Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,105 นิกายกัลป์โบราณ
แม้ว่าอเวจีทมิฬได้กล่าวไว้ว่ามี 18 ชั้น แต่ความจริงก็คือมีเพียงไม่กี่
คนที่เคยก้าวเท้าเข้าสู่ชั้น 18
นี่เป็นดินแดนต้องห้ามแห่งอเวจีทมิฬ
ในสถานการณ์ปกติ มีนิกายโบราณเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ตัดสินใจ
เข้าสู่ชั้น 18 เพื่อรับพิธีกรรมที่มืดมนหรือวางรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่
แต่บางครั้งจะมีอสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริงที่จะเข้าสู่ชั้น 18 เพื่อ
ปิดด่านและทะลวงให้เสร็จสมบูรณ์
สำหรับสถานการณ์อื่นๆ ชั้น 18 ของอเวจีทมิฬนั้นแทบจะปิดอยู่
ตลอด
สุสานจอมเทพอสูรที่ตั้งอยู่ในชั้น 18 ของอเวจีทมิฬนั้น
วันเปิดสุสานจอมเทพอสูรได้มาถึง
และในเวลานี้ ในชั้นที่เหนือ 18-17 ขุมกำลังใหญ่ต่างๆของอเวจีทมิฬ
มีกองบัญชาการ – พวกเขาได้เริ่มเตรียมการสำหรับสุสานจอมเทพอสูร
ตอนนี้ในทั้งอเวจีทมิฬมีตำราพิธีกรรมเพียงสองเล่มเท่านั้น มันมี
จำนวนน้อยเกินไป
เฉพาะเมื่อระดับจอมอสูรโลกันต์ตายจึงจะมีตำราพิธีกรรมใหม่
เกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้น บางอันก็หายไปนานแล้ว
เมื่อสุสานจอมเทพอสูรเปิดขึ้น มันจะมีอสูรโลกันต์ระดับสูงจำนวน
มากเข้าไป ส่วนใหญ่กล้าเสี่ยงเพราะโชค แต่ถ้าวางตำราพิธีกรรมไว้อยู่
ตรงหน้า คนใดคนหนึ่งก็จะถูกล่อลวง
เช่นนี้การต่อสู้เพื่อตำราพิธีกรรมจะกระตุ้นพายุโลหิต ดังนั้น นิกายที่
ครอบครองตำราจึงเริ่มก่อตัวเป็นภาคี
สำหรับที่ว่าจะมีความสงบหรือไม่ในภาคีนั้น มันเนื่องจากการดำรง
อยู่ของผลประโยชน์ที่ได้เหนี่ยวรั้งไว้ชั่วคราว และจะมีการพิจารณาใน
ภายหลัง นี่เป็นเพราะในสถานการณ์ที่มีศัตรูร่วมกัน ขุมกำลังในภาคีจะ
ทำลายล้างศัตรูก่อนที่จะกลับไปแข่งขันเพื่อผลประโยชน์ภายใน
แดนราชันเร้นเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่มีความสามารถในการจัดตั้งภาคี
ดังกล่าว เหตุผลที่พวกมันสามารถทำได้ก็เพราะในอเวจีทมิฬนั้น, แดน
ราชันเร้นเป็นหนึ่งในสองขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ที่แข็งแกร่งที่สุด
ผู้นำของมันคือจอมอสูรโลกันต์ – เร้น
นอกจากนี้ แดนราชันเร้นยังควบคุมตำราพิธีกรรม
อสูรโลกันต์ตนใดก็ตามที่ถือครองตำราพิธีกรรมย่อมจะกลายเป็น
เป้าหมายของคนอื่นๆ หากไม่มีความสามารถ มันก็ไม่มีใครกล้าที่จะถือ
บางสิ่งที่น่าดึงดูดเช่นนี้ ดังนั้น เมื่อสุสานจอมเทพอสูรเปิด ตำราพิธีกรรม
จะอยู่ในมือของขุมกำลังใหญ่ที่มีภูมิหลังลึกล้ำที่สุด และตำราจะถูกมอบ
ให้กับอสูรโลกันต์ที่แข็งแกร่งที่สุดและที่มีศักยภาพมากที่สุด
มีขุมกำลังมากมายที่ปรารถนาจะยึดติดกับแดนราชันเร้น ซึ่งทั้งสอง
กระทั่งเป็นขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ แต่ความเหลื่อม
ล้ำก็ยังมหาศาล นี่เป็นเพราะจอมอสูรโลกันต์บางตนตายหรือหายไปใน
ขณะที่ตนอื่นยังมีชีวิตอยู่
ในความเป็นจริง เพียงขุมกำลังที่มีระดับจอมอสูรโลกันต์เท่านั้นที่
เรียกว่าขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์อย่างแท้จริงได้
และขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ที่ไร้จอมอสูรโลกันต์ มันก็อาจ
เรียกได้ว่ามีขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ในนามเท่านั้น
นิกายกัลป์โบราณเป็นหนึ่งในขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ในนาม
นั้น
ผู้นำของนิกายกัลป์โบราณคือกัลป์ แต่กัลป์ก็ตายไปแล้ว แม้แต่ตำรา
พิธีกรรมที่เป็นของกัลป์ก็ยังหายไป ด้วยเหตุนี้ นิกายกัลป์โบราณจึงเริ่ม
เสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อพันล้านปีที่แล้ว มีอสูรโลกันต์ที่โดดเด่นหลายอย่างปรากฏอยู่ใน
นิกายกัลป์โบราณ และสิ่งนี้ทำให้พวกเขามีอำนาจอีกครั้ง ด้วยสิ่งนั้น
นิกายกัลป์โบราณจึงยืนอยู่ตรงกลางของหกขุมกำลังระดับจอมอสูรโล
กันต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 200 ล้านปีก่อน อสูรโลกันต์ที่โดดเด่นเหล่านี้เริ่ม
ตายไปเรื่อยๆและนิกายกัลป์โบราณก็เสื่อมถอยอีกครั้ง
ราวกับว่าชะตากรรมของพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว
ยิ่งกว่านั้น การเสื่อมถอยนี้ยิ่งมากกว่าครั้งล่าสุด ตอนนี้ นิกายกัลป์
โบราณได้แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มก็ถูกควบคุมโดยผู้อาวุโส
เทพแท้จริงหนึ่งถึงสองคน
กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สงบสุขซึ่งกันและกัน พวกเขาก็
ต่อสู้กันเอง หากนิกายโบราณจะลามสลาย มันก็ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มเหล่านี้
จะถูกผนวกเข้ากับขุมกำลังอื่นๆหรือว่าพวกเขาจะยังคงเป็นอิสระ
นิกายกัลป์โบราณในปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าเป็นพันธมิตร พันธมิตรที่
อยู่ในความระส่ำระสายและขาดความสามัคคี หลังจากผ่านไปอีกนาน
การถูกทำลายล้างก็เป็นไปได้สูง
ในวันนี้ นิกายกัลป์โบราณกำลังคุยกันเรื่องการเปิดสุสานจอมเทพ
อสูร
ผู้อาวุโสอสูรโลกันต์เทพแท้จริงแห่งนิกายกัลป์โบราณกำลังคุยกัน
เรื่องสถานการณ์ในห้องโถงใหญ่ เหตุผลที่นิกายกัลป์โบราณสามารถยืน
หยัดได้จนถึงขณะนี้และยังคงรักษาชื่อเสียงของพวกเขาในฐานะหนึ่งใน
หกขุมกำลังระดับจอมอสูรโลกันต์ไม่ว่าสถานการณ์ที่พวกเขาอยู่ใน
สถานการณ์ล่อแหลมเพียงใดก็เป็นเพราะกลุ่มผู้อาวุโสอสูรโลกันต์เทพ
แท้จริงเหล่านี้หนุน
อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้อาวุโสกลุ่มนี้ตายด้วยความชรา มันก็ไม่ทราบแน่
ชัดว่าผู้อาวุโสเทพแท้จริงใหม่จะเกิดขึ้นมาได้หรือไม่ นี่เป็นเวลาที่อันตราย
ที่สุดสำหรับนิกายกัลป์โบราณ
ตอนนี้ นิกายกัลป์โบราณได้พูดคุยกันว่าพวกเขาควรยึดติดตัวเองกับ
แดนราชันเร้น หรือไม่พวกเขาก็ควรจะยึดติดกับตัวเองในระดับใดดี
เมื่อเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่สำคัญพอๆกับการเปิดสุสานจอมเทพอสูร
ผู้อาวุโสสูงหลายคนได้วางอคติและรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไว้
และในเวลานี้ ศิษย์อสูรโลกันต์ตนหนึ่งมาถึงที่ห้องประชุม เขารีบพูด
ว่า “รายงานต่อผู้อาวุโส มันมีอสูรโลกันต์ราชวงศ์ที่ต้องการ… เข้าร่วม
สภาผู้อาวุโสและกลายเป็นผู้อาวุโสอาวุโส… ยิ่งกว่านั้น พวกเขาต้องการ
ได้รับหนึ่งสิทธิ์เข้าร่วมสุสานจอมเทพอสูรจากนิกายกัลป์โบราณของเรา…”
เมื่อผู้อาวุโสหลายคนในห้องประชุมได้ยินข่าวนี้ ทุกคนก็ตกใจ สีหน้า
ประหลาดและน่าอัศจรรย์ใจได้ข้ามผ่านใบหน้าของพวกเขา พวกเขาไม่
เคยคิดเลยว่าจะมีบางสิ่งที่ไร้สาระเกิดขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมของผู้อาวุโสนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับธุรกิจ
ที่สำคัญและไม่อนุญาตให้มีการรบกวนจากภายนอก
โดยไม่ต้องรอให้ผู้อาวุโสเหล่านี้ตะโกนใส่เขา ศิษย์คนนั้นพูดอย่าง
ลังเลว่า “นิกายสาขาเองรายงานอย่างอื่นมาด้วย ดูเหมือนว่าอสูรโลกันต์
ราชวงศ์นี้… จะครอบครอง… ‘ตำราแห่งกัลป์’ ที่หายไป
ในความคิดของอสูรโลกันต์ ตำราพิธีกรรมทั้งหกเล่มสอดคล้องกับ
ระดับจอมอสูรโลกันต์ที่พวกเขาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นตำราแห่งกัลป์,
ตำราแห่งจอมเขมือบ, ตำราแห่งมารและอื่นๆ
“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ!?”
เมื่อได้ยินชื่อ ‘ตำราแห่งกัลป์’ ผู้อาวุโสในห้องประชุมก็ตื่นเต้น บาง
คนยืนขึ้น
“เขาอยู่ที่ใด? ข้อมูลนี้เป็นจริงหรือไม่?”
ตำราแห่งกัลป์หายไปนานเกินไปและไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ใด และใน
วันนี้มันกลับปรากฏขึ้นทันทีในมือของอสูรโลกันต์ราชวงศ์ แล้วนิกายกัลป์
โบราณจะไม่ตกใจอย่างไร?
มันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของนิกายกัลป์โบราณของพวกเขา! ตำราแห่ง
กัลป์ไม่ต่างไปจากการมีอยู่ของตัวกัลป์เอง!
มีแม้แต่บางคนที่เชื่อว่าเหตุผลที่นิกายกัลป์โบราณเข้าสู่ภาวะเสื่อม
ถอยก็เพราะตำราแห่งกัลป์หายไป เมื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของนิกายหายไป
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขาที่จะสูญเสียชะตากรรมของตน
“ขณะนี้ เขากำลังรออยู่ในห้องโถงใหญ่ของนิกายสาขา ดูเหมือนว่า
เขาจะมีความแข็งแกร่งของราชันสวรรค์ปลาย ดังนั้นนิกายจึงไม่สามารถ
ทำอันใดกับเขาได้ เขาไม่ได้นำตำราแห่งกัลป์ออกมา ดังนั้นเราจึงไม่รู้ว่า
ข้อมูลนี้จริงหรือไม่…”
ผู้อาวุโสหลายคนมองดูกันและกันขณะที่พวกเขาได้ยินเรื่องนี้แล้วก็
ออกเดินทาง
“สาขาใด? ไปดูกัน!”
สำหรับนิกายกัลป์โบราณนั้น อสูรโลกันต์ระดับราชันสวรรค์ปลายก็
ไม่มีอันใดเลย แต่ถ้าพวกเขาครอบครองตำราแห่งกัลป์ นั่นเป็นเรื่องที่ต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิง
ภายในทั้งนิกายกัลป์โบราณ มันไม่มีอสูรโลกันต์ใกที่กล้าดูหมิ่นตำรา
แห่งกัลป์แม้แต่น้อย
คนที่ครอบครองตำราแห่งกัลป์จะเป็นเสียงของกัลป์
ตอนนี้ คำถามคือเมื่อพวกเขายืนยันการมีอยู่ของตำราแห่งกัลป์แล้ว
นั้น พวกเขาควรทำอย่างไร?
…..
ในเวลานี้ ห่างจากกองบัญชาการของนิกายกัลป์โบราณเป็น
ระยะทางหลายหมื่นไมล์ในสาขา หลินหมิงยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ เขาได้
กลายเป็นร่างอสูรโลกันต์ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเปิดวิหารเต๋าที่เจ็ด มันก็
ผ่านไป 3 ปีแล้ว
ในช่วงสามปีที่ผ่านมา หลินหมิงประสบความสำเร็จในการเสถียร
วิหารเต๋าทวีคูณ อย่างไรก็ตาม ขั้นราชันสวรรค์ปลายยังคงหลบหนีเขาอยู่
ในช่วงเวลานี้ มู่เชียนเสวียประสบความสำเร็จในการโจมตีเมืองทราย
ทมิฬ หลังจากการโจมตีอย่างรวดเร็ว นางก็ถอนตัวออกอย่างรวดเร็วโดย
ไม่ลังเลเลย นางจัดการฆ่าอสูรโลกันต์ระดับสูงและกวาดเอาความมั่งคั่ง
มหาศาลในสมาคมอสูรของเมืองทรายทมิฬ
หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพกบฏเทพโบราณได้หยุดกิจกรรมทั้งหมด
มู่เชียนเสวียรู้ว่าเมื่อใดต้องหยุด นี่เป็นเพราะนางรู้ว่าการจู่โจมเมือง
ทรายทมิฬนั้นเกือบจะสัมผัสขีดสุดความอดทนของสมาคมอสูร
หากสมาคมอสูรจริงจัง พวกเขาจะส่งผู้อาวุโสเทพแท้จริง 7-8 คน
ออกมาเพื่อค้นหาทั้ง 12 ชั้นอย่างสมบูรณ์ได้ เช่นนี้ พวกเขาจะสามารถ
ค้นพบกองทัพกบฏเทพโบราณได้อย่างแน่นอน
วันที่เกิดเรื่องนั้นขึ้นจะเป็นวันจบสิ้นของกองทัพกบฏเทพโบราณ
ดังนั้นทางเลือกที่พวกเขาสามารถทำได้คือพักผ่อนและสะสมความ
แข็งแกร่ง เมื่อสุสานจอมเทพอสูรเปิด สมาคมอสูรก็จะยุ่งจนมิอาจรับมือ
กับกองทัพกบฏเทพโบราณได้ ในเวลานั้น ฝ่ายกบฏอาจออกไปอีกครั้ง
หลินหมิงเดินไปรอบๆในห้องโถงใหญ่ มองดูประติมากรรมที่ตั้งอยู่ใน
นั้น นี่เป็นรูปปั้นอสูรที่ดุร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ
อสูรโลกันต์ถือจอมอสูรโลกันต์เป็นเทพเจ้าและลัทธิของพวกมัน
พวกมันถือตนเองเป็นข้ารับใช้ต่อจอมอสูร
ในภาษาอสูรโลกันต์ระดับสูง ตัวอักษร ‘อสูร’ ถูกเขียนด้วยรูนที่ลึกลับ
ที่สุด มันแสดงถึงความหมายของความยกย่องอย่างไร้เปรียบ
หลินหมิงจ้องมองที่รูปปั้นนี้และรออย่างเพื่อให้ผู้อาวุโสของนิกาย
กัลป์โบราณมาถึง