Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,931A - ความรักและความเกลียดชัง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,931A - ความรักและความเกลียดชัง
เมื่อฟังคำพูดของเซิ่งเหม่ย หลินหมิงยิ้มอย่างขมขื่น ในที่สุดเขาก็
ตระหนักถึงเหตุผลที่ว่าทำไมจักรพรรดิวิญญาณจึงได้มาพบกับเขา
หลังจากที่ออกจากสมรภูมิดาราจักรโบราณในโลกวิญญาณและทำไมถึง
แนะนำเขา
ในเวลานั้น หลินหมิงคิดว่าคำพูดของจักรพรรดิวิญญาณนั้นมีเหตุผล
และเป็นจริง เขายังคิดว่าบางทีจักรพรรดิวิญญาณต้องการฝึกฝนเขาให้
ต่อสู้กับชาวภูติเทพ
ดูเหมือนว่าความคิดของเขาจะไร้เดียงสาเกินไป
ไม่นานหลังจากนั้นเมื่อเซิ่งเหม่ยส่งสำเนาหน้าตำราทองคำให้กับเขา
และเตือน เขาก็ระวังขึ้นเพียงเล็กน้อย
แต่แล้วมันก็สายเกินไป
หลังจากนั้น หลินหมิงไปยังจักรวาลปฐมกาลและเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์
โบราณเพื่อต่อสู้กับชาวภูติเทพ ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนของจักรพรรดิ
วิญญาณ
และเหตุผลที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้เข้ามาหาเขาและรู้ที่อยู่
ของเขา มันก็น่าจะเป็นเพราะจักรพรรดิวิญญาณ…
ท้ายที่สุด จักรพรรดิวิญญาณก็เลือกเวลาที่ราชาเทพขนวิหคเหินหาว
กำลังตามล่าเขา เขาเลือกช่วงเวลาที่ชีวิตของหลินหมิงตกลงไปสู่จุดต่ำสุด
เมื่อเจตจำนงของเขาอ่อนแอที่สุด จากนั้นจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ใน
สภาพที่เขาไม่สามารถแยกแยะความจริงจากภาพลวงตา เซิ่งเหม่ยก็ได้
ปรากฏตัวขึ้น ผ่านความต้องการของชายและหญิง เขาได้รวมเป็นหนึ่ง
กับเซิ่งเหม่ย หลอมรวมร่างกายและวิญญาณเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
และในที่สุดก็ถูกดึงแห่งพลังวิญญาณดึงออกไป
หลินหมิงมองที่เซิ่งเหม่ยและดวงตาของเขาดูเศร้าหมองกว่าเมื่อก่อน
ราวกับว่าตอนนี้เขารู้สึกผิดหวังอย่างที่สุดในตัวนาง
เขาหัวเราะเยาะตัวเอง เขามองไปยังท้องฟ้า เสียงของเขาเปลี่ยนเป็น
ว่างเปล่า “เจ้า… กลับยินดีที่จะใช้ทุกวิธีที่เป็นไปได้ เพื่อบ่มเพาะเคล็ด
แห่งชีวิตนิรันดร์ เจ้าก็เต็มใจที่จะใช้ร่างกายของตนเป็นเครื่องมือ ในโลก
ปุถุชนมีผู้หญิงที่สามารถขายร่างกายของพวกนางเพื่อเงินตรา และเจ้า
แตกต่างอะไรจากพวกนาง?
“หลังจากที่เจ้ากลับไปฝั่งจักรพรรดิวิญญาณ เจ้าจะบ่มเพาะคู่กับเขา
และได้รับครึ่งหนึ่งของวิญญาณนิรันดร์ใช่หรือไม่? นี่คือสิ่งที่ซึ่งเป็นความ
ภาคภูมิใจและความเย่อหยิ่งของเจ้า? แม้ว่าเจ้าและข้าอาจเป็นศัตรู แต่ข้า
ก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับและชื่นชมเจ้า ในชีวิตของข้า ข้าชื่นชมผู้หญิงสอง
คนเหนือสิ่งอื่นใด และเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น ครั้งหนึ่ง เจ้าเป็นเหมือน
เทพธิดาในสายตาของข้า อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะไล่ตามจุดสูงสุดของนักสู้
และเคล็ดแห่งชีวิตนิรันดร์ ดูเหมือนว่าเจ้าจะราคาถูกนัก…”
หลินหมิงพูดคำพูดประชดประชัน วันนี้ ร่างกายและจิตใจของเขา
เจ็บปวดถึงขีดสุด นี่เป็นเพราะเขารู้ว่าตนเองพ่ายแพ้อย่างเต็มที่ แล้วเขา
จะยังมีอามรมณ์ปกติอย่างไร?
เขาไม่เพียงแต่เกลียดชังตัวเองเท่านั้น แต่เขายังเกลียดเซิ่งเหม่ยด้วย
ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดเซิ่งเหม่ยที่ทำร้ายเขา แต่เพราะนางทำให้เขาผิดหวัง
อย่างมาก
คำพูดของหลินหมิงเป็นเหมือนใบมีดที่แทงเข้าไปในหัวใจของเซิ่ง
เหม่ย!
ร่างกายของนางสั่นและใบหน้าของนางแข็งค้าง นางไม่เคยโดนดูถูก
แบบนี้จากใครบางคนมาก่อน และคำพูดนั้นทำให้นางตกตะลึงอย่าง
สิ้นเชิง
อารมณ์ที่ซับซ้อนพุ่งเข้าหานางทันที่ มีความโกรธที่รุนแรง แต่ก็…
เศร้าเสียใจ!
นางกัดฟันจนเกือบถึงจุดที่โลหิตไหล ขณะที่นางมองหลินหมิง
ดวงตาของนางคมกริบ หน้าอกของนางสั่นเทาขึ้นลง แต่เกือบจะทันที่ ผิว
ของนางซีดจางและดวงตามืดลง เสียงของนางไม่แยแสอีกครั้ง
“เจ้าไม่ผิด ไม่มีความแตกต่าง… วิญญาณนิรันดร์ต้องให้เจ้าสมัครใจ
เสนอเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มันไม่สามารถเอาไปได้ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้
ที่เจ้าจะให้แก่นพลังวิญญาณของตนด้วยความสมัครใจ ข้าจึงใช้ผลไม้
ปีศาจนี้เพื่อทำให้เจ้าไร้สติและทำให้จิตใจของเจ้าตกอยู่ในภาพลวงตาของ
ข้า ข้าร่วมกับเจ้าทั้งร่างกายและวิญญาณเพื่อที่จะดึงวิญญาณนิรันดร์ของ
เจ้าออกมา
“แม้แต่สำเนาหน้าตำราทองคำที่ข้ามอบให้เจ้าก็เสร็จสิ้นตาม
วัตถุประสงค์ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็นหน้าของชีวิตและหน้าของ
ความตาย หน้าตำราทองคำเป็นหน้าของชีวิตและตำราสีดำประกอบด้วย
หน้าของความตาย
“เป้าหมายของข้าคือหน้าของชีวิต ข้าให้เจ้าฝึกฝนหน้าของชีวิต
เพื่อที่ออร่าของเจ้าจะเข้ากันได้กับข้ามากขึ้น
“ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าไม่มีอะไรนอกจากหมากในเกมของข้า กรวดหิน
บนถนนสู่ชีวิตนิรันดร์ของข้า”
คำพูดของเซิ่งเหม่ยนั้นเย็นชาและไร้หัวใจ แต่หลินหมิงได้ยินบางสิ่งที่
แปลกในนั้น ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สนใจ ตอนนี้มันจะมีความหมายอะไรใน
การสืบสวนเรื่องนี้?
หลินหมิงยิ้มอย่างร่าเริง เขาส่ายหัว “เข้าใจแล้ว ข้าจำได้ถึงสิ่งที่เจ้า
บอกข้าก่อนหน้านี้ว่า หนอนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางใบไม้ที่ตายแล้วและกิ่ง
ก้านที่ร่วงหล่น มันจะไม่เข้าใจความงามและความยิ่งใหญ่ของโลกนี้! เจ้า
บอกว่าเส้นทางแห่งนักสู้คือการต่อสู้กับสวรรค์และเหยียบย่ำสวรรค์ให้อยู่
ใต้เท้าของเจ้า สำหรับคนเราที่จะต่อสู้กับสวรรค์ มันยากเพียงใดน่ะหรือ?
สวรรค์คงอยู่หลายมาหลายแสนล้านปี… และอัจฉริยะสามารถอยู่ได้เพียง
ไม่กี่ปี ไม่ว่าชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่บนร่างกายของเจ้าจะมากเพียงใด แม้จะ
เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงก็ตาม… ดังนั้น เจ้าจึงใช้วิธีการใดๆที่เป็นไปได้…
“ข้าขอโทษ ข้าจะไม่สามารถเป็นเหมือนเจ้าได้ แม้ว่าข้าจะชี้นำ
ตนเองให้ไล่ล่าจุดสูงสุดของนักสู้ แต่ข้าก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ ข้าไม่สามารถละ
ทิ้งเผ่าพันธุ์ของข้า ครอบครัวของข้า สหายของข้า ภรรยาของข้า ลูกของ
ข้าและดังนั้น… ข้าจึงถูกกำหนดให้แพ้…
“มันจบแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดมากนักกับผู้แพ้และคนตายอย่าง
ข้า”
เมื่อหลินหมิงพูดคำเหล่านี้ มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะแก่ชราขึ้นมาก
เซิ่งเหม่ยเงียบลง สีหน้าของนางยังคงนิ่งดุจทะเลสาบ แต่ดวงตาของ
นางเย็นชาอย่างน่ากลัว
ขณะที่นางมองหลินหมิง ดวงตาของนางก็ไม่มีความเศร้าที่ทนไม่ได้
อีกต่อไป แต่เป็นความสงบที่ทำให้หายใจไม่ออก
ร่างกายของนางลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ ชุดของนางสั่นไหว นางหัน
กลับมา ราวกับว่านางกำลังจะจากไป แต่ในที่สุดนางก็หันหลังกลับและ
มองดูหลินหมิงอีกครั้ง
ดวงตาของนางดูเหมือนจะมีความไม่แยแสอย่างไร้สิ้นสุดเช่นอดีต
นางพูดว่า “นี่คือดาวเคราะห์นภารินไหล เจ้าสามารถอยู่ที่นี่และใช้
ชีวิตอย่างสงบในช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตเจ้าได้…”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูด นางก็ก้าวข้ามความว่างเปล่าและหายไปใน
ท้องฟ้า
กลีบดอกไม้สีดำร่วงหล่นและปัดไปที่ใบหน้าของหลินหมิงก่อนจะ
จางหายไป
หลินหมิงตกตะลึง เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างงงงวย
ดาวเคราะห์นภารินไหล?
ดังนั้น นี่ก็คือดาวเคราะห์นภารินไหล…
หลังจากที่เขาใช้ประกาศิตอาชูร่าประกาศิตอาชูร่าเพื่อเปิดช่องว่าง
มิติ จักรพรรดิวิญญาณก็ควรใช้พลังของเขาเองเพื่อเบี่ยงเบนช่องว่างมิติ
ทำให้เขามาถึงที่นี่
เซิ่งเหม่ยอยากให้เขาตายในบ้านเกิดของเขาเอง?
แท้จริงแล้ว นี่ก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเมตตา
หลังจากได้รู้ว่านี่คือดาวเคราะห์นภารินไหล หลินหมิงรู้สึกไม่มากนัก
กลับกัน สีหน้าของเซิ่งเหม่เมื่อนางจากได้ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวด
ความรู้สึกนี้ เหมือนหัวใจของเขาถูกกรีด นอกจากความเจ็บปวด
อย่างรุนแรง มันก็รู้สึกราวกับว่าเขาสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญ…
เขาหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความคิดสุดท้ายของเซิ่งเหม่ยจะคืออะไร หลินห
มิงไม่สนใจอีกต่อไป
มดที่กำลังจะตายนั้นจำต้องความคิดของพระเจ้าด้วยหรือ…?
เซิ่งเหม่ยได้กล่าวว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็นหน้าของชีวิตและ
หน้าของความตาย เป็นไปได้ว่าจักรพรรดิวิญญาณจะเน้นไปที่หน้าของ
ความตาย… ไม่น่าแปลกใจที่ดวงตาของเขาจะสกปรก ทั้งร่างแผ่พลังงาน
แห่งความตายเลือนราง
ช่างน่าขัน มีความหมายอันใดในการคิดถึงเรื่องนี้…
หลินหมิงนอนลงบนพื้นหญ้า เขาสูญเสียแรงขับและเจตจำนงไปแล้ว
สำหรับตราประทับวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในตัวเขาโดยราชาเทพขน
วิหคเหินหาว หลินหมิงก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป
ความสิ้นหวัง, ความอ้างว้าง, ความเหงา, การสูญเสียความแข็งแกร่ง
ของเขา, จุดสิ้นสุดของชีวิตของเขา ทั้งหมดนี้ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณ
แห่งการต่อสู้ไป, สูญเสียความกล้าหาญที่จะดำเนินชีวิตต่อไป
เขาไม่ได้รักชีวิตอย่างลึกซึ้งอีกต่อไป เขาไม่ปรารถนาที่จะไปถึง
จุดสูงสุดของนักสู้อีกต่อไป
เขาไม่มีอะไรนอกจากเป็นผู้แพ้
เขาได้ไปจากดาวเคราะห์นภารินไหล จากเด็กที่ไม่รู้อะไรเลยและไม่มี
อะไร ทีละก้าว ในที่สุดเขาก็กลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแดนเทวะ
ความรุ่งโรจน์ของเขาไร้สิ้นสุดและแม้แต่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ไม่
สามารถทนเห็นการดำรงของเขาได้อีกต่อไป จนต้องให้ราชาเทพขนวิหค
เหินหาวล่าสังหารเขา
ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะทิ้งตำนานเรื่องเล่าของตนเอง
ไว้
แต่หลังจากนั้น เขาได้กลับมายังดาวเคราะห์นภารินไหลเช่นเมื่อก่อน
แต่ก็ยังคงไม่มีอะไร
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ แก่นพลังวิญญาณของเขาถูกขโมย
ไปและเพลิงแห่งชีวิตของเขาเริ่มอ่อนลง…
ทุกอย่างเป็นเหมือนความฝัน
คนที่ไล่ตามความฝันตั้งแต่แรกกลับวิ่งย้อนมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง แต่
ความแตกต่างคือ ความฝันนี้เก่าเกินไปและไม่สามารถวิ่งได้อีก
ช่างน่าขัน…
ตะวันลับและจันทราลอยเด่น
แสงดาวส่องลงมาจากท้องฟ้า แต่หลินหมิงก็รู้สึกอ้างว้าง
เขานอนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าเขาตายไปแล้ว ไม่แม้แต่ขยับนิ้วเดียว
สำหรับเขา เวลาที่ผ่านไปไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไป
ไม่มีความเสียใจใดที่มากไปกว่าหัวใจที่เหี่ยวแห้งซึ่งสูญเสียความหวัง