Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,848 หน้าแรก
คำพูดของเซิ่งเหม่ยทำให้ความคิดของหลินหมิงสะท้าน
การแลกเปลี่ยนหน้าตำราทองคำเป็นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์สำหรับ
หลินหมิงมากกว่า นี่เป็นเพราะเซิ่งเหม่ยได้อ่านหน้าตำราทองคำจำลอง
แล้ว แต่หลินหมิงไม่เคยเห็นเลย
ในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยผสานมือของนางเข้าด้วยกัน ระหว่างฝ่ามือของ
นาง แสงสีทองเริ่มเปล่งประกายออกมาขณะที่หน้าตำราทองคำซึ่งดู
เหมือนจะถอจากผ้าไหมเริ่มปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
เมื่อผู้คนบนขอบที่ห่างไกลเห็นสิ่งนี้ พวกเขาต่างก็กลั้นลมหายใจ
สำหรับคนเหล่านี้เกือบทั้งหมด นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหน้าตำรา
ทองคำ
“แผ่นแรก มันเป็นหน้าแรกด้วย”
เซิ่งเหม่ยพูดเบาๆ
หน้าตำราทองคำของหลินหมิงคือหน้าที่สองและทำให้หน้าที่สอง
เชื่อมต่อโดยตรงกับหน้าแรก
หากพวกเขาสามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและศึกษาจากจุดเริ่มต้น
มันจะมีข้อดีอย่างเป็นธรรมชาติอย่างมาก
เพื่อให้เซิ่งเหม่ยนำแผ่นแรกออกมาก่อนมันก็แสดงให้เห็นถึงความ
จริงใจของนาง
เซิ่งเหม่ยเองก็ยังกล่าวอีกว่า “มีหน้าตำราทองคำเพียง 10 หน้า
เท่านั้น แต่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ชาววิญญาณมีหน้าตำราทองคำมากกว่า 10
หน้า นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆอีกมากมาย”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูด หน้าตำราทองคำก็ได้กระพือไปในมือของ
หลินหมิงแล้ว
สำหรับหน้าตำราทองคำอันที่สองของหลินหมิง เขาส่งมันไปยังเซิ่ง
เหม่ยเช่นกัน
ทั้งสองคนแลกกันและเริ่มเข้าฌานกับพวกมัน
หลินหมิงนั่งบนแท่นศักดิ์สิทธิ์ หัวใจของเขาไม่คิดอะไรอีกแล้ว
ความรู้สึกของเขาจดจ่อและมันก็เหมือนเสียงระฆังจากธรรมชาติก้องอยู่
ในหูของเขา ทำให้เขาเข้าฌานอย่างสงบยิ่งขึ้น
พื้นที่โดยรอบดูเหมือนจะกลายเป็นมิติแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ถูกตัด
ขาดจากโลกภายนอก
ในมือของเขา หน้าตำราทองคำที่แลกกับเซิ่งเหม่ยนั้นค่อยๆหลอม
รวมเข้ากับโลกภายในและทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา กลายเป็นแรง
บันดาลใจที่เหมือนมวลแสงดาวนับไม่ถ้วน
ทะเลแห่งวิญญาณของเขาเต็มไปด้วยคลื่นอันบ้าคลั่ง ในความมึนงง
หลินหมิงก็มาถึงหน้าโลกแห่งความฝันสีดำสนิท
ดินแดนที่เขาอยู่ดูเหมือนจะสร้างจากความว่างเปล่า แต่ถ้าเขาสัมผัส
อะไร เขาก็รู้สึกว่ามันมั่นคงอย่างไร้เปรียบ
ที่นี่หนาวเย็น ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความลึกลับที่น่าขนลุก
ในที่ห่างไกล ผู้คนนับไม่ถ้วนถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีลึกลับไม่รู้จบ
พวกเขากระซิบด้วยเสียงเบาๆ ดังก้องไปในอากาศ
บดสวดเหล่านี้ไม่ชัดเจน เขาไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว แต่เนื้อหนังและ
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขารู้สึกถึงพลังที่ชัดเจนซึ่งเปล่งออกมาจากพวกเขา
นี่เป็นความรู้สึกลึกลับที่เขาสามารถสัมผัสได้ แต่ไม่สามารถอธิบายได้
ความรู้สึกนี้ทำให้เขาเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ภาพมหัศจรรย์ผ่าน
ดวงตาดุจเม็ดทรายที่ตกลงมาในพายุ
เขาเห็นต้นไม้แห่งสวรรค์ มงกุฎที่สูงตระหง่านและเสียดแทงขึ้นบน
ท้องฟ้า ต้นไม้ต้นนี้เริ่มเกิดเสียงแตกและลุกไหม้ พลังงานปราณยิงออกมา
และพลังชีวิตของมันถูกตัด ตกลงสู่พื้นดินเป็นขี้เถ้า… หลังจากสายลมและ
ฝน เถ้าของต้นไม้ใหญ่ละลายไปในดิน หายไปโดยไม่เหลือร่องรอย
เขาเห็นทะเลที่ไร้ขอบเขตพร้อมด้วยมังกรปลากระโจนและสัตว์อสูร
ทะเลมหึมาเหยียดยาวออกไปถึง 90,000 ไมล์ ทั้งทะเลมีชีวิตชีวาและน่า
ทึ่ง แต่ในพริบตา ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์และน้ำ
ทะเลระเหย ทะเลกลายเป็นทุ่งหม่อน…
เขาเห็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่มีชีวิตอยู่นับไม่ถ้วนบนมัน นกอินทรี
ร้องในท้องฟ้าไร้สิ้นสุด เสือคำรามและหมาป่าหอนในป่าไม้ มีเมืองที่
คึกคักลอยอยู่ในควันและกลิ่นของโลกปุถุชน… แต่เมื่อหลายปีผ่านไป
ท้องฟ้าก็เริ่มแตกสลายและโลกก็พังทลายลง เพลิงและน้ำโหมกระหน่ำไป
ทั่วโลกที่คึกคัก กลายเป็นหนึ่งในความหวาดกลัวและภัยพิบัติ ทุกชีวิตก็
เลือนหายไปในความโกลาหล
หลังจากนั้น ภาพนับไม่ถ้วนหมุนวนเข้าหากันต่อหน้าเขาและจากนั้น
ก็ถูกทำลาย
ภาพทั้งหมดแสดงถึงพลังแห่งความตายอันเยือกเย็น การระเบิด
ทำลายล้างไร้สิ้นสุด…
หลินหมิงดูเหมือนจะกลายเป็นต้นไม้สูงตระหง่าน ทะเล ดวงดาว
ด้วยความชัดเจนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขาสามารถรู้ได้ว่าตนถูกทำลาย
อย่างไร ตายไปอย่างไร
“ความตาย… ทุกสิ่งที่กลับไปบ้านของพวกมัน…” หลินหมิงถอน
หายใจ หัวใจของเขาก็กลายเป็นเดียวดายมากขึ้น
ฉากแห่งความตายไร้สิ้นสุดทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในใจของ
หลินหมิง
ด้วยความตาย มีชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่เป็นสองขั้นตอนที่สำคัญ
ที่สุดของชีวิต!
เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้น มันก็กลายเป็นควันที่ลอยขึ้นสู่สวรรค์สูงสุด
ไม่สามารถเข้าถึงได้
ร่างเหล่านั้นที่สวดมนต์อยู่ในความว่างเปล่าเป็นเหมือนดวงอาทิตย์
พวกเขาเริ่มเปล่งแสงที่ตระการตาซึ่งส่องไปในทุกทิศทาง
ปัง!
…จากต้นไม้สูงตระหง่านถูกลุกโชนด้วยเพลิงโหมกระหน่ำและ
กลายเป็นเถ้าถ่าน ขี้เถ้าเหล่านั้นเริ่มบำรุงผืนดิน จากจุดที่มันทรุดตัวลง
ต้นกล้าเล็กๆเริ่มปรากฏขึ้น ฝนตกลงมาจากท้องฟ้าและสายลมแรงช่วย
ให้มันเติบโตตรงและสูง ใบหญ้าสีเขียวเติบโตขึ้น แต่ละใบดูสูงส่งและเต็ม
ไปด้วยความยิ่งใหญ่…
…จากทะเลแห้งเหือด สายลมพัดขึ้น แม่น้ำหลายพันสายเริ่มผุดตัว
ขึ้นจากทุกทิศทุกทาง ค่อยๆรวมตัวกันเป็นทะเลที่ไร้ขอบเขตอีกครั้ง…
…จากศูนย์กลางของดาวเคราะห์ที่แตกสลาย แก่นเริ่มก่อตัวอีกครั้ง
เป็นเวลาหลายพันล้านปีที่รวบรวมพลังทางจิตวิญญาณของจักรวาลไร้
สิ้นสุด เติบโตขึ้นอีกครั้ง ดาวเคราะห์ค่อยๆขยายตัวและชีวิตก็เริ่มปรากฏ
ขึ้นบนพื้นผิวของมัน…
แต่ละฉากนั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ไม่หยุดยั้ง
ในเวลานี้ หลินหมิงเป็นเมล็ดพันธุ์ เขาเหยียดแขนขาออก ดูดซับ
สารอาหารจากเถ้าถ่านของต้นไม้สูงตระหง่าน เขากลายเป็นต้นอ่อนและ
เริ่มเติบโตอย่างช้าๆ
เขาเป็นทะเลแห้งเหือด จากความสงบนิ่ง ไอน้ำไร้สิ้นสุดเริ่มที่จะ
รวบรวม กลั่นตัวลงสู่ผืนดินอีกครั้ง
เขาเป็นแกนกลางดาวเคราะห์ ด้วยความเหงาหลายพันล้านปี เขาได้
รวบรวมปราณจิตวิญญาณของจักรวาล ในที่สุดก็ทำให้เกิดรูปแบบชีวิตไร้
สิ้นสุด…
หลินหมิงตระหนักถึงประสบการณ์ของชีวิตต่อความตาย จากความ
ตายสู่ชีวิต เขากลายเป็นทุกสิ่งวนรอบวัฏจักรไม่รู้จบ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หัวใจของเขาเปลี่ยนไปจากความอ้างว้างไปสู่ความฮึกเหิม จากความ
ฮึกเหิมไปจนถึงความอ้างว้าง ถูกขัดเกลาอย่างต่อเนื่อง…
ทันใดนั้น เขาก็เข้าใจ ถ้อยคำที่ลอยอยู่ในทะเลแห่งวิญญาณของเขา
เริ่มดังก้องด้วยเสียงสวดมนต์ไร้สิ้นสุด
เขากลายเป็นใบหญ้า เช่นเดียวกับต้นไม้ที่สูงตระหง่าน
เขากลายเป็นหยดน้ำ เช่นเดียวกับทะเลอันกว้างใหญ่
เขากลายเป็นแกนกลางดาวเคราะห์ เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ยักษ์
เขาเป็นทุกสิ่ง และทุกสิ่งก็เป็นเขา
“จักรวาลคือวัฏสงสาร มิติและเวลาไร้สิ้นสุด…” หลินหมิงอ่าน
ถ้อยคำที่้เรียบอย่างเงียบๆ แต่ละคำเปล่งประกายอยู่ในหัวใจของเขา ลอย
อยู่ในความว่างเปล่าของจิตใจเหมือนดวงดาว
ที่ลอยอยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ ถ้อยคำโบราณของหน้าตำรา
ทองคำเริ่มสะท้อนกับคำพูดของเขา รูนเริ่มที่จะให้กำลังใจอย่างสดใส
กลายเป็นเจิดจ้ามากขึ้น
แม้ว่าถ้อยคำบางส่วนยังคงคลุมเครือและทำให้มันงง แต่หลินหมิงใน
ปัจจุบันก็ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงที่จำเป็นซึ่งมีอยู่ในหน้าตำรา
ทองคำที่เซิ่งเหม่ยได้ทำการแลกกับเขา
คัมภีร์อาชูร่าที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าทิ้งไว้เบื้องหลังอาจกล่าวได้ว่า
พูดถึงเต๋าสวรรค์สูงสุดที่ยืนอยู่ข้างทั้ง 33 สวรรค์; มันเป็นพลังของ
จักรวาล
เช่นนั้น หน้าตำราทองคำที่ถูกทิ้งไว้ในหมู่ชาววิญญาณก็พูดถึงการ
กลับไปสู่ต้นกำเนิดที่แท้จริง
ข้าคือจักรวาล ข้าเป็นความหลากหลายแห่งสรรพสิ่ง!
……….
บนแท่นศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินีเซิ่งเหม่ยได้เข้าใจการรู้แจ้งและนั่งอยู่
ไม่ไกลจากหลินหมิง
พลังงานเย็นยะเยือกนี้ทำให้ผนังน้ำแข็งหนาทึบหนึ่งพันฟุตปกคลุม
รอบตัวนาง รูนแปลกๆกระพริบรอบพวกเขา ทำให้คนอื่นไม่สามารถเห็น
สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
สำหรับตราประทับทะเลวิญญาณ ตั้งแต่วินาทีที่เซิ่งเหม่ยนั่งลงบน
แท่นศักดิ์สิทธิ์และเริ่มรับรู้แผ่นที่สองตราประทับทะเลวิญญาณเหล่านี้ก็
เริ่มสว่างขึ้นเช่นกัน
ในวันที่ 100, ตราประทับทะเลวิญญาณที่สี่ได้เริ่มเปล่งแสงสลัวแล้ว
บนหน้าผา บุตรที่น่าภาคภูมิแห่งสวรรค์ต่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นสิ่งนี้
“จักรพรรดินีวิญญาณร้ายกาจอย่างแท้จริง ครั้งล่าสุดท้ายที่นางอยู่
ที่นี่นางก็จุดสามตราประทับทะเลวิญญาณได้ใน 108 วัน ตอนนี้ ในเวลา
เพียง 100 วัน นางกลับสามารถจุดตราประทับทะเลวิญญาณสี่จนมีแสง
สลัวแล้ว แสงจะสว่างอย่างสมบูรณ์ก็ขึ้นกับเวลาเท่านั้น บางทีคราวนี้
จักรพรรดินีวิญญาณอาจจะได้รับหน้าตำราทองคำจากเทือกเขาเทพวินาศ
นี้ไป”
“แน่นอน ครั้งลาสุดที่จักรพรรดินีวิญญาณอยู่ที่นี่ นางเพิ่งบรรลุวัฏ
จักรที่หก แต่ตอนนี้นางบรรลุวัฏจักรที่เจ็ดแล้ว ไม่อาจเปรียบเทียบกับนาง
ได้จากก่อนหน้าและตอนนี้ ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงยังให้หน้าตำราทองคำ
หน้าที่สองแก่นาง มันทำให้นางมีพลังยิ่งขึ้น”
อวี้สือเซิงยิ้ม ในฐานะที่เป็นคนเคยอยู่ที่เทือกเขาเทพวินาศเพื่อ
พยายามรู้แจ้ง เขาก็ไม่ได้จากไปกับขุนเขาเทพมหาพราหมณ์ เขาอยู่ที่
หน้าผาเพื่อให้การรู้แจ้งของเขาดำเนินต่อไป
จักรพรรดินีเซิ่งเหม่ยมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เดียวกันกับเขา ถ้าเซิ่ง
เหม่ยแข็งแกร่ง นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาภูมิใจได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาจ้องมองหลินหมิงผู้ซึ่งอยู่ในแท่นศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนาง แสงที่สลับซับซ้อนก็ปรากฏในดวงตาของเขา
หลินมู่ผู้นี้เป็นเหมือนปริศนา ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว
“เด็กเหลือขอนี่มีพลังต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัว ข้าสงสัยว่าเขาจะไปได้
ไกลเพียงใด”
อวี้สือเซิงไม่กล้าดูถูกพื้นหลังของหลินหมิงอีกต่อไป
จากนั้น บนแท่นศักดิ์สิทธิ์อันโดดเดี่ยวของหลินหมิง แสงแห่งตรา
ประทับทะเลวิญญาณแรกก็เริ่มเปล่งประกาย
หลังจากนั้น ตราประทับทะเลวิญญาณสองและสามก็ส่องสว่างขึ้น
นั่นหมายความว่าในที่สุดหลินหมิงก็หยั่งรู้หน้าตำราทองคำเสร็จแล้ว
และเริ่มเข้าใจกฎบนแท่นศักดิ์สิทธิ์
แสงจ้าเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่ลอยขึ้น มันยิ่งสว่างกว่า
ความพยายามครั้งก่อนของหลินหมิงและไม่ด้อยไปกว่าเซิ่งเหม่ย
บุตรที่น่าภาคภูมิของสวรรค์พบว่ามันยากที่จะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เซิ่งเหม่ยและหลินหมิง สองอัจฉริยะไร้เปรียบได้มายังเทือกเขาเทพ
วินาศ พวกเขาสร้างปาฏิหาริย์ที่นี่ได้หรือไม่?