรเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข่าว หนึ่งในเหตุผลหลักที่
เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเมืองผู้พิทักษ์ห้วงสมุทรและรอบๆหลายล้านไมล์ถูก
ปกคลุมด้วยกฎที่ไม่เหมือนใครของจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน ทำให้ไม่มีนัก
สู้ที่มีอายุโครงกระดูกมากกว่า 3000 ปีสามารถที่จะเข้ามาได้
กฎนี้เทียบเท่ากับเครื่องรางป้องกันของหลินหมิง เป็นที่รู้กันว่า
แม้กระทั่งจักรพรรดิสักกะแห่งขุนเขาผู่โถวที่เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก
ซึ่งแบ่งตัวเองเป็นพันล้านร่างจำแลงและส่งพวกเขาไปบ่มเพาะในโลก
ปุถุชนและเป็นผู้ที่หวังจะทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริง เขาก็ยังกลายเป็นราชัน
สวรรค์เมื่อตอนอายุ 10,000 ปี
แม้ว่าชาววิญญาณจะต้องการค้นหาอัจฉริยะที่มีพลังยิ่งกว่า
จักรพรรดิสักกะ แต่ก็ยังมีไม่มากนัก
เมืองผู้พิทักษ์ห้วงสมุทรแห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งปลาและมังกรปน
อยู่ภายใน มีผู้คนที่นี่มาจากหลายถิ่น
เหตุผลที่หลินหมิงมาที่นี่เพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่าง
“นั่น…” ทันใดนั้นเด็กสาวก็เรียกหาหลินหมิง “นั่น… มันดูเหมือนจะ
เป็นเจ้า”
เด็กสาวดึงมือของหลินหมิงและกระซิบกับเขาด้วยเสียงเงียบ นิ้วชี้ซีด
ของนางชี้ไปในทิศทางของกำแพงเมืองใหญ่
บนกำแพงเมืองมีหินภาพก้อนมหึมาและสิ่งที่ฉายจากบนมันเป็นภาพ
ของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มคนนี้มีผมสีดำและเห็นได้ชัดว่าเป็นหลินหมิง
หลินหมิงคิ้วขมวดเมื่อเห็นสิ่งนี้
ดวงตาของเขากวาดไปทั่วพื้นที่อื่นๆในเมืองและเขาค้นพบว่ามีหิน
ภาพคล้ายกันมากมาย พวกมันทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงลักษณะของเขา
และใต้หินภาพเหล่านี้ มีค่าหัวเขียนไว้
“ตำหนักน้ำพุเหลืองวางรางวัลสำหรับการจับกุมของชาวมนุษย์ที่
รู้จักกันในชื่อหลินมู่ (หรือจ้าวเหมันต์หลิน) ทุกคนที่สามารถให้เบาะแสที่
นำไปสู่การจับกุมของเขาจะได้รับผลึกวิญญาณชั้นสูง 2,000 ชิ้น และห้า
โอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ”
“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณวางรางวัลสำหรับการจับกุมชาวมนุษย์ที่รู้จัก
กันในชื่อหลินมู่ (หรือจ้าวเหมันต์หลิน) กำลังมองหาที่อยู่ของเขา รางวัล
คือ เจ็ดโอสถเทพจิตวิญญาณและผลึกวิญญาณชั้นยอด 3000 ชิ้น
มองดูพวกมันทั้งหมด มันก็มีการลงประกาศมากกว่า 30 รายการ แต่
ละประกาศมีรางวัลมากมายที่ระบุไว้ ผลึกวิญญาณชั้นยอดเป็นหิน
ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญชาววิญญาณระดับสูงในจักรวาลผืน
นภานิมิตฝันโดยการควบแน่นพลังวิญญาณบริสุทธิ์และรวมมูลฐานจิต
วิญญาณพื้นฐานไว้ภายใน
ผลึกวิญญาณเหล่านี้สามารถนำมาใช้เพื่อฝึกฝนได้โดยตรง แม้ว่า
ผลกระทบของพวกมันจะด้อยกว่าโอสถจิตวิญญาณ แต่ข้อดีของพวกมัน
อยู่ในความจริงที่ว่าพลังวิญญาณที่บรรจุอยู่ภายในนั้นบริสุทธิ์ตาม
ธรรมชาติและทำให้พวกมันมีราคาสูง
ในเวลานี้ ผู้คนมากมายล้อมรอบเสาประกาศของหลินหมิง บางคนที่
เพิ่งเข้ามาในเมืองกำลังมองดูสิ่งเหล่านี้ ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกาย
“รางวัลมากมายเช่นนี้ แต่พวกเขากลับพวกมองหาชาวมนุษย์ ยิ่งไป
กว่านั้น พวกเขาต้องการแค่ต้องการรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนและไม่มีใครต้องการ
จับเขา เขาเป็นคนที่มีค่าเพียงใดกันแน่?”
“เจ็ดโอสถเทพจิตวิญญาณ ห้าโอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ… ตั้งแต่เมื่อใด
กันที่โอสถระดับราชันสวรรค์เริ่มมีราคาถูกลงเช่นนี้? หากเราไม่เพียงแต่
ให้ที่อยู่แต่ยังจับเขาได้ด้วย เราจะไม่ร่ำรวยทันทีเลยหรือ?”
หลายคนถาม เกือบจะน้ำลายไหล
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากผู้อื่น
“จับเขา? ฝันต่อไปเถอะ! หลินมู่นี้เป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะอย่าง
แท้จริง! ในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน เขาฆ่าราชันสวรรค์ในระดับเดียวกัน!
หลังจากนั้น เขาก็ได้นำหน้าตำราทองคำไปแล้วทิ้งไว้เบื้องหลังบนกำแพง
เทพจักรพรรดิ ในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน นิกายของข้าเองก็ยังมีราชัน
พิภพที่ตกตายภายใต้น้ำมือของหลินมู่ และเพื่อที่สังหารราชันพิภพใน
ระดับเดียวกัน เขาเพียงแค่ต้องใช้ท่าเดียว…
“ลืมสิ่งเหล่านี้ไปซะ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับหน้าตำราทองคำของหลินมู่
นั่นก็คุ้มค่ามากกว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพหลายอันแล้ว”
คนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้จักหลินหมิงต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ขณะที่
พวกเขาชั่งน้ำหนักความสามารถของตัวเอง พวกเขารู้ว่ามันเป็นความฝัน
ที่จะจับหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หากเพียงให้เบาะแสที่อยู่ของเขา มันก็มีความเป็นไป
ได้เล็กน้อย