Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,122 การต่อสู้ของตัวตนอันภาคภูมิ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,122 การต่อสู้ของตัวตนอันภาคภูมิ
เซิ่งเหม่ยเหินบนวงล้อราชันเร้นเช่นผีเสื้อสีดำ ห่างจากหลินหมิงหนึ่ง
ร้อยฟุตแล้วจ้องมองเขา
การจากกันครั้งเดียวกินเวลายาวนานถึง 12,000 ปี หลังจากพบนาง
ฉับพลัน ทันใดแม้แต่หลินหมิงก็ไม่เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงคนนี้
ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างลึกซึ้ง
ในขณะนี้มันผิดที่จะบอกว่าไร้คลื่นของอารมณ์ในหัวใจของเขา แต่
มันเป็นเพียงแค่ว่าคลื่นของอารมณ์เหล่านี้ถูกซ่อนอยู่ลึกภายใน เพื่อให้ทุก
สิ่งที่แสดงออกมานั้นดูสงบดั่งทะเลสาบและดวงตาที่เฉียบคมประดุจ
กระบี่
ฝั่งตรงข้ามกับหลินหมิง เซิ่งเหม่ยเองก็เงียบเช่นกัน
นางค่อยๆปล่อยออร่าออกมา ดังนั้นมันจึงครอบคลุมวงล้อราชันเร้น
ทั้งหมด
และเมื่อเปรียบเทียบกับสนามประลองที่มีจิตสังหารหนา
สถานการณ์ล่างเวทีนั้นเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกและเสียงหัวเราะ นี่คือการ
ต่อสู้ที่ไม่มีใครคิดจริงจัง ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ผู้อาวุโสของนิกายกัลป์
โบราณรู้สึกว่าพวกเขาปวดตับ
ในเวลานี้ ปีกสีดำกางออกที่ด้านหลังเซิ่งเหม่ย แผ่กว้างดุจนกยูงสีดำ
ดวงตาของเซิ่งเหม่ยจ้องมองหลินหมิง แสงสาดประกายในดวงตาของนาง
เมื่อเซิ่งเหม่ยแสดงปีกออกมา มันทำให้บรรยากาศในหมู่ผู้ชมสงบลง
เล็กน้อย แต่เดิมทุกคนคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะกินเวลาเพียงชั่วครู่ และใน
ที่สุดเซิ่งเหม่ยก็จะใช้เพียงท่าเดียวเพื่อปิดฉาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาตกใจ เซิ่งเหม่ยปล่อยปลด
ปีกเทวทูตทมิฬของนาง ซึ่งพิสูจน์ว่าอย่างน้อยที่สุดนางก็จะใช้พลัง
สายเลือด
เพื่อจัดการกับเพียงอสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ สิ่งนี้จำเป็นจริงหรือ?
และในเวลานี้ หลินหมิงเองก็ดึงอาวุธของเขาออกมา – หอกกระดูกสี
ดำ
อันที่จริงแล้ว หอกกระดูกนี้คือหอกมังกรทมิฬ แต่ในขณะนี้มันถูกปก
คลุมไปด้วยชั้นของกระดูกหนา นี่คือกระดูกอสูรโลหกันต์ที่แบ่งออกจาก
ร่างจำแลงของหลินหมิง ไม่เพียงแต่ห่อหุ้มหอกมังกรทมิฬเท่านั้น แต่ยัง
ทำให้หอกนั้นหนาขึ้นและหนักขึ้น ทำให้มันดูดุร้ายและน่ากลัวในเวลา
เดียวกัน ราวกับว่ามันถูกดึงออกมาจากกระดูกสันหลังยักษ์โบราณบางตน
ด้วยหอกยักษ์นี้บวกกับร่างอสูรโลกันต์ของหลินหมิง มันดูสมส่วน
เซิ่งเหม่ยมิได้ตระหนักว่านี่คือหอกมังกรทมิฬที่ถูกปกปิด แต่เมื่อนาง
เห็นท่าหอกของหลินหมิง ความรู้สึกแปลกๆก็กระตุ้นหัวใจนาง
ในขณะนี้ หลินหมิงเคลื่อนไหว!
มันราวกับหอกศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในหีบไม้เป็นเวลาเนินนานปี ปก
คลุมด้วยฝุ่น เมื่อมันออกมา แสงศักดิ์สิทธิ์ก็เปล่งประกายผ่านผู้ชม
ทั้งหมด!
เห็นได้ชัดว่าเป็นแสงที่เกิดจากพลังงาน แต่แสงนี้ผ่านสนามพลัง
ป้องกันของวงล้อราชันเร้นและสร้างแรงกดดันอย่างมากต่ออสูรโลกันต์
ที่นี่
“นี่มัน…”
“อะไรกัน!?”
ผู้ชมที่เสียงดังต่างก็เงียบลง โดยมิให้อสูรโลกันต์เหล่านี้ได้คิด หลินห
มิงพุ่งเข้าหาเซิ่งเหม่ยแล้ว!
หอกในมือของเขาฟาดออกไปและเพลาหอกกระดูกหนาก็โค้งงอเช่น
กระดูกสันหลังจริงเมื่อมันกวาดเข้าหาเอวของเซิ่งเหม่ย! เนื่องจากหอกนี้
ส่วนหนึ่งของสนามพลังวงล้อราชันเร้นที่รองรับด้วย 12 เสาถูกบิดอย่าง
รุนแรง!
“หืม!?”
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น นัยน์ตาของเซิ่งเหม่ยหรี่ลง นางคิดว่า
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงอาจไม่ธรรมดา แต่นางไม่คาดหวังว่าท่าแรก
ของเขาจะน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ การโจมตีด้วยหอกนี้เรียบง่ายและไม่มี
ความสง่างามเลย แต่เมื่อมันบิดสนามพลังวงล้อราชันเร้นอย่างรุนแรง มัน
ก็เตือนให้นางรู้ว่าการโจมตีด้วยหอกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีของ
อสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริงต้น
อสูรโลกันต์ลึกลับตนนี้มีการบ่มเพาะต่ำกว่านาง แต่ถึงกระนั้นเขาก็
กลับสามารถส่งการโจมตีเช่นนี้ออกมาได้?
วูซ!
กระบี่แสงดำสาดประกาย เซิ่งเหม่ยเฉือนกระบี่กระดูกเข้าปะทะหอก
กระดูก แต่ด้วยน้ำหนักที่หนักอึ้งของหอกกระดูกและความแตกต่างอย่าง
ไม่น่าเชื่อระหว่างอาวุธทั้งสอง มันทำให้เซิ่งเหม่ยถูกส่งกระเด็นออกไป!
ร่างของนางเป็นเช่นวิหคสีดำที่ปลิวไปโดยลมพายุ
เท้าของนางขยับอย่างรวดเร็วขณะที่เหยียบลงขอบสนามพลังวงล้อ
ราชันเร้นเพื่อลดพลังโจมตีของหลินหมิง
ภายใต้แรงผลักดันอันมหาศาล ทุกย่างก้าวของนางทำให้คลื่น
กระเพื่อมกระจายออกไป!
และในเวลานี้ หลินหมิงไล่ตามไป ด้วยร่างที่ใหญ่กว่าของเขา ฉาก
ของเขาที่พุ่งเข้าหาเซิ่งเหม่ยจึงเหมือนเหยี่ยวไล่ล่ากระต่าย!
บึ้มมมม!
หอกของหลินหมิงทุบลงอย่างโหดเหี้ยม เซิ่งเหม่ยหลีกเลี่ยงการโจมตี
และหอกอัดลงเวที่ สนามพลังราชชันสั่นอย่างรุนแรงภายใต้พลังอัน
ยิ่งใหญ่ของหลินหมิง!
ครึ่นนน!
ครึ่นนน!
ครึ่นนน!
หลินหมิงใช้หอกของเขาทุบครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกการโจมตีรวดเร็ว
อย่างไม่น่าเชื่อ แต่เซิ่งเหม่ยก็เป็นเหมือนใบไม้ในสายลม เกือบจะไม่
สามารถจัดการกับการโจมตีที่เป็นอันตรายได้ทั้งหมด การโจมตีที่น่า
สะพรึงกลัวเหล่านี้ทั้งหมดได้เกิดขึ้นในสนามพลังราชันเร้น!
สนามพลังแห่งราชันเร้นนี้แข็งแกร่ง แต่ภายใต้การโจมตีอย่าง
ต่อเนื่อง แม้ว่าการโจมตีแต่ละครั้งจะโดนในตำแหน่งที่กระจาย แต่มันก็
ยังสั่นไหวมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามันจะฉีกขาดในเวลาใดๆก็ได้!
เมื่อเห็นม่านพลังแสงรอบวงล้อราชันเร้นสั่นสะเทือนราวกับฟองสบู่
ในสายลม พร้อมที่จะแตกในเวลาใดก็ได้แล้ว อสูรโลกันต์ที่เฝ้ามองต่าง
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ในเวลานี้ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจสุดขีด สับสนและ
การไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าของพวกเขาบิดราวกับแผนภาพค่ายกลที่
ซับซ้อน
นี่คงมิใช่อสูรโลกันต์ระดับราชันสวรรค์เป็นแน่?
ไม่ว่าใครจะถามใคร อสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ ผู้อาวุโสเก้าแห่งนิกาย
กัลป์โบราณต่างถูกมองว่าเป็นตัวโง่งม แต่เขากลับร้ายกาจถึงเพียงนี้!
พวกเขาคิดว่ามันควรเป็นเช่นนั้น เพราะอสูรโลกันต์หลายตนไม่
ต้องการที่จะยอมรับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลินหมิง ดังนั้นพวกเขา
จึงอธิบายเหตุผลได้ว่าทำไมสนามพลังแห่งราชันเร้นจึงกำลังสั่นคลอนโดย
หลินหมิง ท้ายที่สุด พวกเขาต่างก็หัวเราะเยาะหลินหมิงและเรียกเขาว่า
คนโง่เขลา แต่ถ้าเขาไม่ใช่คนโง่เขลา มันก็เห็นได้ชัดว่าใครเป็นคนโง่เขลา
ตัวจริงแทน!
ไม่มีใครอยากยอมรับว่าตนเป็นคนโง่เขลา ดังนั้นแม้จะมีความเป็น
จริงปรากฏอยู่ต่อหน้า แต่ก็ไม่มีใครต้องการยอมรับถึงพลังของหลินหมิง
แต่ไม่นานหลังจากที่พวกเขาไม่สามารถหาเหตุผลที่จะปลอบใจ
ตัวเองได้อีกต่อไปนั้น…
ฟริ้วว!
ลมที่พัดขึ้นมาจากทั่วทุกมุม ปีกของเซิ่งเหม่ยกระพือและความเร็ว
ของนางเพิ่มขึ้นมาก ร่างของนางกลายเป็นเงาพร่ามัว รวดเร็วจนอสูรโล
กันต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของนางได้
เซิ่งเหม่ยนั้นเร็วและความเข้าใจในกฎของนางก็สูง ทั้งหมดนี้ได้รับ
การยอมรับจากทุกคน
ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวของนางคือ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีอสูรโลกันต์ตนใดที่คิดว่าแม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ผู้อาวุโสเก้าของนิกายกัลป์โบราณจะยังสามารถติดตามความเร็วของเซิ่ง
เหม่ยได้
ร่างของเขาหายไป เหลือไว้เพียงภาพติดตาจำนวนมาก ดั่งหมอกมืด
เกิดขึ้น ทุกภาพถูกปกคลุมไปด้วยชั้นความมืด
ในแง่ของความเร็ว ทั้งสองสู่สี! สิ่งนี้โดยทั่วไปแล้วมันเหนือกว่า
มาตรฐานของเทพแท้จริงต้น
หลินหมิงไม่เพียงมีความแข็งแกร่งทางกายภาพที่น่ากลัว แต่ยังมี
ความเร็วอันน่ากลัวอีกด้วย จากสองด้านนี้เพียงอย่างเดียว นั่นเกิน
พอที่จะต่อสู้กับอสูรโลกันต์เทพแท้จริงต้นได้!
ในชั้นของแสง สะเก็ดแสงสว่างขึ้นมากมาย หลินหมิงและเซิ่งเหม่ย
เป็นดั่งสองดาวหางตัวที่พุ่งทะลุผ่านฟ้าสวรรค์ ไล่ตามกันและกัน ฉากนี้
งดงามอย่างยิ่ง!
อสูรโลกันต์ที่เฝ้าดูต่างพูดไม่ออก
ผู้อาวุโสเก้าของนิกายกัลป์โบราณนี้ไม่แตกต่างจากสัตว์ประหลาด
บางคนที่กระทั่งผิดปกติยิ่งกว่าเซิ่งเหม่ย เซิ่งเหม่ยอยู่ขีดสุดราชันสวรรค์
แต่สัตว์ประหลาดตนนี้กลับอยู่เพียงราชันสวรรค์ปลายเท่านั้น
สีหน้าเย้ยหยันและขำขันที่เคยปกคลุมใบหน้าของผู้อาวุโสของแดน
ราชันเร้นได้แข็งค้างไปนานแล้ว
สำหรับขุมกำลังเล็กอื่นๆ อสูรโลกันต์ที่คาดหวังว่าการต่อสู้จะจบใน
พริบตาต่างมองด้วยความว่างเปล่าราวกับว่าพวกเขาได้เห็นผี
และผู้ที่ตกใจที่สุดก็คือ เหล่าผู้อาวุโสของนิกายกัลป์โบราณ ก่อนหน้า
นี้ พวกเขาทุกคนกระสับกระส่ายและไม่สบายใจ ไม่ว่าพวกเขาจะยืนหรือ
นั่งอย่างไร และการจ้องมองจากเหล่าอสูรโลกันต์นับไม่ถ้วนรอบตัว พวก
เขาก็รู้สึกเหมือนมีมดนับไม่ถ้วนคลานไปทั่วร่างกาย ทำให้พวกเขา
ต้องการที่จะขุดรูหนี
แต่ในพริบตาเดียว พวกเขาทั้งหมดก็แข็งค้างไป ดวงตาของจ้องตรง
ไปยังภาพบนวงล้อราชันเร้น
สัตว์ประหลาดเช่นนี้กลับมาจากนิกายกัลป์โบราณของพวกเขาจริง
หรือ? นั่นคือผู้อาวุโสเก้าของนิกายกัลป์โบราณจริงหรือไม่?
อสูรโลกันต์ของนิกายกัลป์โบราณต่างเต็มไปด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อ ก่อนที่จะมาถึงแดนราชันเร้น พวกเขาได้ติดต่อกับหลินหมิงมานาน
แล้ว แต่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหลินหมิงจะผิดปกติอย่างมากที่
เป็นราชันสวรรค์ปลายกลับสามารถต่อสู้กับเทพแท้จริงได้ พรสวรรค์เช่นนี้
อาจจะไม่สามารถพบได้ในสมัยโบราณกระทั่งหมื่นล้านปีก่อน แต่ผู้อาวุโส
ที่พวกเขาสุ่มขึ้นมาจากกลับมีพรสวรรค์ที่น่ากลัวเช่นนี้จริงหรือ?
ม่านพลังแสงสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีแต่ละครั้งทำให้มัน
สะท้อนหนักหน่วง
ไม่ได้มีเพียงแค่การโจมตีของหลินหมิงเท่านั้น แต่เซิ่งเหม่ยก็ด้วย!
บึ้มมมม!
เสียงระเบิดดังขึ้น หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยปะทะอย่างหนักหน่วง!
ทั้งม่านพลังแสงขาดออกจากกันก่อนที่จะกลับสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ
แม้ว่าม่านแสงจะไม่แตกสลาย แต่หอกแสงและกระบี่แสงอันน่าสะพรึงที่
พุ่งออกมาก็ยังทำให้อสูรโลกันต์ทั้งหมดที่อยู่ต่ำกว่าเทพแท้จริงเต็มไปด้วย
เหงื่อเย็น
ความรู้สึกเช่นนี้เป็นเช่นโดนคนชี้อาวุธมายังระหว่างคิ้วของพวกเขา!
มันน่ากลัวอย่างยิ่ง!