Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,927 พรากจาก
จักรวาลไร้สิ้นสุด พื้นที่อันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขต –
เรือจิตวิญญาณขนาดใหญ่เร่งความเร็วอย่างเงียบๆผ่านอวกาศที่เต็ม
ไปด้วยดวงดาว
เรือจิตวิญญาณนี้มีชื่อว่า ‘ศักราชใหม่’ ชื่อบ่งบอกถึงความปรารถนา
ของชาวมนุษย์ที่จะนำไปสู่ยุคใหม่ที่ซึ่งผู้คนของพวกเขาจะรุ่งเรืองขึ้นอีก
ครั้ง
ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ นาวาแห่งศักราชใหม่จะต้องผ่านโลก
อันยิ่งใหญ่หลายสิบของแดนเทวะก่อนที่จะมาถึงโลกเล็กที่เรียกว่าแดน
หิมะคราม
โลกเล็กนี้ถูกซ่อนอยู่ในมหาสมุทรโกลาหลแห่งดวงดาว หากไม่มีพิกัด
ที่ถูกต้องและมัคคุเทศก์ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหาสถานที่แห่งนี้เจอ
ที่ขอบของแดนหิมะครามนั้นอยู่ติดกับกำแพงอาดูรแห่งเทพ และ
ด้านหลังกำแพงอาดูรแห่งเทพนี้ มันก็เป็นอีกจักรวาลหนึ่งของ 33 สวรรค์
– ซึ่งเป็นจักรวาลรกร้าง
เนื่องจากกำแพงอาดูรแห่งเทพที่แยกจักรวาลรกร้างไม่เคยอ่อนแอลง
จักรวาลนี้จึงไม่มีสิ่งมีชีวิตสิติปัญญาสูงคล้ายมนุษย์ที่ก้าวล้ำเข้ามาเป็น
เวลานาน
หลายเดือนที่ผ่านมา ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ 20 คนถูกส่งไปยังแดน
หิมะครามเพื่อเข้าร่วมและสร้างการเชื่อมต่อผ่านกำแพงอาดูรแห่งเทพ
โดยใช้ประกาศิตอาชูร่าและรักษามันไว้
หลังจากนั้น ผู้โดดเด่นของชาวมนุษย์ก็ผ่านการเชื่อมต่อนี้และเข้าสู่
จักรวาลรกร้าง พวกเขาเร่งไปยังดินแดนที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วสร้างฐาน
ของตนเองเพื่อพัฒนาพื้นที่…
นาวาแห่งศักราชใหม่เป็นสมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์ มันช้า
กว่านาวาแห่งความหวัง และตั้งแต่ต้นจนจบ มันต้องใช้เวลาสองเดือนกว่า
จะถึงปลายทาง
และในระหว่างการเดินทางอันยาวนาน มีหลายเรื่องเกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น สงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่างราชันสวรรค์ยังอยู่และกองทัพ
ชาวภูติเทพ…
ในห้องโถงใหญ่ภายในนาวาแห่งศักราชใหม่ มีผู้โดดเด่นหลายคน
รวมตัวกัน
เขี้ยวมังกร, ซิงชือ, เสี่ยวหมัวเซียน, จุนไป่เยว่, หลินหมิงและแม้แต่อู๋
เยียน…
ผู้เยาว์ที่โดดเด่นเหล่านี้กลับมารวมตัวอีกครั้ง
ย้อนกลับไปในระหว่างงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ
ผู้เยาว์ที่โดดเด่นเหล่านี้มีอายุ 20-40 ปี ตอนนั้นพวกเขามีความคึกคะนอง
สูงและมองไปยังจุดสูงสุด
พวกเขาแสดงความสามารถเหนือเวที่ ดึงดูดความสนใจของจักรวาล
และกลายเป็นที่รู้จักในพันล้านล้านล้านล้านของผู้คน นั่นเป็นช่วงเวลาที่
งดงามอย่างไร้เปรียบ!
และหลังจากผ่านไป 100 ปี พวกเขาก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
แม้ว่าพวกเขาแต่ละคนจะมีความก้าวหน้าอย่างมากในความแข็งแกร่ง แต่
พวกเขาก็ยังต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เผชิญกับมหาภัยพิบัติของ
แดนเทวะ พวกเขาถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านเกิดและกลายเป็นผู้ลี้ภัย…
ในเวลานี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็มองออกไปทางหน้าต่าง มองอวกาศที่เต็ม
ไปด้วยดวงดาว นางลูบท้องของตน มันไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
ต้องการละทิ้งบ้านเกิดและไปยังโลกที่ไม่รู้จัก มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง
ไม่ได้ที่นางจะรู้สึกเศร้าโศกลึกๆในใจ
แต่สิ่งที่นางสามารถมีความสุขได้คือหลินหมิงจะอยู่เคียงข้างนาง
เสมอเพื่อร่วมทางกับนาง
นางมองหลินหมิงอย่างเงียบๆขณะที่เขาเข้าฌานอยู่ในห้องโถงใหญ่
เสี่ยวหมัวเซียนเม้มริมฝีปากของนาง ในมหาภัยพิบัตินี้ หลินหมิงได้กลาย
เป็นเกือบทุกสิ่งของนางไปแล้ว
“ข้าสงสัยว่าผู้อาวุโสของคนของข้าและราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
กำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้…”
อู๋เยียนกระซิบ ยากที่จะทำให้ใจนางสงบ
ด้านข้างนาง ซิงชือกำลังสวดและนับลูกประคำพุทธในมือ จมลึกใน
การเข้าฌาน
เขี้ยวมังกรกอดดาบสีดำของเขา เขามีไวน์อยู่ในมือและดื่มอย่าง
เงียบๆ
ในบางครั้ง เขี้ยวมังกรก็ไปเติมไวน์หนึ่งถ้วย จากนั้น เขาก็ยกมันขึ้น
ในอากาศอย่างเงียบๆแล้วโรยลงไปที่พื้นอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ถอนหายใจ เขารู้ว่าเขี้ยวมังกรกำลังกล่าว
อำลาอาจารย์ของตน…
ในการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างชาวมนุษย์และชาวภูติเทพ ราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะและบางคนอาจจะสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย
แต่ราชันสวรรค์รุ่นเก่าเข้าสู่การต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตาย…
หลินหมิงยืนขึ้นแล้วเดินไปหาเขี้ยวมังกร เขาเข้าร่วมในการดื่มไวน์
หนึ่งถ้วย
แต่ในเวลานี้ ความคิดของเขาสะท้านและเขาเกือบจะล้มลง
“พี่ใหญ่หลิน! เกิดอะไรขึ้น?”
เสี่ยวหมัวเซียนมองหลินหมิงและปฏิกิริยาฉับพลันของเขาทำให้นาง
ตกใจ ด้วยการบ่มเพาะของเขามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะล้มอย่างไม่มี
เหตุผล
“หลินหมิง!”
คนอื่นๆยืนขึ้น พวกเขาทั้งหมดมองหลินหมิงด้วยความกังวล ตอนนี้
เป็นเวลาที่เครียดมาก แม้ว่าพวกเขาจะหลบหนีไปยังจักรวาลที่ค่อนข้าง
ปลอดภัย แต่พวกเขาทุกคนก็ระวังทุกอย่าง การเปลี่ยนแปลงอย่าง
ฉับพลันของหลินหมิงทำให้พวกเขาตื่นตัว
“ข้าไม่เป็นไร…” หลินหมิงโบกมือของเขา สีหน้าค่อนข้างย่ำแย่
ตอนนี้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถ
พรรณนาได้ มันกวาดผ่านห้องโถงนี้ เกือบทำให้จิตใจของเขาตกสู่ภาพ
ลวงตา ในช่วงเวลานี้ จิตใจของเขาก็ถูกทำให้ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์และ
เขารู้สึกราวกับว่าขนนกตกลงไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของตน
ขนนกตัวนี้เรียบง่ายเหมือนขนนกธรรมดา แต่ความธรรมดานี้ทำให้
หลินหมิงตื่นกลัว
นี่เป็นเสี้ยวสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของใครบางคน! ใครบางคนที่มุ่งเป้ามายัง
ที่นี่!
และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ หลินหมิงไม่มีใครตรวจพบได้ก่อนหน้า
หากเขาเป็นคนเดียวที่ได้สัมผัสได้ นั่นหมายความว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์นี้มี
แนวโน้มที่จะมุ่งเป้ามายังคนๆเดียว!
ความคิดนี้ทำให้ฝ่ามือของหลินหมิงเปียกไปด้วยเหงื่อเย็น ไม่ต้องพูด
ถึงความรุนแรงที่น่าสะพรึงกลัวของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีความ
จริงที่ว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่ายได้แทรกซึมผ่านการป้องกันของนาวา
แห่งศักราชใหม่อย่างเงียบๆโดยไม่ทำให้ราชันสวรรค์สูงสุดบนเรืออยู่ได้
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ราชันสวรรค์สามารถทำได้
คนผู้นี้…
เทพแท้จริง!
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขาตกลงไปในทะเลน้ำแข็ง
เขาถูกมุ่งเป้าโดยเทพแท้จริง!
นี่เป็นข้อมูลที่น่ากลัวอย่างมาก!
หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญสูงสุดของแดนเทวะเช่นราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะอยู่ที่นี่ มันก็ไม่มีใครในทั้งเรือจิตวิญญาณนี้ที่จะสามารถต่อสู้กับเทพ
แท้จริงได้!
ยิ่งกว่านั้น แม้แต่นาวาแห่งความหวังก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาไม่ได้มี
ประกาศิตอาชูร่าที่สามารถทำลายเทพแท้จริงอยู่ได้…
ในสถานการณ์เช่นนี้ การถูกมุ่งเป้าโดยเทพแท้จริงนั้นก็เหมือนกับที่
ถูกตัดสินประหารชีวิต!
“มันมีเป้าหมายที่ข้าโดยเจตนา…”
แขนขาของหลินหมิงเย็นขึ้น เขาไม่เชื่อว่าจะมีเทพแท้จริงบังเอิญผ่าน
มาและใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในการตรวจสอบเรือจิตวิญญาณนี้…
ด้วยความมั่นใจ 99%, คนผู้นี้กำลังมองหาเขา!
“พี่ใหญ่หลิน เกิดอะไรขึ้น!?”
เสี่ยวหมัวเซียนมองดูหลินหมิงอย่างใจจดใจจ่อ เต็มไปด้วยความ
กังวลบนใบหน้าของนาง
“ท่านหลิน เกิดอะไรขึ้น? ในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องซ่อนอะไรจากเรา
เราทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ปัญหาทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยกัน
หากเราแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ยังมีราชันสวรรค์ที่สามารถช่วยเหลือได้”
ซิงชือพูดอย่างช้า หลินหมิงถอนหายใจอย่างขมขื่น นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่
ราชันสวรรค์ก็ไม่สามารถแก้ไขได้…
“ข้าไม่เป็นไร ข้าแค่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ในใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งที่
เลวร้ายเกิดขึ้น”
ในที่สุดหลินหมิงก็ไม่ได้พูดความจริง นี่เป็นเพราะเขาไม่แน่ใจอย่าง
แน่นอนและเพราะไม่มีความหมายในการพูดมันไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
กลับกัน มันจะทำให้เสี่ยวหมัวเซียนและคนอื่นๆตื่นตระหนกโดยไม่มี
เหตุผลที่ดี ในขณะนี้ ไม่มีใครที่สามารถหยุดเทพแท้จริงได้
มันจะเหมือนกับบอกทุกคนว่าพวกเขากำลังจะตาย
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ เมื่อเทพแท้จริงนี้ตามมาทัน ทุก
คนในเรือจิตวิญญาณนี้จะถูกฝังไปพร้อมกับเขา!
คำพูดของหลินหมิงทำให้ทุกคนสงสัย เชื่อเพียงครึ่งหนึ่ง กลับกัน
เมื่อชะตากรรมของนักสู้ถูกรวบรวมมาในระดับหนึ่ง พวกเขาอาจมีลาง
สังหรณ์แปลกๆที่ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติได้
ลางสังหรณ์เลวร้ายของหลินหมิงเมื่อครู่… อาจมีปัญหาบางอย่างใน
แนวหน้าหรือไม่?
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะประสบอุบัติเหตุ?
เมฆมืดมนก่อตัวขึ้นเหนือหัวใจของทุกคน ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
เป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาวมนุษย์ ถ้านางเสียชีวิต ไม่ต้องพูดถึง
การสูญเสียกำลังหนัก แต่ขวัญกำลังใจของผู้คนจะตกลงมากเกินไป
ในที่สุด ทั้งกลุ่มก็เงียบลง ในช่วงเวลานี้ หลินหมิงกำหมัดของเขา
หัวใจและความคิดวิ่งพล่าน
ความรู้สึกที่น่ากลัวนั้นเหมือนกับการเรียกหาของเทพแห่งความตาย
มันจะมาอีกครั้งหรือไม่?
หลินหมิงคิด และหลังจากผ่านไป 15 นาที่ สัมผัสที่น่ากลัวก็
ครอบคลุมหลินหมิง!
คราวนี้ สัมผัสเบาบาง เหมือนขนนกที่ข้ามผ่านจิตใจของหลินหมิงอ
ย่างอ่อนโยน แต่แรงกดดันที่เกิดขึ้นเกือบทำให้ทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
เขาตกลงสู่ความสับสนวุ่นวาย
ยิ่งกว่านั้น ความรู้สึกนี้นำมาซึ่งความบริสุทธิ์และชัดเจน… จิตสังหาร
!!
ละเอียดอ่อนราวกับขนนก จิตสังหารที่ทำให้ผู้หนึ่งต้องจมอยู่ใน
ความสิ้นหวัง!
เทพแท้จริงได้มุ่งเป้ามาที่เขาอย่างแท้จริง!
ขนนกนี้เป็นตราประทับของเทพแท้จริง
โดยการด้วยจ่ายราคาที่เพียงพอและใช้พลังวิญญาณจำนวนหนึ่ง มัน
สามารถค้นหาผ่านจักรวาลที่กว้างใหญ่สำหรับ ‘ลักษณะเฉพาะ’ เหล่านี้
และทำติดตามตำแหน่งของบุคคล
ในอดีตที่ผ่านมา ราชาเทพมหาพรหมไม่ได้ค้นหาในพื้นที่ขนาดใหญ่
เกินไป จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะพบหลินหมิง
แต่คราวนี้ อีกฝ่ายค้นหาทั้งแดนเทวะมาสู่หลินหมิง!
พลังเหนือธรรมชาติเช่นนี้ทำให้หลินหมิงจมอยู่ในความสิ้นหวัง!
“สวรรค์ เจ้าปรารถนาที่จะจบชีวิตของข้าจริงหรือ? ข้าพาตัวเองให้
ปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของนักสู้ แต่ข้ากลับต้องพินาศที่นี่?”
หลินหมิงยิ้มอย่างเศร้าใจ ชาวภูติเทพประเมินค่าเขาไว้สูงจริงๆ หาก
เขาไม่ผิด ชาวภูติเทพได้ส่งเทพแท้จริงมาเพื่อตามล่าและฆ่าเขาโดยเฉพาะ
ปัจจุบันเขายังไม่มีพลังที่จะต่อสู้กับราชันสวรรค์ แต่ตอนนี้ศัตรูกลับ
ได้ส่งเทพแท้จริงมาเพื่อฆ่าเขา ช่างทุ่มเทต่อเขาอย่างแท้จริง!
พวกเขาต้องการใช้ประโยชน์จากเวลาก่อนที่เขาจะเติบโต กำจัดเขา
ตัดปัญหาใดๆในอนาคต!
หลินหมิงลุกขึ้นยืนอย่างเลื่อนลอย
ตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวไปบนเส้นทางแห่งนักสู้จนถึงตอนนี้ เขาต้อง
เผชิญหน้ากับความตายมาหลายครั้งหลายครา แต่ไม่เคยมาก่อนเขารู้สึก
สิ้นหวังเช่นวันนี้มาก่อน!
“หลินหมิง, เจ้า…”
อู๋เยียน, ซิงชือ, จุนไป่เยว่ และคนอื่นๆมองดูที่หลินหมิง พวกเขารู้สึก
ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้าพยายามซ่อนอะไร?
“ไม่มีอะไร” ทันใดนั้น หลินหมิงก็ยิ้ม แต่รอยยิ้มเขาก็ค่อนข้างเศร้า
“ข้าขอโทษ ข้า… คิดว่าข้าจะไม่สามารถไปยังจักรวาลรกร้างกับพวกเจ้า
และเปิดโลกใหม่ได้…”
“อะไรกัน!?”
คำพูดไม่กี่คำของหลินหมิงทำให้ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เสี่ยวหมัวเซียนที่รู้สึกว่าหัวใจของนางบีบรัด
“ทำไมกัน!?”
น้ำตาเริ่มปรากฏที่มุมดวงตาของเสี่ยวหมัวเซียน นางกัดริมฝีปาก
แล้วจ้องที่หลินหมิง เสียงของนางสั่น
หลินหมิงมองไปที่เสี่ยวหมัวเซียน หัวใจของเขาไว้ทุกข์ เขาไม่
สามารถอยู่บนเรือจิตวิญญาณนี้ได้ เพราะมันจะหมายถึงทุกคนที่จะต้อง
ตายอย่างเปล่าประโยชน์ แม้แต่จุดรวมตัวของชาวมนุษย์ก็ยังจะถูก
เปิดเผย
เขาอยากจะบอกว่าเขาถูกเทพแท้จริงมุ่งเป้า แต่เมื่อเขาเห็นดวงตาที่
อาบน้ำตาของเสี่ยวหมัวเซียน เขาก็ไม่สามารถหาพูดคำได้…
เขาไม่ต้องการให้เห็นภาพสุดท้ายของเขาในใจเสี่ยวหมัวเซียนจากไป
โดยที่กำลังจะตาย
ยิ่งกว่านั้น เขารู้ว่าถ้าเขาพูดคำพูดเช่นนี้ ถ้าเสี่ยวหมัวเซียนรู้ว่าเขาจะ
ตายอย่างไม่ต้องสงสัย นางจะไม่ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว นางจะตายไป
กับเขา
ในที่สุดหลินหมิงกล่าวว่า “มีบางเรื่องที่ข้าต้องเข้าร่วม ข้าจะจากไป
ก่อน…”
ได้ยินหลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียนก็ตอบสนองอย่างรีบเร่งและโผล่เข้าสู่
อ้อมแขนของเขา นางจับเขาอย่างแน่นหนาราวกับปล่อยไปจะหมายถึง
การสูญเสียเขาไปตลอดกาล
“พาข้าไปกับเจ้า”
เสี่ยวหมัวเซียนได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยเขาไป นางมีลาง
สังหรณ์ใจในใจของนางว่าหลังจากจากไปนี้นางจะไม่ได้เห็นหลินหมิงอีก
เลย
หลินหมิงรู้สึกว่าเสี่ยวหมัวเซียนสั่นในอ้อมแขนของเขา เขาไม่รู้ว่า
รสชาติในใจของตนคืออะไร แต่ในที่สุดเขาก็ผลักนางออกไป แสดงสีหน้า
มั่นคงในขณะที่เขาพูดว่า “หยุดเรื่องไร้สาระนี้ ไม่เพียงแต่เจ้าจะไม่
สามารถช่วยข้าได้ แต่เจ้าจะถ่วงข้าด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะตายอย่าง
แน่นอน!”
คำพูดที่ไร้หัวใจของหลินหมิงและสีหน้าที่ไร้หัวใจของเขาทำให้
เสี่ยวหมัวเซียนตกตะลึง
ผู้โดดเด่นคนอื่นๆก็ทำอะไรไม่ได้ แต่พวกเขารู้ว่ามีบางอย่างเกิด
ขึ้นกับหลินหมิง
มันเป็นเพียงแค่ว่าเขาไม่เต็มใจที่จะบอก
“ถ้าเจ้าไปเช่นนี้ ราชันสวรรค์ในคณะเราจะไม่เห็นด้วย”
จุนไป่เยว่ขมวดคิ้ว แม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็รู้สึกเลือน
รางว่าเหตุผลที่หลินหมิงจากไปก็เพื่อชีวิตของทุกคนบนเรือ
“ในเวลานี้ ไม่มีใครในพวกเรากลัวความตาย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เขี้ยวมังกรกล่าวในลักษณะที่ตรงไปตรงมามากกว่าคนอื่นๆ เขาดึงดาบ
ออกมา
“ข้าจะอธิบายต่อราชันสวรรค์ที่นำทางด้วยตัวเอง ถ้าข้าจากไป มันก็
ยังมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ ถ้าข้าอยู่ ข้าจะตาย”
หลินหมิงหันไปเมื่อเขาพูด ในการออกจากเรือจิตวิญญาณ เขาต้อง
แจ้งราชันสวรรค์ในห้องควบคุมหลักเพื่อที่พวกเขาจะได้เปิดประตู
ในเวลานี้ เสี่ยวหมัวเซียนยังคงจับหลินหมิงไว้อีกครั้ง
“พี่ใหญ่หลิน…” เสี่ยวหมัวเซียนดูเหมือนจะหมดกำลังเมื่อนางจับ
แขนของหลินหมิง น้ำเสียงของนางขอร้องอย่างมาก
“เจ้าจำงานงานเลี้ยงฉลองชันษาของจักรพรรดิอสูรได้หรือไม่โดยที่
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมาเพื่อขอแต่งงานกับข้า แต่เจ้าเอาชนะเขา
และแต่งงานกับข้าแทนมิใช่หรือ?
“ในงานเลี้ยงฉลองชันษาเจ้านั้นแข็งแกร่ง ก้าวร้าวและมิอาจหยุดยั้ง
ผู้ปกครองในจักรวาลมากมายถูกกำราบโดยเจ้า และนั่นก็เป็นวันที่มี
ความสุขที่สุดในชีวิตของข้า
“ข้าละทิ้งคนของข้า ละทิ้งปู่ของข้า และเลือกที่จะติดตามเจ้าไปสู่
จักรวาลรกร้าง ถึงกระนั้น ข้าก็ไม่เคยเสียใจในการตัดสินใจของข้า ไม่เลย
สักครั้งเพราะไม่ว่าข้าจะมีเจ้า… แต่… เจ้ากลับต้องการให้ข้าสูญเสีย
แม้กระทั่งเจ้า”
คำพูดของเสี่ยวหมัวเซียนเหมือนมีดที่เสียบเข้าไปในหัวใจของหลินห
มิง
ร่างกายของหลินหมิงสั่น หัวใจของเขาเจ็บปวดมากจนไม่สามารถ
หายใจได้ เขาหันไปหาเสี่ยวหมัวเซียนเพื่อมองนางร้องไห้
ในที่สุดเขาก็กอดนางไว้
เขาเอนตัวไปที่หูของนางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดูแลลูกของ
เราด้วย เขาคือ… การสืบทอดชีวิตข้า…”
หลินหมิงไม่รอช้าอีกต่อไป เขาก้าวออกไป ทิ้งไว้เบื้องหลังด้วยความ
ทุกข์ของเสี่ยวหมัวเซียน
นางล้มลงอย่างไร้ประโยชน์ข้างกำแพง จ้องมองที่ด้านหลังของ
หลินหมิงในขณะที่เขาหายตัวไปในทางเดินของเรือ…
…….
ประตูของนาวาแห่งศักราชใหม่เปิดออก
ร่างหนึ่งออกจากเรือจิตวิญญาณไปอย่างเงียบๆ มุ่งหน้าสู่อวกาศ
หลินหมิงไม่ได้ปกปิดอะไรเลยจากราชันสวรรค์ที่เป็นผู้นำเรือและ
อธิบายทุกสิ่งที่เขาทำได้
แม้ว่าทุกคนเต็มใจที่จะเข้าร่วมกับหลินหมิงในการต่อสู้ที่เต็มไปด้วย
เลือด แต่การเสียสละทุกคนอย่างไร้สตินั้นไม่มีความหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้
ที่อยู่บนนาวาแห่งศักราชใหม่เป็นความหวังในอนาคตของชาวมนุษย์…
เช่นนี้ หลินหมิงก็จากไป
ในจักรวาลไร้สิ้นสุด หลินหมิงก็โดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ…
“ชีวิต, มันช่างเล็กน้อยยิ่ง…”
หลินหมิงมองไปยังอวกาศที่ไร้สิ้นสุดรอบตัวเขา มันดำรงอยู่เป็นเวลา
หลายพันล้านปีหรือแม้กระทั่งล้านล้านปี
เมื่อเปรียบเทียบกับจักรวาล ชีวิตของเขาก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
แม้แต่จ้าวพิภพไร้เปรียบในประวัติศาสตร์ก็ยังหายตัวไปและ
กลายเป็นฝุ่น
หลายปีต่อจากนี้ เขาเองจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเม็ดฝุ่นหรือไม่?