Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,081 ความลับของตำราสีดำ
ผ่านการพูดคุยกับเช่อและโม่ หลินหมิงก็สามารถยืนยันความทรงจำ
จอมเขมือบ เขาสามารถยืนยันข้อมูลได้มากมายเกี่ยวกับมหาภัยพิบัติเมื่อ
หมื่นล้านปีก่อน
เมื่อหมื่นล้านปีก่อน มหาภัยพิบัติของทั้ง 33 สวรรค์ได้สิ้นสุดลงใน
ที่สุดโดยกำแพงนิรันดร์
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและจักรพรรดิอมตะร่วมมือกันสร้างกำแพงนิ
รันดร์และปิดกั้นอเวจีทมิฬ หลังจากตัดการเชื่อมต่อ พวกเขาก็สังหารพวก
ที่เหลืออยู่
จบลงด้วยมหาภัยพิบัติสิ้นสุด
กำแพงนิรันดร์เป็นม่านพลังที่มีเพียงรูปแบบชีวิตสติปัญญาสูงของ
33 สวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถผ่านไปได้ สำหรับอสูรโลกันต์นั้น มันจะถูก
ผนึกไว้ในกำแพงนิรันดร์
แต่กำแพงนิรันดร์นั้นไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเวลาผ่านไป รอยร้าวใน
อวกาศจะปรากฏขึ้นหลายครั้ง อสูรโลกันต์บางตนสามารถผ่านรอยร้าว
อวกาศและผ่านกำแพงนิรันดร์ออกมาได้
ยิ่งอสูรโลกันต์ทรงพลัง มันก็ยิ่งมีโอกาสน้อยที่พวกมันจะผ่านรอย
ร้าวอวกาศออกมาได้
เช่นนี้ แม้ว่าอสูรโลกันต์ที่ผ่านรอยร้าวจะมีความแข็งแกร่งระดับ
ราชันสวรรค์สูงสุด แต่พวกมันก็ยังคงจะไม่สามารถทำอันตราย 33 สวรรค์
ได้ในระดับใหญ่
แต่ประวัติศาสตร์ไม่เคยไม่มีอุบัติเหตุ หลายพันล้านปีก่อน อสูรโล
กันต์ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งสามารถผ่านกำแพงนิรันดร์ออกมาได้
ภัยพิบัตินี้ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน
อสูรโลกันต์นี้คือ ‘จอมเขมือบ’
สำหรับเรื่องที่ว่าจอมเขมือบสามารถผ่านกำแพงนิรันดร์ได้อย่างไร
นั้น หลินหมิงก็ไม่สามารถค้นหามันได้จากวิญญาณจอมเขมือบ ความทรง
จำส่วนใหญ่ควรถูกเก็บไว้ในร่างกายหลักและบางส่วนก็คงถูกผนึกด้วย
เช่นกัน
หลินหมิงยังคงสำรวจความทรงจำส่วนที่ตนมีของจอมเขมือบต่อไป
เขานั่งอยู่ในความว่างเปล่า
ในเวลานี้ ตำราสีดำลอยอยู่เบื้องหน้าเขา ตำราสีดำเล่มนี้มาจากซี
เซิ่น
หลินหมิงยื่นมือออกมาและสัมผัสปกเบาๆ รูนที่เปล่งประกายขึ้น ดั่ง
ดวงตาปีศาจยามราตรี
หลังจากดูดซับความทรงจำจอมเขมือบและทำความเข้าใจกับกฎ
อสูรโลกันต์มากขึ้น ตอนนี้หลินหมิงก็สามารถเปิดตำราสีดำได้
เขาเปิดมันเบาๆ ปกหนาสีดำดูราวกับถูกผนึกโดยสนามพลัง
บางอย่าง ทำให้มันหนักหน่วงอย่างมาก
นี่มิใช่ครั้งแรกที่เขาเปิดตำราโบราณอันลึกลับเล่มนี้ แต่ทุกครั้งที่เขา
ทำ เขาจะค้นพบสิ่งใหม่
เหตุผลก็คือ ตำรานี้ยากเกินไปที่จะเข้าใจ การพยายามถอดรหัสพวก
มันด้วยข้อมูลที่จำกัดมิใช่เรื่องง่ายเลย
“แหล่งกำเนิดแห่งความมืด พิธีกรรมอสูรโลกันต์…”
หลินหมิงอ่านคำเหล่านี้ออกมาดังๆและพินิจพิเคราะห์อยู่เป็น
เวลานาน
เบื้องหน้าเขา ตำราสีดำส่องแสงลึกลับเช่นตำราแห่งโชคชะตาในมือ
ของราชาแห่งนรก
หลินหมิงได้พิจารณาแล้วว่าตำราสีดำเล่มนี้มิใช่เคล็ดบ่มเพาะที่หา
ยากหรือทักษะลับโบราณแต่อย่างใด
มันเป็นตำราเกี่ยวกับพิธีกรรมของอสูรโลกันต์ และสิ่งที่ถูกเขียนไว้
ข้างในนั้นเป็นข้อความพิธีกรรมอสูรโลกันต์ทั้งหมด ข้อความที่มี
ความหมายเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้ง
บทสนทนาของพิธีกรรมอสูรโลกันต์เหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการบ่ม
เพาะโดยสิ้นเชิง พวกมันไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของนักสู้โดยตรง
แต่คุณค่าของพวกมันก็ยังคงไม่ธรรมดา
ภายในระดับของอสูรโลกันต์นั้น มันมีจอมอสูรโลกันต์หกตนที่คล้าย
กับ ‘จอมเขมือบ’
เมื่อพวกมันอยู่ที่ความแข็งแกร่งสูงสุด พวกมันก็อยู่ระหว่างเทพ
แท้จริงสูงสุดและราชันเทพเจ้า พวกมันเป็นตัวตนที่ด้อยกว่าเพียงจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า!
พวกมันคือจ้าวแห่งของอสูรโลกันต์นับไม่ถ้วนในอเวจีทมิฬ ตัวตนอัน
น่าสะพรึงกลัวอย่างเหลือเชื่อ
รองจากจอมอสูรโลกันต์เหล่านี้ก็เป็นขุมกำลังที่เป็นเชื้อสายของพวก
มันเอง ขุมกำลังเหล่านี้มีพลังมหาศาลและมีอสูรโลกันต์มากมาย อสูรโล
กันต์เหล่านี้เปรียบได้กับเทพแท้จริงกลางหรือแม้กระทั่งเทพแท้จริงปลาย
หากเมื่อหมื่นล้านปีก่อนและแต่ละขุมกำลังเหล่านี้ปรากฏออกมา
อย่างสมบูรณ์ พวกมันก็จะสามารถพิชิต 33 สวรรค์ในปัจจุบันได้อย่าง
ง่ายดาย กวาดล้างชีวิตทั้งหมดภายในจักรวาล
เมื่อเปรียบเทียบกับขุมกำลังเหล่านี้ แม้แต่ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล
ก็ไม่มีอันใดเลย
อย่างไรก็ตาม ในมหาภัยพิบัติเมื่อหมื่นล้านปีก่อน เผ่าพันธุ์โบราณก็
ได้รับสูญเสียอย่างหนักในอเวจีทมิฬ 6 ขุมกำลังใหญ่นี้เป็นกองกำลังหลัก
ของความพยายามในการทำสงครามกับ 33 สวรรค์ และพวกเขาได้รับ
ความสูญเสียมากที่สุด แม้แต่ใน 6 จอมอสูรโลกันต์ก็ยังตกตายไปหลาย
ตน และขุมกำลังใต้บัญชาก็เกือบจะแตกสลาย
ขุมกำลังใหญ่ทั้งหกนี้ แต่ละสายเลือดมีตำราสีดำเล่มนี้
6 ตำราสีดำเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับสถานที่อันลึกลับ
ที่สุดของอเวจีทมิฬ – สุสานจอมเทพอสูร
สุสานจอมเทพอสูรคือรากฐานของอเวจีทมิฬและยังเป็นสถานที่ที่
ลึกลับที่สุดอีกด้วย
เดิมทีหลินหมิงต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุสานจอมเทพ
อสูรนี้ แต่ก็ไม่มีข้อมูลมากนักในวิญญาณของจอมเขมือบ หากข้อมูลนี้ถูก
เก็บไว้ในร่างหลักของจอมเขมือบ แสดงว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้
เพื่อค้นหาต่อไป
จาก 6 ขุมกำลังใหญ่ ตำราสีดำของหลินหมิงเป็นของหนึ่งในนั้นที่มี
ชื่อว่า ‘กัลป์’!
เช่นเดียวกับ จอมเขมือบ กัลป์เป็นชื่อของจอมอสูรโลกันต์ที่นำทัพ
ขุมกำลังใหญ่เหล่านี้ เมื่อกัลป์อยู่ในสภาพสูงสุด พลังของมันก็เท่าเทียม
กับจอมเขมือบ
การถือครองตำราสีดำก็เท่ากับว่าตัวกัลป์เอง
แต่ตัวตนที่แท้จริงของกัลป์ตกตายในสงครามครั้งใหญ่เมื่อหมื่นล้านปี
ก่อนแล้ว…
ในตอนนี้หลินหมิงสงสัยว่าเมื่อเขาเข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่าเป็นครั้งที่สองและเอาธาตุกระดูกอสูรไป
จากมือของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลนั้น สิ่งนี้ได้มาคือจอมอสูรโลกันต์ที่
ถูกสังหารโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
ถ้ามันเป็นจอมอสูรโลกันต์ที่น่ากลัวเช่นจอมเขมือบอย่างแท้จริงแล้ว
เช่นนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะหลงเหลือธาตุกระดูกไว้เพียงเล็กน้อย หลินห
มิงเดาว่าร่างกายหลักของอสูรโลกันต์ตนนั้นถูกใช้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอา
ชูร่าเพื่อจุดประสงค์อื่นไปแล้ว และธาตุกระดูกอสูรที่เหลือเป็นเพียงส่วน
เล็กๆของจอมอสูรโลกันต์
หลังจากค้นหาคำอธิบายสำหรับคำถามเหล่านี้แล้ว หลินหมิงก็ปิด
ตำราสีดำลงอย่างช้าๆ
เขายืนขึ้นแล้วเหาะไปยังทางเข้าของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
“เจ้ากำลังจะออกไป?”
เช่อและโม่ปรากฏด้านหลังหลินหมิง
หลินหมิงพยักหน้า “ใช่แล้ว”
“ดีมาก…”
เมื่อเห็นความหนักแน่นของหลินหมิง เช่อและโม่ก็มิได้พูดอันใดอีก
ในวันนี้ หลินหมิงออกจากเส้นทางแห่งอาชูร่า เขาเข้าสู่สวรรค์
สันนิบาตภูติเทพจากแดนเทวะ แล้วตรงไปยังซากแดนปฐมกาล…
…
…
…
หลินหมิงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับซากแดนปฐมกาล นี่เป็นดินแดนกว้าง
ใหญ่ที่มีอยู่จาก 33 สวรรค์ โชคนับไม่ถ้วนและสมบัติมากมายถูกฝังอยู่ที่นี่
เหตุผลที่ดีว่าเหตุใดชาวภูติเทพจึงสามารถสะสมความแข็งแกร่งได้
มากนั้นก็เกี่ยวข้องกับซากแดนปฐมกาล
และในวันนี้ ในที่สุดหลินหมิงก็มาถึงดินแดนนี้
หากมองอย่างกว้างๆ นี่เป็นโลกที่ตายแล้วและไร้ชีวิตชีวา ท้องฟ้าถูก
ปกคลุมไปด้วยสีเทา ราวกับว่าพลบค่ำนิรันดร์ได้มาเยือนดินแดนนี้
มีแรงกดดันลึกลับดั่งขุมนรกปกคลุมโลกนี้ ทำให้เรารู้สึกว่าแทบจะ
หายใจไม่ออก
แน่นอนว่าออร่าและแรงกดดันเช่นนี้ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อ
หลินหมิงได้เลย แต่ถ้าหากนักสู้ระดับต่ำมาที่นี่ บางทีพวกเขาอาจจะไม่
สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เพียงก้าวเดียว ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมาก
เพียงใดก็ตาม
หลินหมิงโคจรพลังโลกภายใน พลังของหยินและหยางร่วมกันกับ
พลังแห่งกฎที่ไร้สิ้นสุด ก่อให้เกิดรูนศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกาย ดั่งรุ้งที่ถูก
จารึกไว้ในอวกาศ พวกมันเปล่งแสงที่ทำให้ออร่าแห่งความตายนี้แตก
สลาย
หลินหมิงเดินหน้าไปทีละก้าว ระหว่างทาง เขาเห็นกระดูกขาวอยู่
รอบตัวเขา
มีกระดูกมากมาย ส่วนใหญ่กำลังเสื่อมสลาย กระดูกแตกเป็นชิ้นๆ
เกลื่อนพื้น เกิดรอยด่าง เหตุผลที่ทำให้เกิดรอยด่างเหล่านี้ก็เนื่องมาจาก
ออร่าแห่งความตายที่ปกคลุมพื้นที่แห่งนี้ ออร่าแห่งความตายเช่นนี้
สามารถดึงพลังชีวิตออกมาได้ หากพลังของโลหิตชีวิตผู้หนึ่งไม่มั่นคงและ
พวกเขาเดินผ่านดินแดนนี้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นศพแห้งไป
สำหรับความเร็วที่ศพของพวกเขาสลายตัว มันก็จะเร็วอย่างน่าอัศจรรย์
“นี่เป็นโลกที่เกือบจะตายไปแล้ว…”
หลินหมิงรำลึกถึงความทรงจำของจอมเขมือบ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง
เพราะถ้าโลกตายไป ทุกชีวิตในโลกจะค่อยๆไปถึงจุดจบ นี่คือจอมทำลาย
ล้างที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าหมายถึง
แต่ตามสัญชาตญาณของเขา ด้วยโลกนี้ถึงระดับของการสลายตัว มัน
ก็คงจะถูกทำลายมานานแล้ว แต่เหตุใดมันจึงยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันได้
อย่างไงก็ตาม ที่ไหนสักแห่งอาจมีกฎบางอย่างที่สนับสนุนมันเพื่อ
ไม่ให้แม้แต่จอมทำลายล้างจะสามารถทำลายโลกนี้ได้?
หลินหมิงเดินผ่านดินแดนนี้ ชิมเสี้ยวกฎกฎที่ถูกทิ้งไว้เนินนานปี ออ
ร่าที่เงียบงันเช่นนี้สะท้อนกับกฎแห่งความตายในร่างกายของเขาอย่าง
เลือนราง
ความตายนั้นเงียบงัน
เมื่อบุคคลตายไป พวกเขาจะกลับกลายเป็นฝุ่น เมื่อจักรวาลตายไป
มันจะถูกทำลายจนสิ้น
ในท้ายที่สุด ทุกสิ่งคงอยู่ก็จะเหลือเพียงสิ่งเดียวในท้ายที่สุด นั่นก็คือ
‘ความว่างเปล่า’
ที่นี่ในขอบฟ้าอันไกลโพ้น ใครๆก็สามารถเห็นซากวิหารมากมาย
ขุนเขาหินศักดิ์สิทธิ์เรียงราย มันเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าพวกมัน
ยิ่งใหญ่และงดงามเพียงใดในอดีต
มีวิหารยิ่งใหญ่หลายแห่ง แต่ไม่สักแห่งที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พวก
เขาทั้งหมดกลายเป็นซากปรักหักพัง สิ่งเหล่านี้คือโครงสร้างที่สร้างขึ้นโดย
ผู้ทรงพลังในอดีต แต่ทั้งหมดนั้นสึกกร่อนและเสียหายไปตามกาลเวลา
ในทุกย่างก้าว หลินหมิงจะรู้สึกถึงระลอกคลื่นอันทรงพลังรอบตัว
สิ่งเหล่านี้เป็นออร่าที่ถูกทิ้งไว้โดยราชาเทพโบราณ พวกมันยังคงอยู่
แม้หลังจากผ่านไปหลายพันล้านปี ย้ำเตือนทุกคนที่มาที่นี่ว่าพวกมันเคย
รุ่งเรืองและยิ่งใหญ่เพียงใด
หลินหมิงผ่านทะเลสาบ พื้นผิวของมันราวกับกระจก ข้างในเป็น
เทพธิดาอาบน้ำ รูปลักษณ์ของนางนั้นงดงามและมีเสน่ห์ ทำให้น่า
หลงใหล
เมื่อดูฉากนี้ หลินหมิงก็ตกใจ สำหรับฉากที่ปรากฎในโลกแห่งความ
ตายนี้เช่นนี้ั มันก็น่าประหลาดใจ
อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจทันทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้นตรงหน้า ดวงตาเปิดขึ้น
ระหว่างคิ้วของเขาและลำแสงศักดิ์สิทธิ์ยิงไปบนพื้นผิวของทะเลสาบ
เทพธิดาแตกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเสี้ยวกฎแปลกๆที่หายไปอย่างช้าๆ
สิ่งเหล่านี้เป็นเสี้ยวกฎของโลกอันยิ่งใหญ่ที่ควบแน่นแล้วปรากฏ
ออกมาในความเป็นจริง
หลินหมิงเดินผ่านขุนเขาสูง ขึ้นไปด้านบน ปีศาจสวรรค์มากมายตี
กลอง มีสายฟ้าไหลเวียนรอบตัว
โลกภายในของหลินหมิงเปิดขึ้น พลังงานโกลาหลปะทุออกมา กลืน
กินออร่าปีศาจสวรรค์ทั้งหมดนี้ไป
ในซากแดนปฐมกาล มันไม่มีออร่าโบราณใดที่ขัดขวางย่างก้าวของ
หลินหมิงได้ เขาเดินไปข้างหน้าโดยไม่หยุดยั้ง แม้ว่าความเร็วของเขาจะ
ช้า แต่ความจริงก็คือ มิตินั้นสูญเสียความหมายภายใต้เท้าของเขา
เขาเดินไปเจ็ดวัน
ในช่วงเวลานี้ เขาได้เห็นนักสู้ชาวภูติเทพหลายคนลงสู่ใต้ดิน
ซากปรักหักพังเหล่านี้ถูกฝังทั่วซากแดนปฐมกาล อันตรายนับไม่ถ้วน
ถูกซ่อนอยู่ภายใน และนักสู้ชาวภูติเทพหลายคนที่เข้าไปและไม่สามารถ
ออกมาได้
แต่มีบางคนที่เข้าไปและออกมาพร้อมกับโชคอันน่าตกใจ
ภาค 25 ห้วงลึกแห่งอเวจี