Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,995 วิกฤติที่คืบคลานเข้ามา
กำแพงอาดูรแห่งเทพเป็นข่ายพลังมหึมาที่เกิดขึ้นจากกฎแห่งเต๋า
สวรรค์ มันแบ่งแยก 33 สวรรค์และมั่นคง
ภายใต้การควบคุมอย่างลึกลับของกฎแห่งเต๋าสวรรค์ ส่วนหนึ่งของ
กำแพงอาดูรแห่งเทพจะอ่อนแอลงเป็นระยะๆเช่นการขึ้นลงของ
กระแสน้ำ แต่ก็มีบางส่วนของกำแพงอาดูรแห่งเทพที่มั่นคงอยู่เสมอ
และสำหรับส่วนที่มั่นคงของกำแพงอาดูรแห่งเทพ แม้แต่ราชัน
สวรรค์สูงสุดก็ไม่สามารถทิ้งร่องรอยไว้ได้
เทพแท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถเปิดการเชื่อมต่อโดยทำลายการบ่ม
เพาะของพวกเขา แต่ที่เรียกว่าการเชื่อมต่อนี้เป็นเพียงชั่วคราวและไม่
สามารถรักษาไว้ได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อ 105,000 ปีก่อน จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ตั้ง
เป้าไปยังราชันสวรรค์บรรพกาล และเพื่อล่าสังหาร เขาได้สร้างการ
เชื่อมต่อในกำแพงอาดูรแห่งเทพ แต่การเชื่อมต่อนี้ไม่สามารถอยู่ได้นาน
และหลังจากนั้นกำแพงอาดูรแห่งเทพก็ได้ฟื้นฟูใหม่อย่างช้าๆ
แต่คราวนี้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลใช้
จอมเขมือบเพื่อขุดเส้นทางในกำแพงอาดูรแห่งเทพ
และวิธีการเปิดเส้นทางนี้คือความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของจอม
เขมือบ – การกลืนกิน!
เมื่ออยู่จุดสูงสุด จอมเขมือบก็สามารถที่จะกลืนกินกฏเต๋าสวรรค์
และกำแพงอาดูรแห่งเทพนั้นแท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในกฎเต๋าสวรรค์ เมื่อ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเชื่อมั่นในจอมเขมือบและเลี้ยงดูมันด้วย
ทรัพยากรของแดนเทวะอยู่ตลอดเวลา มันก็ฟื้นคืนสู่ระดับสูงสุดดั่งในอดีต
อย่างช้าๆ และตอนนี้มันได้รับความสามารถในการกลืนกำแพงอาดูรแห่ง
เทพแล้ว!
จากภาพในจดหมาย จอมเขมือบที่คล้ายทรงกลมกลายเป็นหนอน
แดงขนาดยักษ์ที่ค่อยๆกัดแทะไปยังกำแพงอาดูรแห่งเทพเช่นปลวกที่
เคี้ยวไม้ในป่า
ฉากนี้ทำให้เทพสวรรค์เบิกเวหาตกตะลึง ด้วยความเร็วนี้ มันก็ย่อม
ไม่นานนักก่อนที่รูในกำแพงอาดูรแห่งเทพจะทะลุอีกฝั่ง!
หลินฮวงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเบิกเวหา ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะกล่าวว่า
หากจอมเขมือบต้องการกลืนกำแพงอาดูรแห่งเทพและเปิดการเชื่อมต่อ
มันจะใช้เวลาไม่นานนัก แต่หากต้องการสร้างรูยักษ์ที่สามารถคงไว้ได้นาน
นับพันปีนั้นมันจะต้องใช้ระยะเวลานาน…”
รูยักษ์ผ่านกำแพงอาดูรแห่งเทพที่ชาวภูติเทพใช้เพื่อเริ่มการโจมตี
ของพวกเขานั้น มันต้องใช้เวลาหลายร้อยปีหรืออย่างน้อยหนึ่งพันปี
เพื่อให้สามารถถ่ายโอนสิ่งของและข้อมูลได้
“นิมิตฝันเทวะทำนายไว้นานเพียงใด?” เทพสวรรค์เบิกเวหาค่อยๆ
ถอยกลับไปยังแท่นศักดิ์สิทธิ์ของเขา หัวใจสะท้านในขณะที่ถือจดหมาย
ฉบับนี้
“ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ…”
หลินฮวงส่ายหัว “ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะมีสองข้อเสนอแนะ ประการแรก
คือ การเสริมรูปแบบค่ายกลปกปิดที่ล้อมรอบเขตแดนอยู่อาศัยของมนุษย์
เพื่อให้ชาวภูติเทพหาเราได้ยากขึ้น ประการที่สองคือ ใช้นาวาแห่ง
ความหวังและประกาศิตอาชูร่าเพื่อสำรวจจักรวาลใหม่ และส่งผู้โดดเด่น
ชาวมนุษย์ไปเพื่อพัฒนาดินแดนเหล่านี้ต่อไป พวกเขาสามารถสร้าง
ดินแดนแห่งการอยู่รอดใน 33 สวรรค์เพื่อหน่วงเวลาของชาวภูติเทพได้
ท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่จอมเขมือบก็ยังคงจะใช้เวลานานเผื่อผ่านแต่ละ
กำแพงอาดูรแห่งเทพ…”
“ข้าเข้าใจ…” เทพสวรรค์เบิกเวหาถอนหายใจ
หากต้องการไปยังจักรวาลใหม่และพัฒนาดินแดน มันก็ดูง่ายดาย แต่
ความหมายที่แท้จริงคือการเสียสละอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…
นี่เป็นเส้นทางที่ยากและลำบากมาก
ชาวมนุษย์มาถึงจุดสิ้นสุดของแม่น้ำและขุนเขาแล้วจริงหรือไม่? พวก
เขาถูกล่าโดยเผ่าพันธุ์ของศัตรูจนถึงระดับนี้?
ความยากลำบากนี้ – เผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดได้จริงหรือ?
เมื่อคิดถึงอนาคตที่จับต้องไม่ได้และไม่อาจหยั่งรู้ เทพสวรรค์เบิก
เวหาก็รู้สึกหนักบนไหล่ของเขา เขามีชีวิตอยู่มา 80 ล้านปีแล้วและไม่
เหลือเวลาอีกมาก เขาไม่รู้ว่าตนจะสามารถเห็นการทะยานขึ้นของชาว
มนุษย์ในอนาคตในเวลาที่เหลือหรือไม่
ด้วยสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย กลิ้งไปบนขอบแห่งการทำลาย
ล้าง หากพวกเขาต้องการปฏิรูปอารยธรรมนักสู้อันรุ่งโรจน์ พวกเขา
ต้องการผู้นำที่มีอำนาจ!
และผู้นำคนปัจจุบันคือราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
นอกจากนี้ นางยังเป็นผู้ทรงพลังเทพแท้จริงเพียงแห่งคนเดียวของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของเทพสวรรค์เบิกเวหา แม้ว่านิมิตฝันเท
วะจะมีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง แต่นางก็ยังห่างไกลจากความสามารถในการ
คุกคามจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้อย่างแท้จริง
เมื่อผู้ใดไปถึงขอบเขตของเทพแท้จริง แต่ละขั้นตอนก็จะยากอย่าง
หาที่เปรียบมิได้ ยิ่งไปกว่านั้น จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลยังมีร่างจำแลง
จอมเขมือบ
แต่นอกเหนือจากนิมิตฝันเทวะ มันยังมีจักรพรรดิสักกะที่ฝึกฝนอย่าง
หนักเพื่อมุ่งสู่เทพแท้จริง พรสวรรค์ตามธรรมชาติของเขานั้นน่าทึ่ง แต่ใน
สายตาของเทพสวรรค์เบิกเวหา สิ่งที่เขาสามารถทำได้คือการบรรลุความ
สูงเช่นเดียวกับนิมิตฝันเทวะ สิ่งนี้ยังห่างไกลจากความต้องการในสงคราม
ในที่สุด สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ… หลินฮวง!
เทพสวรรค์เบิกเวหามองไปยังหลินฮวงและยืนขึ้นอย่างช้าๆ เขาเดิน
ไปข้างหน้าหลินฮวงและวางมือไว้บนบ่าของเขา
“ผู้อาวุโสเบิกเวหา…” หลินฮวงกล่าว รู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อย
“ตอนนี้ข้าแก่ชราแล้ว หากมหาสงครามปะทุขึ้นระหว่างชาวภูติเทพ
และชาวมนุษย์อีกครั้ง ข้าจะเป็นส่วนหนึ่งของกำลังหลักในสงครามนั้น ไม่
ว่าข้าจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่ ข้าก็ไม่รู้ ข้ามีชีวิตอยู่มานานและข้ารู้ว่า
มันเป็นไปไม่ได้สำหรับข้าที่จะลองก้าวเข้าสู่เทพแท้จริง ข้าไม่หวาดเกรง
ความตาย แต่สิ่งที่ข้าหวาดเกรงคือข้าจะไม่เห็นประกายแห่งความหวัง
สำหรับคนของเราก่อนที่ข้าจะตายไป
“ถ้าเป็นไปได้ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเติบโตได้มากพอที่จะไปถึง
ความสูงที่บิดาเจ้าเคยทำไว้ในอดีต ข้ารู้ว่านี่เป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับ
เจ้า แต่คิดถึงบิดาของเจ้า จุดที่เขาเริ่มนั้นต่ำกว่าจุดที่เจ้าเริ่ม เจ้าเกิดมา
เป็นตัวตนที่น่าภาคภูมิของสวรรค์ แต่บิดาของเจ้าเกิดมาเป็นคนธรรมดา
สามัญในแดนเบื้องล่าง ในแง่ของพรสวรรค์ ทรัพยากร อาจารย์และอื่นๆ
ความแตกต่างนี้ไม่สามารถเทียบกันได้ดั่งเมฆและโคลนตม เส้นทางที่เขา
เคยเดินครั้งหนึ่งก็เป็นอีกเส้นทางที่เจ้าสามารถเดินได้”
ขณะที่เทพสวรรค์เบิกเวหาพูดเ ขาบีบมือทั้งสองลงบนไหล่ของ
หลินฮวงโดยมองหน้าเขาอย่างจริงจัง
หลินฮวงเป็นความหวังของชาวมนุษย์ แต่ความหวังนี้ยังไม่เพียงพอ
หลินฮวงเป็นหนึ่งในบุตรแห่งสวรรค์ หลังจากที่เขาเกิด เขาก็สามารถ
ศึกษาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพทุกประเภทได้ และในแหล่งข้อมูลหรือ
อาจารย์ เขาสามารถเลือกได้อย่างอิสระจากทุกคนที่เขาต้องการ หากเขา
ก้าวต่อไปเช่นนี้ การเป็นเทพแท้จริงจะไม่ยากเกินไปสำหรับเขา
แต่การเป็นเทพแท้จริงนั้นยังห่างไกลจากความสามารถในการ
ต่อต้านมหาภัยพิบัตินี้ ชาวภูติเทพเองยังมีคนในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สามารถ
เป็นเทพแท้จริงได้
ตัวอย่างเช่น บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล หรือตัวอย่างเช่นองค์ชาย
จักรพรรดิซีเซิ่นที่เพิ่งปรากฎตัวเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งกำลังรุ่งโรจน์ใน
ปัจจุบัน
มีเพียงสามคนเท่านั้นที่สามารถเป็นเทพแท้จริงได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวภูติเทพยังมีเทพแท้จริง
หากหลินฮวงจะนำกองกำลังของชาวมนุษย์ในอนาคตเพื่อต่อสู้กับ
ชาวภูติเทพ การเหนือกว่าผู้เยาว์ทั้งสามคนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งที่ยาก
อย่างแท้จริงคือการก้าวข้ามขอบเขตของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล!
เพียงอย่างเดียวโอกาสของฮวงฮวงที่ประสบความสำเร็จกับความเร็ว
ในการเติบโตของเขานั้นเป็นศูนย์ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแม้แต่เทพ
แท้จริงปลายก็ไม่สามารถเอาชนะจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้!
หลินฮวงเคยเดินทางไปยังเส้นทางแห่งอาชูร่าอย่างลับๆและจบด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย อัตราความสำเร็จความสำเร็จของเขานั้นอยู่ที่
88% ซึ่งต่ำกว่าครั้งที่สองของเซิ่งเหม่ยในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
ความจริงก็คือ นี่เป็นผลที่น่าภาคภูมิได้แล้ว เซิ่งเหม่ยฝึกฝนเคล็ด
มหาเทพจุติ แต่หลินฮวงไม่ได้ นิพานฟีนิกซ์ที่เขาได้รับผ่านสายเลือดใน
ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับเคล็ดมหาเทพจุติ
แต่หลินฮวงไม่พอใจกับสิ่งนี้ เป้าหมายของเขาคือการบรรลุคะแนน
สูงกว่า 90% บางทีอาจถึงความสูงที่บิดาของเขาเคยไปถึง!
“ข้าเข้าใจ ข้าจะพยายามให้มากขึ้น!”
หลินฮวงกัดฟันของเขา ในสายตาของผู้เยาว์ในจักรวาลรกร้าง ชื่อ
ของหลินฮวงรุ่งโรจน์ สำหรับพวกเขา เขาเป็นตัวตนไร้เปรียบ แต่ใน
สายตาของหลินฮวงเอง เขาก็อ่อนแอเกินไป เป้าหมายของเขาคือบิดาผู้
เป็นตำนานซึ่งเป็นตัวตนในการผลักดันเขาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง สร้าง
ความรุ่งโรจน์ให้กับเขา แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกดดันอย่างมากด้วย
ในอดีต บิดาของเขามีอายุราวหนึ่งร้อยปีเท่านั้น แต่เขาก็สามารถ
กระตุ้นความกลัวในหัวใจของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้แล้ว ความ
กลัวนี้ยิ่งใหญ่มากจนแม้แต่ราชาเทพขนวิหคเหินหาวก็ถูกส่งออกมาตาม
ล่าเขา แต่ในปัจจุบัน หลินฮวงยังห่างไกลจากความแข็งแกร่งที่จะขัดขืน
“เด็กน้อย ข้ารู้สึกได้ว่าโลกภายในของเจ้าเร่งรีบร้อนที่จะทะลวงเข้า
สู่กึ่งราชันสวรรค์ แต่อย่าใจร้อนเกินไป หากเจ้าต้องการประสบ
ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต เจ้าจะต้องสร้างรากฐานที่มั่นคง
ตำนานบิดาของเจ้าไม่ได้มาจากความเร็วในการบ่มเพาะของเขา แต่จาก
ความลึกล้ำของกฎที่เขารับรู้ โชคที่เขาสั่งสม ประสบการณ์ที่เขาได้รับ
และสิ่งอื่นๆในชีวิตของเขาที่ทำให้เขาเป็นเช่นที่เขาเป็นได้ เส้นทางของ
เจ้ายังคงอีกยาวไกล แม้ว่าเจ้าจะทะลวงเข้าสู่กึ่งราชันสวรรค์และเพิ่ม
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้ แต่เจ้ายังคงจะมิอาจช่วยเหลือใดๆได้ใน
สงครามครั้งต่อไประหว่างชาวมนุษย์และชาวภูติเทพ แต่ถ้าเจ้าต้องพินาศ
นั่นก็จะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์…”
เทพสวรรค์เบิกเวหาพูดอย่างจริงจังจากส่วนลึกของหัวใจ หลินฮวง
พยักหน้า
ความเร็วการการบ่มเพาะหาใช่ทุกอย่าง บนเส้นทางแห่งนักสู้ ผู้หนึ่ง
ต้องการความอดทน
ถั่วงอกสามารถเจริญเติบโตได้ในวันเดียวและข้าวสามารถเก็บเกี่ยว
ได้หลังจากหลายเดือน
แต่โอสถจิตวิญณาณเทพแท้จริงต้องใช้เวลาหลายร้อยล้านปีในการ
เติบโต
ถั่วงอกและข้าวเป็นเพียงอาหารของปุถุชน พวกเขากินสิ่งนี้เพื่อความ
อยู่รอด เพื่อประทังตนเองจากความหิวโหย
แต่โอสถจิตวิญณาณเทพแท้จริงเป็นสมบัติที่ขุมกำลังใหญ่มากมาย
นับไม่ถ้วนจะต่อสู้แย่งชิงเพื่อมัน หากมีใครปลูกมันในนิกาย มันจะ
กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของนิกายนั้น ผลเพียงลูกเดียวของมันก็
สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของผู้ทรงพลังได้!
สิ่งที่หลินฮวงเป็นตอนนี้คือวัสดุสวรรค์ เขาขาดการขัดเกลา แต่สิ่งที่
เขามีและบิดาของเขาขาดคือเวลา เขาจะมีเวลาเติบโตเพื่อเติบโต เขาจะ
สามารถแบกรับภาระของชาวมนุษย์ได้วันหนึ่ง
นี่เป็นเส้นทางที่ลำบากและยุ่งยาก…