Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,079 ราชันสวรรค์กลาง, วิวัฒนาการของกฎ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,079 ราชันสวรรค์กลาง, วิวัฒนาการของกฎ
แดนเร้นร้างไพศาลของเส้นทางแห่งอาชูร่าเป็นดินแดนที่ทำให้คนอื่น
กลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความลึกของมัน นั่นคือสถานที่ซึ่งแม้แต่ราชัน
สวรรค์ก็ไม่กล้าเข้าไป มิเช่นนั้นมันจะมีโอกาสที่พวกเขาจะพินาศลงได้
และหุบเขามรณะเป็นหนึ่งในดินแดนที่น่ากลัวที่สุดในแดนเร้นร้าง
ไพศาล แม้แต่เหล่าเทพแท้จริงก็ยังไม่เต็มใจที่จะเข้าใกล้มัน
มันเป็นดินแดนที่มีชั้นของรูปแบบค่ายกลสังหารแปลกๆ ล้อมรอบ
ด้วยมิติและเวลา หากนักสู้เข้าไป พวกเขาจะสูญหายไปตลอดกาล
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงนักสู้ระดับต่ำเท่านั้นที่จะจัดตั้งกลุ่ม
เพื่อสำรวจพื้นที่สันเขาสุสานเทพซึ่งอยู่ห่างออกไปหมื่นไมล์รอบหุบเขา
มรณะเพื่อรับประสบการณ์และขุมทรัพย์ที่อาจมี
มีอันตรายที่มิอาจหยั่งรู้ได้ และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็
หมายความว่าจะไม่เหลือแม้แต่กระดูก แต่คนเหล่านี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ไม่ว่าอย่างไร คนเหล่านี้ก็ต้องอยู่รอดและเติบโต ในเส้นทางแห่งอาชูร่า
การสังหารเป็นเรื่องปกติ หากนักสู้ไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ มันก็น่าจะ
ถูกสังหารและถูกยึดครอง และหากนิกายไม่แข็งแกร่งพอ พวกเขาอาจถูก
ยึดครองในคืนเดียว หรืออาจถูกกำจัดออกไปจากโลกโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าสันเขาสุสานเทพนั้นจะอันตราย แต่มันก็เต็มไปด้วยศิลาสุสาน
เทพ และเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่นี่มีความพิเศษ มันจึงมักจะมีสมบัติ
ล้ำค่าของโลกถือกำเนิด
ในวันนี้ แสงสว่างจ้าส่องออกมาจากสถานที่แห่งหนึ่งในสันเขาสุสาน
เทพ นักสู้แปดคนที่นำโดยชายวัยกลางคนสองคนกำลังต่อสู้กับฝูงผีร้าย
ผีร้ายเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งชั่วร้ายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในสันเขาสุสาน
เทพ
สันเขาสุสานเทพเดิมทีเป็นสนามพลังขนาดใหญ่ที่ถูกผนึก กว่า
พันล้านปีที่ผ่านมา อัจฉริยะนับไม่ถ้วน ผู้ทรงพลัง ปุถุชน ปุถุชน… ทุก
รูปแบบของชีวิตได้ตายที่นี่ ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงพลังของโลหิต พลังงาน
สนามพลังเต๋า กฎและอื่นๆ มันกระจายอยู่ในพื้นที่ปิดผนึกนี้ สะสมและ
ในที่สุดก็กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายมากมาย
ความจริงก็คือ มิต้องกล่าวถึงผู้ทรงพลังระดับสูงที่เสียชีวิตที่นี่ แม้ว่า
แมลงพิษจะถูกผนึกในขวด พวกเขาก็จะกินเองจนกว่าจะกลายเป็นสุด
ยอดแมลงในที่สุด
ตอนนี้ คนเหล่านี้ต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ซึ่งวิวัฒนาการโดยสันเขา
สุสานเทพ สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้มีวิธีการโจมตีที่แปลกประหลาด พวกมันมอง
ไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ มีเพียงมวลของพลังงานหรือสนามพลังเคลื่อนที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ผ่านร่างกายของคนอื่นๆ พวกมันจะดูด
พลังโลหิตจำนวนมากทันที่ หรือแม้กระทั่งสิงร่างเหยื่อ ในกรณีที่เลวร้าย
ที่สุด ร่างกายเหี่ยวแห้งอย่างสยดสยอง
“ท่านอาจารย์ เราทนไม่ไหวแล้ว!” ชายหนุ่มตะโกนดังเมื่อเขาโจมตี
สิ่งชั่วร้าย
“เราต้องวิ่งหนีไป หากเรายังคงต่อสู้ เราทุกคนจะตายที่นี่!” ชายวัย
กลางคนตอบกลับ
อย่างไรก็ตาม ชายวัยกลางคนอีกคนยิ้มอย่างขมขื่น เขาใช้ดาบของ
ตนเพื่อผลักดันสามสิ่งชั่วร้าย ใช่ช่วงเวลาสั้นๆนี้เพื่อส่งกระแสเสียง “ไม่มี
ทางที่เราจะหนีไปได้ แม้ว่าเราจะหลุดจากพวกมันได้ แต่เราจะทำได้เพียง
วิ่งไปข้างหน้า และห่างออกไปหนึ่งร้อยไมล์จากเราคือหุบเขามรณะ หาก
เราเข้าสู่หุบเขามรณะ และบางทีแม้ว่าเราจะเห็นทางเข้าเท่านั้น เราก็ยัง
จะหายไปตลอดกาลโดยไม่มีโอกาสกลับมาอีก ดินแดนนั้นเป็นกับดักแห่ง
ความตาย สถานที่ซึ่งแม้แต่ราชันสวรรค์ก็จะพินาศ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น
เราวางเดิมพันทุกอย่างที่นี่และเดี๋ยวนี้โดยหวังว่าเราจะสามารถมีชีวิตอยู่
ต่อไปได้ดีกว่า”
เมื่อชายวัยกลางคนพูดกัน คนอื่นๆก็รู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง
ความหวังที่จะสามารถมีชีวิตรอดผ่านสิ่งนี้… มันก็ริบหรี่เกินไป
“อ๊ากก!”
เด็กสาวร้องอย่างน่าสังเวช นางได้รับบาดเจ็บอย่างชัดเจน
พวกเขาหลายคนผลาญพลังแห่งโลหิตไปมากในการต่อสู้กับสิ่งชั่ว
ร้ายเหล่านี้ หากสิ่งต่างๆดำเนินต่อไปเช่นนี้ พวกเขาจะทนเพียง 15 นาที่
เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาทั้งหมดจะตายที่นี่
พวกเขาพยายามรักษารูปแบบ หันหลังชนกันสู้เพื่อลดความสูญเสีย
เท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ราคาของสิ่งนี้คือ ตอนนี้พวกเขาถูกรายล้อมรอบไป
ด้วยสิ่งชั่วร้าย และโอกาสของพวกเขาที่จะหนีจากการวงล้อมนี้จะ
เล็กน้อยมากขึ้น
พวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตครั้งสุดท้ายเท่านั้น!
เมื่อทุกคนรู้สึกถึงพลังที่ค่อยๆหมดไปและจิตใจของพวกเขาเข้าใกล้
ความสิ้นหวัง มันก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าห่างออกไปหนึ่งร้อยไมล์แสงสีดำ
บางๆกำลังก่อตัว
แสงสีดำนี้เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปหลายลม
หายใจ ลำแสงสีดำสนิทก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ในทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มืดและเมฆก็ถูกพัดออกไป
กลุ่มคนเหล่านี้ต่างตกใจ ครู่ต่อมา พวกเขาค้นพบสิ่งที่แปลก
เมื่อพวกเขามองไปรอบตัว พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่สิ่งชั่วร้ายเริ่ม
ถอนตัวไปแล้ว
ไม่เพียงแค่นั้น แต่พวกมันไม่ได้ทำการโจมตีใดๆ กลับกัน พวกเขา
ทั้งหมดคลานไปบนพื้น มองไปยังแสงสีดำด้วยความกลัวและยำเกรงใน
ดวงตา
และในตอนนี้ กลุ่มคนได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ สิ่ง
ชั่วร้ายเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนหมาป่าตัวน้อยที่มีปีก เนื่องจากมันเร็วมาก
และรูปลักษณ์ที่คลุมเครือตามปกติซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ จึงทำให้
ไม่มีใครสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่ตอนนี้… คนเหล่านี้ได้เห็นหมาป่าตัวเล็กคลานอยู่บนพื้น แม้แต่ตัว
สั่น…
“เกิดอันใดขึ้น…?”
“แสงสีดำนั่น…”
ม่านตาของชายวัยกลางคนหดลง เป็นที่ชัดเจนว่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้
ไม่ได้หวาดกลัวพวกเขา แต่กลัวเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ห่างออกไปหนึ่งร้อยไมล์
แสงศักดิ์สิทธิ์นั้นดูไม่ใหญ่เกินไป มันเหมือนเสาเหล็กสีดำศักดิ์สิทธิ์ที่
พุ่งสู่ท้องฟ้า หนาแน่นอย่างมากราวกับว่ามันทำมาจากวัตถุจริง
แสงยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายลมหายใจก่อนที่จะหายไป
สำหรับสิ่งชั่วร้าย พวกมันยังคงหมอบคลานอยู่บนพื้นดิน ไม่กล้าลุก
ขึ้น
ไม่เพียงแค่นั้น แต่สิ่งชั่วร้ายกลับปรากฏมากขึ้น พวกเขาผุดจาก
พื้นดินหรือตกลงมาจากอากาศ สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้มีรูปร่างและขนาด
ต่างกัน และทุกตนต่างคลานไปบนพื้น ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับว่าพวกมัน
กำลังบูชาราชาของตนเอง
กลุ่มคนเหล่านี้รู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาเย็นยะเยือกขึ้น ไม่มีใครใน
พวกเขาที่มีความสุขหรือดีใจที่ได้เห็นสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ที่ให้พวกเขาเวลา
พวกเขาชั่วครู่เพื่อพักหายใจโดยการบูชา ด้วยฉากปัจจุบันที่เกิดขึ้น
รอบตัว พวกเขาจึงรู้สึกเลือนรางว่าตัวตัวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าจะปรากฏ
ขึ้น!
ถ้าเป็นเช่นนั้น ชะตากรรมของพวกเขาจะยิ่งน่าสังเวช
“นั่น… สถานที่ของแสงศักดิ์สิทธิ์มาจากจุดนั้น หุบเขามรณะ” ชาย
วัยกลางคนอ้าปากค้างขณะที่เขาพูด เขาตระหนักว่าพื้นที่ของแสง
ศักดิ์สิทธิ์มาจากหุบเขามรณะ
“หุบเขามรณะ”
ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก หุบเขามรณะเป็นเขตต้องห้ามสูงสุดภายใน
เส้นทางแห่งอาชูร่า ทุกคนที่ไม่เชื่อเรื่องเล่าเหล่านี้และไปเสี่ยงก็ตกตาย
โดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครได้ยินเรื่องของแสงสีดำที่พุ่งออกมา
จากหุบเขามรณะ และพวกเขาไม่เคยได้ยินอะไรเช่นนี้มาก่อน
หุบเขามรณะเป็นดั่งสุสานที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงซึ่งมีมาตั้งแต่สมัย
โบราณ เป็นเวลาหลายพันล้านปีที่มันกลืนกินชีวิตนับไม่ถ้วน
“ท่านอาจารย์ เรา…”
หญิงสาวหน้าซีดด้วยความกลัว นางไม่รู้ว่าพวกเขาควรใช้โอกาสนี้
เพื่อหลบหนีหรือรออยู่ที่นี่แทน
ตรงหน้าพวกเขา มันมีสิ่งชั่วร้ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งชั่วร้ายมากมาย
เหล่านี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวอย่างมาก แต่ข้างหลังพวกเขาก็เป็นหุบเขา
มรณะที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์สีดำ สถานการณ์นี้ยากที่จะตักสินใจ!
และในเวลานี้ หญิงสาวที่พูดทันใดนั้นก็ดูเหมือนหายใจไม่ออก
ดวงตาของนางเบิกกว้างเท่าจันทร์เต็มดวงขณะที่มองเข้าไปในระยะไกล
ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ที่นั่น ห่างไกลออกไป หมอกถูกแยกออกและร่างของชายคนหนึ่งโผล่
ออกมาจากหมอกนี้อย่างช้าๆ
ชายผู้นี้สวมชุดคลุมสีดำที่เรียบง่าย ดวงตาของเขาลึกซึ้งและคิ้วคม
ดุจดาบ เขาให้ความรู้สึกลึกลับเกินบรรยาย
เขาเดินผ่านหมอก เคลื่อนตัวไปข้างหน้าทีละก้าว สำหรับเขาแล้ว
ดินแดนอันตรายนี้ที่รู้จักกันในนามสันเขาสุสานเทพก็มิแตกต่างจากสวน
ราวกับว่าเขากำลังเดินเล่นสบายๆผ่านสนามหญ้า
แต่ชายวัยกลางคนกลับสังเกตุเห็นว่าเมื่อชายหนุ่มชุดสีดำปรากฏตัว
นั้น สิ่งชั่วร้ายรอบตัวพวกเขาก็หวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม พวกมันทั้งหมดยังคง
นิ่ง ติดอยู่ในความหวาดกลัวอย่างที่สุด
“พวกเจ้า ตอนนี้คือปีใดในแดนเร้นร้างไพศาล?”
ชายชุดดำถามจากระยะไกล ชายคนนี้คือหลินหมิง ผู้ซึ่งปิดด่านเป็น
ระยะเวลาที่ตนไม่ทราบแน่ชัด เพราะเขาอยู่ในหุบเขามรณะ เขาจึงเพียง
แค่ไม่รู้ว่ากี่ปีผ่านไปอย่างแน่ชัด
เขาจมอยู่ในภวังค์อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ได้ตั้งใจ กฎกฎอาชูร่าได้รับ
การเปลี่ยนแปลง
กฎอาชูร่าเป็นกฎสูงสุดของจักรวาล ซึ่งครอบคลุมทั่วทั้ง 33 เต๋า
สวรรค์
สำหรับหลินหมิง เมื่อเขาเป็นราชันสวรรค์ เขาได้ประสบกับทัณฑ์
สวรรค์ทั้ง 33 และร่างกายของเขาได้รับสันดาปมา เขาซึมซับเสี้ยวกฎเต๋า
อันยิ่งใหญ่นับไม่ถ้วน และได้รับแม้แต่ความเข้าใจและการรู้แจ้งของราชา
เทพโบราณ
กฎเหล่านี้ค่อยๆเพิ่มพูนกฎอาชูร่า
หากกฎอาชูร่าเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ จิ๊กซอว์ตัวนี้จะมาในสามส่วนโดยมี
ทั้งหมด 33 ภาพ
ในอดีต จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าบ่มเพาะ 33 ชีวิตและหยั่งรู้ 33 กฎ
เต๋าสวรรค์ หนึ่งชีวิตหนึ่งราชันสวรรค์ หนึ่งชีวิตหนึ่งเทพแท้จริง; ด้วยสิ่งนี้
เขาได้นำกฎอาชูร่าไปสู่ความสมบูรณ์
หลินหมิงไม่มีเวลาเช่นที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าทำ แค่เพียงแค่ดูดซับ
กฎทัณฑ์สวรรค์ก็น่าทึ่งมากแล้ว
ตลอดหลายปีของการเข้าฌาน สิ่งที่หลินหมิงทำคือการวางจิ๊กซอว์
33 ภาพเหล่านี้ไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้เต๋าสวรรค์อาชูร่าของเขา
สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
แสงสีดำนั้นไม่ได้ถูกปล่อยออกมาจากที่หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้น
ราชันสวรรค์กลาง แต่มันเป็นปรากฏการณ์ของโลกที่เกิดขึ้นเมื่อเต๋า
สวรรค์อาชูร่าก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น
อันที่จริง หลินหมิงคาดการณ์แล้วว่าเขาได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชัน
สวรรค์กลางเมื่อประมาณหนึ่งหรือสองพันปีก่อน เมื่อเขาทะลวงเข้าสู่
ราชันสวรรค์กลาง มันก็มีปรากฏการณ์โลกที่มาพร้อมกับการพัฒนาของ
เขา แต่ปรากฏการณ์เหล่านี้ถูกจำกัดไว้ในหุบเขามรณะ เพราะมันเป็นไป
ไม่ได้ที่พวกมันจะผ่านข่ายพลังกระแสเวลาของหุบเขามรณะออกไป
ข่ายพลังของหุบเขามรณะนั้นจัดวางโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเป็น
การส่วนตัว เฉพาะปรากฏการณ์ที่วิวัฒนาการมาจากกฎอาชูร่าเท่านั้นจึง
จะสามารถผ่านมิติปิดผนึกนี้และออกสู่ภายนอกได้
และตอนนี้ เหตุผลที่สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้บูชาหลินหมิงราวกับว่าเขาเป็น
พระเจ้าของพวกมันนั้นน่าจะเป็นเพราะกฎของเขาได้พัฒนาไปเช่นนี้
สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ล้วนเป็นผลผลิตจากเส้นทางแห่งอาชูร่า พวกมัน
วิวัฒนาการมาที่นี่และเกิดที่นี่ พวกเขาเชื่อมโยงกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า
คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงหากจะบอกว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
เป็นผู้สร้างของพวกมัน และตอนนี้ หลินหมิงในปัจจุบันมีออร่าของจ้าว
แห่งเส้นทางอาชูร่าและยังควบคุมพลังของกฎอาชูร่า
คงไม่เกินจริงกว่าที่จะพูดว่าหลินหมิงเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของ
เส้นทางแห่งอาชูร่า!
นี่คือเหตุผลที่สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดตื่นขึ้น ผุดออกมาจากโลกและตกลง
มาจากท้องฟ้าเพื่อบูชาหลินหมิง มิเช่นนั้น แม้ว่าเทพแท้จริงจะมาใน
ขณะนี้ สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ก็ยังจะเพียงหวาดกลัว แต่มิได้มาบูชาอย่าง
แน่นอน
“ตอนนี้คือ… ปีปฏิทินแดนเร้นร้างไพศาล 1768…”
คนหนึ่งในสองชายวัยกลางพูดขณะที่เขาพบว่ายากที่จะพูด เพราะ
ความเคยชิน เขาจึงพูดเพียงตัวเลขสี่หลักสุดท้ายของปีปฏิทินที่นี่เท่านั้น