Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,954 ทะลวงขึ้นราชันพิภพ
หลังจากหลินหมิงกลับมาจากการพลัดพรากเป็นระยะเวลานาน บิดา
มารดาของเขาจึงดีใจมาก
หลินมู่ไปยังห้องครัวและเตรียมอาหารที่หลินหมิงชอบทานมากที่สุด
ในช่วงวัยเด็กของเขาด้วยตนเอง
เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่สูงแล้ว มันก็ยากที่จะเห็นหลินมู่กำลังเตรียม
อาหารเช่นนี้ เมื่อหลินหมิงกลับมา นางก็ปรุงให้เขาเป็นการส่วนตัวและ
นางก็ทำทุกวัน
หลังจากจัดโต๊ะอาหาร หลินหมิงก็นั่งลงอย่างเงียบๆแล้วพูดว่า “ข้า
จะไม่แต่งงาน”
“หืม? ทำไมกัน?” หลินฟูและหลินมู่มองหลินหมิงด้วยความ
ประหลาดใจ หลินฟูกล่าวว่า “เจ้ามีคนที่เจ้ารักแล้วหรือไม่? ทำไมเจ้าไม่
พาพวกเขากลับมาและปล่อยให้บิดามารดาของเจ้าดูเพื่อให้เราจะมี
ความสุข”
หลินหมิงยังคงนิ่งเงียบ
หลังจากไม่ได้รับคำตอบจากหลินหมิงเป็นเวลานาน ดวงตาของ
หลินมู่ก็เบิกกว้าง “เจ้ายังไม่มีหรือ? ถ้าเช่นนั้นทำไมเจ้าไม่แต่งงาน?
ภรรยาได้ถูกเลือกให้เจ้าแล้ว ภายในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงหรือ
แม้แต่ทั้งทวีป นางก็ยังเป็นผู้หญิงที่โดดเด่นที่สุดที่สามารถเลือกหาได้ นาง
มีผู้ไล่ตามนับไม่ถ้วน หากเจ้าสามารถแต่งงานกับหญิงสาวที่ดีเช่นนี้แล้ว
มารดาของเจ้าจะมีความสุขในช่วงเวลาที่เหลือของนาง เจ้าจะยอมให้
มารดาของเจ้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้และกลับสัญญาของเราได้อย่างไร?”
หลินหมิงส่ายหัว ไม่ปล่อยให้มีการประนีประนอม
“ทำไมเจ้าไม่พูดอันใดบ้าง!” หลินมู่พูดอย่างกังวล “หมิงเยว่คนนั้น
นางไม่เหมาะกับเจ้าในด้านใด? รูปร่างหน้าตาของนางโดดเด่น พรสวรรค์
ของนางดี นางฉลาดและเจ้าจะไม่ชอบภรรยาเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้า
ต้องการอยู่คนเดียวตลอดชีวิตที่เหลือของเจ้าหรือไม่? พี่ใหญ่และน้องสาว
ของเจ้า ใครบ้างที่ยังไม่ได้แต่งงาน? พี่สองของเจ้ามีลูกมากกว่า 100 คน”
ในใจของหลินมู่ การแต่งงานและการผลิตผู้สืบเชื้อสายตระกูลต่อไป
นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสัตย์จริง หลินหมิงดูเหมือนจะวางแผนที่จะใช้ชีวิต
ของเขาคนเดียวและทำให้นางกังวลมาก
หลินหมิงยังไม่พูด หลินมู่ทำอะไรไม่ถูก
งานเลี้ยงตระกูลนี้ไม่ได้จบอย่างมีความสุข
ในวันถัดมา หลินหมิงเข้าเรียนที่สถาบันหลินอีกครั้ง หลังจาก 200 ปี
ที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาหลินไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ในบริเวณส
ถายบันต่างมีหนุ่มสาวที่ไฝ่ฝันถึงเส้นทางแห่งนักสู้ของตัวเอง พวกเขา
ทั้งหมดได้บ่มเพาะที่นี่โดยหวังว่าจะประสบความสำเร็จในอนาคต
มีหลายคนแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นหลินหมิง ในบรรดารุ่นเยาว์ของ
สถาบันการศึกษา แม้ว่าหลายคนจะได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับหลินหมิง แต่มี
เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เห็นภาพเหมือนของหลินหมิง
หลินหมิงทำเช่นเดียวกับที่เคยทำในอดีต เขามาถึงอย่างเงียบๆบน
เนินเขาใกล้กับสนามประลองของโรงเรียนและนอนลงบนสนาม คาบหญ้า
ในปาก เขาได้สัมผัสกับเสียงอันวุ่นวายของโลกปุถุชนและรับรู้อย่างเงียบๆ
…
เขานอนที่นี่จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน แต่ในเวลานี้ เสียงของ
ผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นในหูของเขา
“ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้แก่เจ้า”
หลินหมิงหันไปเห็นซือถูหมิงเยว่ในชุดคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้ดวงตะวันที่
กำลังลับขอบฟ้า แสงสีทองอาบลงบนนาง ฉายแสงให้นางและทำให้นางดู
ราวกับวิญญาณที่กำลังร่ายร่ำอยู่ในเปลวเพลิง
“เมื่อจักรพรรดินีส่งคนมาจัดการแต่งงานกับข้า นางก็ไม่ได้บอกข้าว่า
เจ้าไม่รู้เรื่องนี้…”
เสียงของซือถูหมิงเยว่นั้นน่าหดหู่ หลังจาก 200 ปีผ่านไป รูปร่าง
หน้าตาของนางก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย นางยังคงงดงามราวกับ
อยู่ในวัยเยาว์ แต่นางก็มีบรรยากาศที่ลึกลับรอบตัวนางมากขึ้น
นางได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว และกำลังก้าวหน้าไปสู่ขั้นเทพ
สมุทรช่วงกลาง
ในโลกของดาวเคราะห์นภารินไหล ซือถูหมิงเยว่มีสถานะอย่างมาก
และตระกูลซือถูก็เริ่มที่จะปฏิรูปขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มี
อาณาจักรของตัวเองอีกต่อไป แต่พวกเขากลายเป็นตระกูลชั้นนำที่หลาย
อาณาจักรหวาดกลัว
ในแง่ของสถานะเพียงอย่างเดียว ซือถูหมิงเยว่ก็ได้รับการจับคู่กับ
หลินหมิงอย่างเหมาะสม
“ข้าควรเป็นฝ่ายขอโทษ” หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่ต้องการแต่งงาน
และข้าจะไม่แต่งงาน”
ซือถูหมิงเยว่มองตาหลินหลิน ราวกับว่านางสามารถทะลุผ่านเขา
และเข้าใจความรู้สึกที่ลึกที่สุดของเขา “ทำไม? เพราะเจ้ามีภรรยาแล้ว
หรือ?”
หลินหมิงยังคงนิ่งเงียบ
ในเวลานี้ ซือถูหมิงเยว่จู่ๆก็มีโทนเสียงเบาลง นางพูดอย่างสงบและ
ชัดเจน “ความจริงก็คือเจ้าเป็นการเกิดใหม่ของเขาจริงๆ…”
คำพูดเหล่านี้สะท้านความคิดของหลินหมิง เขาหันไปหาซือถูหมิงเยว่
ด้วยความประหลาดใจ แต่แล้ว เขาก็สงบลงทันที่
เขาไม่ยอมรับหรือไม่ปฏิเสธ
มีบางสิ่งที่ซือถูหมิงเยว่ได้เป็นพยานโดยส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้น ในปีที่
ผ่านมา ความเข้าใจของซือถูหมิงเยว่ที่มีต่อเส้นทางแห่งนักสู้นั้นก็ลึกซึ้ง
ยิ่งขึ้น นางนึกถึงช่วงเวลา 200 ปีที่หลินหมิงถูกโจมตีและเมื่อนางครุ่นคิด
เรื่องความทรงจำเหล่านี้ นางก็คิดมากขึ้นเรื่อยๆว่ามันไม่ใช่ผู้ทรงพลังขั้น
เทพสมุทรที่ปกป้องหลินหมิงอย่างลับๆ แต่เป็นหลินหมิงเองมาตลอด
สำหรับซือถูหมิงเยว่ นางเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของนางกับ
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงในเวลานั้น ในที่สุด นางก็ตัดสินใจได้ว่า
หลินหมิงในเวลานั้นมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าความเข้าใจของนาง
แม้กระทั่งทุกวันนี้ ซือถูหมิงเยว่ก็พบว่าหลินหมิงเริ่มเข้าใจยากขึ้น
ในที่สุด นางก็เชื่อข้อสรุปที่เกิดขึ้นในอดีต – หลินอันคือหลินหมิง
บางทีเขาอาจได้รับอันตรายจากแดนเทวะหรือด้วยเหตุผลอื่น แต่ในระยะ
สั้น เขาก็กลับมา…
ความเงียบของหลินหมิงถูกมองว่าเป็นการยอมรับโดยนัยต่อซือถูห
มิงเยว่
เมื่อรู้ว่าตัวตนในตำนานกำลังยืนอยู่ต่อหน้านาง ซือถูหมิงเยว่ก็ค้นพบ
ว่านางไม่รู้สึกตื่นกลัวหรือหวาดกลัว แต่คนที่อยู่ตรงหน้านางยังคงเป็น
หลินอันเมื่อ 200 ปีก่อน
นางพูดเบาๆว่า “ข้าจะไม่พูดเรื่องนี้และข้าก็เข้าใจเหตุผลที่เจ้าไม่
ต้องการแต่งงาน สำหรับเรื่องการแต่งงาน ข้าได้บอกให้ท่านแม่ยกเลิกไป
แล้ว ข้าขอโทษจริงๆ…”
หลังจากซือถูหมิงเยว่พูดแล้ว นางก็หันหลังกลับและเดินไปอย่าง
เงียบๆ
ครู่หนึ่ง หลินหมิงมีความรู้สึกแปลกประหลาดในใจของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ซือถูหมิงเยว่พูดถึงชื่อของเขาหลังจากนั้น ทำให้เขา
รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกประหลาด
เขาออกจากสนามประลองและกลับไปหาบิดามารดาของตน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มารดาของเขาดูเหมือนจะซึมเศร้า หลินหมิงอยู่
กับนางอย่างเงียบๆ
ปีแล้วปีเล่าผ่านไป
เช่นนี้ มันก็ผ่านไป 20 ปี ในวันนี้ หลินหมิงออกจากดาวเคราะห์นภา
รินไหลและใช้ตำหนักสวรรค์บรรพกาลเพื่อบินลึกเข้าไปในดาวเคราะห์
ไกลโพ้น
เขาต้องการที่จะ… ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ!
ราชันพิภพ นั่นคือราชันแห่งโลก!
สำหรับนักสู้หลอมรวมพลังปราณ ขั้นผสานชีพจรคือจุดเริ่มต้นใน
เส้นทางแห่งนักสู้ของพวกเขา ที่ขอบเขตนี้ นักสู้ได้สร้างเส้นชีพจรและ
สามารถดึงเอาพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีมาใช้ได้ผ่านจุดชีพจร
ของพวกเขา
เมื่อพลังงานต้นกำเนิดถึงระดับหนึ่ง มันจะรวมตัวกันที่หน้าท้อง
ส่วนล่างและก่อตัวเป็นตันเถียน จากนั้น มันจะมีการสร้างวังวนปราณแท้
จากพลังงานภายในที่ไม่เป็นระเบียบของขั้นปราณต้นฟ้า มันจะ
กลายเป็นระเบียบที่ขั้นปราณปลายฟ้า
และสูงกว่านั้น เมื่อกระแสวังวนควบแน่นเป็นแกนกลาง นั่นคือขั้น
หลอมรวมแก่นแท้
เมื่อแกนกลางนั้นแตกและถูกหลอมใหม่ นั่นคือขั้นทำลายชีวิต
สำหรับเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ – สามขอบเขต ขั้นเทพสมุทร, ขั้นผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์และขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ในระหว่างขั้นตอนนี้ตันเถียนข
องนักสู้จะกลายเป็นโลก ก่อตัวเป็นทวีป ทะเลสาบ ทะเล สวรรค์และปฐพี
…
หลังจากเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะ โลกอันกว้างใหญ่ภายในโลกภายใน
จะกลายเป็นดาวเคราะห์
หลังจากขึ้นผู้ปกครองเทวะคือขั้นราชันพิภพ!
ขอบเขตนี้เป็นสิ่งพิเศษอย่างยิ่ง มันต้องให้นักสู้กลั่นโลกจริงและ
หลอมรวมเข้ากับโลกภายในของพวกเขาเอง โลกภายในของตัวเองจะรวม
มิติเวลาและสสารของจักรวาลที่แท้จริง ดังนั้นจึงจะได้รับคุณสมบัติของ
โลกจริง
เพื่อกลั่นโลกจริง นั่นก็ฟังดูไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานจริง มันไม่ได้พูดเกินจริง
โลกนั้นมีขนาดใหญ่และเล็ก 33 สวรรค์สามารถถูกเรียกได้ว่าเป็นทั้ง
โลก แต่มีน้ำหยดเดียว กลีบดอกเดียว มันก็อาจเรียกได้ว่าเป็นโลกเช่นกัน
นี่คือสิ่งที่คนอื่นหมายถึงที่ว่าดอกไม้เดียวโลกเดียว เม็ดเดียวของทราย ผืน
ดินเดียวแดนสวรรค์แห่งความสุข
เมื่อนักสู้เติบโตขึ้นสู่ขั้นราชันพิภพ พวกเขาจะกลั่นโลกที่ขึ้นอยู่กับ
ความแข็งรากฐานและความแข็งแกร่งของพวกเขา
ยิ่งนักสู้แข็งแกร่งเพียงใด รากฐานของพวกเขาก็จะยิ่งแข็งมากขึ้น
เท่านั้น มิเช่นนั้น โลกที่พวกเขากลั่นจะมีขนาดเล็กลง
แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าราชันพิภพจะมีพรสวรรค์มากเพียงใด โลก
ที่พวกเขากลั่นนั้นก็จะไม่ใหญ่โตเกินไป
โดยทั่วไปแล้ว การกลั่นพื้นที่ไม่กี่สิบไมล์รวมถึงวัสดุในอวกาศได้ถือ
ว่าค่อนข้างดีแล้ว
แม้แต่ผู้ทีพรสวรรค์ระดับสูงเช่น จักรพรรดิสักกะก็สามารถกลั่นห้วง
อวกาศนับพันไมล์ได้
และในข่าวลือ ว่ากันว่าในสมัยโบราณนั้นมีเทพแท้จริงสูงสุดกลั่นโลก
ทั้งโลกได้เมื่อพวกเขากลายเป็นราชันพิภพ
การนำโลกทั้งใบ รวมทั้งห้วงอวกาศโดยรอบ พลังงานต้นกำเนิดใน
โลก ชีวิตบนดาวเคราะห์ และแม้แต่เสี้ยวกฎเต๋าสวรรค์และจากนั้นกลั่น
มันให้เป็นโลกภายในของตนเอง นั่นเป็นการกระทำที่เขย่าสวรรค์
เพื่อให้บรรลุขั้นตอนดังกล่าว พวกเขาต้องเป็นตัวตนที่อยู่ในบันทึก
ประวัติศาสตร์หรือเป็นตัวตนลึกลับเช่นเซิ่งเหม่ย, จักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลหรือ ราชาเทพขนวิหคเหินหาว แต่ไม่ว่าพวกเขาจะไปถึงจุดนี้
หรือไม่ มันก็ไม่มีใครรู้
ในการกลั่นโลกจริงในโลกภายในของตัวเอง นอกเหนือจากขนาดที่
แตกต่างกันแล้ว มันยังมีพลังอวกาศ, พลังงานต้นกำเนิดและเสี้ยวกฎ
ภายใน มีความแตกต่างในทุกด้านเหล่านี้
สำหรับสิ่งเหล่านี้ ถ้าใครสามารถเลือกโลกในระดับที่สูงกว่าได้ มันจะ
เป็นประโยชน์ต่อเส้นทางการบ่มเพาะของนักสู้ในอนาคต
แน่นอนว่าหากต้องการกลั่นโลกในระดับที่สูงขึ้น นั่นก็ยากกว่ามาก
โดยปกติ เมื่อศิษย์ของขุมกำลังใหญ่ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ พวก
เขาจะเลือกโลกลำดับแรกในการกลั่น เนื่องจากการทำเช่นนี้ด้วยการกลั่น
โลกระดับต่ำ มันจะช่วยประหยัดเวลาของนักสู้เมื่อพวกเขารวมการบ่ม
เพาะไว้ด้วยกัน และในอนาคต พวกเขาก็จะบรรลุความสำเร็จที่สูงขึ้น
ด้วยรากฐานและความแข็งแกร่งของหลินหมิงในปัจจุบัน เขาก็ไม่
กลัวความท้าทายเช่นนี้ แต่ยิ่งโลกระดับสูงขึ้น ขนาดก็จะใหญ่มากขึ้น มัน
จะยิ่งกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขา
เขาไม่กลัวความท้าทายใดๆ ในความเป็นจริง เขาต้องการทดสอบ
ขีดจำกัดความแข็งแกร่งของตนว่าอยู่ที่ใดและผลลัพธ์ของความเข้าใจ
ตลอด 400 ปี
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงอยู่ในแดนเบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของดาว
เคราะห์นภารินไหล เขาจะต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเองในการทำ
สิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ
เพื่อค้นหาโลกใหญ่ การพูดย่อมง่ายกว่าทำ
3 เดือนต่อมา –
ในจักรวาลอันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขต…
ดาวที่สุกสว่างกระจายอยู่ทั่วอวกาศ ทัศนียภาพลวงตาชวนฝันไหล
ผ่านความว่างเปล่าอันมืดมิด แทรกซึมผ่านทุกสิ่ง ดาราจักรที่อยู่ห่างไกล
และเนบิวลาพร่ามัวเป็นเหมือนเส้นไหมเล็กการกระทบกระทั่งกัน ลอย
ห่างกันไม่โดยทราบระยะทาง พวกมันเปล่งประกายนุ่มนวลและอ่อนโยน
หลินหมิงยืนอยู่ในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาวแห่งนี้ รู้สึกถึงความ
กว้างใหญ่ของจักรวาลอย่างเงียบๆ แม้ในขณะที่เขาเปิดตัวเองสู่
สภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสมบูรณ์
จิตใจของเขาค่อยๆหลอมรวมกับจักรวาลรอบข้าง โลกภายในของ
เขาเปิดออกมา สื่อสารกับส่วนนี้ของจักรวาล พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์
และปฐพีไร้สิ้นสุดเริ่มต้นรวบรวมเข้าหาเขา
ดาวเคราะห์ของแดนเบื้องล่างไม่สามารถทนต่อความแข็งแกร่งของ
หลินหมิงได้ มิติรอบตัวเขาทรุดตัวลงแล้วและพายุมิติก็พุ่งออกมาอย่าง
ดุดัน
เสียงของเต๋าอันยิ่งใหญ่ดังก้องในจักรวาล ดำเนินต่อไปโดยไร้สิ้นสุด
ราวกับว่ามันไหลออกมาจากความว่างไม่ในยุคโบราณ
ในเวลานี้ ในที่สุดหลินหมิงก็เริ่มก้าวสู่ขั้นราชันพิภพ
ในเส้นทางแห่งนักสู้ของเขา นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างไม่น่าเชื่อซึ่ง
จะส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในอนาคตของเขา!