Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,007 มุ่งสู่จักรวาลรกร้าง
ในผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เรือจิตวิญญาณที่ดูธรรมดาก็กำลัง
แล่นไปอย่างช้าๆ
ภายในเรือจิตวิญญาณนี้ หลินหมิงนั่งไขว่ขาในห้องของเขา ค่อยๆ
หลอมรวมกับวิญญาณของจอมเขมือบ
แม้ว่าวิญญาณของจอมเขมือบนั้นจะได้ถูกทำให้อ่อนลง แต่
กระบวนการของการย่อยมันอย่างละเอียด ควบคุมมันและจากนั้นการใช้
มันย่อมจะต้องใช้เวลาพอสมควร
ผลประโยชน์ที่วิญญาณของจอมเขมือบนำมาให้หมิงหลินนั้นมา
หศาล
ประการแรกคือ การขยายขึ้นอย่างมหาศาลในทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของเขา
หลังจากได้รับวิญญาณของจอมเขมือบและเดินทางผ่านอวกาศเป็น
เวลาสองเดือน หลินหมิงรู้สึกว่าพลังวิญญาณทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้นอีก
15% แล้ว
สำหรับพลังชีวิตทั้งหมดของจอมเขมือบนั้น มันไม่ได้ลดลงมากนัก
ด้วยสิ่งนี้ หลินหมิงสามารถรู้สึกได้ว่าวิญญาณของจอมเขมือบทรง
พลังเพียงใด
ดูเหมือนว่าธาตุกระดูกอสูรถึงจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าได้ทำการกลั่น
และทิ้งไว้ในพื้นที่ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายมีเพียงแก่นสารเหลือ
เล็กน้อย ดังนั้นหลินหมิงจึงสามารถดูดซับมันได้อย่างสมบูรณ์
ถ้ามันเป็นศพที่สมบูรณ์ของอสูรโลกันต์ ใกล้เคียงกับระดับของจอม
เขมือบแล้ว แก่นสารหลงเหลืออาจไม่สามารถถูกกลืนกินได้โดยหลินหมิ
งอย่างเต็มที่แม้กระทั่งตอนที่เขากลายเป็นราชันสวรรค์ช่วงปลาย
อย่างไรก็ตาม พลังวิญญาณของจอมเขมือบทำให้เกิดปัญหาแก่
หลินหมิง
นั่นคือความทรงจำที่อยู่ในวิญญาณของมัน
จอมเขมือบเป็นสิ่งมีชีวิตที่คงอยู่มาอย่างน้อย 5 พันล้านปี สัตว์
ประหลาดที่มีชีวิตยืนยาวเช่นนี้ย่อมมีปริมาณข้อมูลที่ไม่อาจจินตนาการ
ได้!
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับอเวจีทมิฬ และแม้แต่ความลับที่
เกี่ยวกับสงครามโบราณของเผ่าพันธุ์เมื่อ 10 พันล้านปีก่อน หรือแม้แต่
ตัวตนเช่นจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าหรือจักรพรรดิอมตะ
โดยธรรมชาติ ข้อมูลทั้งหมดนี้มีค่าอย่างยิ่งต่อหลินหมิง
แต่น่าเสียดาย เมื่อหลินหมิงพยายามที่จะค้นผ่านความทรงจำของ
จอมเขมือบเพื่อค้นหาข้อมูล ผลที่ตามมาก็คือ เขารู้สึกราวกับว่าทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของตนถูกทุบด้วยบอลหนักล้านจิน ทำลายซึ่งเกือบจะทำให้
จิตใจของเขาพังทลาย
หลินหมิงทนความเจ็บปวดและกลับไปสู่ความทรงจำเหล่านี้ได้
ความทรงจำในวิญญาณของจอมเขมือบนั้นมันน่าสะพรึง พวกมันไม่
เพียงแต่รวมถึงสิ่งที่จอมเขมือบเคยประสบในช่วงหลายพันล้านปีที่ผ่านมา
แต่ยังรวมถึงความทรงจำและประสบการณ์ของผู้ทรงพลังและผู้อาวุโสนับ
ไม่ถ้วนที่มันได้กลืนกินลงไปและถูกขังอยู่ในวิญญาณ
การค้นผ่านความทรงจำที่เขาต้องการในจำนวนข้อมูลที่เหลือเชื่อนี้
มันก็ไม่ต่างไปจากการค้นหาเข็มในมหาสมุทร ในระหว่างกระบวนการ
แม้แต่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงก็ยังดูเหมือนจะไม่สามารถ
ต้านทานได้
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงเข้าใจความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับอสูรโลกันต์
อีกครั้ง
สำหรับอสูรโลกันต์เช่นจอมเขมือบซึ่งร่างกายหลักมีขนาดใหญ่เท่า
ดาวเคราะห์ สิ่งที่มันจะทนไหวหาใช่สิ่งที่รูปแบบชีวิตสติปัญญาสูงอื่นๆจะ
สามารถเปรียบเทียบได้ ในแง่ความสามารถในการกลืนกิน จอมเขมือบอยู่
ในระดับสูงสุดที่รูปแบบชีวิตสติปัญญาสูงอื่นๆมิอาจหวังเทียบเคียงได้
แต่ในเวลาเดียวกัน การทำความเข้าใจกฎเป็นความสามารถที่มอบ
ให้กับเผ่าพันธุ์สติปัญญาสูง มันไม่ใช่สิ่งที่อสูรโลกันต์จะสามารถ
เปรียบเทียบได้
หลังจากเวลาผ่านไป หลินหมิงทำได้เพียงชั่วคราวในการจัดทำดัชนี
ขุมสมบัติของข้อมูล เขาเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปและขอบเขตของเขาก็
เพิ่มขึ้นแล้วนั้น เขาจะสามารถกลืนกินความทรงจำของจอมเขมือบได้
อย่างช้าๆและใช้มันเพื่อตัวเอง
และในเวลาเดียวกัน หลินหมิงก็เริ่มเข้ามาใกล้กับทางเข้าสู่จักรวาล
รกร้างโดยไม่รู้ตัว…
นานมาแล้ว หลินหมิงได้สอบถามถึงทางเข้านี้แล้ว มันเป็นประตู
ทางเข้าที่เปิดขึ้นโดยจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลซึ่งใช้ร่างกายของจอม
เขมือบ
ทางเข้านี้มีมานานหลายร้อยปีแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชาวภูติเทพได้
เข้าสู่จักรวาลรกร้างเดียวกันกับที่ชาวมนุษย์หนีไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน
แต่ตอนนี้ มันแตกต่างจากกว่า 6,000 ปีที่แล้วซึ่งชาวมนุษย์ไม่
สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ทรงพลังแห่งเทพแท้จริงก็ได้ถือกำเนิดใน
เผ่าพันธุ์มนุษย์อีกครั้ง
และชาวมนุษย์ก็มีประกาศิตอาชูร่าที่สามารถทะลวงผ่านกำแพง
อาดูรแห่งเทพ การใช้ประกาศิตอาชูร่านี้เป็นไปได้ที่จะมีส่วนร่วมกับชาว
ภูติเทพในสงครามที่ยืดเยื้อ
มันง่ายกว่าชาวภูติเทพที่จะทะลวงกำแพงอาดูรแห่งเทพมาก ทั้งหมด
ที่จำเป็นต้องใช้คือราชันสวรรค์สูงสุดไม่กี่คนแล้วใช้ปราณโลหิตเล็กน้อย
ในการเปิดใช้งาน
สำหรับชาวภูติเทพ พวกเขาต้องใช้เส้นทางที่ซับซ้อนของการใช้จอม
เขมือบเพื่อเปิดเส้นทางผ่านกำแพงอาดูรแห่งเทพ ช่วงเวลานี้นานเกิน
พอที่ชาวมนุษย์จะอพยพอย่างสงบอีกครั้ง
ชาวมนุษย์จะสามารถส่งผู้บุกเบิกออกไปสู่จักรวาลใหม่และตั้งหลักได้
อีกครั้ง จากนั้น พวกเขาสามารถใช้เรือจิตวิญญาณขนาดใหญ่เพื่อ
ดำเนินการทุกอย่างและทำการถ่ายโอนคนทั้งหมดไปยังโลกอื่น
อย่างไรก็ตาม…
วิธีการยื้อเวลานี้ไม่สามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัด นี่เป็นเพราะจาก 33
สวรรค์ มันมีเพียง 17 สวรรค์เท่านั้นที่เป็นจักรวาลรกร้าง ยิ่งไปกว่านั้น
จักรวาลรกร้างทั้ง 17 แห่งก็ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยทั้งหมด
บางส่วนของจักรวาลรกร้างเหล่านี้มีหลุมดำไร้สิ้นสุดและพายุมิติ และ
แม้แต่มหาราชันพิภพก็จะพินาศเมื่อเข้าไป เป็นไปไม่ได้ที่จักรวาลเหล่านี้
จะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีของชาวมนุษย์
หลังจากหักลบจักรวาลที่ไม่เอื้ออำนวย นั่นหมายความว่ามีเพียง 7-8
จักรวาลที่ชาวมนุษย์สามารถหลบหนีไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น 7-8 จักรวาลอาจ
ไม่มีการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
หากชาวมนุษย์ถอยหนีซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาก็จะพบว่าตัวเองได้ไปสู่
จักรวาลที่พวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้อีกต่อไป
ในเวลานั้น ชาวมนุษย์จะต้องมีเข้าประจันบานกับชาวภูติเทพอย่าง
ซึ่งหน้า!
และผลของการต่อสู้นั้นจะไม่เล็กน้อยแต่อย่างใด ชาวมนุษย์… จะ
พ่ายแพ้!
แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ แต่ชาวมนุษย์ก็จะสังหารอีกฝ่ายไป
อย่างมากมายเช่นกัน หลินหมิงไม่เชื่อว่าชาวมนุษย์จะนั่งเฉยๆและรอ
ความตายในช่วงเกือบ 7000 ปี เขารู้ว่าพวกเขาต้องฝึกฝนกองกำลัง
บางส่วนที่สามารถต่อต้านชาวภูติเทพ
มิเช่นนั้น ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะกลายเป็นผู้นำของชาวมนุษย์
โดยเสียเปล่า
ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนั้น ชาวมนุษย์จะแสดงให้ชาวภูติเทพเห็นถึง
ความลึกที่แท้จริงของภูมิหลังและความแข็งแกร่งของการตัดสินใจขั้น
สุดท้าย!
หลินหมิงเชื่อว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
สำหรับบทบาทที่เขาจะเล่น มันจะเป็นพันธมิตรที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
ไม่เช่นนั้น หลินหมิงก็รู้ว่าไม่ว่าเขาจะเติบโตได้เร็วเพียงใด มันก็คงเป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะเอาชนะชาวภูติเทพทั้งหมดด้วยตนเอง
เขาต้องการความแข็งแกร่งของชาวมนุษย์เพื่อประสานงานร่วม
มาถึงตอนนี้ หลินหมิงออกจากเรือจิตวิญญาณแล้ว ด้วยความคิด
เรือจิตวิญญาณของเขาหดตัวลงก่อนที่จะถูกรับเข้าสู่โลกภายในของเขา
ที่ซึ่งเขายืนอยู่ เขายังคงห่างไกลจากทางเข้าสู่จักรวาลรกร้าง แต่ถึง
อย่างนั้น หลินหมิงก็ยังระวังแม้จะอยู่ใกล้กับทางเข้า
ตั้งอยู่นอกทางเข้าสู่จักรวาลรกร้างไม่ใช่แค่กองเรือรบจิตวิญญาณอีก
ต่อไป แต่ยังรวมถึงวิหารโลหะยักษ์ วิหารเหล่านี้เป็นพาหนะส่วนตัวของ
ราชันสวรรค์สูงสุด อันที่มีขนาดเล็กนั้นมีความกว้างหลายร้อยไมล์และ
อันนที่มีขนาดใหญ่กว่าก็สามารถเปรียบเทียบกับดวงจันทร์ได้
และระหว่างวิหารเหล่านี้ มันก็มีเรือจิตวิญญาณและสัตว์อสูรจิต
วิญญาณมากมาย หน่วยนักสู้ได้ลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยใน
บริเวณนี้
“เจ้าจะผ่านไปได้อย่างไร?”
ข้างหลินหมิง จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ผนึกข่ายสวรรค์โบราณถาม
มันเปลี่ยนเป็นร่างชายชราคนหนึ่งที่มีเนื้อหนังและโลหิต ซึ่งดูคล้ายกับคน
จริง ท้ายที่สุด ผนึกข่ายสวรรค์โบราณนี้ถูกหลอมขึ้นโดยราชันสวรรค์ผนึก
เทวะเพื่อเป็นสมบัติทางจิตวิญญาณสูงสุด และแม้แต่ราชันสวรรค์ส่วน
ใหญ่ก็ยังไม่อาจสามารถเข้าใจความลึกลับของมันได้
“เรากำลังจะปะปนเข้าไป”
ในขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็ก้าวเข้าสู่ทางเข้าของจักรวาลรกร้าง!
ร่างของเขาค่อยๆจางหายไปขณะที่ซ่อนตัวในมิติบิดเบือน แม้แต่
ราชันสวรรค์สูงสุดก็จะไม่สามารถค้นพบตำแหน่งของเขาได้
แต่มีบางสิ่งที่หลินหมิงยังคงต้องระวัง นั่นเป็นเพราะ… ชาวภูติเทพ
ยังมีสามเทพแท้จริง!
เทพแท้จริงคือตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกหล้า เทพแท้จริง
แม้แต่สามัญที่สุดของเทพแท้จริงก็ยังลึกซึ้ง! ถ้าเขาจะต้องผ่านหนึ่งใน
ทางเข้าของตัวตนเหล่านั้น เช่นนั้นมันก็จะหมายถึงอันตราย
หลินหมิงกลั้นลมหายใจและรออย่างเงียบๆ เมื่อเขาเห็นกลุ่มเรือจิต
วิญญาณของชาวภูติเทพกำลังจะเข้าสู่ทางเข้า ร่างของเขาก็สาดประกาย
เขาเลือกเรือจิตวิญญาณที่ดูธรรมดาที่สุดในกลุ่มนี้แล้วพุ่งไปยังมันอย่าง
เงียบๆ
ม่านพลังป้องกันของเรือจิตวิญญาณไม่สามารถหยุดหลินหมิงได้เลย
เขาจมลงไปภายในดุจหยดน้ำตกลงในทะเลสาบ และในวินาทีต่อมาเขาก็
อยู่ในตัวเรือจิตวิญญาณ
ในเวลานี้ ผู้คุ้มกันของชาวภูติเทพยืนอยู่ตรงหน้าหลินหมิง มองดูเขา
ด้วยสีหน้าประหลาดใจ ผู้คุ้มกันต้องการส่งเสียงเตือน
แต่ร่างของหลินหมิงก็แวบหายอีกครั้ง นักสู้ชาวภูติเทพผู้เคราะห์ร้าย
ก็ถูกชกโดยหมัดของหลินหมิงและถูกโยนลงในโลกภายในของเขา
ด้วยความคิด เสื้อผ้าของนักสู้ที่เคราะห์ร้ายก็ปรากฏสวมร่างของ
หลินหมิง รูปลักษณ์ของหลินหมิงเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขากลายเป็น
นักสู้ชาวภูติเทพ
เช่นนี้ แม้ว่าเทพแท้จริงจะอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ยังจะไม่สามารถ
ตรวจสอบรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปผ่านกลุ่มของนักสู้ชาวภูติเทพจำนวนมาก
ได้
ภายในเรือจิตวิญญาณ หลินหมิงมุ่งไปยังทางเข้าของจักรวาลรกร้าง
อย่างราบรื่น
นี่คือกลุ่มของเรือจิตวิญญาณที่ส่งไปยังสนามรบ หลินหมิงกวาด
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาและรู้ว่านายเรือลำนี้เป็นมหาราชันพิภพ
ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็สมเหตุสมผลที่ว่าหนึ่งในผู้นำเรือธงจิตวิญญาณ
จะเป็นราชันสวรรค์
เมื่อเรือจิตวิญญาณร่อนผ่านช่องทางขนาดยักษ์ที่เจาะไว้ในกำแพง
อาดูรแห่งเทพ หลินหมิงก็สามารถรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของ
กำแพงอาดูรแห่งเทพ
กำแพงอาดูรแห่งเทพนี้หนากว่า 10 ไมล์ ในส่วนที่ถูกจอมเขมือบ
กลืนกิน กระแสพลังงานสีดำโกลาหลก็สั่นไหว พลังงานเหล่านี้ถูกเผา
ผลาญราวกับเปลวเพลิงสีดำ เปล่งแสงออร่าที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งสามารถ
กำจัดสิ่งที่อยู่ใกล้พวกมันได้
“เราผ่านกำแพงอาดูรแห่งเทพแล้ว ทิศทาง – ดาราจักรเขาสัตว์อสูร
ความเร็วเต็มพิกัด!”
ภายในเรือจิตวิญญาณ หลินหมิงได้ยินคำสั่งที่ส่งมาจากนายเรือ
ทันใดนั้น เรือจิตวิญญาณก็เร่งขึ้น มันเปิดรูปแบบค่ายกลและเริ่มการ
เคลื่อนย้ายทางไกล
หลินหมิงอยู่อย่างสงบนิ่งอยู่ในที่พัก มองไปยังยังท้องฟ้าเต็มไปด้วย
ดวงดาวที่ผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วครู่หนึ่ง หมื่นอารมณ์เต็มอยู่ในหัวใจของเขา
จักรวาลรกร้าง ในที่สุดเขาก็มา!
ชาวมนุษย์… นี่คือเผ่าพันธุ์ของเขา หลังจากผ่านไปเกือบ 7 พันปีแล้ว
ในที่สุดเขาก็สามารถจะเห็นได้ว่าชาวมนุษย์พัฒนาไปในระดับใดแล้ว
เสี่ยวหมัวเซียน, มู่เชียนหยี่, ฉินซิงเซวียน, หลินเสี่ยวเกอ, มู่เชียนเส
วีย, ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ, ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์และแม้แต่บุตร
ของเขาเอง…
ในที่สุดเขาจะสามารถรวมตัวกับคนเหล่านี้ที่เขาคุ้นเคย
หลินหมิงเป็นดั่งนักล่าที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ซุ่มอยู่ในเรือจิตวิญญาณ
และรอโอกาสที่จะโจมตี เขารู้ว่าจักรวาลรกร้างนั้นกว้างใหญ่และ
ผู้รอดชีวิตจากชาวมนุษย์ได้ซ่อนตัวอยู่ทั่ว เขาจะไม่สามารถพบพวกเขาได้
อย่างง่ายดายด้วยตัวเอง แต่ถ้าเขาติดตามเรือรบนี้และใช้เครือข่ายข่าว
กรองของพวกเขา ความหวังของเขาในการค้นพบชาวมนุษย์จะสูงขึ้นมาก