Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,024 กำราบตัวตนที่น่าภาคภูมิของสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,024 กำราบตัวตนที่น่าภาคภูมิของสวรรค์
มาถึงตอนนี้ ใบหน้าของเทพธิดาชิงเหลียนก็เปลี่ยนเป็นซีดขาวดุจ
กระดาษ
พรสวรรค์ของนางนั้นเลิศล้ำ ตั้งแต่วัยเด็ก นางเป็นศิษย์สายตรงของ
ราชาเทพขนวิหคเหินหาว ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา นางเป็นคนที่อยู่ใน
ศูนย์กลางของสภาพแวดล้อมทั้งหมด นางไม่เคยโดนใครในชีวิตกำราบ
อย่างไร้ความปราณีเช่นวันนี้
ไม่ว่านางจะใช้สติปัญญาเพียงใด ไม่ว่านางจะใช้ไพ่ตายที่ซ่อนไว้
อย่างไร นางก็ยังไม่สามารถทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บได้
“เจ้ายังต้องการที่จะต่อสู้?”
หลินหมิงถามอย่างสงบ เทพธิดาชิงเหลียนกัดริมฝีปากของนาง แต่
ก่อนที่นางจะนึกถึงวิธีจัดการกับสถานการณ์นี้ได้ ทันใดนั้นหลินหมิงก็
ปะทุขึ้นด้วยจิตสังหาร พุ่งตรงมายังนางทันที!
ใบหน้าของเขาดุร้ายขณะที่ชกออกไป
ปึกก!
หมัดกระแทกท้องของเทพธิดาชิงเหลียนอย่างหนักหน่วง ปราณ
ดาราปกป้องร่างของนางแตกและร่างกายของนางโก่งเหมือนกุ้งแห้ง!
ในขณะนั้น เส้นเลือดที่ดวงตาของนางราวกับจะฉีกแตก นางรู้สึกได้
ถึงพลังอันเกี้ยวกราดของหลินหมิงที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง โจมตีเส้น
ชีพจรของนาง!
ความเจ็บปวดที่รุนแรงนี้ทำให้นางสั่น เกือบจะเป็นลมทั้งยืน!
หลังจากการชกครั้งนี้ หลินหมิงยกแขนขึ้นแล้วใช้ศอกทุบลงบนหลัง
ของนาง!
ปึกก!
เทพธิดาชิงเหลียนพ่นโลหิตคำหนึ่งออกมา นางได้ยินเสียงกระดูกสัน
หลังของตนที่เกือบจะหักครึ่ง อวัยวะภายในฉีกขาดและพลังโลหิตชีวิต
ของนางจะกระจาย
หลินหมิงโหดเหี้ยมพอในการกระทำของเขา ผู้หญิงคนนี้อันตราย
เกินไปและทำให้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายซ้ำๆได้ หากเขาไม่มีไพ่ใน
มือที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้แล้ว เขาคงถูกฆ่าตายโดยกลยุทธ์ของ
นาง
เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ดังกล่าว หลินหมิงจะไม่แสดงความเมตตา
เลย ไม่ว่าเลือกที่จะยอมจำนนด้วยความคิดริเริ่มของตนเองหรือไม่ หลินห
มิงก็ยังคงจะทุบตีนางอย่างไร้ความปราณีเพื่อที่นางจะสูญเสีย
ความสามารถในการตอบโต้ได้
แน่นอน เช่นเดียวกับองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น หลินหมิงจะยังปล่อย
ให้เทพธิดาชิงเหลียนมีชีวิตอยู่ เพราะนางสามารถใช้ประโยชน์ได้ เพียงแค่
จากความจริงที่ว่าราชาเทพขนวิหคเหินหาวใส่ใจศิษย์ของนางจนถึงระดับ
นี้ มันก็ทำให้เขาไม่ฆ่านางแล้ว นี่เป็นเพราะนอกจากจะทำให้ราชาเทพขน
วิหคเหินหาวโกรธเกรี้ยวและทำให้นางต้องล้างแค้น มันจึงไม่มีประโยชน์
อะไรกับการฆ่าเทพธิดาชิงเหลียน
ในตอนนี้ หลินหมิงคาดเดาว่าจริงๆแล้วราชาเทพขนวิหคเหินหาวนั้น
ไม่มีแผนการโจมตีชาวมนุษย์อย่างบ้าบ้าคลั่ง มิเช่นนั้น ราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ลำพังก็น่าจะไม่สามารถต้านทานได้อีก
ต่อไป
และความโกรธเกรี้ยวของราชาเทพขนวิหคเหินหาวจะทำให้เกิดผล
ลัพธ์ที่ไม่รู้จัก ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ชาวมนุษย์ยืนอยู่บนพายุแล้ว
หลินหมิงไม่ต้องการทำให้สงครามนี้เลวร้ายยิ่งขึ้นต่อชาวมนุษย์
หลังจากเทพธิดาชิงเหลียนแล้ว มันก็มาถึงอ้าวรื่อและเสียเยว่
อ้าวรื่อและเสียเยว่ ทั้งสองมีสีหน้าอัปลักษณ์อย่างไม่น่าเชื่อ ใน
สายตาของอ้าวรื่อนั้น เทพธิดาชิงเหลียนนั้นเป็นคนที่มีอำนาจทุกอย่าง
แต่ทว่ากลับถูกบุคคลลึกลับนี้ทุบตีอย่างรุนแรง
อย่างน้อยที่สุด เทพธิดาชิงเหลียนก็ดูคล้ายผู้หญิงที่อ่อนแอ ในขณะที่
อ้าวรื่อมองดูรูปร่างบึกบึนของตน ใบหน้าของเขาเกือบจะกลายเป็นสี
เขียวคล้ำด้วยความเสียใจ ไม่ต้องสงสัย ชะตากรรมของเขาจะน่าสังเวช
มากกว่านั้น
และในเวลานี้ หลินหมิงพุ่งเข้าหาอ้าวรื่อและเสียเยว่อย่างไม่หยุดยั้ง
…
……….
สำหรับแม่ทัพทั้งสี่คนนี้ นี่เป็นวันที่มิอาจลืมเลือนที่สุดในชีวิตของ
พวกเขา ประการแรก กับดักที่พวกเขาวางไว้ด้วยความพยายามดังกล่าว
ได้รับการแก้ไขและถูกใช้กับพวกเขาแทน จากนั้น พวกเขาก็ถูกโจมตี
อย่างไร้ความปราณีโดยบุคคลลึกลับนี้ ในที่สุด พวกเขาก็ถูกขังอยู่ในกรง
และถูกโยนเข้าไปในมิติมืด – โลกภายในของบุคคลลึกลับนี้
เทพธิดาชิงเหลียนไม่เคยคิดเลยว่าอสูรโลกันต์จะครอบครองโลก
ภายในของตัวเองด้วย แต่ตอนนี้ นางไม่ได้คิดที่จะศึกษาสิ่งเหล่านี้
วันนี้นางล้มเหลวอย่างสิ้นท่า นางลากคนจำนวนมากมาวางกับดักนี้
แต่ในท้ายที่สุดนางก็ถูกจับเสียเอง เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ มันก็น่าขันอย่างยิ่ง…
แม้ว่าคนลึกลับคนนี้จะยังไม่ฆ่านาง แต่เทพธิดาชิงเหลียนก็ไม่คิดว่า
นางจะโชคดีเลย บางทีชะตากรรมของพวกเขาอาจเลวร้ายยิ่งกว่าความ
ตาย
เทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อ และ เสียเยว่จ้องมองซึ่งกันและกันในโลก
ภายในของหลินหมิง ความสิ้นหวังในหัวใจของพวกเขาเพิ่มขึ้น แม้ว่า
ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในระดับสูงสุด
ของ 33 สวรรค์ แต่พวกเขาก็ยังอยู่ใกล้จุดสูงสุด แต่ต่อหน้าคนลึกลับ
พกวเขาก็ไร้ประโยชน์เหมือนเด็กทารก
เมื่อหลินหมิงเสร็จสิ้นการกำราบเทพธิดาชิงเหลียน อ้าวรื่อและเสีย
เยว่แล้ว เขาก็หันไปหาซีเซิ่น วางแผนที่จะกำราบเขาเช่นกัน
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงค้นพบว่าในมือขวาของซีเซิ่น ตำราสีดำลึกลับ
ที่เขาถืออยู่นั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ตาบนหน้าปกของมันเริ่มเปล่งแสงสี
แดงโลหิต
หืม?
ดวงตาของหลินหมิงเฉียบคมขึ้น เขาสังเกตเห็นตำราสีดำเล่มนี้แล้ว
รูปร่างของตำราสีดำทำให้เขานึกถึงตำราแห่งความตายของคัมภีร์
ศักดิ์สิทธิ์ แต่หลังจากตรวจสอบ เขาก็พบว่าสิ่งนี้มิใช่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แต่
เป็นตำราลึกลับที่ไม่ทราบที่มา สำหรับสำหรับเวลาหนึ่ง เขาก็ไม่สามารถ
แยกแยะว่าตำราลึกลับนี้มีความลับเช่นใด
หลินหมิงวางแผนที่จะจับซีเซิ่นแล้วศึกษาตำราโบราณเล่มนี้ เขาไม่
คิดว่าตำราสีดำจะแสดงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในทันที่
แสงสีแดงโลหิตที่เปล่งออกมา กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และ
ดวงตาเองก็ดูสว่างขึ้นเรื่อยๆ
แสงสีแดงโลหิตกลายเป็นหมอกเลือนรางหลายชั้นที่ปกคลุมองค์ชาย
จักรพรรดิซีเซิ่น โลหิตหมอกนี้ไหลซึมเข้าสู่ผิวหนังของเขาอย่างช้าๆ ทำให้
ร่างกายของเขาเปล่งประกายด้วยสีแดงสด
“นี่มัน…”
เปลือกตาของหลินหมิงเลิกขึ้น เขาไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น
ในตำราสีดำต่อองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น ตำราสีดำอาจสามารถรักษา
บาดแผลของซีเซิ่นหรือกระทั่งอาจควบคุมเขาอยู่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใด
มันก็จะมิใช่เรื่องดี
หลินหมิงคว้าหอกมังกรทมิฬแทงสู่อกขององค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น
โดยไม่พิจารณาใดๆเพิ่มเติม
พัฟ!
โลหิตกระเซ็นออกมา
องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นได้สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปนาน
แล้วและไม่มีพลังที่จะต่อต้านการโจมตีของเขาเลย หอกของหลินหมิง
หลีกเลี่ยงหัวใจขององค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น แต่พลังแห่งการทำลายล้าง
ของพลังแห่งเทพเจ้าและอสูรได้หลั่งไหลเข้าไป ทำให้ปอดของซีเซิ่นถูก
ทำลายอย่างสิ้นเชิง!
แม้ว่ามันจะเป็นชาวภูติเทพจะมีร่างกายที่น่าเกรงขาม แต่หากพวก
เขาต้องทนต่อการโจมตีดังกล่าวหลังจากถูกทุบตี มันก็ทำให้พวกเขาอยู่
บนปากเหวแห่งความตาย
หลินหมิงไม่ได้วางแผนที่จะให้โอกาสแก่ซีเซิ่นในการฟื้นฟู ไม่ว่าการ
เปลี่ยนแปลงที่ตำราสีดำนำมา มันจะยังคงต้องใช้ซีเซิ่นเป็นสื่อกลาง ตราบ
ใดที่เขาทำให้ซีเซิ่นสิ้นท่า ตำราเล่มนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หลังจากการโจมตีของหลินหมิง หมอกโลหิตก็ไหลซึมเข้าสู่ร่างกาย
ขององค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น ทำให้บาดแผลของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงตกตะลึง เขาเอื้อมมือไปหยิบตำราสีดำขึ้นมาโดยตรง
หลังจากได้รับตำราสีดำ หลินหมิงก็รู้สึกถึงออร่าที่ชั่วร้ายและมืดมนที่
ไหลออกมาจากมัน ดวงตาที่เต็มไปด้วยโลหิตดูเหมือนจะจ้องมองเขา
จากนั้น หลินหมิงก็เห็นงานเขียนที่คล้ายไส้เดือนบนพื้นผิวของตำรา
สีดำ
เขารู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นงานเขียนนี้ หลินหมิงเคยทำความเข้าใจ
กับระบบภาษาโบราณมากมาย นี่เป็นเพราะเขาเข้าสู่หลายแดนเร้นลับ
อ่านผ่านตำราโบราณและดูดซับความทรงจำของผู้คนมากมาย แต่เขา
กลับไม่เคยเห็นงานเขียนเช่นนี้มาก่อน
ในเวลานี้ ตำราสีดำก็ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างกระทันหันและเป็น
จะอิสระจากการจับกุมของหลินหมิง จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือก พลัง
แห่งเทพเจ้าและอสูรเพิ่มขึ้นภายในตัวเขา มือข้างหนึ่งเริ่มเปล่งประกาย
ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ และอีกข้างส่องประกายพลังงานอสูรในขณะที่เขาใช้
ความพยายามเล็กน้อยเพื่อปิดผนึกตำราสีดำ
แต่ในเวลานี้ หมอกสีแดงโลหิตจำนวนมากได้จมลงในร่างขององค์
ชายจักรพรรดิซีเซิ่นแล้ว เมื่อหมอกสีแดงโลหิตนี้ทำให้ร่างกายของซีเซิ่น
ฟื้นฟู มันก็ทำให้ออร่าของเขามีลักษณะแปลกๆ
ในเวลานี้ สีหน้าของหลินหมิงได้เริ่มจริงจังมากขึ้น
ดูเหมือนว่าแม้พลังแห่งเทพเจ้าและอสูรก็ยังไม่เพียงพอที่จะปิดผนึก
ตำราเล่มนี้อย่างสิ้นเชิง
หลินหมิงคิ้วขมวด เขาพลิกฝ่ามือและมิติกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เปิดออก ตำราสีดำถูกวางไว้ในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเป็นเทวภัณฑ์ของจักรวาลที่มีระดับสูงสุด
มิติของมันแยกออกจากโลก หากไม่มีความคิดของเขาเอง มันก็ไม่มีอะไร
ที่สามารถผ่านเข้าออกมิตินี้ได้
เมื่อตำราสีดำถูกขว้างเข้าไปในมิติกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า หมอก
โลหิตที่เข้ามาในร่างกายของซีเซิ่นก็ถูกแยกไปเช่นกัน
ถึงกระนั้น หลินหมิงก็จะไม่ประมาทต่อตำราสีดำที่แปลกประหลาดนี้
เขาใช้พลังจิตใจติดต่อผนึกข่ายสวรรค์โบราณที่อยู่ในมิติกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้า หาวิธีปิดผนึก แม้ว่าเขาจะคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญในการผนึก
แต่เขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญไปกว่าผนึกข่ายสวรรค์โบราณได้
เมื่อความคิดของหลินหมิงแพร่กระจายเข้าไปในกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า มันก็มีเสียงดังวนเวียน รูนนับไม่ถ้วนกระเพื่อมในอากาศของมิติ
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ค่อยๆก่อเป็นรูปแบบของค่ายกลผนึกเทวะ
ครอบคลุมตำราสีดำโบราณอย่างแน่นหนา
บึ้ม!
หลังจากที่ค่ายกลผนึกเทวะตกลงมา ร่างหลักของผนึกข่ายสวรรค์
โบราณก็ทำให้แกนกลางมั่นคง กำราบตำราโบราณที่อยู่ใต้ผนึก!
กรี๊ซซซซ –
ในทันทีที่ตำราโบราณถูกกำราบ ดวงตาโลหิตเริ่มดิ้นรนและส่งเสียง
ร้องแสบแก้วหู
ตำราร้องออกมาเช่นนี้ ผนึกข่ายสวรรค์โบราณจึงรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่
แปลกอย่างเหลือเชื่อ
“ตำราเล่มนี้คือสิ่งใด?” ผนึกข่ายสวรรค์โบราณถามอย่างฉงน
“ข้าไม่แน่ใจ ตำราเล่มนี้ดูเหมือนจะมีธรรมชาติที่ชั่วร้าย ก่อนอื่น เรา
จะกำราบมันแล้วค่อยทำการศึกษาในภายหลัง”
หลินหมิงรู้สึกว่าตำราโบราณเล่มนี้ผิดปกติ แต่ถึงแม้จะมีตำราโบราณ
เล่มนี้อยู่ องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นก็ยังห่างไกลจากการประมือกับหลินห
มิงได้ นี่เป็นเพราะซีเซิ่นยังมิได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ และการบ่ม
เพาะของเขาต่ำกว่าของหลินหมิงเล็กน้อย ด้วยความไม่เท่าเทียมกันของ
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงที่วางอยู่ตรงหน้าเขา แม้แต่ตำราโบราณที่ชั่วร้าย
ก็มิอาจสามารถชดเชยความแตกต่างนี้ได้
หลังจากกำราบตำราโบราณ หลินหมิงก็อัดซีเซิ่นอีกครั้งและเปิด
บาดแผลที่หมอกโลหิตหมอกของตำราโบราณรักษาไป จากนั้น เขาปิดกั้น
พลังโลหิตชีวิตของซีเซิ่นและโยนเขาเข้าสู่โลกภายในของเขาเช่นสุนัขตาย
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว หลินหมิงก็ผนึกขนนกของราชาเทพ
ขนวิหคเหินหาวไว้ในชั้นของผนึกก่อนที่จะโยนมันเข้าไปในค่ายผนึกของ
ผนึกข่ายสวรรค์โบราณอีกที่
………
ห่างออกไปหนึ่งพันล้านล้านล้านไมล์ ในจักรวาลอื่นที่แยกจาก
จักรวาลรกร้างด้วยกำแพงอาดูรแห่งเทพ –
หญิงสวมชุดขาวเดินผ่านผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอย่างแผ่วเบา
ด้านหน้าของนางเป็นหมอกสีม่วงที่ลึกล้ำและลึกซึ้ง หมอกนี้ไร้สิ้นสุด มันดู
คล้ายกลุ่มก๊าซอวกาศ แต่ก็คล้ายทะเลลวงตาด้วย
เมื่อเห็นหมอกนี้ หญิงชุดขาวก็ชี้ออกมา ชั้นของคลื่นใสพุ่งออกไป
แยกหมอแล้วเพื่อเผยให้เห็นท้องฟ้าแจ่มจรัส แต่ครู่ต่อมา หมอกนี้ก็ถูกปก
คลุมอีกครั้งราวกับว่ามันไร้สิ้นสุดโดยแท้
หญิงชุดขาวคิ้วขมวด นางยืนอยู่หน้าหมอกสีม่วงครู่หนึ่งก่อนที่จะ
โจมตีอีกครั้ง
หมอกสีม่วงเบื้องหน้านางเป็นภาพลวงตาของมิตินิมิตฝันเทวะที่
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสร้างไว้
และหญิงชุดขาวคนนี้เป็นราชาเทพขนวิหคเหินหาว!