Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,038 ความภาคภูมิใจสุดท้ายของเรา
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,038 ความภาคภูมิใจสุดท้ายของเรา
เริ่มต้นจากเมื่อคนกลุ่มแรกตั้งรกรากบนดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิ
รันดร์ มันมีประวัติศาสตร์เพียงไม่กี่ร้อยปี ในแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ที่
ผ่านมาซึ่งชาวมนุษย์วิวัฒนาการ ประกายเล็กๆแห่งช่วงเวลานี้ก็มิได้มีค่าที่
จะกล่าวถึงเลย
ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ประชากรของดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบ
นิรันดร์พัฒนาจากพันล้านเป็นหมื่นล้านคน อย่างไรก็ตาม ทั่วทั้งดาว
เคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์และกว้างใหญ่ใหม่ มันมีพื้นที่รกร้างจำนวน
มหาศาลที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ชาวมนุษย์สามารถครอบครองมุมเล็ก
ที่สุดของโลกนี้ได้และมีการสร้างเมืองประมาณ 100,000 แห่ง ทั้งขนาด
ใหญ่และขนาดเล็ก
ชื่อของดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์มาจากความปรารถนาของ
เสี่ยวหมัวเซียนที่มีต่อหลินหมิง
ทุกคนบนดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์รู้เรื่องของหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียน เรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความรัก การประลองใน
งานเลี้ยงฉลองชันษาของจักรพรรดิอสูรเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่พวกเขาชื่น
ชอบในการพูดคุย
สำหรับชาวมนุษย์เหล่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อนในปัจจุบัน
เรื่องราวของหลินหมิงในการกำราบบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ผู้ช่วยชีวิต
เสี่ยวหมัวเซียนและปลดปล่อยนางออกจากห่วงของเผ่าอสูรและปีศาจ
แล้วเริ่มเรื่องราวความรักใคร่ ในเรื่องนี้พวกเขาไม่เคยเบื่อมันเลย
สำหรับผู้คนในดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ที่ประสบกับความ
ยากลำบากมากมาย นี่คือเทพนิยายที่พวกเขารักมากที่สุด
สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ส่วนใหญ่ที่ดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์
เหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะออกจากบ้านเกิดของตนและติดตามเสี่ยวหมัว
เซียน นั่นก็เพื่อพัฒนาพื้นที่รกร้างนี้ด้วยความเคารพและความรักที่นางมี
ต่อหลินหมิง
และหลังจากก่อตั้งดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์แล้ว เสี่ยวหมัว
เซียนก็เข้าร่วมกับอาณาประชาราษฎร์ของนางด้วย เมื่อเมืองถูกสร้างขึ้น
ไปทั่ว นางกินและอาศัยอยู่กับพวกเขา อาศัยอยู่ในความสามัคคีที่สมบูรณ์
แบบ
ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ มันมีขุนเขา
ศักดิ์สิทธิ์ บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ สิ่งตั้งตระหง่านเป็นตำหนักอนุสรณ์
ที่อุทิศให้กับหลินหมิง ตำหนักรำลึกแห่งนี้มีรูปปั้นของหลินหมิง, เสี่ยวห
มัวเซียนและอีกหลายคน
ในทุกปี ผู้คนจำนวนมากจะมาและนมัสการที่ตำหนักแห่งนี้
หลายเดือนก่อนชาวภูติเทพได้ค้นพบดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิ
รันดร์ โดยมิได้ลงแรงมากนัก พวกเขาสามารถยึดครองดาวเคราะห์นี้
ผู้คนหลายพันล้านที่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่สามารถคุกคามกองทัพชาวภูติเทพ
ได้
หลังจากชาวภูติเทพได้ยึดครองดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ การ
กระทำแรกที่พวกเขาทำคือเปลี่ยนชื่อของดาวเคราะห์
ดาวเคราะห์นี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ดาวเคราะห์ภูติเทพจุติ
แต่ชื่อนี้ถูกต่อต้านจากพลเมืองของดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์
ทุกคน จากนั้น บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลจึงออกคำสั่ง
มันเป็นคำสั่งนี้ที่สร้างนรกบนดินต่อผู้ที่อยู่อาศัยในดาวเคราะห์
อาวรณ์ตราบนิรันดร์
ในอดีต เมื่อชาวภูติเทพยึดครองดาวเคราะห์ พวกเขาจะปล้นมัน
อย่างไร้ความปราณีในขณะที่สังหารผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของชาวมนุษย์
ทั้งหมดไป คนทั่วไปจะถูกทิ้งให้อยู่ในฐานะคนงานสามัญ
ผู้บุกเบิกชาวภูติเทพส่วนใหญ่มาที่ดาวเคราะห์เหล่านี้เพื่อเอามั่งคั่งที่
เหลืออยู่เท่าที่พวกเขาจะทำได้
แต่คราวนี้ หลังจากบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ยึดครองดาว
เคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ เขาก็ไม่ได้ทำสิ่งนี้เลย กลับกัน พูดได้ว่าเขา
รังเกียจที่จะทำเช่นนั้น
คำสั่งที่เขาส่งผ่านลงมาคือ การยึดยุ้งฉางทั้งหมดของดาวเคราะห์
อาวรณ์ตราบนิรันดร์และปิดกั้นเมือง 100,000 แห่งอย่างสมบูรณ์ ไม่
อนุญาตให้ใครก็ตามก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
ผู้อยู่อาศัยของดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ส่วนใหญ่เป็นคน
ธรรมดาที่ขั้นปราณปลายฟ้าหรือต่ำกว่า เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกำจัด
ความหิวโหยโดยง่าย พวกเขาจำเป็นต้องกิน
หลังจากยุ้งฉางถูกปล้น ประชาชนก็จำต้องออกไปหาอาหารจาก
พื้นที่บ่มเพาะนอกเมืองหรือจากสัตว์ป่าในป่าเท่านั้น
แต่เนื่องจากบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลปิดผนึกเมืองทั้งหมดไว้ มัน
จึงไม่มีใครออกไปได้
ทุกคนในดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ทำได้เพียงพึ่งพาธัญพืชที่
เหลืออยู่เล็กน้อยในครัวเรือนของพวกเขาเพื่อผ่านพ้นวันเวลา
และบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ได้วางแผนที่จะยกเลิกการปิดล้อม
ในทุกเมืองเลย ความตั้งใจของเขาชัดเจน: เขาต้องการที่จะปล่อยทุกคน
บนดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์หิวจนตาย
จินตนาการ หากคนที่ตาแดงก่ำและหิวโหยต้องถูกขังอยู่ในเมือง
เล็กๆแล้ว มันจะเกิดอันใดขึ้น?
ความหิว ความตาย ความสิ้นหวัง ทุกสิ่งเหล่านี้จะทำให้ธรรมชาติ
ของชาวมนุษย์ที่ป่าเถื่อนและเลวทรามออกมา ในสถานการณ์ที่ขาด
อาหาร ผู้คนจำนวนมากจะต่อสู้และการฆ่ากันเพื่อเศษอาหาร ในที่สุด
การกินเนื้อกันเองก็จะเกิดขึ้น
สำหรับบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล นี่เป็นการทดลองที่น่าสนใจอย่าง
ยิ่ง
นี่คือการลงโทษที่บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมอบให้กับคนธรรม
สามัญเหล่านี้ เนื่องจากพวกเขามีเจตจำนงที่จะต่อต้าน เขาจึงอยากเห็น
ว่าเจตจำนงของพวกเขาจะคงอยู่ได้นานเพียงใดในขณะที่พวกเขาต้องทน
ทุกข์ทรมานจากความหิวโหย
และก็มีอีกประเด็นที่สำคัญกว่า บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ใช้
วิธีการนี้เพื่อบังคับให้เสี่ยวหมัวเซียนออกมา
เขาตระหนักดีว่าเสี่ยวหมัวเซียนนั้นได้ออกจากดาวเคราะห์อาวรณ์
ตราบนิรันดร์ไปนานแล้ว แต่ในการทำเช่นนั้นนางก็จะต้องถูกทิ้งคนส่ง
ข่าวไว้เบื้องหลังด้วย การพัฒนาใหม่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในดาวเคราะห์
อาวรณ์ตราบนิรันดร์จะถูกรายงานกลับไปยังเสี่ยวหมัวเซียน
ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็ต้องการดูว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะหันหลังให้กับผู้คน
ของนางหรือไม่
ในสายตาของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ถ้าเสี่ยวหมัวเซียนวิ่ง
กลับมาที่นี่เพราะมีสามัญชนหลายล้านคนที่กำลังจะตาย เช่นนั้นมันก็จะ
เป็นสิ่งที่โง่เขลาอย่างมาก
แต่เขาก็รู้ด้วยว่าในโลกนี้มีบางคนที่โง่เขลาเช่นนั้นอยู่
แม้เสี่ยวหมัวเซียนจะโหดร้ายกว่าที่เขาคาดไว้ หากนางไม่มาและเขา
ต้องมองดูสามัญชนที่อดอยากจนตายนั้น มันก็หาใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา
เลย สำหรับบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล มันมิต่างไปจากการตายของมด
หลายพันล้านตัวเลย
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ลดบริเวณกลุ่มก๊าซขนาดใหญ่หลาย
แห่งลงได้เรื่อยๆแล้ว หากเสี่ยวหมัวเซียนไม่อาจทนไหวและต้องการฝ่า
ด่านเพื่อเขามาช่วยเหลือดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ เขาจะเป็นคน
แรกที่ค้นพบนาง
บนดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ ความอดยากยังคงดำเนินต่อไป
เป็นเวลานาน คนที่รับผิดชอบในการจัดการดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิ
รันดร์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล – ราชัน
สวรรค์ราตรีกาล
ราชันสวรรค์ราตรีกาลมีชื่อเสียงในฐานะบุคคลที่โหดร้ายและไร้ความ
ปราณี ชื่นชอบโลหิตและการสังหาร การทรมานผู้คนเช่นนี้เป็นงานที่
เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา
และในความเป็นจริง เมื่อเขาได้รับคำสั่งเหล่านี้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้น
อย่างยิ่ง
ในการที่จะได้ค่อยๆฉีกความมีคุณธรรมและเปลี่ยนพวกเขาเป็นสัตว์
ร้าย นั่นคือสิ่งที่ราชันสวรรค์ราตรีกาลชมชอบมากที่สุด
ในสายตาของเขา ดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ไม่มีประวัติหรือ
ภูมิหลังเบื้องหลังเลย และพวกเขาก็ไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เพียงไม่กี่ร้อยปีนับตั้งแต่ชาวมนุษย์มาเพื่อพัฒนาโลกนี้ พวกเขาจะมีความ
สามัคคีกันได้สักเพียงใด?
แต่ความจริงก็คือ ความเป็นจริงมิได้เป็นไปตามความปรารถนาของ
ราชันสวรรค์ราตรีกาล
เมื่อความหิวโยยังคงดำเนินต่อไป สิ่งที่ทำให้ราชันสวรรค์ราตรีกาลไม่
มีความสุขคือ การฆาตกรรมและการปล้นที่เขาคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นใน
ตอนแรกกลับไม่มี
ไพร่เหล่านี้นั้น แม้ว่าพวกเขาจะหิวถึงขีดจำกัด แม้ว่าพวกเขาจะถูก
ปิดผนึกในเมือง แม้ว่าจะมีคนที่อดตายหรือตายจากความเจ็บป่วย แต่ก็
ยังคงอดทนอย่างเงียบๆ
พวกเขาอดทนต่อความหิวโหย อดทนต่อการขาดแคลนเสบียงและ
ภัยพิบัติที่ทำลายล้างเมือง พวกเขาใช้ชีวิตอยู่เหมือนศพเดินได้
เพื่อประหยัดพลังงาน ผู้คนจำนวนมากได้เข้าฌานตลอดทั้งวัน
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า พวกเขากระทั่งในเวลานี้เพื่อฝึกฝน พวก
เขาต้องการที่จะเดิมพันทุกอย่างในช่วงเวลาที่เลวร้ายเหล่านี้และทะลวง
เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า ตราบใดที่พวกเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า
พวกเขาจะสามารถพึ่งพาการหายใจเอาพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีเข้าไปเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง จะต้องการอาหารเพียงเล็กน้อยที่สุด…
บางครั้งหน่วยลาดตระเวนชาวภูติเทพจะมาป้วนเปี้ยนรอบๆ และ
เมื่อพวกเขาเห็นนักสู้ชาวมนุษย์ที่ตนไม่ชอบ พวกเขาจะลากคนเหล่านี้
ออกไปและทุบตีอย่างสะใจ แต่ผู้คนในดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์
ยังคงยืนหยัด
ไม่มีใครปล้นคนอื่น ไม่มีใครทำร้ายคนอื่น และยังไม่มีการฆ่าตัวตาย
มากนัก
ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นช่วยยับยั้งความทุกข์ทรมาน
ของผู้คน ทำให้พวกเขามีความดื้อรั้นแปลกๆ
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีชีวิตอย่างด้านชา มีชีวิตอยู่ด้วยหัวใจที่เต็มไป
ด้วยความสิ้นหวัง
แต่ราชันสวรรค์ราตรีกาลรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่ด้านชา
อย่างแท้จริงและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังจะสามารถอดทนกับสิ่งเหล่านี้ได้
เขาค้นพบว่าในขณะที่ผู้คนจำนวนมากอดอยาก พวกเขายังคงปีนขึ้น
ไปบนขุนเขาศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงความเคารพต่อรูปปั้นของเสี่ยวหมัวเซียน
และหลินหมิงที่ตำหนักระลึก
สิ่งนี้กระตุ้นโทษะของราชันสวรรค์ราตรีกาล
เขาสามารถทำลายดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ได้อย่างง่ายดาย
แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เพื่อฆ่าคนเหล่านี้ แต่ต้องทำลายเจตจำนงและ
พิชิตพวกเขา!
ชาวภูติเทพต้องการปกครอง 33 สวรรค์ นี่ไม่ใช่การทำลายล้าง
เผ่าพันธุ์อื่นทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง แต่เพื่อกดขี่และกำราบพวกเขา!
ลำแสงพุ่งลงมา ตำหนักรำลึกถูกทำลาย
สิ่งที่เหลืออยู่คือรูปปั้นของหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนต่อหน้า
ตำหนักระลึก พวกเขายืนอยู่ที่นั่นอย่างเย็นชา นี่เป็นการกระทำที่ตั้งใจ
โดยราชันสวรรค์ราตรีกาล
ราชันสวรรค์ราตรีกาลออกคำสั่งใหม่ เขาให้ชาวภูติเทพเปิดคลังเก็บ
อาหารมากมายบนขุนเขาศักดิ์สิทธิ์
ชิ้นเนื้อสุกขนาดใหญ่และหม้อข้าวยักษ์ถูกนึ่ง
ตราบใดที่ชาวมนุษย์ซึ่งทุกข์ทรมานจากความหิวเหล่านี้เต็มใจที่จะ
เดินไปยังซากปรักหักพังของตำหนักและถ่มน้ำลายลงบนรูปปั้นของหลินห
มิงและเสี่ยวหมัวเซียนแล้ว พวกเขาจะได้หม้อเนื้อสุกและข้าวหอม 10 จิน
หลายคนรีบไปยังลานด้านบนขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นของข้าวและ
เนื้อสัตว์ทำให้พวกเขาหวั่นไหว นี่คือความปรารถนาทางกาย ซึ่งผู้หนึ่งมิ
อาจต้านทานได้
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขาได้รู้สิ่งที่ตนต้องทำเพื่อแลกกับ
อาหารนี้ หัวใจพวกเขาก็เย็นชา
เด็กหลายคนน้ำลายไหล แต่ก็ถูกผู้ใหญ่ดึงกลับมา แม้ว่าเด็กๆเหล่านี้
จะไม่มีอะไรนอกจากความซูบผอม แม้ว่าผู้ใหญ่จะสั่นด้วยความหิว แต่ก็
ยังไม่มีใครขยับไปข้างหน้า
จัตุรัสแห่งนี้ที่มีผู้คนนับหมื่นที่นิ่งเงียบ ไม่มีใครเดินไปหน้ารูปปั้นและ
ไม่มีใครไปรับอาหารช่วยชีวิต
มีทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ หญิงสาวในผ้าขี้ริ้ว เด็กผอมแห้ง…
ด้วยใบหน้าที่ด้านชา พวกเขายืนอยู่ที่นั่นเช่นประติมากรรมหินนิ
รันดร์ ราวกับว่าพวกเขาจะยืนอยู่ที่นั่นตลอดไปจนกระทั่งวาระสุดท้าย
ของชีวิตมาถึง
หากผู้หนึ่งสามารถมองผ่านสายสายตาพวกเขา มันก็จะพบว่าภายใต้
การปราบปรามอย่างหนัก แม้แต่ในโลกที่มืดมนนี้ มันก็ยังมีแสงสลัวที่ส่อง
ตรงหน้าพวกเขาอยู่เสมอ
พวกเขาเชื่อมั่นว่าผู้นำของตนจะกลับมาพร้อมกองทัพ!
คนเหล่านี้มาจากดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์ พวกเขาเป็น
วีรบุรุษในตำนานที่สุดของประวัติศาสตร์ชาวมนุษย์! พวกเขามีความ
ภาคภูมิ พวกเขาอาจถูกฆ่าภายใต้ส้นเท้าของผู้อื่น แต่พวกเขาจะไม่หมอบ
คลาน พวกเขาจะไม่จำนน!
พวกเขาจะไม่กินอาหารที่วางกับดักไว้ต่อหน้า นี่เป็นความภาคภูมิใจ
ครั้งสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์!
ราชันสวรรค์ราตรีกาลมีโทษะอย่างที่สุด คำสั่งที่เขาออกคือการ
ทรมานผู้คนเหล่านี้เพื่อที่เสี่ยวหมัวเซียนจะเปิดเผยที่อยู่ของนางด้วยความ
ตื่นตระหนก
ตอนนี้เขาหมดความอดทนแล้ว
เนื่องจากเขาไม่สามารถพิชิตคนเหล่านี้ เขาก็จะลบพวกเขาทิ้งไปซะ
เขาได้ออกคำสั่งใหม่ ในทุกวัน, 10 ล้านคนจะถูกสังหารอย่าง
ต่อเนื่องจนกว่าทุกคนบนดาวเคราะห์อาวรณ์ตราบนิรันดร์จะถูกสังหาร
หมด!
และหลังจากออกคำสั่งนี้ คำตอบที่เขาเห็นก็คือความเฉยเมยและ
ความด้านชาเช่นเดิม เขาไม่เห็นแม้แต่ความกลัวในสายตาของไพร่เหล่านี้
อีกต่อไป
“พวกเจ้าทุกคนมีเจตจำนงที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง เมื่อเจ้าต้องการ
ที่จะตายแล้ว ข้าก็จะช่วยเอง จีเซียนเอ๋อร์ออกคำสั่งนี้แก่พวกเจ้าไว้
หรือไม่? ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้น!
ราชันสวรรค์ราตรีกาลโบกมือสั่งลูกน้องของเขาให้เริ่มสังหาร เขา
ชิงชังเกินกว่าที่จะฆ่าไพร่เหล่านี้เอง เขามีสถานะอันสูงส่งเพียงใดน่ะหรือ?
การฆ่าคนเหล่านี้จะเป็นของขวัญให้กับพวกเขาด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เขาโบกมือ เขารู้สึกว่ามีออร่าแปลกๆมาถึง
ความรู้สึกลึกลับได้ปกคลุมทั่วร่างกายของเขาทันที่ เมื่อไม่มีเวลาแยกแยะ
เขาก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลัง เขามองลงไปด้านล่าง เขาก็เห็นหอก
โลหิตที่ยื่นออกมาจากอกของตน
โลหิตแดงฉานไหลรินจากมัน…