Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,011 เสี่ยวหมัวเซียนใน 6,000 ปีต่อมา
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,011 เสี่ยวหมัวเซียนใน 6,000 ปีต่อมา
ภายในจักรวาลรกร้างนั้น มีดาราจักรขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าดาราจักร
มังกรเร้น
ดาราจักรมังกรเร้นนั้นซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ มันเต็มไปด้วยสนาม
พลังบิดเบือนไร้สิ้นสุด พายุมิติเวลา รอยแยกอวกาศ รวมถึงหลุมดำที่มอง
ไม่เห็น ซึ่งสามารถทำลายล้างราชันสวรรค์ได้หากพวกเขาตกลงสู่หนึ่งใน
พวกมัน
สองขุมกำลังผู้โดดเด่นชาวมนุษย์ได้รวมตัวกันในส่วนลึกของดารา
จักรมหึมานี้
เมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อชาวภูติเทพเปิดประตูใหญ่สู่จักรวาลรกร้าง
ชาวมนุษย์ก็ได้แยกตัวและซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆแล้ว
ด้วยความเข้าใจของชาวมนุษย์เกี่ยวกับจักรวาลรกร้างรวมถึงการมี
อยู่ของดาราจักรต่างๆ พวกเขาสามารถลัดเลาะไปมารอบๆชาวภูติเทพได้
แต่อย่างช้าๆ มันจะมีขุมกำลังของชาวมนุษย์บางแห่งที่ถูกค้นพบเสมอ
เพราะขุมกำลังของชาวมนุษย์นั้นใหญ่เกินไป ประชากรของขุมกำลัง
เหล่านี้มักจะมีล้านล้านล้านและพื้นที่ดวงดาวที่พวกเขาครอบครองก็มี
ดาวเคราะห์อยู่หลายร้อยดวง
ในขั้นต้น ชาวมนุษย์จำนวนมากหนีเข้ามาในจักรวาลรกร้าง จากนั้น
ผู้นำของชาวมนุษย์ก็นำนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชากรมาใช้ซึ่งส่งเสริม
ให้มีบุตรมากขึ้น เช่นนี้ ผ่านหลายร้อยรุ่น ประชากรของชาวมนุษย์ใน
จักรวาลรกร้างจึงมากล้น
ฐานประชากรขนาดใหญ่นี้ยังเกี่ยวข้องกับตำหนักสวรรค์นับไม่ถ้วน
เรือจิตวิญญาณ นิกายและนักสู้ระดับต่ำจำนวนมหาศาล การมีกองกำลัง
ขนาดยักษ์นี้เข้าร่วมในสงครามกองโจรนั้นพูดย่อมง่ายกว่าทำ
แม้ว่าผู้ที่อพยพมายังจักรวาลรกร้างนั้นล้วนแต่เป็นผู้โดดเด่นของชาว
มนุษย์ หลังจากผ่านไปกว่า 6,000 ปีของการสืบพันธุ์ มันมักมีลูกหลาน
ของชาวมนุษย์บางคนที่มีพรสวรรค์ไม่สูงเป็นพิเศษ แม้ว่าพวกเขาจะ
สามารถบ่มเพาะไปถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้หรือขั้นทำลายชีวิต แต่เมื่อ
มันมาถึงคลื่นปะทะอันยิ่งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้กันเอง และใน
จักรวาลรกร้างที่เต็มไปด้วยอันตรายที่ไม่อาจบรรยายได้แล้ว พวกเขาก็จะ
มิแตกต่างจากปุถุชน
อันที่จริง คนประเภทนี้เป็นชาวมนุษย์ส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในจักรวาล
รกร้าง
ดังนั้นเมื่อมีการค้นพบดาวเคราะห์ที่ผู้โดดเด่นทั้งหมดจากไป สิ่งที่
เกิดขึ้นต่อไปก็คือการปล้นและการสังหารหมู่ที่โหดร้าย!
ผู้รอดชีวิตจากการสังหารจะกลายเป็นทาสชาวภูติเทพ พวกเขาจะ
กลายเป็นทหารแนวหน้าที่ใช้ในการขยายการควบคุมของพวกเขาที่
จักรวาลรกร้างในอนาคต
ในเมื่อจักรวาลรกร้างได้เปิดให้พวกเขาแล้ว ชาวภูติเทพก็ได้ตัดสินใจ
ที่จะกินเนื้อชิ้นนี้และทำให้ดินแดนนี้เป็นของพวกเขา
เช่นนี้หลังจากผ่านไปอีกหลายร้อยล้านปี จักรวาลรกร้างนี้จะ
กลายเป็นจักรวาลที่เก้าของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ หากพวกเขาสามารถเอา
ประกาศิตอาชูร่าซึ่งอยู่ในมือของเทพแท้จริงชาวมนุษย์มาได้ด้วยแล้ว
พวกเขาก็จะสามารถเปิดเส้นทางไปสู่จักรวาลใหม่ได้ง่ายขึ้น สร้างเส้นทาง
และฐานในดินแดนใหม่เหล่านั้น ชาวภูติเทพจะสามารถวางเมล็ดพันธุ์ได้
ตลอดทั้ง 33 สวรรค์จนกว่าพวกเขาจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์อันดับหนึ่งใน
ที่สุด!
……
มีตำหนักหยกขาวลอยอยู่ท่ามกลางแถบดาวเคราะห์น้อยในดารา
จักรมังกรเร้น หญิงในชุดเกราะสีดำจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างของ
ตำหนักสวรรค์แห่งนี้ มองไปยังดาวเคราะห์สีฟ้าที่สงบ ลึกลงไปในอวกาศ
ซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาว
นางถอนหายใจแผ่วเบา เส้นผมสีดำของหมึกไหลลงมาด้านหลังเช่น
น้ำตก
นางสัมผัสหน้าต่างเบาๆ จากพื้นผิวของกระจกหน้าต่างผลึก ร่างที่
คลุมเครือของนางก็สะท้อนกลับมา แม้ว่านางจะดูงดงาม แต่ก็ดูผอมและ
ซีดเซียว
นางเป็นภรรยาของหลินหมิง – เสี่ยวหมัวเซียน
และเมื่อนางมองออกไปนอกหน้าต่างและมองไปยังดาวเคราะห์สีน้ำ
เงินที่อยู่ไกลออกไปในอวกาศ สิ่งที่นางมองคือดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิ
รันดร์ ดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยผู้คนของนาง
เสี่ยวหมัวเซียนตอนนี้มีผู้คนของนางเอง…
900 ปีที่แล้ว เสี่ยวหมัวเซียนทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ จากผู้เยาว์
ของชาวมนุษย์ นอกเหนือจากปิงเมิ่ง นางก็เป็นคนแรกที่ก้าวเข้าสู่ขั้น
ราชันสวรรค์
การเป็นราชันสวรรค์นั้นหมายความว่าเสี่ยวหมัวเซียนไม่สามารถ
ตามหลังผู้อาวุโสและเป็นผู้เยาว์ที่ถูกปกต้องได้อีกต่อไป ตอนนี้ นางต้อง
แบกภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและรับผิดชอบงานที่สำคัญของนางเอง
ในจักรวาลรกร้าง ชาวมนุษย์ทุกคนต้องมีราชันสวรรค์ในการควบคุม
สั่งการส่วนตัว เพราะทุกที่ที่ชาวมนุษย์รวมตัวกัน มันก็มีโอกาสที่สัตว์อสูร
โบราณขั้นราชันสวรรค์จะมาทำลายล้างเมือง หากปราศจากราชันสวรรค์
ที่คอยคุ้มครอง ผลที่ตามมาจะมิอาจจินตนาการ
วันที่เสี่ยวหมัวเซียนทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ นางยอมรับภารกิจ
ในการปกป้องดินแดนที่ชาวมนุษย์พัฒนาขึ้น ในเวลาเดียวกัน นางยัง
ได้รับผู้คนของนางเองด้วย
เนื่องจากเสี่ยวหมัวเซียนเพิ่งเป็นราชันสวรรค์มาได้ไม่นานนัก อาณา
เขตของนางจึงประกอบด้วยดาวเคราะห์ดวงเดียว – ดาวเคราะห์อาวรณ์
ตราบนิรันดร์
โลกนี้ได้รับการตั้งชื่อโดยเสี่ยวหมัวเซียน
ทุกคนที่รวมตัวกันครั้งแรกในดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์นั้นมา
จากชาวมนุษย์ที่สมัครใจ พวกเขาเป็นกลุ่มแรกของผู้อาศัยที่ตัดสินใจ
อาศัยอยู่ในดินแดนรกร้างและพัฒนาโลก
พวกเขาหว่านเมล็ดพันธุ์ของชาวมนุษย์ ด้วยการทำงานอย่างหนัก
และการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ก็ค่อยๆ
เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อยๆ
เสี่ยวหมัวเซียนรู้ว่าสาเหตุที่คนเหล่านี้ติดตามนางมาที่นี่ก็เพราะพวก
เขาเชื่อใจนาง
ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องรับผิดชอบพกวเขาด้วยตัวเองด้วย!
นางบอกกับตัวเองว่านางจะใช้สองมือเพื่อปกป้องคนของนาง และให้
พวกเขาสนุกกับชีวิตที่ดีและมีความสุข สามีภรรยาจะให้กำเนิดลูกหลาย
คน เพิ่มจำนวนประชากรทุกรุ่น
จนกระทั่งอย่างช้าๆ อาณาเขตของดวงดาวที่อยู่โดยรอบเริ่ม
พัฒนาขึ้นและดินแดนที่อยู่อาศัยก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชาวมนุษย์
สามารถเบ่งบานไปทั่วทั้งจักรวาล
อย่างไรก็ตาม… เพียง 200 ปีหลังจากก่อตั้งดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบ
นิรันดร์ ชาวภูติเทพก็ได้มา!
ทันใดนั้น ความกดดันที่หนักหนาสาหัสก็กดลงบนไหล่อันบอบบาง
ของเสี่ยวหมัวเซียน
ในฐานะที่เป็นจ้าวดินแดนของโลกนี้ นางต้องปกป้องผู้คนของนาง
จากความสับสนวุ่นวายของสงคราม พวกเขามาที่นี่เพราะพวกเขาเชื่อใจ
นาง! นางจะหนีไปลำพังได้อย่างไร?
สงครามระหว่างชาวมนุษย์ของจักรวาลรกร้างและชาวภูติเทพได้
ดำเนินมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว เนื่องจากจักรวาลรกร้างนั้นกว้างใหญ่
เกินไปและดาราจักรนั้นซับซ้อนและอันตรายเกินไป รวมถึงความจริงที่ว่า
ชาวมนุษย์บางคนได้ย้ายเข้าสู่จักรวาลรกร้างอื่นแล้วโดยใช้ประกาศิตอาชู
ร่า สนามรบจึงกว้างเกินไปด้วย การค้นหาใครก็ตามจะเป็นภาระอย่าง
มาก ดังนั้นความก้าวหน้าของชาวภูติเทพจึงถูกบังคับให้ชะลอลงอย่าง
มาก
แต่ไม่ว่าชาวภูติเทพจะช้าเพียงใด พวกเขายังคงใช้เวลาเพียงไม่กี่
หลายร้อยปีในการค้นพบสถานที่แห่งนี้!
ดาราจักรมังกรเร้นอยู่ตอนนี้เผชิญหน้ากับสงครามอันยิ่งใหญ่ของ
ตัวเอง!
เสี่ยวหมัวเซียนมีชีวิตของผู้คนหลายร้อยพันล้านที่ติดตาม ตอนนี้ต้อง
ยืนหยัดต่อต้านกองทัพของชาวภูติเทพ
ปัจจุบัน ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของเสี่ยวหมัวเซียนคือ ดาว
เคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ถูกซ่อนไว้อย่างดีเยี่ยมและถูกปกคลุมด้วย
กระแสอวกาศที่รุนแรงและรูปแบบค่ายกลปกปิด คงเป็นเรื่องยากสำหรับ
กองทัพของชาวภูติเทพที่จะหาสถานที่แห่งนี้พบ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าโลกนี้จะซ่อนตัวได้ดีเพียงใด ความลึกลับทั้งหมด
ก็จะถูกบดขยี้ผ่านเวลา สิบปีก่อน กองทหารของชาวภูติเทพได้แล่นเข้าสู่
ดาวเคราะห์ที่ใกล้กับดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์
เสี่ยวหมัวเซียนตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดเดี่ยว นางใช้ความคิดริเริ่มใน
การนำศิษย์ของ ตำหนักสวรรค์เทพธิดาปีศาจของนางไปยังสถานที่ซึ่งอยู่
ห่างไกลจากดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ จากนั้น นางเปิดเผย
ข้อบกพร่องบางอย่างต่อกองทัพของชาวภูติเทพเพื่อให้พวกเขาค้นพบนาง
ก่อนที่นางจะหนีและนำพวกเขาออกไป
เช่นนี้ เสี่ยวหมัวเซียนสามารถนำกองทหารกองทหารชาวภูติเทพ
มาถึงหน้าประตูบ้านของนาง
กองทหารชาวภูติเทพที่ไล่ตามเสี่ยวหมัวเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
จัดการ พวกเขามีสองราชันสวรรค์ช่วงกลางและพวกเขายังมีทักษะในการ
ติดตาม เสี่ยวหมัวเซียนซึ่งมีสาวกจำนวนมากรวมทั้งกองเรือจิตวิญญาณ
นางจึงไม่สามารถกำจัดตัวเองจากการติดตามนี้ได้ในที่สุด ดังนั้น หลังจาก
นำกลุ่มชาวภูติเทพไปยังส่วนที่ว่างเปล่าซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายไมล์จาก
ดาราจักรมังกรเร้น ทันใดนั้นกองกำลังของนางก็หันหลังกลับและต่อสู้เป็น
ตายกับชาวภูติเทพ!
การต่อสู้ครั้งนี้โหดร้ายและน่าสลดใจ สองราชันสวรรค์ชาวภูติเทพ
ถูกสังหารอย่างสมบูรณ์ และกองเรือของพวกเขาเกือบจะถูกทำลายอย่าง
สิ้นเชิง แต่ตำหนักสวรรค์เทพธิดาปีศาจของนางก็จ่ายไปในราคามหาศาล
เช่นกัน
เหล่านักรบผู้กล้าหาญของตำหนักสวรรค์เทพธิดาปีศาจที่เสียชีวิตใน
การต่อสู้ครั้งนี้คือผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเสี่ยวหมัวเซียนที่ปฏิบัติ
หน้าที่รับใช้นางก่อนที่โลกใหม่จะถูกก่อตั้งขึ้น…
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเสียชีวิตในสนามรบ เถ้าของพวกเขาฝังอยู่ใน
อวกาศตลอดไป…
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เสี่ยวหมัวเซียนโศกเศร้า หากไม่มีประสบการณ์การ
ทำสงคราม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของการที่จ้องมองอย่าง
ช่วยไม่ได้เมื่อสหายตกตายไปโดยรอบ
แต่ถึงแม้ว่าหัวใจของเสี่ยวหมัวเซียนจะเจ็บปวด แต่นางก็ลุกขึ้นอย่าง
รวดเร็วและยืนหยัดตนเอง นี่เป็นเพราะนางรู้ว่าผู้ติดตามของนางทุกคน
หวังที่จะเห็นนางแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้น นางจะดำเนินการตามความ
ปรารถนาของพวกเขาจนตัวตาย ต่อสู้เพื่อปกป้องดาวเคราะห์อาวรณ์
ตราบนิรันดร์
อย่างไรก็ตาม โชคดีไม่เคยมาเป็นคู่และโชคร้ายไม่เคยมาลำพัง
หลังจากกองทหารชาวภูติเทพเหล่านี้ถูกทำลายโดยเสี่ยวหมัวเซียน ศัตรูที่
แข็งแกร่งยิ่งกว่าก็ใกล้เข้ามา
สิ่งที่จะมาถึงในครั้งนี้คือ… บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลและกองทหาร
จอมเขมือบ!
ในระหว่างการต่อสู้ของนางกับราชันสวรรค์ช่วงกลางทั้งสอง เสี่ยวห
มัวเซียนได้ปกปิดรูปร่างหน้าตาของนางแล้ว และนางก็ฆ่าคู่ต่อสู้ของนาง
ทั้งสองด้วย ในที่สุด นางกวาดล้างสนามรบได้ เสี่ยวหมัวเซียนคิดว่าตัวตน
ของนางไม่ได้รั่วไหลออกไป แต่การมาถึงของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
หมายถึงมันถูกล่วงรู้แล้ว
บางเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบาย เสี่ยวหมัวเซียนไม่รู้ว่าบุตรชายภูติ
เทพฟ้าบันดาลค้นพบนางอย่างไร บางทีมันอาจเป็นสัญชาตญาณของเขา
บางทีเขาอาจพบเบาะแสบางอย่าง หรือบางทีการมาถึงของเขาเป็นเรื่อง
บังเอิญ
และในตอนนี้ สิ่งที่เสี่ยวหมัวเซียนต้องเผชิญคือหัวหน้าแม่ทัพทั้งห้า
ของชาวภูติเทพ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
เดิมทีเสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้กลัวบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลแต่อย่างใด
แต่ในปัจจุบัน บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลอยู่ในการควบคุมร่างจำแลงของ
จอมเขมือบ!
ร่างที่แท้จริงของจอมเขมือบอยู่ในระดับเทพแท้จริง และแม้แต่เทพ
แท้จริงระดับสูง สำหรับร่างจำแลงของจอมเขมือบ ถึงแม้ว่ามันจะอ่อนแอ
กว่าร่างหลัก แต่ก็ยังมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับเทพแท้จริงกลาง
ในมือของ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล พลังที่ร่างจำแลงของนี้
สามารถแสดงได้อย่างมีจำกัดมาก ถึงกระนั้น มันก็จะต้องมีความ
แข็งแกร่งคล้ายกับเทพแท้จริงที่อ่อนแอ
และไม่ว่าอย่างไรเทพแท้จริงก็คือเทพแท้จริง เมื่อเผชิญหน้ากับราชัน
สวรรค์ พวกเขาจะไร้เทียมทานอย่างแน่นอน!
นอกจากนี้ กองทหารจอมเขมือบที่นำโดยบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นผู้โดดเด่นที่สุดในกองทัพของชาวภูติเทพ!
ในกองทหารจอมเขมือบมักจะเป็นราชันพิภพและมหาราชันพิภพที่
หลอมรวมเข้ากับเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ
โดยเฉพาะมหาราชันพิภพ หลังจากผ่านร่างแปลงจอมเขมือบ พวก
เขาจะสามารถต่อสู้กับราชันสวรรค์ที่อ่อนแอได้!
เมื่อเทียบกับกองทหารจอมเขมือบแล้ว ตำหนักสวรรค์เทพธิดาปีศาจ
ของเสี่ยวหมัวเซียนก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย เมื่อทั้งสองพบกัน การ
ต่อสู้จะไม่แตกต่างจากไข่ที่พยายามจะกะเทาะหิน ไม่มีปาฏิหาริย์ที่จะ
เกิดขึ้น!
และแม้แต่ทั้งหมดนี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือจาก
กองบัญชาการของชาวมนุษย์
ไม่มีราชันสวรรค์ชาวมนุษย์คนใดที่เป็นคู่มือของบุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาล แม้กระทั่งจักรพรรดิสักกะก็ไม่สามารถจัดการกับร่างจำแลงของ
จอมเขมือบได้
บุคคลเดียวที่สามารถทำได้คือ นิมิตฝันเทวะ อย่างไรก็ตาม นิมิตฝัน
เทวะจะต้องเผชิญกับการเบี่ยงเบนความสนใจจากสองเทพแท้จริงของ
ชาวภูติเทพ – ราชาเทพขนวิหคเหินหาวและราชาเทพขุนพลสวรรค์ เมื่อ
หนึ่งเผชิญหน้ากับสอง นางก็มีภาระมากพออยู่แล้ว
ดังนั้น เสี่ยวหมัวเซียนจึงทำได้เพียงพึ่งพาตนเองเท่านั้น
นางรู้ว่าตนมีเรื่องบาดหมางกับบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล งานเลี้ยง
ฉลองชันษาของจักรพรรดิอสูรจาก 6,000 ก่อนเป็นหนามที่แทงเขา
ตลอดไป เมื่อได้รับโอกาสที่จะดึงหนามนี้ออกมา เขาจะยอมปลอยนางไป
ได้อย่างไร?
ดวงตาของเสี่ยวหมัวเซียนมองออกไปยังช่องหน้าต่าง มันราวกับว่า
นางได้เห็นปีศาจชั่วร้ายเย้ยหยัน
เสี่ยวหมัวเซียนกัดฟันและสัมผัสหน้าอกของนางโดยไม่รู้ตัว
ในชุดของนางเป็นสร้อยคอโบราณ ซึ่งมันสูญเสียความมันวาวไปนาน
แล้ว นี่เป็นของขวัญที่หลินหมิงมอบให้แก่นาง – สร้อยคอเชื่อมใจหมื่นลี้