Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,949 ชีวิตแรก (6)
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินหมิงก็เย้ยหยัน บิดามารดาของเขาได้รับการ
สนับสนุนด้วยศักดิ์ศรีที่เขาทิ้งไว้ในอดีต ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวต่อต้าน
พวกเขา
แต่มีคนคิดใช้ประโยชน์จากการขาดความเข้าใจของบิดามารดาเขา
เมื่อเกี่ยวกับทักษะการต่อสู้และวิธีการบ่มเพาะ เช่นเดียวกับการขาด
ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง คนเหล่านี้แอบจัดการสิ่งต่างๆอย่างช้าๆ
จากเบื้องหลัง และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบิดามารดาเขา
มีแม้แต่กระทั่งผู้ที่ต้องการใช้วิธีผิดศีลธรรมเหล่านี้เพื่อให้ได้รับสิทธิ
อำนาจจากบิดามารดาของเขา
ท้ายที่สุด บิดามารดาของเขาเป็นเพียงปุถุชน แม้จะมีโอสถจิต
วิญญาณมากมายที่ช่วยเหลือพวกเขา แต่พวกเขาก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน
2,000 ปี
เมื่อบิดามารดาของเขาเสียชีวิต อาณาจักรอันกว้างใหญ่แห่งนี้จะตก
อยู่ในมือของใคร?
นี่เป็นปัญหาที่ร้ายแรงอย่างไม่น่าเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์
จำนวนมหาศาล มันเป็นธรรมชาติที่ทุกคนอยากจะกินส่วนหนึ่งของน้ำซุป
ข้นนี้
เมื่อความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นในจิตใจของหลินหมิง เขาสามารถรู้สึกได้
ว่าสัตว์อสูรดุร้ายระดับสูงกำลังเข้ามาหา
แต่เดิม ซือถูหมิงเยว่ได้ก้าวออกไปสิบก้าว แต่แล้วร่างกายของนางก็
สะท้าน นางหันกลับมาและมองลึกเข้าไปในป่า สีหน้าของนางเปลี่ยน
ทันที!
“ตะขาบอัคคีลมกรด! เหตุใดสัตว์อสูรดุร้ายระดับสูงเช่นนี้จึงปรากฏ
ในป่า!”
สีหน้าของซือถูหมิงเยว่กลายเป็นสยอง ตะขาบอัคคีลมกรดกระทั่ง
สามารถฆ่าผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตได้ สำหรับซือถูหมิงเยว่ นางเป็น
ผู้เยาว์และการบ่มเพาะของนางอยู่ที่ขั้นปราณปลายฟ้า ความแตกต่าง
ของความแข็งแกร่งนี้มากเกินไป นางคงไม่พอจะเป็นเศษเนื้อติดฟันของ
มันด้วยซ้ำ
“เจ้าโง่! หยุดยืนรอให้ความตายมาถึงได้แล้ว!”
ซือถูหมิงเยว่เห็นหลินหมิงยืนอยู่ในความงุนงง นางชักแส้ออกมาและ
ฟาดที่หลินหมิง ดึงเขาเข้าหานาง นางคว้าแขนของเขาแล้วลากเข้าไปใน
พุ่มไม้
“ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็อย่าขยับ!”
ซือถูหมิงเยว่ปิดปากของหลินหมิง กลัวว่าคนโง่ผู้นี้จะเสียสติและ
เปิดเผยตำแหน่งของพวกเขา ยิ่งกว่านั้น นางเดาว่าหลินหมิงไม่รู้ว่ากำลัง
เกิดอะไรขึ้นหรือบางทีหลินหมิงอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตะขาบอัคคีลมกรดน่า
กลัวเพียงใด หากหายนะเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีทักษะหรือความรู้ พวก
เขาจะต้องตายก่อนที่จะรู้ตัวด้วยซ้ำ
นางพูดกับหลินหมิงอย่างรวดเร็วด้วยกระแสเสียงปราณแท้แล้ว
สะบัดนิ้วของนาง สัญญาณเพลิงลุกโชติช่วง ยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่เป็นสัญญาณเพลิงพิเศษที่สถาบันการศึกษาหลินให้ไว้กับนักเรียน
เพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อมีการใช้งาน อาจารย์ผู้รับผิดชอบจะมาถึง
ทันที่ หากมีสถานการณ์อันตรายเกิดขึ้น นักเรียนควรใช้มัน
ซือถูหมิงเยว่ไม่เชื่อว่านางจะสามารถหาทางรอดได้ถ้าตะขาบอัคคี
ลมกรดค้นพบนาง และนางก็ไม่เชื่อว่านางจะสามารถเอาชนะมันได้ สิ่งที่
นางทำได้คือซ่อนตัวและหวังว่าตะขาบอัคคีลมกรดนี้จะผ่านไปโดยไม่มุ่ง
มายังพวกเขาเท่านั้น หรือนางต้องอธิษฐานได้รับการช่วยเหลือก่อนที่ทั้งคู่
จะตาย
อย่างไรก็ตาม ซือถูหมิงเยว่ก็รู้สึกว่าสถานการณ์นั้นแปลกไป ทำไม
สหายหลินหมิงคนนี้ถึงไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญแอบตามมาเพื่อปกป้องเขา และ
ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ปล่อยให้ตะขาบอัคคีลมกรดเข้าใกล้เขา?
แต่ในเวลานี้หัวใจของซือถูหมิงเยว่เย็นเฉียบ ราวกับว่านางตกลงไป
ในทะเลสาบน้ำแข็ง นางจ้องมองอย่างไร้ประโยชน์เมื่อสัญญาณเพลิงที่
นางยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าแตกสลายไปก่อน ดูเหมือนจะถูกกลืนไปกับความมืด
กลายเป็นเถ้าถ่านที่กระจายไปในสายลม
“นี่…”
ซือถูหมิงเยว่ตกตะลึง การเปลี่ยนแปลงประเภทนี้สามารถทำได้โดย
คนที่มีความเชี่ยวชาญในวิถีแห่งความมืดเท่านั้น เฉพาะวิถีแห่งความมืดที่
กลืนมันหายไปได้อย่างหมดจด
ทันใดนั้น นางก็ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่น่ากลัว ความเป็นไปได้
นี้ทำให้นางหายใจไม่ออกด้วยความสิ้นหวัง!
มีคนอยากจะฆ่านางหรือหลินหมิง บุคคลนี้แอบแทรกซึมเข้ามาเพื่อ
ปกป้องนักเรียนและรอคอยที่จะฆ่าทีหลัง พวกเขายังนำตะขาบอัคคี
ลมกรดมาที่นี่เพื่อทำให้ดูเหมือนว่านักเรียนเสียชีวิตระหว่างการเอาชีวิต
รอดด้วย
บุคคลนี้อาจเป็นอาจารย์ของสถาบันการศึกษาหลิน
“เราต้องหนี!”
ซือถูหมิงเยว่พูดอย่างรวดเร็ว มาถึงตอนนี้ ฝ่ามือของนางเปียกโชกไป
ด้วยเหงื่อ นางคาดเดาได้แล้วว่าไม่ว่าใครจะเป็นเป้าหมายของบุคคลนี้
พวกเขาก็จะฆ่าพยานที่เป็นไปได้ทั้งหมด นี่หมายความว่าทั้งคู่จะตายที่นี่!
และทันทีที่ซือถูหมิงเยว่พูดคำเหล่านี้ ตะขาบอัคคีลมกรดที่น่า
สะพรึงกลัวก็พุ่งออกมาจากในป่าลึก!
ตะขาบที่น่ากลัวนี้มีความยาวกว่า 100 ฟุตและมีเปลือกแข็งลุกไหม้
ด้วยเปลวเพลิง มันส่งเสียงคำรามที่น่ากลัวและที่ใดก็ตามที่มันไป ต้นไม้
จะถูกตัดออกเหมือนกิ่งไม้เล็กๆ
มันเร็วจนถึงจุดที่ทำให้ผู้หนึ่งตกอยู่ในความสิ้นหวัง ทันทีที่มันปรากฏ
ตัว โดยไม่ชะงักมันเคลื่อนตัวไปที่หลินหมิงและซือถูหมิงเยว่ทันที่ มัน
เหยียดกรงเล็บที่มีพิษและเปลวเพลิงเข้าใส่!
ในช่วงเวลานั้น ซือถูหมิงเยว่ไม่เคยรู้สึกถึงความตายเช่นนี้มาก่อน
ด้วยความสิ้นหวัง นางก็กัดฟันและใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดฟัน
กระบี่ออกไป นางไม่คิดว่าการโจมตีครั้งนี้จะสามารถทำอะไรได้ แต่อยาก
ทิ้งรอยแผลเป็นบนตะขาบอัคคีลมกรดแม้ว่ามันจะเพียงรอยตื้นเขินก็ตาม
นี่คือการตอบสนองจากโทสะและความไม่จำยอมในหัวใจของนาง!
นางจะตายที่นี่ไปเช่นนี้?
นางไม่มีทางจะได้รู้ว่าใครฆ่านางหรือเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร
เลยหรือ?
มารดาของนางนางจะเศร้าหรือไม่?
ความคิดหลากหลายพุ่งผ่านจิตใจของซือถูหมิงเยว่ นางจ้องมอง
อย่างว่างเปล่าเมื่อกรงเล็บของตะขาบตรงมายังหน้าอกของนางประดุจ
เคียวของเทพเจ้าแห่งความตาย นางมองขณะที่กระบี่ของนางฟันเข้าที่
หน้าผากของตะขาบอัคคีลมกรด
และนางกำลังได้ยินเสียงหัวใจของตนถูกเจาะ
แต่ในทันทีนั้น มีบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น
ทันทีที่กระบี่ของนางกระแทกลงบนหน้าผากของตะขาบอัคคีลมกรด
ความแข็งแกร่งที่เกินจินตนาการก็ปะทุขึ้นทันที่ ราวกับว่าดวงอาทิตย์อยู่
ภายในกระบี่ของนาง ฉายแสงจ้า!
นี่คือ…
ดวงตาของซือถูหมิงเยว่เบิกกว้าง ตะขาบอัคคีลมกรดมีกระดองที่
แข็งเหมือนเหล็กศักดิ์สิทธิ์ แต่ภายใต้การโจมตีด้วยกระบี่เล่มนี้ มันกลับ
ถูกผ่าเหมือนเต้าหู้!
สายพลังงานกระบี่ยังคงผ่าไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ฉีกตะขาบออก
อย่างไม่หยุดยั้ง!
ร่างของตะขาบอัคคีลมกรด ดูเหมือนจะถูกจับตรึงไว้ด้วยมือยักษ์ที่
มองไม่เห็น ละเมิดกฎของฟิสิกส์อย่างสมบูรณ์ แข็งตัวกลางอากาศ!
จากนั้น เส้นสายสีทองก็แผ่ออกมาจากหน้าผากของตะขาบอัคคี
ลมกรด และเริ่มลากยาวไปด้านหลัง ในช่วงเวลาต่อมา ตะขาบอัคคี
ลมกรดก็ถูกผ่าครึ่ง!
ปึก! ปึก!
สองส่วนของร่างตะขาบอัคคีลมกรดตกลงกับพื้น สีแดงย้อมพื้นดิน
เมื่อพูดไปแล้ว ตะขาบก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้แม้ในขณะมันตาย
แม้ว่าตะขาบอัคคีลมกรดจะถูกผ่าเป็นสองส่วน แต่มันก็ยังควรมีลมหายใจ
ของชีวิตเหลือพอที่จะภัยคุกคามได้
แต่หลังจากถูกโจมตีด้วยกระบี่ของซือถูหมิงเยว่ ตะขาบอัคคีลมกรด
กลับนิ่งสนิทโดยไม่เหลือสัญญาณชีวิตใดๆเลย
ขณะที่ซือถูหมิงเยว่ได้เห็น ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง แม้แต่ปากของ
นางที่ดูเหมือนว่าจะมีความตั้งใจที่ชั่วร้ายก็ยังอ้าออก เพราะนางไม่
สามารถเชื่อทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
ฉากต่อหน้าในขณะนี้คือนางฆ่าตะขาบอัคคีลมกรด ซึ่งเทียบเท่ากับผู้
ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับสูง แน่นอน… นี่เป็นไปไม่ได้เลย!
ซือถูหมิงเยว่สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงเวลาสั้นๆนั้น
พละกำลังศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะปรากฎออกมาจากอากาศธาตุ พลังนี้
หลอมรวมเข้ากับการโจมตีด้วยกระบี่ของนาง ดังนั้นจึงเป็นการสร้าง
ปาฏิหาริย์ดั่งที่นางได้เห็น
และที่มาของพลังนี้ดูเหมือนจะอยู่ข้างหลังนาง นางหันหลังกลับและ
มองดูหลินหมิง
ในเวลานี้ หลินหมิงยืนห่างจากนางเพียงสามฟุต ใบหน้าของเขาไร้
ความหวาดกลัว แต่มีเพียงความสงบเท่านั้น สีหน้าของเขาเพียง… มืดมน!
ดวงตาของเขาดูลึกล้ำและมิอาจหยั่ง ทำให้ผู้ใดก็ตามที่มองเข้าไปใน
พวกมันจะรู้สึก… หวาดกลัวเล็กน้อย
ความเย็นยะเยือกเช่นนี้ดูเหมือนจะเกิดจากโทสะ อาจเป็นเพราะ
เหตุผลอื่น แต่ก็ไม่ใช่เพราะเขากลัวอย่างแน่นอน
เมื่อเผชิญหน้ากับตะขาบอัคคีลมกรดที่ซึ่งสามารถฆ่าผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตได้ แม้แต่ซือถูหมิงเยว่ก็ยังมิอาจสงบได้ อย่างไรก็ตาม เด็กคน
นี้กลับไม่กลัวเลย
นางไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อซือถูหมิงเยว่มองหลินหมิง นางรู้สึก
กระสับกระส่ายอย่างน่ากลัวในหัวใจ
นางไม่เคยจะเชื่อเลยว่าสหายคนนี้ที่ดูเหมือนเป็นคนโง่เขลาและทำ
ตัวเหมือนนายน้อยเจ้าสำราญจะมีสีหน้านิ่งและสงบอย่างน่ากลัวเช่นนี้ได้
นางเองก็ยังมีความรู้สึกว่าหลินอันผู้นี้มีความลับที่สั่นคลอนสวรรค์!
การซุ่มโจมตีนี้มุ่งเป้ามายังหลินอันอย่างชัดเจน หาใช่ตัวนาง
แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะส่งสัตว์อสูรดุร้ายที่ทรงพลังออกมา แต่ความ
พยายามลอบสังหารหลินอันก็ล้มเหลว พลังนั้นมาจากไหน?
มันไม่ควรจะมาจาก… หลินอันใช่หรือไม่?
ซือถูหมิงเยว่มองไปยังหลินหมิงและไม่สามารถเชื่อได้อย่างสิ้นเชิงว่า
คนเช่นหลินอันซึ่งอายุน้อยกว่านางจะมีความสามารถในการฆ่าตะขาบ
อัคคีลมกรด นี่มันเกินกว่าสามัญสำนึกทั้งหมดไปแล้ว
ในเวลานี้ เสียงดังออกมาจากในป่า หากไม่มีได้ใครฟังอย่างตั้งใจ มัน
คงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจพบมัน
ใครกัน!?
จิตใจของซือถูหมิงเยว่รู้สึกบีบคั้น มีคนอยู่ที่นี่และพวกเขาก็เป็น
ผู้เชี่ยวชาญ!
อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่าคนที่ซ่อนตัวอยู่นี้ไม่ได้เข้าใกล้พวกเขา แต่
วิ่งหนีไปไกล
ใช่แล้ว… มีคนที่ทำลายสัญญาณเพลิงของนางด้วยกฎแห่งความมืด
บุคคลนี้น่าจะมาจากสถาบันการศึกษาหลินและอาจเป็นอาจารย์ที่ได้รับ
มอบหมายให้ปกป้องพวกเขา!
พวกเขามีส่วนร่วมในการลอบสังหาร แต่หลังจากล้มเหลว พวกเขาก็
ตัดสินใจหนี
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทราบว่าตะขาบอัคคีลมกรดตายอย่างไรหรือใคร
ฆ่า แต่สิ่งที่พวกเขารู้แน่นอนคือ ใครก็ตามที่สามารถฆ่าตะขาบอัคคี
ลมกรดได้อย่างง่ายดายก็ย่อมสามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
นี่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้สูงกว่าตะขาบอัคคี
ลมกรดเลย
“พวกเขาหนี”
ซือถูหมิงเยว่ไม่รู้จะทำอย่างไร นางเพียงมองดูที่หลินหมิงเท่านั้น นาง
ไม่สามารถหยุดเขาได้ นางต้องการดูว่าเขาจะเลือกทำอย่างไร
หลินหมิงคิ้วขมวด เขาพูดกับซือถูหมิงเยว่ว่า “ทำไมเจ้าไม่หนีเล่า? มี
ประโยชน์อันใดที่จะยืนรอเหมือนคนเขลา? เจ้ากำลังรอให้พวกมัน
รวบรวมกำลังเสริมแล้วกลับมาฆ่าเจ้า?”
คำพูดของหลินหมิงเปรียบเสมือนถังน้ำเย็นเทลงบนหัวของซือถูหมิง
เยว่
เพียงไม่กี่ลมหายใจที่ผ่านมา นางตะโกนอย่างโกรธเคืองต่อหลินหมิง
ว่าเขาเป็นคนโง่เขลาที่ยืนเซ่อและรอความตาย ตอนนี้ คำพูดเหล่านี้ได้
ย้อนกลับมาหานางเอง
สิ่งที่หลินหมิงพูดนั้นถูกต้อง ขณะนี้สถานการณ์ไม่ชัดเจน ดังนั้นการ
รีบไปขอความช่วยเหลือจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด หากพวกเขา
อยู่ที่นี่ มันอาจมีผู้คนจำนวนมากมาฆ่าพวกเขา มันอันตรายอย่างมาก
ก่อนที่นางจะวิ่งหนี นางหันไปหาหลินหมิงเพื่อขอคำแนะนำจากเขา
เกี่ยวกับผู้ที่จะไปขอความช่วยเหลือ ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่
ซับซ้อนในปัจจุบัน นางก็ไม่รู้ว่าใครอยู่ที่นี่เพื่อฆ่าหรือใครอยู่ที่นี่เพื่อ
ช่วยชีวิต หากนางบังเอิญพบบุคคลที่อันตรายและติดกับดัก นางก็ต้อง
ตายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางหันกลับมา นางค้นพบว่าในช่วงเวลาสั้นๆ
หลินหมิงกลับหายตัวไปแล้ว…