Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,069 หลินหมิงปะทะราชาเทพขนวิหคเหินหาว
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,069 หลินหมิงปะทะราชาเทพขนวิหคเหินหาว
“จอมเขมือบ!?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผนึกข่ายสวรรค์โบราณก็ตกตะลึง ตำราลึกลับเล่ม
นี้อาจมาจากจอมเขมือบ ดังนั้นชื่อของจอมเขมือบจึงถูกเขียนไว้บนมัน
หรือ?
“ตัวอักษร ‘จอมเขมือบ’ ดูเหมือนจะสอดคล้องกับคำภาษาอสูรโล
กันต์… กฎอสูรพื้นฐานชนิดหนึ่ง…”
หลินหมิงพูดอย่างเงียบงันในขณะที่เขามองดูตัวอักษรลึกลับใน
หน้าปก
“ตัวถัดไปคืออะไร?”
“เร้น กัลป์”
หลินหมิงเด่นชัด คำเหล่านี้มาจากความทรงจำจอมเขมือบ ในความ
เป็นจริง ไม่มีคำที่สามารถพบได้ในภาษาชาวมนุษย์ที่ตรงกับตัวอักษร
เหล่านี้
‘เร้น’ และ ‘กัลป์’, โดยไม่ต้องสงสัย มันเป็นตัวอักษรที่สอดคล้องกับ
กฎอสูรพื้นฐาน
เมื่อตัวอักษรทั้งสามนี้รวมกัน หลินหมิงได้ความเกี่ยวข้องกันอย่าง
แปลกประหลาด
“ข้ารู้สึกว่า… เร้นและกัลป์อาจเทียบเคียงจอมเขมือบ…”
“หืม?” ความคิดของผนึกข่ายสวรรค์โบราณสะท้าน
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้ามีความรู้สึกว่าแต่ละตัวมีกฎอสูรพื้นฐาน
ในภาษาอสูรโลกันต์ซึ่งสอดคล้องกับอสูรโลกันต์ที่ทรงพลัง และจอม
เขมือบเป็นเพียงหนึ่งในนั้น! ปกนี้มีอีกสองตัว คือ เร้น และ กัลป์ และสิ่ง
เหล่านี้ควรสอดคล้องกับตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเช่นจอมเขมือบ
พวกมันเป็น ‘จอม’ อสูรโลกันต์ แต่ข้าก็สงสัยว่าสองตนนี้อยู่ที่ใด พวกมัน
อาจซ่อนตัวอยู่ในอเวจีทมิฬหรือพวกมันอาจจะตายไปแล้ว…”
ขณะที่หลินหมิงพูด ผนึกข่ายสวรรค์โบราณก็แข็งค้าง การคาดเดา
ของหลินหมิงนั้นมิใช่ปราศจากเหตุผล แต่ถ้าการคาดเดาเหล่านี้เป็นจริง
นี่จะเป็นข่าวร้าย เพียงแค่จอมเขมือบก็น่ากลัวอย่างมากแล้ว! ยิ่งกว่านั้น
วิญญาณจอมเขมือบยังได้รับการผนึกโดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะเมื่อ 3.6
พันล้านปีก่อน และนั่นเป็นเหตุผลเดียวที่หลินหมิงสามารถใช้กล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าเพื่อปราบมันได้ มิเช่นนั้น ถ้าหลินหมิงต้องเผชิญกับจอม
เขมือบในสภาพสูงสุด เขาก็จะต้องตาย!
“อสูรโลกันต์ที่ทรงพลังเช่นนั้น พวกมันจะมีจำนวนมากเพียงใดกัน?”
เสียงของผนึกข่ายสวรรค์โบราณหนักอึ้ง
“ข้าไม่รู้ แต่ไม่ควรมีจำนวนมากนัก อย่างน้อยที่สุดก็ไม่สามารถนับ
ได้เกินหนึ่งมือ หรืออาจมากกว่านั้นเล็กน้อย และตำราเล่มนี้ครอบคลุม
เฉพาะสามตัวตนเท่านั้น”
หลินหมิงกลั่นกรองตัวอักษรอื่นๆบนหน้าปกอย่างต่อเนื่อง เขาเชื่อว่า
ในขณะที่ไขความทรงจำจอมเขมือบได้มากขึ้น ในที่สุดเขาจะสามารถเปิด
ตำราลึกลับโบราณเล่มนี้และสำรวจความลับภายในได้อย่างทั่วถึง
นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในอนาคตของ 33 สวรรค์
สำหรับสิ่งชีวิตทรงปัญญา อสูรโลกันต์เป็นดั่งเสือดุร้ายที่เกาะอยู่นอก 33
สวรรค์ มันทำให้หลินหมิงรู้สึกลำบากใจ
……
หลังจากนี้ หลินหมิงก็ปิดด่าน เขาสำรวจความทรงจำจอมเขมือบทุก
วัน อย่างช้าๆ เขาก็สามารถอ่านสิ่งต่างๆได้มากขึ้น
แต่เวลาของเขามีจำกัด ในขณะที่หลินหมิงปิดด่าน แม้ว่าเขาจะ
สามารถถอดรหัสเนื้อหาบางอย่างบนปกได้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถเปิด
ตำราโบราณลึกลับ
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงสับสน ตำราโบราณเล่มนี้คือสิ่งใดกัน? ดูเหมือน
จะมิใช่เคล็ดบ่มเพาะ ดังนั้นควรเป็นเพียงตำราที่บันทึกประวัติศาสตร์ของ
อสูรโลกันต์หรือไม่?
ถ้าตำราประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้น มันก็ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลัง
ได้รู้ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้ตัวอักษรอสูรโลกันต์ที่ซับซ้อนและยากที่สุด
ในการเขียน?
บางทีคงมีเพียงตัวตนระดับสูงของอสูรโลกันต์เท่านั้นที่จะสามารถ
อ่านงานเขียนกฎประเภทนี้ได้
หลินหมิงมีความสงสัยมากมายหมุนวนอยู่ในใจของเขา เขารู้สึกเลือน
รางว่ามีความลับสำคัญที่บันทึกไว้ในตำราโบราณนี้ และสำหรับตัวเขาเอง
มันก็มีค่าอย่างเหลือล้น
…….
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า หลังจากวันที่สิบผ่านไป เวลาที่หลินหมิง
จะเผชิญหน้ากับการต่อสู้ครั้งที่สองของเขาก็มาถึง
ในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจะต่อสู้กับราชาเทพขนวิหคเหินหาว!
นี่คือการต่อสู้ที่สำคัญยิ่ง หลินหมิงมีลางสังหรณ์ว่าราชาเทพขนวิหค
เหินหาวนั้นทรงพลังยิ่งกว่าราชาเทพขุนพลสวรรค์ การต่อสู้ครั้งนี้มิใช่เรื่อง
ง่าย!
ในวันสุดท้าย หลินหมิงไม่ได้ค้นหาผ่านวิญญาณจอมเขมือบอีกต่อไป
กลับกัน เขาปรับตนเองให้อยู่ในสภาพสูงสุด
ในวันแห่งการต่อสู้ นักสู้ชาวมนุษย์ในดาราจักรมังกรเร้นตัวมารวมตัว
นอกอาณาเขตดวงดาวที่ซึ่งหลินหมิงและราชาเทพขนวิหคเหินหาวจะ
ต่อสู้กัน
นิมิตฝันเทวะ จักรพรรดิสักกะ, เทพสวรรค์เบิกเวหา ทุกคนยืนอยู่
หน้าเขตสนามรบ รอเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้
มีการจัดวางสนามพลังไว้ด้านหลัง นอกจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะที่ช่วยแล้ว ให้ราชันสวรรค์คนอื่นๆก็ร่วมสร้างรูปแบบค่ายกล
รูปแบบค่ายกลเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายสิบภูมิภาคที่แตกต่างกัน
กองเรือของชาวมนุษย์และผู้โดดเด่นหลายล้านกระจายไปทั่วภูมิภาค
เหล่านี้ จากนั้น พวกเขาจะได้รับการคุ้มครองจากการรูปแบบค่ายกลและ
มันจะปลอดภัยมากกว่า
นักสู้ชาวมนุษย์ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้น
ได้ชมการต่อสู้ระหว่างคู่ต่อสู้ระดับเทพแท้จริง นี่เป็นโชคที่ไม่น่าเชื่อ
สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์น่าทึ่ง พวกเขาจะสามารถเข้าใจได้หลายสิ่ง
ชาวมนุษย์มีเทพแท้จริงเพียงคนเดียวคือนิมิตฝันเทวะ แต่ภายใน
ระยะเวลาสั้นๆ 10 วัน พวกเขาจะสามารถเห็นการต่อสู้ระดับเทพแท้จริง
อย่างต่อเนื่องถึงสองครั้ง นี่เป็นสิ่งที่มิอาจคาดคิดสำหรับผู้เยาว์ที่โดดเด่น
ในเวลานี้ หลายร้อยไมล์ด้านหน้าราชนัสวรรค์นิมิตฝันเทวะ หลินหมิ
งลอยอยู่ในอวกาศ หอกมังกรทมิฬาพาดอยู่บนหลัง หัวหอกสะท้อนแสง
ดาวเย็นยะเยือก!
“พี่หลิน…”
จากระยะไกล เสี่ยวหมัวเซียนเห็นร่างของหลินหมิง แม้ว่าพวกเขาจะ
ถูกแยกจากกันด้วยระยะทางไกล แต่เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังสามารถเห็น
รายละเอียดทุกนาทีบนใบหน้าของหลินหมิงได้ การต่อสู้กับราชาเทพขน
วิหคเหินหาวทำให้เกิดแรงกดดันอย่างมากต่อเสี่ยวหมัวเซียน ในเมื่อนาง
ห่วงใยหลินหมิง มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับนางที่จะรู้สึกไม่สบายใจ
เสี่ยวหมัวเซียน, มู่เชียนหยี่, ฉินซิงเซวียน, และคนอื่นๆก็เฝ้าดูด้วยใจ
ที่บีบรัด
เมื่อหลินหมิงรู้สึกถึงสายตาของผู้หญิงเหล่านี้ เขาก็หันมามองที่พวก
นางและเผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อย
“ข้าไม่เป็นไร
หลินหมิงพูดเบาๆ หากเขาไม่ได้ต่อสู้กับราชาเทพขนวิหคเหินหาว
มันก็ไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาจะไม่พินาศที่นี่ในวันนี้ หากเขาจะพ่ายแพ้ มันก็จะหมายถึงภาระที่
มากขึ้นสำหรับชาวมนุษย์และความล่าช้าในการวางแผนที่จะทวงคืนแดน
เทวะ
เสี่ยวหมัวเซียนพยักหน้า ทุกคนรอ
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวเป็นบุคคลตรงต่อเวลา เพียงชั่วครู่ก่อน
เวลาที่ตกลงกัน ขนวิหคหนาโปรยลงมาจากผืนฟ้า ขนวิหคเหล่านี้ร่อนลง
ด้านหน้าหลินหมิง สะท้อนกับแสงดาว งดงามราวกับความฝัน…
หลินหมิงดึงหอกมังกรทมิฬออกมาอย่างเงียบๆ สายตาเขาเฉียบคม
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวถึงแล้ว นางกลับมาดั่งภูตผียามราตรี โผล่
ออกมาจากอากาศธาตุต่อหน้าหลินหมิง ขนวิหครวมตัวกันรอบตัวนาง
ก่อตัวเป็นพลังงานสีรุ้ง ราชาเทพขนวิหคเหินหาวยื่นมือออกมาแล้วใช้
พลังงานนี้ก่อนที่จะดึงกระบี่ยาวออกมา
กระบี่นี้มีความกว้างเพียง 2 นิ้ว แต่ใบมีดยาวเพียง 6 ฟุต ยิ่งกว่านั้น
ใบมีดก็อ่อนนุ่มราวกับว่ามันไม่แข็งเลย เมื่อราชาเทพขนวิหคเหินหาวดึง
กระบี่นี้ออกมา มันก็ส่ายไปมาดุจน้ำทะเล
เห็นได้ชัดว่ากระบี่เล่มนี้มีความยืดหยุ่นสูง
หลินหมิงหรี่ดวงตาขณะที่จ้องมองกระบี่นี้ ไม่มีเทพแท้จริงซึ่งใช้อาวุธ
ที่สามารถประมาทได้ ดาบดาวมืดของราชาเทพขุนพลสวรรค์เองก็ทำให้
หลินหมิงตกใจ
ขนาดผู้คุ้มกันทางเข้าจักรวาลนี้ยังได้ครอบครองสมบัติจิตวิญญาณ
ชั้นสูง แล้วเหตุใดเทพแท้จริงจึงจะมิได้ครอบครองสมบัติจิตวิญญาณจาก
ซากแดนปฐมกาลบ้างเล่า?
บรรยากาศเริ่มนิ่งเงียบ ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ ผู้คนนับล้านที่ถูก
จับตามองโดยไม่กล่าวสิ่งใด ขณะที่พวกเขาตั้งตารอการต่อสู้ระดับเทพ
แท้จริงซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น พวกเขาทุกคนต่างก็กลั้นหายใจ
นี่คือการต่อสู้ที่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของชาวมนุษย์ มันเป็นเรื่อง
ธรรมดาสำหรับพวกเขาที่จะกังวล
“ในการต่อสู้ของวันนี้ ข้าจะเป็นพยานถึงอนาคตของเจ้า มาเริ่มกัน
เลย แสดงให้ข้าได้เห็น…” ราชาเทพขนวิหคเหินหาวกล่าวเสียงเบา
หลินหมิงไม่ล่าช้า เขามุ่งเน้นออร่าและพลังงานภายในร่างกายเริ่ม
พลุ่งพล่าน ด้านหลังหลินหมิง เงาของร่างเทวะปรากฏขึ้น ร่างเทวะนี้สูง
และสง่า ไร้สีหน้า ออร่าอันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขตแผ่ออกมา ราวกับว่า
มันมองดูถูกโลกด้วยความเฉยเมยและเย็นชา
หลังจากร่างเทวะปรากฏตัว ออร่าของหลินหมิงก็เปลี่ยนไปเป็นลึก
ล้ำอย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่ากฎของเขายืนอยู่เท่าเทียมเต๋าสวรรค์
เขาก้าวไปข้างหน้า หอกมังกรทมิฬดูราวกับจะกลายเป็นมังกร
ศักดิ์สิทธิ์ขณะที่มันพุ่งออกมา!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองสามารถข้ามผ่านได้ในเวลาไม่ถึงวินาที่ หอก
ของหลินหมิงเจาะทะลุฟ้วงอวกาศ ปรากฏต่อหน้าราชาเทพขนวิหคเหิน
หาว มุ่งตรงไปยังหัวของนางทันที!
ในขณะที่รู้สึกถึงหอกอันเย็นยะเยือกนี้ นางก็มิได้แม้แต่จะกระพริบ
ตา นางตวัดกระบี่เบาๆ คลื่นกระบี่ม้วนออกไปทางหอกมังกรทมิฬ
เมื่อเปรียบเทียบกับหอกมังกรทมิฬที่ดุดัน กระบี่อันนุ่มนวลของนาง
ก็ดูเหมือนจะอ่อนแอเกินไป แต่เมื่อหอกและกระบี่สัมผัสกัน แสงศักดิ์สิทธิ์
สีสายรุ้งก็สาดประกายออกมา
บึ้มมมม!
พลังงานปะทุขณะที่ผลกระทบจากแสงศักดิ์สิทธิ์กวาดออกไป ราว
กับว่ากระบี่ทองคำนับไม่ถ้วนกำลังพุ่งออกไปทุกทิศทาง!
มิติถูกฉีกขาดรุนแรงภายใต้ผลพวงของพลังงาน แสงศักดิ์สิทธิ์บดบัง
โลก และในเวลานี้ หลินหมิงและราชาเทพขนวิหคเหินหาวพุ่งเข้าหากัน
เช่นนี้ การต่อสู้ระดับเทพแท้จริงจึงได้เริ่มขึ้นแล้ว!