Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,062 ข้อตกลงที่ยังมิอาจบรรลุ
“เจ้าต้องการให้เราพร้อมที่จะถอนตัวจากสงครามระหว่างชาวมนุษย์
และชาวภูติเทพเช่นนั้นหรือ?”
ขุนพลสวรรค์คิ้วขมวด เขาไม่ชอบถูกผู้อื่นถือหาง ความรู้สึกนี้เป็น
เหมือนเขาเพียงแค่ต้องทำตามการตัดสินใจที่หลินหมิงเลือก เช่นเดียวกับ
การรับคำสั่ง นี่มิได้น่าอัปยศเลยหรือ?
“แล้วนิมิตฝันเทวะเล่า?”
ดวงตาของขนวิหคเหินหาวมองไปยังด้านข้างหลินหมิง
ในเวลานี้ นิมิตฝันเทวะกำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากหลินหมิง นางยังคงนิ่ง
เงียบนิมิตสีขาว รอให้หลินหมิงตอบอีกฝ่าย
“ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะจะยังคงมีส่วนร่วมในสงครามระหว่างชาว
มนุษย์และชาวภูติเทพต่อไปเพื่อชดเชยความแข็งแกร่งที่แตกต่าง ผู้ที่ต้อง
ถอนตัวไปคือเจ้า ข้าและขุนพลสวรรค์ สามคนพร้อมกัน”
หลินหมิงกล่าวอย่างมั่นใจ ชาวภูติเทพมีราชันสวรรค์มากกว่าชาว
มนุษย์ หากปราศจากนิมิตฝันเทวะที่นี่เพื่อรักษาสมดุล ชาวมนุษย์จะไม่
สามารถต่อสู้กับชาวภูติเทพในสนามรบได้เลย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่คำเหล่านี้ตกอยู่ในหูของขนวิหคเหินหาวและ
ขุนพลสวรรค์ มันก็เสียดสีกับหูของพวกเขา!
“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ?” ทันใดนั้น เสียงของขุนพลสวรรค์ก็เย็นยะ
เยือก
ในขั้นต้น ขุนพลสวรรค์ไม่เต็มใจที่จะยอมรับข้อเสนอของหลินหมิง
เพื่อถอนตัวออกจากสงครามเพราะเขาไม่ชอบถูกถือหางโดยผู้เยาว์ แต่
ตอนนี้ยิ่งเขาได้ยินว่าข้อตกลงไม่เท่าเทียมกันแล้ว เขายิ่งโกรธมากขึ้น!
พวกเขาจะปล่อยให้นิมิตฝันเทวะซึ่งเป็นผู้ทรงพลังเทพแท้จริง
สามารถฆ่าราชันสวรรค์ชาวภูติเทพได้อย่างอิสระ!?
หลินหมิงกล่าวว่า “ในโลกนี้มีหลักการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันอยู่
เสมอ ในสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ มนุษย์นำกำลังรบออกมามากเพียง
ชาวภูติเทพก็จะทำเช่นเดียวกัน นี่เป็นแนวคิดที่ยุติธรรม”
คงจะดีกว่าถ้าหลินหมิงไม่ได้อธิบายตัวเอง เพราะเมื่อเขาทำแล้ว
ขุนพลสวรรค์ก็จะเริ่มมีจิตสังหารหนา
สีหน้าของขุนพลสวรรค์นั้นมืดมนในขณะที่เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า
“เจ้ากำลังบอกว่าเจ้าคนเดียวเทียบเท่ากับข้าและขนวิหคเหินหาว ดังนั้น
พวกเราสามคนที่ถอนตัวจึงเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน?”
หลินหมิงมองดูที่ขุนพลสวรรค์ “เจ้าสามารถเข้าใจสถานการณ์ว่า
เป็นเช่นนั้นได้ ในข้อตกลงนี้ การถอนตัวของข้ายังหมายถึงการถอนตัวร่าง
จำแลงจอมเขมือบ ยิ่งไปกว่านั้น… ข้าคนเดียวอาจเกินกว่าที่เจ้าและขน
วิหคเหินหาวจะชดเชยการถอนตัวได้ เพียงแค่ว่าช่วงเวลานี้นั้น ข้ายังไม่
สามารถต่อสู้กับเจ้าสองคนได้ แต่หากมีเวลามากกว่านี้ ข้าเชื่อว่ามันจะ
เป็นไปได้”
หลินหมิงยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุด ขุนพลสวรรค์ก็ไม่สามารถ
ต้านทานมันได้ เขาเป็นเหมือนถังกินปืนที่พร้อมจะระเบิด ใบหน้าของเขา
บิดเบี้ยวราวกับว่าเขากำลังจะก้าวไปข้างหน้าและบีบคอหลินหมิง
“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ขุนพลสวรรค์ในที่สุดก็มาถึงขีดสุดของเขา ด้วยเสียงดังลั่น ร่างกาย
ของเขาเริ่มขยายขึ้น จากระหว่างคิ้ว ตรามังกรลึกลับทั้งเก้าปรากฏ ด้วย
มัน รูนโบราณปรากฏทั่วร่างกายของเขาและผิวผลึกมัวของเขาเริ่ม
เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตจาง
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ได้เปิดใช้งานพลังสายเลือดและร่างแปลง!
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่พร้อมที่จะปะทุได้ทุกขณะ!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายสดใส ในความเป็นจริง เขาคาดหวัง
มานานแล้วว่าการต่อสู้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้!
คำพูดอาจเป็นอาวุธที่แหลมคม แต่ในการเจรจาระหว่างนักสู้ ความ
แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่จะตัดสินชัยชนะและความพ่ายแพ้เสมอ หากคำพูดไม่
เพียงพอที่จะโน้มน้าวผู้อื่น พวกเขาต้องเอาชนะซึ่งกันและกันด้วยการ
บังคับ!
หลินหมิงต้องการใช้ราคาการถอนตัวของเขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับการ
ถอนตัวของขนวิหคเหินหาวและขุนพลสวรรค์ด้วย หากพวกเขาไม่ต่อสู้
ดังนั้นข้อตกลงนี้จะเป็นไปไม่ได้เพราะไม่ว่าจะเป็นขนวิหคเหินหาวหรือ
ขุนพลสวรรค์ต่างก็จิตใจที่เย่อหยิ่ง พวกเขาจะไม่ยอมเห็นด้วยกับข้อตกลง
ดังกล่าว
และในเวลานี้ ขนวิหคเหินหาวก็ก้าวไปข้างหน้า ชุดสีขาวของนาง
สะบัดและผมยาวสยายในสายลม ขนวิหคหนาตกลงมารอบตัวนาง; เห็น
ได้ชัดว่านางจะไม่ยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้
นางไม่ต้องการมีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้ระหว่างชาวภูติเทพและ
ชาวมนุษย์ตั้งแต่แรกเริ่ม นางเข้าใจว่าสงครามนี้ในความจริงไม่มีอะไรมาก
ไปกว่าความทะเยอทะยานของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
แต่ในท้ายที่สุด นางยังเป็นนักสู้ นางไม่ต้องการเห็นชาวภูติเทพพ่าย
แพ้ต่อชาวมนุษย์
นางจะไม่ยืนเฉยๆในขณะที่นิมิตฝันเทวะกำราบคนของนางด้วย
ความเหนือกว่าในด้านความแข็งแกร่ง
ขณะที่ขนวิหคเหินหาวใช้สนามพลังของนาง นิมิตฝันเทวะเองก็ดึง
กระบี่ออกมา ภายใต้แสงดาว ภาพลักษณ์ของนางเฉียบคมและดุดัน ดุจ
น้ำแข็งหมื่นปี
การต่อสู้ 4 คนระหว่าง 3 เทพแท้จริงและหลินหมิงกำลังจะปะทุใน
ทุกขณะ!
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงได้หยุดนิมิตฝันเทวะ “ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะ
ให้ข้าจัดการเรื่องนี้เอง เงื่อนไขเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างข้ากับสองเทพ
แท้จริง หากท่านมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ มันจะไม่สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้
แม้ว่าเราจะชนะ แต่มันก็จะเป็นเช่นเดียวกับท่านและข้าเช่นเดียวกับ
ขุนพลสวรรค์และขนวิหคเหินหาว ทั้งหมดต้องถอนตัวออกจากสงคราม
นี้”
หลินหมิงกล่าวอย่างสงบ ขุนพลสวรรค์เค้นเสียง “เจ้าร่วมมือกัน
อย่างอย่างไร? เจ้าคิดว่าหากร่วมมือกันจะสามารถเอาชนะพวกเราได้?”
“ใครก็ตามที่อ่อนแอกว่า เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อต่อสู้!” หลินหมิงตอบ
อย่างเฉยเมย เขามองไปยังขุนพลสวรรค์ ดวงตาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
แห่งการต่อสู้ “ข้าคนเดียวจะต่อสู้กับเจ้าสองคน แน่นอน มันจะเป็นใน
คราวเดียวกัน ข้าจะไม่ใช้ร่างจำแลงจอมเขมือบ!”
ร่างจำแลงจอมเขมือบมีศักยภาพในการต่อสู้ที่น่ากลัว ในมือของ
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล มันมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกระทั่งเทพ
แท้จริงกลาง
แต่ในมือของหลินหมิง เขาได้ดึงเอาเนื้อของร่างจำแลงและพลังงาน
โลหิตมาเป็นจำนวนมากแล้ว ความแข็งแกร่งของร่างจำแลงจึงลดลงมาก
แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังสามารถถือเป็นสิ่งที่น่าเกรงขามต่อเทพแท้จริงต้น
แม้ว่าร่างจำแลงของจอมเขมือบอ่อนแอลง แต่หลินหมิงก็แข็งแกร่ง
กว่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล ไม่ว่าจะเป็นพลังจิตวิญญาณหรือความ
เข้ากันได้ เขาก็เหนือกว่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
ในมือของหลินหมิง จอมเขมือบที่เทียบเท่าเทพแท้จริงต้นจะสามารถ
แสดงความแข็งแกร่งได้สูงกว่าที่บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลทำได้
หากหลินหมิงสามารถต่อสู้กับขุนพลสวรรค์หรือขนวิหคเหินหาวได้
เมื่อเพิ่มร่างจำแลงจอมเขมือบเข้ามา ข้อตกลงที่เขาต้องการจะมิอาจ
บรรลุ
“ดี! ดีมาก! เช่นนั้นข้าจะต่อสู้กับเจ้า! ตราบใดที่เจ้ามีพลังที่สามารถ
เทียบเคียงกับข้าได้ ข้าก็จะถอนตัวออกจากสงครามระหว่างชาวมนุษย์
และชาวภูติเทพ! ไม่เพียงแค่นั้น แต่ข้ายังจะให้สัตย์สาบานว่าในอนาคต
นั้น ถ้าข้าโจมตีขุมกำลังของชาวมนุษย์ที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อข้าหรือยั่วยุ
ข้าแล้ว ก็ขอให้รากฐานของข้าพังทลายและไร้การบ่มเพาะ!
“นอกจากนี้ หากข้าไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ ศิษย์สองคนที่ไร้
ประโยชน์ของข้าจะถอนตัวจากสงครามและกลับไปบ่มเพาะอย่างจริงจัง
ไม่กลับออกมาทำให้อับอายขายหน้า หากไม่แล้วก็จงพวกเขาและขู่ข้าอีก
ครั้งได้!”
ในที่สุด ขุนพลสวรรค์ก็กลายเป็นตั้งมั่นอย่างที่สุด
หลินหมิงกล่าวว่า “ดีมาก! สัญญาคือสัญญา! เนื่องจากเป็นกรณีนั้น
ข้าจะสัญญาว่าหากเจ้าทำตามเงื่อนไขนั้นได้ ข้าจะถอนกองทหารจอม
เขมือบด้วยเช่นกัน ไม่เข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างชาวมนุษย์และชาวภูติเทพ
และใช้มันเพื่อปกป้องครอบครัวของข้าเท่านั้น”
เนื่องจากหลินหมิงกล่าวว่าเขาจะถอนตัวออกจากสงครามระหว่าง
ชาวมนุษย์และชาวภูติเทพ เขาก็จะทำอย่างหมดจด ในเรื่องนี้ กองทหาร
จอมเขมือบอาจถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งของเขา
และเขาจะไม่เล่นไม่ซื่อกับเรื่องนี้
ในขณะที่เขาพูด หลินหมิงก็หันไปหาขนวิหคเหินหาว ขนวิหคเหิน
หาวนิ่งเงียบ นี่เป็นเช่นเดียวกับการยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้
ส่วนเรื่องสัญญา มันก็ไม่จำเป็นต้องลงนาม ไม่ว่าจะเป็นหลินหมิง
หรือเทพแท้จริงทั้งสอง พวกเขาล้วนเป็นบุคคลที่ภาคภูมิ และคำพูดของ
พวกเขามีค่ายิ่งกว่าดวงดาว พวกเขาจะไม่ผิดต่อคำสัตย์
แม้ว่าด้านใดด้านหนึ่งจะกลับคำพูดของพวกเขา จากนั้นอีกฝ่าย
สามารถฉีกข้อตกลงและกลับเข้าร่วมสงคราม; มันก็จะไม่มีการสูญเสีย
ใดๆ
หลินหมิงดึงหอกมังกรทมิฬออกมา ร่างของเขาแวบผ่านท้องฟ้า
ออกไปหลายพันไมล์
การต่อสู้ของระดับเทพแท้จริงนั้นหาใช่เรื่องเล็กน้อย เขาไม่ต้องการ
ให้ผู้เยาว์ชาวมนุษย์ติดพัน มิเช่นนั้นคลื่นกระแทกของพลังงานจะทำให้
พวกเขากลายเป็นเถ้าถ่าน
นิมิตฝันเทวะสามารถสร้างสนามพลังโดยรอบหนึ่งร้อยไมล์เพื่อ
ปกป้องนักสู้ชาวมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
ขุนพลสวรรค์หรี่ตาลง เมื่อมองดูหลินหมิงห่างออกไปหนึ่งร้อยไมล์
เขาดึงดาบหนักสีทองออกมา ดาบหนักนี้เป็นสมบัติจิตวิญญาณเทพ
แท้จริง
ขุนพลสวรรค์เป็นคนที่มาถึงขีดสุดของระบบกายผันแปร!
“จงระวังด้วย เขาไม่ง่ายที่จะรับมือ!”
ขนวิหคเหินหาวพูดด้วยกระแสเสียง
“ข้ารู้! แม้ข้าจะไม่ต้องการที่จะยอมรับมัน แต่ข้าก็สามารถเห็นได้จาก
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทัณฑ์สวรรค์ว่าเขามีความสามารถ
บางอย่าง แต่แล้วอย่างไรเล่า? หากเราไม่ต่อสู้เ ราจะไม่มีทางรู้ว่าใคร
อ่อนแอกว่าและใครแข็งแกร่งกว่า
“อย่างน้อยในช่วงสิบล้านปีที่ผ่านมา ข้าก็ไม่เคยต่อสู้อย่างแท้จริงกับ
ใครบางคนเลย! ผู้หญิงคนนั้น นิมิตฝันเทวะก็ยังไม่เคยต่อสู้จริงกับข้าเลย
นางใช้เพียงภาพมายาที่น่ารังเกียจเล่นกับข้าเท่านั้น และตอนนี้ท้องของ
ข้าก็เต็มไปด้วยเพลิงพิโรท!”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์กำลังเดือดด้วยจิตวิญญาณ เขายกดาบหนักสี
ทองขึ้นและเหาะไปทางหลินหมิงอย่างช้าๆ
ในเวลานี้ นักสู้ชาวมนุษย์ทั้งหมดมองดูราชาเทพขุนพลสวรรค์และ
กลั้นลมหายใจ พวกเขาได้ยินการเจรจาระหว่างหลินหมิงกับเทพแท้จริง
ทั้งสองอย่างชัดเจน และพวกเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอนาคต
ของเผ่าพันธุ์มนุษย์!