Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,034 ติดต่อกับชาวมนุษย์
กองกำลังของชาวมนุษย์ต้องการติดต่อบุคคลลึกลับนี้มานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการคุกคามของชาวภูติเทพและอุปสรรค ขอบเขต
ของการกระทำของพวกเขาจึงถูกจำกัด มิอาจหาคำใบ้ของบุคคลลึกลับนี้
ได้เลย
ในความเป็นจริง มิต้องกล่าวถึงกองกำลังชาวมนุษย์ว่าจะสามารถ
ค้นหาบุคคลลึกลับคนนี้ได้ เพราะแม้แต่ชาวภูติเทพที่คำนวณอย่าง
รอบคอบก็ยังวินาศเมื่อพยายามจะวางกับดักเขา
และในวันนี้ หน่วยสอดแนมของชาวมนุษย์สามารถเห็นบุคคลลึกลับ
นี้ได้ด้วยตาของพวกเขาเอง แล้วพวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชื่อเสียงของบุคคลลึกลับนี้แพร่กระจาย
ไปทั่วทั้งจักรวาลรกร้าง และบางทีแม้แต่ 33 สวรรค์ที่เหลือก็ยังรู้จักเขา
การระเบิดทำให้เกิดคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ บังคับให้หน่วยสอด
แนมต้องถอยกลับไปในระยะไกล เมื่อเห็นเรือจิตวิญญาณของชาวภูติเทพ
ถูกทำลาย พวกเขาทั้งหมดจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างลึกลับ
ไม่นานมานี้ หน่วยสอดแนมชาวมนุษย์เหล่านี้ได้เข้าร่วมในการต่อสู้
ระหว่างขุนเขาผู่โถวและกองทหารที่สองของชาวภูติเทพ
พวกเขาประสบกับความน่าเกรงขามของกองทหารที่สองและสัตว์ที่
มีลักษณะคล้ายปลาหมึกยักษ์อันทรงพลัง ไม่เพียงแต่มันจะมี
ความสามารถในการป้องกันที่น่าทึ่ง แต่ยังแข็งแกร่งและยืดหยุ่น สามารถ
ต้านทานการโจมตีได้
หนวดของพวกมันเป็นฝันร้ายต่อทุกคน เมื่อโดนจับ มันจะดูดพลัง
ของเหยื่อไปอย่างรวดเร็ว
ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เป็นความหายนะต่อชาวมนุษย์อย่าง
แท้จริง
แต่ตอนนี้ สัตว์ประหลาดเหล่านี้กลับตัดขาดโดนลำแสงโดยตรง
สิ้นชีพในคราวเดียว
สำหรับมังกรทมิฬที่น่ากลัว มันฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านั้นมิต่างสิงโต
กระโดดลงในฝูงแกะ ไม่มีความรู้สึกลำบากเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลลึกลับไม่เพียงเผชิญหน้ากับกองทหารที่สองของ
ชาวภูติเทพ แต่ยังกองทัพที่สาม กองทหารสิงโตเหล็ก
ชาวมนุษย์มีเพียงข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับกองทหารสิงโตเหล็ก
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาคาดเดาความแข็งแกร่งของกอง
ทหารสิงโตเหล็กอย่างประมาท หากพวกเขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นหนึ่ง
ในหกกองทหารที่ยิ่งใหญ่ของชาวภูติเทพ เช่นนั้นความแข็งแกร่งย่อมไม่
ควรด้อยกว่าขุนเขาผู่โถว!
และในวันนี้ ทั้งสองกองทหารรวมกลับต้องประสบกับภัยพิบัติ
การต่อสู้ครั้งใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้ดำเนินไปนานนัก แม้ว่า 4 ราชันสวรรค์
สูงสุดจะร่วมมือกัน แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้
ในตอนแรก หลินหมิงมีความสามารถในการปราบปรามขนวิหคชีวิต
ของราชาเทพขนวิหคเหินหาวโดยตรงได้แล้ว ตอนนี้ เขาเผชิญหน้ากับ 4
ราชันสวรรค์สูงสุด ความแข็งแกร่งที่พวกเขาครอบครองนั้นจึงย่อมไม่
สามารถต่อต้านเขาได้
พัฟ!
หอกของหลินหมิงแทงทะลุคอของผู้นำชาวภูติเทพปฐมกาล ความ
ตายของเขาคือฟางเส้นสุดท้าย กองเรือชาวภูติเทพยอมแพ้ต่อความ
พยายามใดๆในการโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่พวกเขาถูกกำราบโดย
ตำหนักสวรรค์บรรพกาล พวกเขาจึงล่าถอยด้วยความพ่ายแพ้อย่าง
สิ้นเชิง!
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลนั้นมิอาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป กองทหารจอม
เขมือบขับพลังงานออกมา ก่อตัวเป็นรัศมีแสงยักษ์สองดวงที่พุ่งทะยาน
ออกไปข้างนอก ทำลายผ่านเรือจิตวิญญาณอีกหลายลำ!
และในเวลานี้ ร่างจำแลงทั้งสามของหลินหมิงก็กลับเข้าสู่ตำหนัก
สวรรค์บรรพกาล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ร่างจำแลงทั้งสามได้เติบโตขึ้น
พร้อมกับหลินหมิง และความแข็งแกร่งของพวกมันไม่สามารถเทียบได้กับ
ในอดีตอีกต่อไป เมื่อพวกเขาโจมตีสัตว์อสูรอวกาศ ก็จัดการมันได้ง่ายราว
กับเหยียบหอย
วูป!
มังกรทมิฬหันไปทางราชาสัตว์อสูรอวกาศอีกตัว ในช่วงหลายปีที่
ผ่านมา เสี่ยวเฮยเติบโตขึ้นเป็นมังกรที่น่าเกรงขามโดยแท้แล้ว เดือย
กระดูกที่ดุร้ายบนหลังทำให้เกิดบาดแผลใหญ่ต่อสัตว์อสูรอวกาศโบราณ!
เสี่ยวเฮยร้ายกาจอย่างยิ่งในเวลานี้ มันรู้ว่าตนเองไม่สามารถทำลาย
กองเรือชาวภูติเทพทั้งหมดได้ ดังนั้นจึงมุ่งเน้นไปยังเหยื่อที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้แทน สัตว์อสูรอวกาศโบราณถูกกัดคอที่บอบบางของมัน
กองทหารรวมยังคงล่าถอย ในเวลานี้ ตำหนักสวรรค์บรรพกาล ร่าง
จำแลงของหลินหมิงและมังกรทมิฬ แต่ละอย่างเลือกทิศทางที่แตกต่างกัน
เพื่อไล่ล่าศัตรู ลำแสงถูกยิงออกไปและสัตว์อสูรอวกาศหลายตัวตกตาย
ในเวลาเดียวกัน มังกรทมิฬก็ทำลายเรือประจันบานสิงโตเหล็กไปหลายลำ
อย่างช้าๆ ลำแสงยิงออกมาจากตำหนักสวรรค์บรรพกาลก็เล็กลง
เรื่อยๆ โดยตอนนี้ กองทหารศัตรูได้ถูกทำลายอย่างไร้ความปราณีโดย
หลินหมิง เรือจิตวิญญาณที่รอดตายและสัตว์อสูรหนีลึกเข้าไปในจักรวาล
หลังออกจากสนามรบแล้ว เรือจิตวิญญาณบางลำก็มีเวลามาก
พอที่จะเปิดใช้งานรูปแบบค่ายกล เข้าสู่รอยแยกมิติ และเริ่มการ
เคลื่อนย้ายทางไกล
“ไม่จำเป็นต้องไล่พวกมันแล้ว”
หลินหมิงโบกมือ มังกรทมิฬและตำหนักสวรรค์บรรพกาลหยุดไล่ล่า
กองทหารชาวภูติเทพ กลับเข้าสู่โลกภายในของเขา
ในเวลานี้ มังกรทมิฬเปื้อนไปด้วยโลหิตอย่างสมบูรณ์ มันได้รับ
บาดแผลจำนวนมากในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่มันยังคงตื่นเต้น ดวงตาสีอำพัน
ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความกระหาย
สอวงกรงเล็บจับสัตว์อสูรอวกาศโบราณขนาดยาวหลายพันไมล์และ
หางหนาของมันก็พันรอบตัวพวกตัวเล็กกว่าไว้ ในสายตาของมัน
ปลาหมึกยักษ์เหล่านี้เป็นอาหารอันโอชะ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ยิ้ม
สำหรับมังกรทมิฬ สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เป็นที่ทราบกันดีว่าถึงแม้สัตว์อสูรอวกาศโบราณจะด้อยกว่าสัตว์อสูรเทวะ
แต่ก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าเพียงสัตว์อสูรเทวะในจักรวาลนี้เท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชาของสัตว์อสูรอวกาศโบราณเหล่านี้ มันมีความ
แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรเทวะทั่วไป
ซากศพของสัตว์อสูรอวกาศโบราณเหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่าโดย
ธรรมชาติ สามารถเปรียบได้กับซากศพของสัตว์อสูรเทวะ
ในอดีต หลินหมิงต้องประสบกับอันตรายที่ยิ่งใหญ่เพื่อให้ได้มาซึ่ง
กระดูกมังกรเทวะ จากสิ่งนี้ มันก็สามารถสรุปได้ว่าศพเหล่านี้มีค่าเพียงใด
มังกรทมิฬได้กัดกินราชาสัตว์อสูรอวกาศโบราณแล้วและได้กินเนื้อ
หนังและโลหิตของมันคำใหญ่ มังกรทมิฬสามารถดูดซับสารอาหารจาก
สัตว์อสูรเหล่านี้และใช้มันเพื่อประโยชน์ของการเติบโตในอนาคต
ร็อกกินมังกรวารีเป็นอาหารยังชีพ และนกฟีนิกซ์กินพลังงานของ
จักรวาลเป็นอาหาร ในระยะยาว สิ่งที่สัตว์อสูรเทวะกินช่วยตัดสินใจ
เส้นทางการเติบโตของพวกมัน
หลินหมิงถูคางของเขา ร่างของเขาแวบขึ้นหลายครั้งไปด้านนอกและ
จับเอาสัตว์อสูรอวกาศโบราณเหล่านี้เข้ามาในโลกภายในของเขา สิ่ง
เหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติ แม้ว่าเขาจะมั่งคั่ง แต่เขาก็ยังไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้
เสียเปล่า
หลังจากจบทั้งหมดนี้ หลินหมิงก็กลับไปยังตำหนักสวรรค์บรรพกาล
ภายในตำหนักสวรรค์บรรพกาล กองทหารจอมเขมือบยังคงยืนนิ่ง
รอบรูปแบบค่ายกล แต่พวกเขาเกือบจะหมดพลังงานไปแล้ว หลังจาก
กองทหารจอมเขมือบได้ใช้ร่างแปลง แม้ว่าความแข็งแรงของพวกเขาจะ
สามารถเพิ่มขึ้นทั้งขอบเขตใหญ่ แต่ก็มิอาจคงอยู่สภาพร่างแปลงได้นาน
นัก
หลินหมิงตรวจสอบสถานการณ์ของกองทหารจอมเขมือบ ประมาณ
90% หมดพลังแล้ว และจะใช้เวลาอย่างน้อยหลายวันกว่าจะกลับคืนสู่
สภาพเดิม
แม้แต่ชิงเหลียนที่ไม่ได้ใช้ร่างแปลงก็ยังหลั่งเหงื่อที่มีกลิ่นหอมปาน
สายฝนออกมา
เมื่อเห็นหลินหมิงเดินเข้าหานาง ชิงเหลียนก็โค้งคำนับอย่างเคารพ
“เจ้าทำได้ดีมาก!” หลินหมิงชมเชย ด้วยแม่ทัพผู้ชำนาญอย่างชิง
เหลียนที่อยู่ข้างๆ เขาจะสามารถประหยัดพลังไว้ได้มาก ชิงเหลียนมีความ
เชี่ยวชาญในกระแสสถานการณ์การต่อสู้ และนางมีการตัดสินใจที่
สมเหตุสมผล ด้วยการที่นางเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารจอมเขมือบ
แม้ว่าพวกเขาจะขาดพลังทำลายล้างโดยรวมเพราะพวกเขาขาดหลินหมิง
แต่ก็ยังมีแง่มุมที่พวกเขาเหนือกว่าเขา
“ขอบคุณนายท่านสำหรับการยกย่อง” เทพธิดาชิงเหลียนเช็ดเหงื่อ
จากใบหน้าของนาง มีรอยยิ้มลึกปรากฎขึ้น “นายท่าน ด้วยการต่อสู้ครั้งนี้
ชาวภูติเทพปฐมกาลและชนเผ่าชาวภูติเทพดาราได้ประสบกับความ
สูญเสียครั้งใหญ่ มันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะฟื้นตัวในอีกหลาย
หมื่นปี อย่างไรก็ตาม บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้รวบรวมกองทัพ
จำนวนมากมาที่นี่ ซึ่งข้ารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้
ข้าจึงจับนักสู้ชาวภูติเทพมาหลายคนเพื่อที่นายท่านจะได้ซักถามพวก
เขา”
ชิงเหลียนชี้ไปด้านหลัง มีราชันสวรรค์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจาก
การระเบิดและปราณดาราในร่างกายของเขาถูกผนึกไว้ ในเวลาเดียวกันก็
มีผู้ทรงพลังผู้ทรงพลังราชันพิภพหลายคนเช่นกัน
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อย เขามีแผนในใจอยู่แล้ว แต่เทพธิดาชิงเหลียนก็
ได้ทำให้เขาย่นเวลาไปได้มาก
ในขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะถามคนเหล่านี้ หัวใจของเขาก็สะท้าน
เขาหันไปมองนอกช่องหน้าต่าง ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกว่ามีจุดสว่าง
จำนวนมากเข้ามาใกล้ตำหนักสวรรค์บรรพกาลอย่างรวดเร็ว
มีบางคนมา!
ในเวลาสั้นๆ หลินหมิงได้พิจารณาถึงจำนวน การบ่มเพาะ ความ
แข็งแกร่งและรายละเอียดพิเศษอื่นๆของคนเหล่านี้ได้
“ระดับราชันพิภพ – ชาวมนุษย์!”
หลินหมิงตกตะลึง คนเหล่านี้เป็นชาวมนุษย์!
หลินหมิงเคยเห็นสหายชาวมนุษย์มากกว่าหนึ่งครั้งนับตั้งแต่มาถึง
จักรวาลรกร้าง แต่คนเหล่านี้เป็นเพียงชาวมนุษย์ธรรมดาที่ต้องทนทุกข์
ยากลำบาก นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงพบกับชาวมนุษย์ในระดับราชัน
พิภพ
ร่างของเขาสั่นไหวและปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอกตำหนักสวรรค์บรรพ
กาล
หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความคาดหมาย ด้วยราชันพิภพชาวมนุษย์
ที่นี่ เขาจะสามารถค้นหาราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ผ่านพวกเขาและได้รับ
ข้อมูลเกี่ยวกับเสี่ยวหมัวเซียน ฉินซิงเซวียน มู่เชียนหยี่และคนอื่นๆได้
ในเวลานี้ ผู้คนที่บินไปหาหลินหมิงนั้นเป็นหน่วยสอดแนมของกอง
กำลังของชาวมนุษย์ พวกเขามีทั้งหมด 6 คน ชาย 5 คนและหญิง 1 คน
หลังจากได้เห็นหลินหมิง คนเหล่านี้ต่างก็โค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง
ขณะที่พวกเขามองเขา ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพและ
ความกลัว
ในโลกของนักสู้ ผู้ที่ทรงพลังจะได้รับความเคารพอย่างง่ายดาย
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงยังมีเมตตาอย่างยิ่งต่อชาวมนุษย์