Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,866 กองบัญชาการของเผ่าพันธุ์เทพ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,866 กองบัญชาการของเผ่าพันธุ์เทพ
ในขณะที่หัวใจของเขาถูกเจาะ ใบหน้าของหงเย่ก็บิดเบี้ยว เขาคว้า
หอกมังกรทมิฬ ร่างกายสั่นอย่างรุนแรงขขณะที่ความสยองเต็มอยู่ใน
ดวงตาของเขา
ร่างกายอันแข็งแกร่งของภูติเทพไม่ยอมให้เขาตายในทันที่ แต่เขา
หวังว่าตนจะตายได้ทันที่ เพราะความรู้สึกที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายได้
ห่อหุ้มเขาไว้!
เขาสามารถรู้สึกถึงพลังที่น่ากลัวกลืนวิญญาณและเพลิงแห่งชีวิตของ
เขา ทั้งร่างเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความตายขณะชีวิตของเขาจางหายไป
อย่างรวดเร็ว เส้นผมสูญเสียความมันวาวและเบ้าตายุบเข้าไป ร่างกาย
ทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว
กระบวนการสลายตัวของมนุษย์ในช่วงหลายปีผ่านเข้ามาเพียงไม่กี่
ลมหายใจ เช่นนี้ หงเย่ภายใต้หอกมังกรทมิฬก็กลายเป็นถุงกระดูก
ป๊อก แป๊ก!
กระดูกพังทลายลงมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนท้องฟ้า เมื่อพวกมันลง
มาบนพื้นดิน พวกมันก็ทรุดตัวลงเป็นกองขี้เถ้าที่ถูกสายลมพัดปลิวไปโดย
ไม่ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง
เมื่อเห็นฉากนี้ แม้แต่หลินหมิงก็ต้องสูดอากาศเย็น นี่คือวิถีแห่งความ
ตายที่เขาหยั่งรู้จากเทือกเขาเทพวินาศและตรวจสอบผ่านหน้าตำรา
ทองคำ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มัน!
มหาราชันพิภพซึ่งภูติเทพที่มีชื่อเสียงในด้านร่างกายที่น่าเกรงขาม
ไม่เพียงแต่จะถูกฆ่าตายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น ร่างกายยังที่
แข็งแกร่งก็ยังสลายกลายเป็นเถ้าสู่สายลม
หากเขาสามารถได้รับตำราสีดำและบรรลุคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่ง
ชีวิตและความตายของวัฏสงสารจะไปถึงความสูงที่ไม่สามารถจินตนาการ
ได้!
ในขณะที่ใช้ท่านี้ แม้แต่หลินหมิงก็จะต้องตกใจ สำหรับคนอื่นๆ พวก
เขาล้วนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น!
นักสู้ภูติเทพในปัจจุบันต่างก็ตระหนักดีถึงความแข็งแกร่งของหงเย่
แม้แต่ในหมู่มหามหาราชันพิภพ เขายังอยู่ในระดับสูงในแง่ของความ
แข็งแกร่ง ถึงกระนั้นเขาก็ยังถูกสังหารโดยหลินหมิงโดยไม่เหลือแม้แต่
กระดูก!
“การบ่มเพาะของเขาเหนือกว่าข้าเพียงหนึ่งขอบเขตเล็ก ข้าดังนั้น
เขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร…”
อากู่จับคันธนูแน่น ไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไร ในฐานะที่เป็นราชวงศ์ของ
เผ่าพันธุ์เทพ เขามีความมั่นใจอย่างแน่นอนเกี่ยวกับพรสวรรค์ของตนใน
หัวใจ ในบรรดาบรรพบุรุษของเขา มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถยืนหยัดได้
อย่างเท่าเทียมกับเขา ในขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้น เขาก็สามารถที่จะ
ป้องกันราชันพิภพสามัญได้ และนั่นก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ
เทียบกับชายหนุ่มที่ลึกลับผู้นี้ต่อหน้าเขา ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ได้มี
อะไรเลย
เขาตระหนักดีถึงการโจมตีของชายหนุ่มชาวภูติเทพคนนี้และความ
แข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมานั้นผ่านผู้ปกครองเทวะช่วงกลาง!
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือ ถ้าเขาเป็นราชันสวรรค์สูงสุดที่
พยายามยับยั้งพลังเพื่อต่อสู้ แต่เหตุใดราชันสวรรค์สูงสุดจึงต้องทำเช่นนี้
และไม่ใช้พลังของราชันสวรรค์สูงสุดโดยตรงเพื่อฆ่าทุกคน?
“ช้า… ช้าก่อน!”
เมื่อเห็นหลินหมิงยกหอกมังกรทมิฬและก้าวเข้ามาใกล้อีกครั้ง นักสู้
ภูติเทพก็กลัวจนตัวสั่น
ราชันพิภพสองคนเผชิญหน้ากับหลินหมิง “เจ้า… เจ้าคือใคร, เจ้า
ต้องการอะไร? เราจะทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการ ดังนั้นโปรดอย่าฆ่าเรา…”
ราชันพิภพภูติเทพพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
หลินหมิงมองนักสู้ภูติเทพเหล่านี้อย่างไม่สนใจ “เจ้าบุกรุกหมู่บ้าน
เผ่าพันธุ์เทพแห่งนี้ เมื่อเจ้าบุกรุกเผ่าพันธุ์อื่น เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าชีวิตของ
พวกเขามีค่าเท่ากับของเจ้าเอง?”
ขณะที่หลินหมิงพูด จิตสังหารของเขาก็ตรึงเหล่านักสู้ภูติเทพทุกคน
ถูกบังคับให้ถอยกลับมาโดยจิตสังหารของหลินหมิง สองราชันพิภพก็
กัดฟันและตะโกนว่า “กระจายกันหนี! ทำลายข่ายอาคม!”
ทันทีที่เขาพูด เขาก็พุ่งขึ้นไปโจมตีข่ายอาคม!
ปราณดาราไหลเวียนรอบร่างของเขาอย่างบ้าคลั่งและเขายังเผา
ผลาญปราณโลหิต เขาต้องการที่จะใช้ร่างกายของตนเพื่อทำลายข่าย
อาคม!
และตามหลังราชันพิภพผู้นี้ นักสู้ภูติเทพคนอื่นๆเองก็เลือกที่จะเผา
ปลาญปราณโลหิตของพวกเขาด้วย ในช่วงเวลาแห่งชีวิตหรือความตาย
นักสู้ภูติเทพเหล่านี้ต่างก็จะทำทุกอย่าง
เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตของพวกเขา การสามารถเผาผลาญปราณ
โลหิตจะถือว่าเป็นอันใด?
แต่แม้ว่าพวกเขาจะเผาผลาญปราณโลหิตด้วยกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้า
โจมตีหลินหมิง แต่กลับมุ่งเน้นไปยังการระดมโจมตีข่ายอาคม หากพวก
เขาสามารถทำลายมันได้และผ่านออกไปข้างนอก เช่นนั้นด้วยผู้ปกครอง
เทวะจำนวนมากที่หนีไปในทิศทางแตกต่างกัน มันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินห
มิงจะจับพวกเขาทั้งหมด
“พวกเจ้าทุกคนจงอย่าคิดหนี!”
เสียงของหลินหมิงเย็นยะเยือก!
เขาและร่างจำแลงทั้งสองออกล่า!
แม้แต่หงเย่ก็ยังมิอาจเป็นคู่ต่อสู้ของหลินหมิง จึงมิต้องกล่าวถึง
ผู้ปกครองเทวะเหล่านี้ นี่คือไม่มีอะไรนอกจากสังหารหมู่ด้านเดียว ไม่มี
ใครสามารถตอบโต้หลินหมิงได้ แม้แต่ผู้ทรงพลังราชันพิภพที่แข็งแกร่ง
รองจากหงเย่ก็ยังถูกสังหารโดยหลินหมิงทันที!
“นี่มัน…”
เมื่อเห็นโลหิตย้อมผืนฟ้า อากู่ก็อ้าปากค้าง หลินหมิงสังหารผู้คนที่ไม่
มีอำนาจต่อต้านเขา แต่เขาก็ไม่แสดงความผ่อนปรนเลย เขาเป็นเทพแห่ง
ความตายที่เลือดเย็น
อากู่ได้เห็นนักสู้ภูติเทพเหล่านี้สังหารสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพของเขา ใน
เวลานั้น อากู่หวังว่าตนจะฆ่าพวกเขาได้ทั้งหมดโดยไม่ยั้ง แต่ตอนนี้ เมื่อ
เขาเห็นนักสู้ภูติเทพโดนหลินหมิงทำลายล้างโดยไม่มีโอกาสขัดขืน เขาก็
พบว่าไม่สามารถทนกับฉากนี้ได้
แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่เหมือนหลินหมิงที่จะสามารถ
โหดเหี้ยมได้เช่นนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับการสังหารหมู่ที่โหดร้าย เขาพบว่า
มันยากที่จะใจเย็น
“เจ้าคิดอะไรอยู่?”
ในเวลานี้ เสียงที่ไม่แยแสสะท้อนจากด้านหลังอากู่ เขาหันไปรอบๆ
ทันที่
หลินหมิงชุดดำยืนอยู่เบื้องหลังเขา ถือหอกมังกรทมิฬ แม้ว่าหอกจะ
ไม่เปื้อนโลหิต แต่เสื้อผ้าของหลินหมิงก็เปื้อนไปด้วยโลหิต
กองทัพถูกทำลายสิ้นโดยหลินหมิง
หลินหมิงยังใช้วิถีแห่งชีวิตเพื่อสำรวจทั้งสนามรบ ตราบใดที่เขา
สัมผัสถึงออร่าของคนๆหนึ่ง เขาจะฆ่าทิ้ง
“ไม่-ไม่มีอะไร!”
อากู่จับคันธนูยาวและถอยห่างจากหลินหมิง มีความระวังในสายตา
ของเขา
แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายของหลินหมิงคืออะไรหรือเหตุ
ใดเขาจึงช่วยพวกเขา
“ความเมตตาต่อศัตรูของเจ้านั้นจะโหดร้ายต่อตัวเจ้าเอง หากเจ้า
ยอมให้แม้แต่คนเดียวหนีไปได้ หมู่บ้านของเจ้าจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
ช่วงเวลาที่พวกเขาก้าวออกจากโลกนี้ พวกเขาจะต้องใช้แผ่นหยกส่ง
กระแสเสียงออกไปทันที่ แจ้งข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและครั้งต่อไปยังพวกเขา
โจมตีเพื่อทำลายหมู่บ้านนี้ คนที่พวกเขาส่งมาก็จะเป็นกึ่งราชันสวรรค์
หรือกระทั่งราชันสวรรค์! ในเวลานั้น ทั้งเจ้าและข้าจะต้องตาย”
ภารกิจของการทำลายล้างหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้จะไม่กระตุ้นราชัน
สวรรค์ แต่เนื่องจากการดำรงอยู่ของหลินหมิงที่ไม่เหมือนใคร มันก็จะ
กระตุ้นราชันสวรรค์อย่างแน่นอน
“ข้ารู้… ข้าขอโทษ” สำหรับชีวิตของอากู่ เขาได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรดุ
ร้ายในจักรวาลปฐมกาลเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับจำนวนครั้งที่เขาฆ่าคน
จริง มันก็มีไม่มากนัก เขารู้ว่าการที่หลินหมิงตำหนิเขานั้นสมเหตุสมผล
และเขาก็ตระหนักว่าหลินหมิงไม่ได้มีเจตนาที่มืดมนต่อเขา
อากู่ลังเลครู่หนึ่งแล้วถามอย่างสงสัยว่า “เจ้า… เจ้าไม่ได้เป็นนักสู้ภูติ
เทพหรอกหรือ?”
อากู่รู้สึกว่าทักษะและวิธีการต่อสู้ของหลินหมิงนั้นแตกต่างจากชาว
ภูติเทพ
“ข้าไม่ใช่” หลินหมิงส่ายหัว “เผ่าพันธุ์ของข้าเหมือนกับเจ้า ถูก
รุกรานโดยชาวภูติเทพ… ข้าต้องการพบผู้นำเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลของ
เจ้า เจ้าช่วยเปิดทางให้ข้าได้หรือไม่?”
หลินหมิงถามตรงประเด็น
หากเขาต้องการที่จะเข้าไปในกองบัญชาการของเผ่าพันธุ์เทพบรรพ
กาล เขาจะต้องการคนนำทาง ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่สามารถหาที่นั่นพบ
และแม้ว่าเขาจะพบมัน แต่เขาก็จะไม่สามารถเข้าไปได้
“เจ้าต้องการพบ… ผู้นำของเผ่าพันธุ์เทพเช่นนั้นหรือ?” อากู่ มองไป
ยังหลินหมิง มีสีหน้าตกตะลึง
กองบัญชาการของเผ่าพันธุ์เทพเป็นหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ของเผ่าพันธุ์เทพ มันเกี่ยวข้องกับชีวิตหรือความตายของเผ่าพันธุ์เทพ
เช่นเดียวกับประกาศิตแห่งเทพ แม้ว่าหลินหมิงจะช่วยทั้งหมู่บ้าน เขาก็จะ
ไม่โง่จนพาเขาไปยังนั่นโดยง่าย
หลังจากคิดมาครู่หนึ่ง อากู่พูดว่า “ข้าจะแจ้งให้ผู้ส่งสารพิเศษจาก
กองบัญชาการทราบเพื่อให้พวกเขามาพบเจ้า…”