Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,879 สัมปทานของชาวสวรรค์
เมื่อตระหนักถึงความสามารถของหลินหมิงในการฟื้นฟูประกาศิต
แห่งเทพที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์สงคราม ทุกสายตาของราชันสวรรค์
เผ่าพันธุ์เทพก็เริ่มเปล่งประกาย
ในเวลานี้ แม้ว่าคนอย่างผู้อาวุโสสูงจะอิจฉาของหลินหมิง แต่พวก
เขาก็ตื่นเต้นเช่นกัน นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย
ของเผ่าพันธุ์พวกเขา!
เมื่อเปรียบเทียบกับความอยู่รอดของผู้คน ผลประโยชน์ของแต่ละคน
ย่อมเป็นรอง
“หลินหมิง การซ่อมแซมประกาศิตแห่งเทพทำให้เกิดอันตรายต่อ
ร่างกายของเจ้าหรือไม่?”
ราชันเทพถาม เขากังวลว่าการทำเช่นนั้นทำให้หลินหมิงผลาญพลัง
ชีวิตมากเกินไป
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าเพียงใช้พลังงานและพลังวิญญาณไปจนหมด
ข้าน่าจะฟื้นตัวเต็มที่ได้หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน”
ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากที่นี่ หลินหมิงขยายเวลาการฟื้นฟูที่จำเป็น
เล็กน้อย
ความจริงก็คือว่า เขาต้องการเพียงหนึ่งหรือสองวันในการฟื้นฟู
ตัวเอง และถ้าราชันเทพช่วยเขา เวลาที่ต้องใช้ก็จะยิ่งสั้นลง
“ดีมาก! เช่นนั้น เจ้าก็สามารถเข้าฌานและฟื้นฟูตนเองได้ หลังจาก
นั้นข้าจะให้ประกาศิตแห่งเทพแก่เจ้าอีกเพื่อซ่อมแซม เมื่อเรารวบรวมได้
สาม เราจะเปิดดินแดนต้องห้ามอาชูร่า นี่เป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ที่เจ้าทำ
เพื่อเผ่าพันธุ์ของข้า เราจะไม่มีวันลืมสิ่งนี้!”
ใบหน้าของราชันเทพสว่างไสว ด้วยท่าทางที่ปกติของเขา เขาก็ไม่
ค่อยจะสูญเสียความสงบเช่นนี้ได้
“ราชันเทพ ท่านไม่จำเป็นต้องพูดอย่างจริงจังนัก สงครามของ
เผ่าพันธุ์เทพกับชาวภูติเทพนั้นเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ของข้าด้วย ถ้าผู้เยาว์ช่วยเผ่าพันธุ์เทพด้วยความสามารถของข้าได้อย่าง
เต็มที่ นั่นก็จะช่วยคนของข้าด้วย มันเป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เริ่มต้นด้วย”
เสียงของหลินหมิงนั้นต่ำต้อยและไม่พยายามเอาหน้าแม้แต่น้อย จุด
นี้ทำให้ผู้ทรงพลังเผ่าพันธุ์เทพหลายคนพัฒนาความประทับใจที่มีต่อ
หลินหมิง ตามสามัญสำนึก หากหลินหมิงสามารถซ่อมแซมประกาศิตแห่ง
เทพของเผ่าพันธุ์เทพได้ เขาก็ควรจะสามารถเสนอเงื่อนไขใดๆที่ตน
ปรารถนา นี่คือเหตุผลทั้งหมด
“หนิงชู, จุนหวัง, ฉิงเทียน, ตี้อู๋เหิน! พวกเจ้าทั้งสี่คนจงเตรียมตัวเอง!
หลังจากหลินหมิงซ่อมแซมประกาศิตแห่งเทพทั้งสาม เจ้าจะต้องซ่อมแซม
โซ่แห่งภัยพิบัติ! ด้วยกฎที่มีอยู่ในประกาศิตแห่งเทพและพลังงานร่วมของ
เจ้าทั้งสี่ มันจะไม่มีปัญหาใดๆในการซ่อมแซม!”
ราชันเทพกล่าวชื่อของราชันสวรรค์ทั้งสี่ออกมาทันที่ ราชันสวรรค์ทั้ง
สี่นี้แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาล และในหมู่พวกเขา ตี้อู๋เหินนั้น
แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ยังอายุน้อยที่สุดเช่นกัน
ราชันสวรรค์ทั้งสี่คนก้าวไปข้างหน้าเป็นหนึ่งเดียว ยืนอยู่ข้างหลัง
ราชันเทพ
ในบรรดาทั้งสี่คนนั้น มีสามคนที่เป็นศิษย์ของราชันเทพ
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ มันก็ทำให้ทัวป๋ากุยไม่สามารถเงียบได้อีก
ต่อไป
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้เกิดขึ้น – ราชันเทพกำลังวางแผนที่จะ
ละทิ้งเผ่าพันธุ์สวรรค์ของพวกเขา!
ในแง่ของสายเลือดสืบทอด ความจริงก็คือชาวสวรรค์นั้นก็เป็นส่วน
หนึ่งของสายเลือดจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าด้วย ความแตกต่างคือเมื่อหมื่น
ล้านปีก่อน ชาวสวรรค์ไม่มีอะไรนอกจากเผ่าพันธุ์บริพารกิ่งก้านของ
เผ่าพันธุ์เทพ
หากพวกเขาสามารถเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามอาชูร่า นั่นก็จะเป็น
ผลประโยชน์อย่างมากต่อชาวสวรรค์
แต่ตอนนี้ เขาต้องดูสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่กำลังรวมตัวกันอย่าง
วุ่นวายรอบหลินหมิง ราวกับว่าชาวสวรรค์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
“ฝ่าบาทราชันเทพ!”
ทัวป๋ากุยตะโกนอย่างกังวล
“โอ้? ราชันสงครามต้องพูดอะไรเช่นนั้นหรือ? ราชันเทพยิ้ม สีหน้า
ของเขาเต็มไปด้วยความหมาย
สายลมและกระแสน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ ชาวสวรรค์ได้
ผลักดันเผ่าพันธุ์เทพอย่างหนัก แต่ตอนนี้บทบาทได้รับการพลิกกลับแล้ว
ตอนนี้มันเป็นชาวสวรรค์ที่กำลังดิ้นรนในการตั้งหลัก และการ
เปลี่ยนแปลงที่ไร้สาระนี้เกิดขึ้นโดยผู้เยาว์ มันช่างเหลือเชื่อนัก
ทัวป๋ากุยเหลือบมองที่หลินหมิงพร้อมกับสีหน้าแปลกๆ เขากล่าวว่า
“ราชันเทพ เราไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม เผ่าพันธุ์สวรรค์ของข้าต้องการ
สองสิทธิ์เข้าร่วม เงื่อนไขใดๆที่ท่านปรารถนา มันจะได้รับการพิจารณา
ทัวป๋ากุยกล่าวตรงประเด็น เขาเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการสูญเสีย
ความมั่งคั่งจำนวนมาก
ความจริงคือ ชาวสวรรค์และเผ่าพันธุ์เทพเป็นเผ่าพันธุ์พี่น้อง ด้วย
มหาภัยพิบัติตรงหน้า พวกเขาทั้งสองอาจกล่าวได้ว่าต้องพึ่งพาซึ่งกันและ
กัน หากรวมกันเป็นหนึ่งไม่พอที่จะชนะสงคราม ถ้าพวกเขาต้องต่อสู้ นั่น
หมายความว่าความพ่ายแพ้จะมาเร็วกว่านั้นมาก
เป็นไปไม่ได้ที่ราชันเทพจะไม่เข้าใจประเด็นนี้ ทัวป๋ากุยไม่ต้องการที่
จะเสียเวลากับการอ้อมค้อม
ดูที่การจัดสรรทรัพยากรเพียงอย่างเดียว เผ่าพันธุ์เทพต้องการเพียง
4 สิทธิ์เข้าร่วมเท่านั้น คนอื่นที่เข้าไปจะเสียเปล่า ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่
ชาวสวรรค์ต้องการมากที่สุดคือสองสิทธิ์เข้าร่วม ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึง
ยินดีที่จะจ่ายราคามหาศาล ไม่ว่าอย่างไร เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ
“ข้าต้องการ 2 ใน 3 ประกาศิตแห่งเทพ”
ราชันเทพกล่าว ชี้ไปยังประกาศิตแห่งเทพทั้งสามที่วางเรียงกันเป็น
แถว
เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากใครบางคนเมื่อพวกเขาล้ม ก่อน
หน้านี้ ชาวสวรรค์ต้องการใช้ประกาศิตแห่งเทพทั้งสามเพื่อแลกกับสาม
สิทธิ์เข้าร่วม หนึ่งสิทธิ์เข้าร่วมต่อหนึ่งประกาศิตแห่งเทพ
ตอนนี้ ชาวสวรรค์ต้องการสองสิทธิ์เข้าร่วม ราชันเทพเหียงต้องการ
เพียงสองประกาศิตแห่งเทพ นี่เป็นคำขอที่สมเหตุสมผล
“ขอบใจท่านมาก…” ทัวป๋ากุยพูด รู้สึกละอายใจ เสียงของเขาขาด
พลังงาน เขาไม่ทราบว่าหลินหมิงมีความสามารถในการซ่อมแซม
ประกาศิตแห่งเทพของเทพแท้จริงชั้นสูงหรือไม่ แต่ถ้าเขาทำเช่นนั้นได้
พลังของพวกมันจะเป็นการท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง!
หลังจากครุ่นคิด เขาก็พูดว่า “ข้าอยากร้องขอสหายน้อยหลินเพื่อ
ซ่อมแซมประกาศิตแห่งเทพของผู้คนข้า ข้าสงสัยว่าถ้า…”
เนื่องจากหลินหมิงเปิดเผยส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งของเขา
ออกมา ทัวป๋ากุยจึงกลายเป็นที่เคารพมากขึ้นเมื่อเขาพูดถึงหลินหมิง
“นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสามารถพูดคุยโดยตรงกับหลินหมิงได้ ข้าไม่มีสิทธิ์
ตัดสินใจแทนเขา” ราชันเทพยิ้มให้ มองไปยังหลินหมิง
ชั่วครู่หนึ่ง สายตาของนักสู้ชาวสวรรค์ก็หันไปหาหลินหมิง
“สหายน้อยหลิน…”
ทัวป๋ากุยลังเล ในฐานะที่เป็นตัวตนอันดับสองในเผ่าพันธุ์สวรรค์ เขา
ก็กระตือรือร้นที่จะมองดูหลินหมิงอย่างช่วยไม่ได้ราวกับขอร้องด้วย
สายตา
หลินหมิงตอบอย่างใจเย็น “ข้าสามารถซ่อมแซมสำหรับประกาศิต
แห่งเทพของชาวสวรรค์ได้ แต่ โดยปกติ… ถ้าหากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าก็
ย่อมจะมีเงื่อนไขอื่นอีก เราสามารถพูดคุยกันอย่างละเอียดได้เมื่อถึง
เวลา”
“โดยปกติ… เผ่าพันธุ์สวรรค์ของข้าจะไม่มีสิ่งใดให้สหายน้อยหลิน
ต้องช่วยเลย”
ทัวป๋ากุยยิ้มในขณะที่เขาพูด แต่เมื่อการมองนี้ตกอยู่ในสายตาของอู๋
เยียน มันก็ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
ชาวสวรรค์เป็นเผ่าพันธุ์โบราณและพวกเขามีประวัติศาสตร์อัน
รุ่งโรจน์ แม้ว่าพวกเขาจะเสื่อมถอยในยุคปัจจุบัน แต่สายเลือดก็ยังคง
ไม่ใช่สิ่งที่ชาววิญญาณ ชาวมนุษย์หรือชาวภูติเทพสามารถหวังที่จะ
เปรียบเทียบได้ ดังนั้น ชาวสวรรค์จึงมีความภาคภูมิใจในกระดูกของพวก
เขา!
แต่ตอนนี้ การที่ทัวป๋ากุยซึ่งเป้นราชันสวรรค์สูงสุดกลับต้องพูดอย่าง
สุภาพกับหลินหมิงซึ่งเป็นเพียงผู้ปกครองเทวะ และหลินหมิงคนนี้ก็ไม่ได้
รู้สึกซาบซึ้งในความใจดีเช่นนี้ สิ่งนี้ทำให้อู๋เยียนรู้สึกปั่นป่วนในท้อง
“เด็กคนนี้… ข้าไม่รู้เลยว่าเขามีโชคเพียงใดที่เขาสามารถซ่อมแซม
ประกาศิตแห่งเทพได้ แต่ก็ได้คืบแล้วเอาศอก…” อู๋เยียนคิดอย่างขุ่นเคือง
“แต่น่าที่การบ่มเพาะของเขาต่ำเกินไป ไม่เช่นนั้น ถ้าเขากับข้าอยู่ใน
ระดับการบ่มเพาะเดียวกัน ข้าจะท้าทายเขาอย่างแน่นอน!”
ในปัจจุบันอู๋เยียนไม่มีความเชื่อมั่นจากหลินหมิงเลย แต่นางไม่ได้
เปิดเผยอารมณ์และเพียงแค่จ้องมองหลินหมิง
ในเวลานี้ หลินหมิงย้ายไปที่ห้องที่เงียบสงบแล้ว เขาตั้งใจจะเข้าฌาน
และฟื้นฟูตนเอง
…………………..
ผ่านไปหลายวัน หลินหมิงได้ซ่อมแซมกฎประกาศิตแห่งเทพทั้งสาม!
และในวันนี้ก็ถึงเวลาที่จะซ่อมแซมโซ่แห่งภัยพิบัติ!
ดวงตาของราชันเทพจุดสาดประกายด้วยพลังลึกลับ ทำให้ทั้งตำหนัก
สั่นสะเทือน
อากาศส่งเสียงหึ่ง เสาขนาดใหญ่ที่ปล่อยลำแสงพลังงาน ถักทอเข้า
ด้วยกันเพื่อสร้างพื้นที่พลังงานบริสุทธิ์ จากระยะไกล มันดูเหมือนผลึก
โปร่งแสงขนาดยักษ์ที่แยกทุกอย่างออกไป
การซ่อมแซมโซ่แห่งภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถรับ
การรบกวนใดๆได้เลย
อาคมผลึกปกคลุมสี่ผู้ทรงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์เทพและผู้
ทรงพลังชาวสวรรค์ ป้องพวกเขาจากอิทธิพลภายนอกใดๆ
ในเมื่อชาวสวรรค์ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมซ่อมแซมโซ่แห่งภัยพิบัติ ผู้
ที่จะซ่อมแซมก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือของผู้ทรงพลังชาว
สวรรค์ มันก็โอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงกว่ามาก
หลินหมิงยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเขาจ้องมองเข้าไปในผลึกพลังงาน
ทรงกลม
ผู้ทรงพลังทั้งสี่ยืนเหนือโซ่แห่งภัยพิบัติ พวกเขาถือประกาศิตแห่ง
เทพทั้งสามที่หลินหมิงได้ซ่อมแซม
ประกาศิตแห่งเทพแต่อันบรรจุออร่าเต๋าอันยิ่งใหญ่ของ 33 สวรรค์
ออร่าที่บริสุทธิ์อย่างไร้เปรียบนี้หลั่งไหลออกมาอย่างไร้สิ้นสุด ทำให้หัวใจ
ของผู้หนึ่งเต้นรัว
ฟริ้ว!
ราชันสวรรค์เผ่าพันธุ์เทพเป็นคนแรกที่ลงมือ โลหิตพุ่งออกจากรูขุม
ขนบนแขน
นี่คือสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพที่บริสุทธิ์ มันบรรจุออร่าของปีอันเนิน
นาน ยืนประจักษ์พยานถึงอารยธรรมอันรุ่งโรจน์เมื่อครั้งหนึ่งของเผ่าพันธุ์
เทพบรรพกาล
โลหิตบานสะพรั่งด้วยแสงใส ในท่ามกลางแสงนี้ ผู้หนึ่งจะได้ยินเสียง
มังกรคำรามและฟีนิกซ์กู่ร้อง
แม้ว่าหลินหมิงจะยืนห่างออกไปหนึ่งร้อยฟุต แต่เขาก็ยังรู้สึกกดดัน
อย่างหนัก
“นี่คือความแข็งแกร่งสายเลือดบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์เทพ… เหลือเชื่อ
มันยิ่งใหญ่กว่าสายเลือดชาวภูติเทพ…”
ดวงตาของหลินหมิงจับจ้องที่โลหิตอย่างไม่กะพริบ พลังวิญญาณของ
เขาเพิ่มขึ้นภายในตัวและแรงกดดันรอบข้างลดลงอย่างมาก พลังแห่ง
สายเลือดที่ปล่อยออกมาจากราชันสวรรค์สูงสุดนั้นยากแม้แต่สำหรับ
ราชันพิภพสามัญที่จะต้านทานได้
เลือดโลหิตบริสุทธิ์ไหลลงอย่างช้าๆ ลอยอยู่ในอากาศราวกับว่ามัน
เป็นดวงดาวโบราณและเคร่งขรึม ฉายแสงอยู่บนท้องฟ้า มันเปล่งพลังอัน
ห่างไกลและไร้ขอบเขต ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ประกาศิตแห่งเทพ
หลังจากที่ประกาศิตแห่งเทพได้ดูดซับโลหิตของเผ่าพันธุ์เทพ แสงสี
แดงเข้มก็ส่องสว่างขึ้นทั่วโลก พลังลึกลับของกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าภายใน
กลายเป็นรูนที่ดังกระหึ่มดั่งขุนเขาที่พังทลายลงมา
ในที่สุด บางคนก็มองเห็นเหล่าราชันเทพที่สูงตระหง่านปรากฏตัวขึ้น
นั่งบนรูน รูม่านตาของพวกเขายิงแสงอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในขณะที่
พลังเลือดมาหศาลโหมกระหน่ำ
ประกาศิตแห่งเทพเปล่งเสียงเลือนรางที่ดูเหมือนจะมาจากอดีตอัน
ยาวนาน ราวกับว่าประกาศิตแห่งเทพกำลังจะมีชีวิตขึ้นมา
ไม่นานหลังจากนั้น ผู้ทรงพลังคนอื่นๆก็ดำเนินการตามเหมาะสม
พวกเขามอบพลังสายเลือดของตนเองให้ผสานกับประกาศิตแห่งเทพที่
เหลือ
ประกาศิตแห่งเทพฉายแสงเจิดจ้าขึ้น ราวกับว่าพวกมันเป้นดวงที่
กำลังระเบิด ทั้งห้องโถงถูกปกคลุมด้วยความสว่างไสว
นี่คือพลังของสมบัติจิตวิญญาณเทพแท้จริง เมื่อสมบัติจิตวิญญาณ
ราชันสวรรค์ถือกำเกิดขึ้น พวกเขามักจะเรียกทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้ จึงมิ
ต้องกล่าวถึงสมบัติจิตวิญญาณเทพแท้จริง
แสงพร่าในดวงตาของหลินหมิงไปชั่วครู่หนึ่ง แต่หลินหมิงก็ไม่จำเป็น
มองด้วยตาเลย แต่เขาสามารถรู้สึกได้ว่าภายในแสงสว่างนั้น พลังงานที่
น่ากลัวกำลังก่อตัวและถูกทำลายพร้อมกับรูนที่เปล่งประกาย…
แสงสีขาวส่องสว่างตลอดทั้งวันทั้งคืนก่อนที่จะค่อยๆหรี่ลง
เมื่อแสงสีขาวหายไป พลังงานของทรงกลมก็จางหายไปด้วย
ผู้ทรงพลังชาวสวรรค์และเผ่าพันธุ์เทพทั้งสี่หน้าซีด ออร่าของพวกเขา
ลดลงเมื่อเทียบกับตอนเริ่มแรก
พวกเขาทั้งหมดนั่งลงบนพื้นและเริ่มเข้าฌาน ฟื้นฟูตนเอง
ในเวลานี้ เสียงที่แผ่วเบาดังก้องไปทั่วอากาศ ราวกับว่ามันมาจาก
โลกเอง มันห่างไกลและลึกลับ
บัวหิมะสีขาวที่ไหลอยู่ภายในคลื่นเสียงเหล่านี้ กำลังเบ่งบานใน
อากาศ
ที่ขอบไกลสุดของท้องฟ้าสีดำสนิท มีเส้นทางสีดำลึกลับปรากฏขึ้น
ทอดยาวไปจนถึงห้องโถงใหญ่
ปลายของเส้นทางอันยิ่งใหญ่นี้ โซ่แห่งภัยพิบัติเปล่งประกายด้วยพลัง
อันไม่รู้จบ มันถูกห่อหุ้มด้วยออร่าลึกลับขณะที่มันปรากฏตัวต่อหน้าทุก
คนในทันใด
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคลี่คลายความลึกลับภายใน
“เครื่องมือวิเศษเทพแท้จริงได้ถือกำเนิดแล้ว สัญญาณอันเป็นมงคล”
บนใบหน้าที่แก่ชราของราชันเทพยิ้มอย่างมีความสุข
โซ่แห่งภัยพิบัติได้รับการซ่อมแซม ตอนนี้ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือเปิด
ดินแดนต้องห้ามอาชูร่า
บางทีดินแดนต้องห้ามอาชูร่าอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาเปลี่ยน
กระแสในมหาภัยพิบัตินี้!