Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,960 เข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าอีกครั้ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,960 เข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าอีกครั้ง
ไม่ว่าภัยพิบัติใดจะเกิดขึ้นใน 33 สวรรค์ เส้นทางแห่งอาชูร่าก็จะ
ไม่ได้เปลี่ยนไป
สำหรับชาวมนุษย์ ชาวภูติเทพและชาววิญญาณที่นี่ พวกเขาดูเหมือน
จะอยู่อย่างอิสระจากเครือญาติของตนใน 33 สวรรค์โดยไม่ทับซ้อนหรือ
ติดต่อกันระหว่างพวกเขามากนัก
ประกาศิตอาชูร่าของหลินหมิงได้โดนทำลายไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่
สามารถใช้มันได้อีก เขาพบประตูทางเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าที่ราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะได้พาเขาไปในอดีต และใช้ความแข็งแกร่งของเขาเอง
เพื่อเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่า
เมื่อหลินหมิงกลับมายังเส้นทางแห่งอาชูร่าอีกครั้ง เขาก็พบว่าใน
บรรดาผู้ท้าชิงด้านทดสอบ ชาวภูติเทพเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ที่เส้นทางแห่งอาชูร่าด้านนอก หลินหมิงสังเกตุเห็นว่าผู้เยาว์ชาวภูติ
เทพที่โดดเด่นจำนวนมากผ่านเข้าและออกจากเมืองใหญ่ ดูเหมือนว่าใน
ช่วงเวลาที่เขาจากไป ขุมกำลังใหญ่ของชาวภูติเทพจะได้ส่งศิษย์ของพวก
เขาไปยังเส้นทางแห่งอาชูร่า
ชาวภูติเทพได้เปิดเผยความทะเยอทะยานของพวกเขา
หลินหมิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ปัจจุบัน ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
สุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่ายังไม่เปิดขึ้น หลินหมิงรออย่างเงียบๆใน
แดนเร้นร้างไพศาล
เขาเข้าลึกไปในแดนเร้นร้างไพศาล ที่นี่ เขารู้สึกถึงพลังของโลก
เส้นทางแห่งอาชูร่า
ใต้ดินลึก หลินหมิงรู้สึกว่าโลกของเส้นทางแห่งอาชูร่านั้นค่อนข้าง
คล้ายกับโลกภายในของเขา
เป็นไปได้หรือไม่ว่าโลกเส้นทางแห่งอาชูร่าที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
ได้สร้างขึ้นในอดีตก็เป็นโลกภายในของเขาด้วยเช่นกัน?
ความคิดนี้สาดประกายผ่านจิตใจของหลินหมิงทันที่ มันยากเพียงใด
ที่ที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จน่ะหรือ? อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าในอนาคตอันไกล
เขาจะสามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เช่นกัน
พลังของโลกภายในเส้นทางแห่งอาชูร่านั้นทรงพลังและแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากถูกยับยั้งไว้ด้วยข้อจำกัดของเต๋าสวรรค์อาชูร่า มัน
จึงเป็นเรื่องยากที่หลินหมิงจะดูดซับ
หลินหมิงปรับสภาพตัวเองและเริ่มรับรู้ถึงองค์ประกอบของโลก
เส้นทางแห่งอาชูร่าอย่างเงียบๆ ด้วยการชี้แนะของเต๋าสวรรค์อาชูร่า มันก็
ไม่ยากสำหรับหลินหมิงที่จะทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ
การหยั่งรู้ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นกระบวนการที่ช้า หลินหมิงจดจ่อกับ
ตัวเอง ในพริบตา มันได้ผ่านไปหลายสิบปี
หลินหมิงได้รับการรู้แจ้งใหม่มากมาย เขาหลอมรวมความเข้าใจ
ทั้งหมดนี้เข้ากับโลกภายในที่กำลังเติบโต
และในเวลานี้ การเปิดขึ้นของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายก็ใกล้
เข้ามา
หลินหมิงออกจากแดนเร้นร้างไพศาลและเข้าไปในเส้นทางแห่งอาชู
ร่าชั้นใน
ในการเข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายจำเป็นต้องมีเหรียญ
การรับรอง ครั้งสุดท้ายที่หลินหมิงเข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
เขาได้รับเหรียญคุณสมบัติจากมู่หลิงเยว่
หากใครต้องการได้รับเหรียญคุณสมบัติ มันจะต้องใช้พลังงานและ
เวลาจำนวนมหาศาลในขั้นตอนนี้ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ยากเกินไปสำหรับ
เขา แต่หลินหมิงก็ไม่อยากเสียเวลานี้
ความแข็งแกร่งของเขานั้นมากพอที่จะทำให้พายุอย่างโจ่งแจ้งและ
คว้าเอาเหรียญคุณสมบัติมาได้
กลางดึก หลินหมิงลอยฝนอากาศ กวาดสัมผัสรับรู้ออกไป เขา
ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของเส้นทางแห่งอาชูร่าชั้นในและในไม่ช้าก็
ค้นพบขุมกำลังที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลอาชูร่า นี่คือกลุ่มที่เป็นของชาวภูติเทพ!
และพวกเขาก็เป็นชาวภูติเทพแห่ง 33 สวรรค์!
ในหมู่พวกเขามีคนที่มีเหรียญคุณสมบัติ แม้ว่าพวกเขาจะซ่อน
เหรียญไว้อย่างระมัดระวัง แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถหลบหนีจากสัมผัส
รับรู้ของหลินหมิงได้
หลินหมิงเย้ยหยัน เขาลอบเข้าไปอย่างเงียบงันดุจปีศาจราตรี
นักสู้กลุ่มนี้ยังคงนั่งเข้าฌานในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา แต่ด้าน
นอกของวิหารศักดิ์สิทธิ์มีบางคนยืนเฝ้ายามอยู่
ผู้คุ้มกันได้แผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกมาครอบคลุมพื้นที่โดยรอบร้อยไมล์
แต่เมื่อหลินหมิงมาถึง พวกเขากลับไม่รู้สึกตัวเลย
ฟรุป!
ด้วยเสียงที่แผ่วเบา ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็สั่นและทรุดฮวบลงกับพื้น
นักสู้ชาวภูติเทพคนอื่นๆต่างตื่นตระหนก พวกเขาม้วนตัวขึ้นอย่าง
รวดเร็วจากการนอนหลับและกำลังจะดึงอาวุธจากแหวนมิติ แต่ในเวลานี้
มีการระเบิดดังมากขึ้น ม่านพลังป้องกันของวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แตกเป็น
เสี่ยงๆ!
ไม่นานหลังจากนั้น หนึ่งในผู้คนในหมู่พวกเขารู้สึกว่ามีลมแรงพัดเข้า
ใส่เขา สัตว์อสูรดุร้ายสีดำวิ่งไปข้างหน้าดุจปีศาจนรก กระแทกเข้าที่
หน้าอกของเขา!
ปึก!
บุคคลนี้กระเด็นไปด้านหลัง อัดเข้ากำแพงและกระอักโลหิตหนึ่งคำ
อวัยวะของเขาถูกบดขยี้กันในการโจมตีเดียว!
“บัดซบ!”
ในบรรดากลุ่มคน นักสู้มหาราชันพิภพคนหนึ่งก็แผดเสียงดัง เห็นได้
ชัดว่าเขาเห็นสัตว์อสูรดุร้ายที่โจมตี สัตว์อสูรดุร้ายที่ไม่รู้จักนี้ดูเหมือนหมา
ป่าสีดำที่มีเขาตัวยาวยื่นออกมาจากหัวของมัน
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือเจ้านายของสัตว์อสูรดุร้ายตัวนี้ ใน
บรรดาพวกเขาสิบกว่าคนที่นี่ ไม่มีใครสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนถึง
หน้าตาหรือจับตำแหน่งของเขาได้ เขาเป็นเหมือนผู้เก็บเกี่ยวความตาย
และเก็บเกี่ยวชีวิตอย่างไร้ความปราณี
ทุกครั้งที่เขาหายไป เขาไม่ทิ้งความผันผวนของกฎมิติไว้เลย ถึง
กระนั้น เขาก็ลอยขึ้นไปในอากาศและหายไปโดยไร้ร่องรอย ความเข้าใจ
ในระดับกฎนี้อยู่ในระดับที่มิอาจจินตนาการ
ยิ่งกว่านั้น ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ที่สามารถแยกม่านพลังป้องกัน
ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง สิ่งนี้ทำให้ชาวภูติเทพจมอยู่
ในความสิ้นหวัง
“กระจายกันหนี! แจ้งนิกายและร้องขอกำลังเสริม…!”
มหาราชันพิภพส่งกระแสเสียงออกคำสั่ง อย่างไรก็ตาม กระแสเสียง
หยุดลงเพียงครึ่งทาง
เขาเป็นนักสู้ชาวภูติเทพคนสุดท้ายที่ตาย
หน่วยนักสู้ชาวภูติเทพนี้ประกอบไปด้วย 12 คน และพวกเขาทั้งหมด
ถูกฆ่าตายโดยหลินหมิง
เมื่อมองดูศพรอบตัว เขาหลินหมิงก็นิ่งเงียบ ก่อนหน้านี้ เขาจะไม่มี
วันฆ่าผู้บริสุทธิ์ คนที่เขาฆ่าได้ก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความตายแล้ว
แต่คราวนี้ เขาฆ่านักสู้ชาวภูติเทพ 12 คนในคราวเดียว ดังนั้นทั้งหมด
จึงไม่มีข่าวรั่วไหลออกไป แม้ว่าตัวตนของเขาจะไม่ถูกเปิดเผย แม้ว่าข่าว
ของเขาจะรั่วไหลออกไป แต่หลินหมิงก็ต้องป้องกันความเป็นไปได้ทั้งหมด
ไม่ว่าพวกมันจะเล็กเพียงใดก็ตาม
หลินหมิงรู้สึกว่าไม่มีภาระทางจิตวิทยาในการฆ่าคนเหล่านี้ นี่เป็น
เพราะเมื่อมันมาถึงสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ มันก็ไม่มีผู้บริสุทธิ์
หลินหมิงสะบัดนิ้วแล้วยิงบอลเพลิงออกมา ซากศพทั้งหมดถูกเผา
ไหม้และด้วยสายลมยามค่ำคืน มันทำให้เถ้าถ่านหายไป
เขาพบเหรียญที่ต้องการ สิ่งที่ไร้ประโยชน์อื่นๆทั้งหมดถูกทำลาย
วิหารเองก็ถูกหลินหมิงเอาไปและร่องรอยอื่นๆของการปรากฏตัวถูก
ทำลาย
หลังจากจบทั้งหมดนี้ หลินหมิงก็เหินฟ้า หายตัวไปในยามค่ำคืนดั่ง
ค้างคาว…
……
ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนั้นอยู่ลึกเข้าไปในเส้นทางแห่งอาชูร่า
ชั้นใน นี่เป็นทะเลไร้ขอบเขตเรียกว่าทะเลอาชูร่า
ทะเลอาชูร่าไร้ขีดจำกัดและมิอาจหยั่ง แม้ว่าจะมีดาวเคราะห์ขนาด
ใหญ่เช่นดาวเคราะห์นภารินไหลจมลงไปในทะเลอาชูร่า แต่มันก็จะจมอยู่
ใต้น้ำอย่างสมบูรณ์!
ในทะเลลึก แรงกดดันที่ก้นทะเลนั้นมิอาจจินตนาการ!
ด้วยเหตุผลทั่วไปใดๆ ไม่มีก้นทะเลที่สามารถทนต่อแรงกดดัน
มหาศาลเช่นนี้ได้ เหตุผลที่ทะเลอาชูร่ายังคงมีอยู่นั้นเป็นเพราะพลังของ
กฎอาสุระ
สัตว์อสูรทะเลที่น่ากลัวนับไม่ถ้วนถือกำเนิดที่ระดับความลึกอันน่า
กลัวนั้น ในบรรดาพวกมัน มีสัตว์อสูรทะเลมากมายที่เทียบเท่ากับความ
แข็งแกร่งของราชันสวรรค์ ในข่าวลือ ว่ากันว่าลึกลงไปในทะเลอาชูร่า มัน
มีสัตว์อสูรทะเลเทพแท้จริงหนึ่งหรือสองตัวอยู่ พวกมันเป็นราชาของสัตว์
อสูรทะเลทั้งมวล!
เนื่องจากเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้มีคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าเข้าไปในทะเล
อาชูร่า
ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือถ้า… ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
กำลังเริ่มต้นขึ้น
ในวันนี้ ทะเลอาชูร่าที่เงียบเหงาเริ่มคึกคักด้วยแขกหลายคน
ขุมกำลังมากมายรวมตัวกันที่ทะเลอาชูร่า
บนผิวของทะเลอาชูร่า มีบุคคลสำคัญมากมายกระจายออกไปตาม
แท่นลอยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล นักสู้หลายคนรีบมาที่นี่จากทั่วทั้ง
เส้นทางแห่งอาชูร่า รวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในงานอันยิ่งใหญ่
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ลึกลงไปในทะเล ผืนน้ำกระจายออก วาฬสีน้ำเงินขนาดใหญ่เท่ากับ
ขุนเขาโผล่ออกมาจากน้ำทะเล เมื่อมันลอยขึ้นมา กระแสน้ำที่นับไม่ถ้วนก็
ไหลลงมาจากร่างยักษ์เช่นน้ำตก
ชั่วเวลาหนึ่ง แท่นชมเหนือบนผิวน้ำทะเลก็ถูกคลื่นซัดสาด นักสู้รุ่น
เยาว์หลายคนบนบนนั้นสะดุด ไม่สามารถยืนนิ่งได้
“นี่ นั่นคือสัตว์อสูรทะเลลึกแห่งตำหนักสวรรค์แดนเหนือ… สัตว์อสูร
เทวะเสริมชะตานิกายของพวกเขา แม้ว่าสายเลือดของมันจะมี
ข้อบกพร่องเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งกว่ากึ่งราชัน
สวรรค์ ข้าไม่เคยคิดว่าตำหนักสวรรค์แดนเหนือจะส่งสัตว์อสูรทะเลลึกมา
ที่นี่เพื่อสร้างฉากดังกล่าว”
มีคนพูดจากแท่นคนดู ขณะที่พวกเขาพูด วาฬสีน้ำเงินยักษ์ที่เรียกว่า
สัตว์อสูรทะเลลึกก็อ้าปากกว้าง จากปากของมัน ม่านแสงสีฟ้าปรากฏขึ้น
ศิษย์ของตำหนักสวรรค์แดนเหนือถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้านี้
พวกเขาสวมเครื่องแบบของนิกายและเฉิดฉายอย่างหาญกล้า จาก
ท่าทางที่องอาจของพวกเขา มันจะเห็นได้ว่าพวกเขาเป็นผู้โดดเด่นใน
นิกายตนเอง
ในความจริงแล้ว คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาเพื่อดูโลกและขยายขอบเขต
ของตนเอง พวกเขาจะไม่เข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย ไม่ว่า
อย่างไร มันก็มีเหรียญจำนวนจำกัด
“ตำหนักสวรรค์แดนเหนือได้ลงทุนมากในครั้งนี้ แต่ไม่สามารถถูก
ตำหนิพวกเขาได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวภูติเทพจาก 33 สวรรค์ที่อยู่
นอกเส้นทางแห่งอาชูร่าได้ส่งผู้โดดเด่นจำนวนมายังที่นี่ มันให้ความรู้สึก
ราวกับว่าพวกเขากำลังพยายามที่จะแสดงบางอย่าง ด้วยเหตุนี้ การ
แข่งขันในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายก็จะรุนแรงขึ้นเช่นกัน”
“ครั้งนี้ ข้าได้ยินมาว่าชาวภูติเทพจาก 33 สวรรค์ส่งตัวตนระดับสูง
มามากมายที่นี่ หลายคนมาจากตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล!”
เมื่อกล่าวถึงชื่อของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล ความหวาดกลัวก็ข้าม
ผ่านใบหน้าของนักสู้จากเส้นทางแห่งอาชูร่า บุคคลสำคัญมากมายที่มา
ที่นี่จากทั่วทั้งเส้นทางแห่งอาชูร่าเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
จ้าวแห่งตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลเองก็ยังเป็นผู้นำสูงสุดของชาวภูติ
เทพ – จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลนั้นน่าสะพรึงกลัวโดยแท้ ตามข่าวลือ
เขาอาจจะกลายเป็นผู้ทรงพลังอันดับหนึ่งของ 33 สวรรค์ เขาหลอมรวม
ร่างเข้ากับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวและได้รับพลังไร้เปรียบมาครอง!
ในขณะที่ทุกคนพูด มันก็เกิดเสียงฟีนิกซ์กังวานในท้องฟ้า
วิหคที่มีลักษณะคล้ายฟีนิกซ์บินตรงมายังบริเวณนี้ บนหลังของมันมี
หญิงชราที่สวมชุดคลุมฟีนิกซ์และสวมมงกุฎทองคำ นางใช้ไม้เท้าทองคำ
ค้ำร่างและแผ่ออร่าที่อุดมและมั่งคั่ง ดวงตาของนางดูเหมือนจะกดดัน
อย่างหนัก ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ
และด้านหลังผู้หญิงคนนี้เป็นหญิงสาวที่งดงามหลายคน แต่ละคนมี
หน้าที่ปกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าบาง ดูดั่งเทพธิดาที่ลงมาเยือนโลกปุถุชน
“ท่านยายสายลมทองคำ! ราชันสวรรค์จากเส้นทางแห่งอาชูร่า
ชั้นใน!”
หลังจากเห็นหญิงชราคนนี้ หลายคนก็ตกตะลึง ด่านทดสอบหล่อ
หลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ แต่มันก็ยังเป็น
ประสบการณ์ที่น่ายินดีสำหรับผู้เยาว์ ตัวตนระดับราชันสวรรค์ส่วนใหญ่
จะไม่เข้าร่วม แต่จะส่งศิษย์สายตรงมาเพื่อจัดการสถานการณ์
ด้วยการมาถึงของราชันสวรรค์ นั่นมีความหมายว่าด่านทดสอบหล่อ
หลอมสุดท้ายนี้มีค่าเพียงใด
“ท่านยายสายลมทองคำนำศิษย์ของนางมายังด่านทดสอบหล่อ
หลอมสุดท้ายด้วยตนเอง ดูเหมือนว่าคนของชาวภูติเทพจาก 33 สวรรค์
ทั้ง 33 นั้นสว่างไสวเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะโดดเด่นมากเกินไป
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขุมกำลังดั้งเดิมของเส้นทางแห่งอาชูร่าไม่เต็มใจ
ล้าหลังและพร้อมที่แข่งขัน”
“ข้าเกรงว่าด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนี้จะถูกวางไว้เหนือลม
และคลื่น ข้าสงสัยว่าทุกคนจะสามารถบรรลุอัตราสำเร็จ 80% ได้
หรือไม่…”
“มันเป็นไปไม่ได้ ในบรรดาผู้เยาว์ที่โดดเด่น ตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาลอาจส่งบางคนมาในครั้งนี้…”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูด มันไม่มีใครสังเกตเห็นชายหนุ่มชุดดำที่ดู
ธรรมดาซึ่งยืนอยู่บนแท่น มองดูอย่างเงียบๆ
เขาเป็นเหมือนฝีแปรงสีเทาท่ามกลางโลกนี้ ไม่อยู่ในความสนใจอย่าง
สิ้นเชิง
ในบางครั้ง เขาก็หันหัวไปและมองสู่ขอบฟ้าของทะเลอาชูร่า
เขารู้สึกว่ามีคนที่ตนรู้จักมาถึงแล้ว.