Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,929B - กับดักอันงดงาม
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่มีใบมาก มีกิ่งเดียวที่แผ่ออกไป บิดคล้ายมังกร
ทรงพลัง
ในกิ่งนี้มีผลไม้สองลูกแปลกๆ
ผลไม้ทั้งสองนี้มีรูนของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่ควบแน่นบนพวกมัน พวกมัน
ดูเหมือนผลไม้เต๋าอายุหลายร้อยล้านปีที่รวบรวมพลังปราณโลก ทำให้
ผู้คนที่เห็นต้องการกินพวกมันทันที่
หลินหมิงตกตะลึงอยู่นาน นี่คือโอสถสวรรค์และปฐพีที่เกิดมาจาก
โลกที่แปลกประหลาดนี้?
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอื้อมมือหยิบผลไม้มา แต่ช่วงเวลาที่เขายื่น
มือออกไป หนึ่งในสองผลไม้บินเข้ามาในมือของเขาเอง
ราวกับว่าผลไม้เหล่านี้มีโชคชะตาที่จะอยู่กับหลินหมิง
“นี่เป็นผลไม้เช่นใดกัน?”
หลินหมิงไม่รู้ว่านี่คืออะไร แต่เขาก็มั่นใจว่าผลไม้เหล่านี้ไม่ใช่สิ่ง
ธรรมดา พวกเขาเป็นสมบัติบริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้ ถ้าเขาต้องอธิบายระดับ
พวกมัน อย่างน้อยพวกมันก็จะอยู่ในระดับเทพแท้จริงสูงสุดหรือสูงกว่า…!
นี่อาจเป็นสิ่งที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าปลูกไว้ในอดีตใช่หรือไม่?
หลินหมิงคิดได้เช่นนี้ เนื่องจากเขาใช้ประกาศิตอาชูร่ามาที่นี่ มันจึง
ไม่แปลกเลยถ้าผลไม้นี้จะเกี่ยวข้องกับจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
แต่คำถามคือ ถ้านี่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าปลูก
ไว้จริงๆ มันได้เติบโตที่นี่เป็นเวลาหมื่นล้านปีเลยหรือ?
มีรูปแบบชีวิตที่สามารถอยู่ได้นานกว่าหมื่นล้านปีด้วยหรือ?
หลินหมิงมองดูผลไม้ในมือของเขา รูนของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่ควบแน่น
บนผลไม้ไม่สามารถปลอมแปลงได้ เขาลังเลแล้วก็กัดกิน
ในเวลานี้ เขาไม่สามารถกังวลกับการใช้ผลไม้นี้เพื่อการเล่นแร่แปร
ธาตุและเขาไม่สามารถพิจารณาว่าร่างกายของเขาสามารถทนต่อการกิน
ผลไม้เต๋าได้หรือไม่
เขาอยู่ในสภาพสิ้นหวังแล้ว!
เขาหวังอย่างแรงกล้าว่าจะพลิกผันสิ่งต่างๆได้ เขาปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง
เปลือกของผลไม้บางมากและเนื้อใสอย่างสมบูรณ์เหมือนกับวุ้น
ในขณะที่เขากัด มันก็ละลายในปาก หวานมากจนถึงจุดที่มันทำให้มึนเมา
หลินหมิงสาบานว่าเขาไม่เคยกินอะไรอร่อยเช่นนี้มาก่อน เขาไม่เคย
เป็นคนตะกละ แต่เมื่อเขากินผลไม้นี้ เขาก็กินอย่างไม่หยุด
หลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบลมหายใจ หลินหมิงก็กินผลไม้นี้เสร็จ
เขาเลียแม้กระทั่งมือและริมฝีปาก
หลังจากนั้น เขาก็รอให้พลังของผลไม้ปะทุอยู่ภายในตัว โดยทั่วไป
แล้ว ยิ่งวัสดุสวรรค์อยู่ในระดับสูง มันก็จะยิ่งปะทุพลังอันน่ากลัว หากนัก
สู้ไม่สามารถต้านทานสิ่งนี้ได้ ร่างกายของพวกเขาจะระเบิดและตายไป
เขาวางแผนที่จะย่อยผลไม้นี้แล้วเลือกผลไม้ที่สอง
แต่หลังจากรอเวลากว่าหนึ่งชั่วธูป มันก็ไม่มีการปะทุพลังขึ้น
กลับกัน หลินหมิงรู้สึกถึงความสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความร้อนไหลผ่านเขา กระจายไปทั่วร่าง ท่วมท้นเส้นชีพจร เนื้อ
หนังและโลหิตทุกตารางนิ้ว มันยังเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ ทำให้เขา
รู้สึกมึนเมา
ร่างกายของเขาร้อนขึ้นเรื่อยๆ จิตใจเขามึนราวกับว่าเมาสุรา ทั้งร่าง
รู้สึกสบาย
เขาต้องการที่จะนอนลงบนพื้นและหลับไป
ใต้ต้นไม้อันสูง หญ้าหนาทึบและมีกลิ่นหอมกลายเป็นเตียงธรรมชาติ
เมื่อหลินหมิงกำลังคิดสิ่งนี้ หัวใจของเขาเย็นเฉียบขึ้น เขาเกิด
ความรู้สึกขนลุกทันใด
เขาหันไปมองก็เห็นว่าห่างออกไปเพียงสามฟุต หญิงคนหนึ่งปรากฏ
ขึ้น!
เหมือนว่านางยืนอยู่ที่นั่นมานานแล้ว และเนื่องจากหลินหมิงกิน
ผลไม้ เขาจึงไม่สามารถตรวจพบนางได้
ผู้หญิงคนนี้มีผมสีดำและใบหน้าของนางถูกคลุมด้วยผ่านม่านสีเข้ม
ทำให้ไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของนางได้ ดวงตาของนางลึกประดุจกับ
ท้องฟ้ายามราตรี ลึกล้ำจนผู้หนึ่งจะตกอยู่ภายใต้มันเพียงการชำเลืองครั้ง
เดียว…
“เจ้า…”
หลินหมิงต้องการเพ่งมองไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ แต่ในขณะที่
เขาทำเช่นนั้น เขาก็ไม่สามารถรักษาช่วงเวลาสั้นๆของความสุขุมที่เขาเพิ่ง
ได้รับ ความร้อนแรงและการวิงเวียนหัวทำให้ร่างกายของเขาสั่นอีกครั้ง
ทำให้ปฏิกิริยาตอบโต้ของเขาช้าลงและจำกัดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไว้ไม่เกินสาม
ฟุตจากร่างกาย ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
ราชาเทพขนวิหคเหินหาว?
หลินหมิงคิดได้ในทันที่ เขาต้องการที่จะสัมผัสแหวนมิติของตน แต่
เขาพบว่าแขนของเขาไม่ฟังคำสั่ง
เกิดอะไรขึ้น…
หลินหมิงมีความรู้สึกถึงลางสังหรณ์ ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะเป็น
ผู้หญิงที่เขาเพิ่งเห็นก่อนหน้า นางตั้งใจล่อลวงเขามาที่นี่เพื่อกินผลไม้นั้น
หรือไม่?
จากสิ่งที่หลินหมิงเห็น ผลไม้นี้ควรจะเป็นผลไม้เต๋าที่ปราณของโลก
มานับร้อยล้านปี มันไม่ควรเป็นพิษ
ยิ่งกว่านั้น… เมื่อมองภาพกว้าง แม้ว่าผลไม้เต๋านี้เป็นพิษ แต่มันย่อม
เป็นพิษล้ำค่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุใดต้องใช้มันให้เสียเปล่าไปกับเขา?
หญิงชุดดำคนนี้แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นถ้านางสามารถฆ่า
เขาได้ง่าย เหตุใดจึงต้องใช้ยาพิษ?
ความลึกลับทุกประเภทผ่านเข้ามาในจิตใจของหลินหมิง เขารู้สึกว่า
จิตสำนึกของตนเริ่มพร่าเลือนมากขึ้น เขาโซเซไปทางนาง
อารมณ์ที่ซับซ้อนเปิดเผยในสายตาของนาง
นางยืนอยู่ตรงนั้น แต่นางไม่ได้หลีกเลี่ยงหลินหมิง
ในขณะที่หลินหมิงกำลังจะตกอยู่ในอ้อมแขนของนาง ในช่วงเวลา
สุดท้าย เขาใช้มือเกาะบนไหล่ของนางเพื่อพยุงตัวเอง ชั่วเวลาหนึ่ง
ใบหน้าของหลินหมิงก็ห่างจากนางเพียงไม่กี่นิ้ว
ในระยะใกล้หลินหมิงจะได้กลิ่นหอมจากร่างกายของนาง และเห็น
ลูกตาทั้งสองของนางที่เป็นเหมือนทะเลสาบแห่งฤดูใบไม้ผลิ หัวใจของ
หลินหมิงสะท้าน
“เจ้าคือ… เซิ่งเหม่ย??”
หลินหมิงตกตะลึง ในระยะใกล้ เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้กลับเป็นเซิ่ง
เหม่ย?
ออร่าที่คุ้นเคยและดวงตาที่คุ้นเคยเหล่านี้ เขาไม่สามารถมองผิดไป
ได้! และราชาเทพขนวิหคเหินหาวนี้ก็ไม่ควรที่จะเบื่อและพยายามหลอก
เขาโดยเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของนางเป็นเซิ่งเหม่ย
หญิงชุดดำถอนหายใจเบาๆ นางถอดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นภาพ
ใบหน้าอันงดงาม ใบหน้าที่สามารถทำให้พระจันทร์ต้องเแียงอายและทำ
ให้โลกสลัว
หลินหมิงไม่เคยเห็นเซิ่งเหม่ยใกล้เช่นนี้มาก่อนเลย
ผิวของนางสมบูรณ์ไร้ที่ติและดูเหมือนจะเปล่งประกายของดวง
จันทร์ออกมาเล็กน้อย ดวงตาของนางสดใสและลึกราวกับว่าพวกเขามี
ดาวอมตะ
นางเป็นเทพธิดาแห่งชาววิญญาณซึ่งเป็นหญิงไร้เปรียบในโลกหล้า
ร่างของนางถูกปกคลุมไปด้วยความลึกลับ ทำให้ไม่สามารถเห็น
เป้าหมายของนางได้ตลอดกาล
แต่ในวินาทีต่อมา มันก็มีบางสิ่งที่น่าแปลกใจเกิดขึ้น เช็งเหม่ยก้าวไป
ข้างหน้าและแขนของนางบิดไปมาใต้แขนของหลินหมิง จับตัวเขาไว้แน่น
ชั่วครู่หนึ่ง ความรู้สึกดั่งหยกอุ่นได้สัมผัสอกของเขา กลิ่นของผู้หญิง
ทำให้จิตใจเขาสงบ หลินหมิงไม่เคยมีสัมผัสเช่นนี้มาก่อน
แต่หลินหมิงไม่ได้สูญเสียความคิดของเขา เขาต้องการที่จะผลักเซิ่ง
เหม่ยออกไปโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะไม่รู้ว่าชาววิญญาณกำลังวางแผน
อะไร แต่เขาก็รู้ว่าเซิ่งเหม่ยไม่ใช่พันธมิตรของชาวมนุษย์
“เจ้า… เจ้าจัดการให้ข้ามายังที่นี่หรือ?”
หลินหมิงตระหนักได้ถึงความเป็นไปได้นี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับ
ประกาศิตอาชูร่า เหตุผลไม่ใช่เพราะหยกจักรพรรดิหรือเพราะเขาถ่ายเท
พลังงานมากเกินไป แต่เพราะมีคนจัดการอย่างจงใจ!
เซิ่งเหม่ยไม่พูด นางจับหลินหมิงแล้วมองไปยังต้นไม้ที่มีผลไม้ลึกลับ
ข้างหลังเขา นางยื่นมือออกมา แล้วผลไม้ที่เหลือก็ลอยมายังมือ
เมื่อเห็นอย่างนี้ ความคิดของหลินหมิงก็เย็นเฉียบ “นี่เป็นผลไม้
เช่นใดกัน?”
“มันมาจากซากแดนปฐมกาล, ผลไม้แปลกๆของอเวจีทมิฬ มันมี
เอกลักษณ์เฉพาะ เต๋าอันยิ่งใหญ่ของโลกถูกควบแน่นอยู่ในนั้น และการ
กินมันมีผลประโนชย์อย่างมากต่อการบ่มเพาะและรากฐาน แต่มันมีการ
ล่อลวงหัวใจปีศาจที่ไม่มีใครสามารถต้านทาน…”
“อะไรกัน?”
หลินหมิงสั่นเทา อเวจีทมิฬ!
เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ร่างกายของอสูรโลกันต์ที่ราชันสวรรค์
บรรพกาลยึดและจอมเขมือบ ทั้งสองมาจากอเวจีทมิฬ!
จากสถานที่ที่ชั่วร้ายและน่ากลัว มันหลับมีผลไม้เต๋าลึกลับเช่นนี้อยู่?
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการล่อลวงหัวใจปีศาจ…
ทันใดนั้น หลินหมิงก็ค้นพบว่าการควบคุมร่างกายของเขายากขึ้น
เรื่อยๆ ความปรารถนาที่อธิบายไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเอวของเขา
ในหน้าอกของเขา ร่างกายของเซิ่งเหม่ยดูเหมือนจะมีเสน่ห์ไร้สิ้นสุด
ซึ่งทำให้เขาสูญเสียเหตุผลทั้งหมดไปอย่างช้าๆ
“เจ้าทำให้ข้ากิน… ยากำหนัดหรือ?”
หลินหมิงไม่กล้าเชื่อสิ่งนี้ แผนการของเซิ่งเหม่ยคืออะไรกัน?
เขาสามารถยืนยันได้ว่าเซิ่งเหม่ยมีแก่นพลังหยินบริสุทธิ์ที่ทรงพลัง
อย่างเหลือเชื่อ ตลอดทั้งเจ็ดการจุติใหม่ของนาง หยินบริสุทธิ์ของนางก็ไม่
เคยถูกแตะต้อง กลับกัน มันมีการรวบรวมและสะสมจนถึงระดับที่มิอาจ
คาดคิด หากใครบางคนสามารถรับเอาหยินบริสุทธิ์ของเซิ่งเหม่ยไปได้ นั่น
จะเป็นผลประโยชน์อย่างที่ไม่อาจจินตนาการ!
แต่หลินหมิงไม่เชื่อว่าเซิ่งเหม่ยยินดีที่จะมอบหยินบริสุทธิ์ให้เขา
ถ้าเช่นนั้นแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หลินหมิง, ข้าขอโทษ…”
เซิ่งเหม่ยกระซิบ “เจ้าหัวรั้นจนเกินไป หากเจ้าเลือกที่จะจากไปกับ
ข้าด้วยความเต็มใจเป็นเวลาร้อยล้านปีแล้ว เจ้าจะไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
… ข้าได้บอกเจ้าไปแล้ว เจ้าจะไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้…”
เสียงของเซิ่งเหม่ยนั้นเต็มไปด้วยความเสียใจ ฉากที่ครั้งหนึ่งนางเคย
แสดงออกมานั้นเป็นความปรารถนาในใจของนาง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการปฏิเสธของหลินหมิง ความหวังทั้งหมด
จึงเลือนหายไป
“หากเจ้าถูกลิขิตให้ถูกทำลาย เจ้าก็ควรจะ… ถูกทำลายด้วยมือของ
ข้า…”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของนางเริ่มซึมด้วยน้ำตา นาง
แยกริมฝีปากสีแดงแล้วสูดลมหายใจเบาๆ ผลไม้เต๋าลึกลับในมือของนาง
แตกแล้วละลายเป็นน้ำผลไม้ที่หอมหวานที่ไหลเข้าปากของนาง
ขณะที่นางกลืนน้ำนี้ลงไป ความร้อนก็แผ่ซ่านภายในตัวนาง
หลินหมิงไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาได้อีกต่อไป เขาพยายาม
ทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อระงับเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาในตัว แต่เขา
ก็ขาดความสามารถในการทำเช่นนั้น
พลังกระตุ้นราคะนี้แข็งแกร่งเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกประเด็น
หนึ่ง และนั่นก็คือเซิ่งเหม่ยที่อยู่ในอ้อมอกของเขาเป็นหญิงที่สมบูรณ์แบบ
งามอย่างไร้เปรียบในจักรวาล มีชายนับไม่ถ้วนที่คลั่งไคล้นาง!
“มันไร้ประโยชน์ ผลไม้นี้คือการควบรวมเต๋าอันยิ่งใหญ่ของโลกและ
ยังมีพลังกระตุ้นราคาอันรุนแรง ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ ไม่ว่าจะเป็น
เจ้าหรือข้า…”
ฤทธิ์ของผลไม้ยังไม่ได้ส่งผลภายในเซิ่งเหม่ยอย่างเต็มที่ นางยังคงตื่น
รู้อยู่ขณะที่นางกับหลินหมิงล้มลงบนหญ้านุ่มๆ
จากนั้น นางก็ค่อยๆถอดเสื้อผ้าของตนเองออก
ชุดสีดำตัดกับร่างไร้ตำหนิที่ดุจหยกขาวของนาง
ขายาวและเรียวของนาง รูปร่างไร้ที่ติ ส่วนโค้งเว้าเต็มรูป ความ
ภาคภูมิใจและสูงส่ง นิ้วมือที่อ่อนโยนของนาง ทุกส่วนของนางเป็นดั่ง
ชิ้นงานศิลปะอันสมบูรณ์แบบ เซิ่งเหม่ยที่เปลือยเปล่านั้นกลมกลืนไปกับ
ทิวทัศน์โดยรอบ บังเกิดภาพที่งดงามหาใดเปรียบในโลก
แสงแดดที่อบอุ่นอาบบนร่างของเซิ่งเหม่ย ร่างของนางพร่าภายใต้
แสงสว่าง ทำให้ดูเฉกเช่นเทพธิดาอมตะ
นางไม่เคยเปลือยเปล่าต่อหน้าชายใดมาก่อน แต่ในเวลานี้นางก็มิได้
เอียงอาย
นางคุกเข่าลงเบาๆข้างหลินหมิง และแนบร่างกายของนางลงบนตัว
เขา นางกอดเขาไว้และจูบเขาอย่างช้าๆ
ในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้แล่นผ่านหลินหมิง เขา
พยายามอย่างที่สุดที่จะผลักนางออกไป แต่ร่างกายของเขาไม่เชื่อฟัง แขน
ของเขาไขว้ข้างใต้นางและกอดนางไว้เบาๆ
ร่างที่ร้อนระอุของเขาเผยให้เห็นการตอบสนองที่ดุดัน
“เจ้า… สิ่งที่เจ้าต้องการคือ… วิญญาณนิรันดร์ของข้า”
หลินหมิงพยายามพูด แสงสว่างเล็กน้อยสุดท้ายในใจของเขากำลังจะ
ดับไป
“ถ้าเจ้าวางแผนไว้แล้ว… เหตุใดต้องรอจนถึงวันนี้… เจ้าสามารถเอา
วิญญาณนิรันดร์ของข้าที่โลกวิญญาณได้!”
หลินหมิงหายใจแผ่ว เนื่องจากเซิ่งเหม่ยกำลังจูบเขาอยู่ คำพูดของ
เขาจึงติดขัด
เซิ่งเหม่ยกัดหูของหลินหมิง ลมหายใจอันร้อนแรงของนางพัดไปที่ผิว
ของเขา นางพูดเบาๆว่า “ข้าไม่ต้องการอธิบายตัวเองตอนนี้เลย หลังจาก
วันนี้ เจ้าและข้าจะแยกจากกันตลอดไปและนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบ
กัน นี่จะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้ชิดและน่าจดจำที่สุดในชีวิตของข้า… ข้าไม่
ต้องการตอบคำถามของเจ้าเพราะการทำเช่นนั้นจะรบกวนเรา ข้าหวังว่า
การหลอมรวมของเราจะสมบูรณ์แบบ…”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูด นางวางมือกับหน้าอกของเขา เสื้อผ้าของ
หลินหมิงหายไปอย่างสมบูรณ์ เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแรงและกล้ามเนื้อ
ของเขา
ดวงตาของนางเปียกไปด้วยน้ำตาและนางพูดเบาๆว่า “หลินหมิง
ระหว่างเจ้ากับข้า มันไม่ควรเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ แม้ว่าจะไม่มีอะไรสามารถ
ย้อนกลับสิ่งที่ทำไปได้ ในอนาคตเมื่อข้าอยู่คนเดียว ต้องทนทุกข์ทรมาน
ไปเนินนานในขณะที่ข้าท่องไปจนถึงจุดสิ้นสุดของจักรวาล ข้าจะจดจำเจ้า
และข้าจะจดจำเจ้าที่เดินเข้ามาในหัวใจของข้า…
“ข้าจะเก็บความทรงจำนี้ไว้ตลอดกาล…”