Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,127A สิ้นสุดการต่อ
ในวงล้อราชันเร้น การต่อสู้ของหลินหมิงและเซิ่งเหม่ยยังคงดำเนิน
ต่อไป
ทั้งสองคนรักษาความเร็วสูงสุดไว้ ทุกครั้งที่แลกเปลี่ยนกระบวนท่า
มันก็เหมือนการชนกันของดาวเคราะห์
ปีกของเซิ่งเหม่ยคลี่ออก พายุใหญ่โอบรอบร่าง ส่งร่างของนาง
ออกไปอย่างคาดเดาไม่ได้!
วูซ!
หอกมังกรทมิฬตัดผ่านมิติ พุ่งยังอกของเซิ่งเหม่ย!
ในช่วงเวลานั้น หัวใจของเหล่าอสูรโลกันต์บีบรัด แต่ในวินาทีต่อมา
‘เซิ่งเหม่ย’ ก็หายไป ทิ้งไว้เพียงหอกมังกรทมิฬ มันไม่มีอะไรมากไปกว่า
ภาพติดตา
ร่างจริงของเซิ่งเหม่ยได้ปรากฏตัวด้านหลังหลินหมิงแล้ว กระบี่ของ
นางผ่าลงมาด้วยพลังอันเกรี้ยวกราด!
ทันใดนั้น จากภายในโลกภายในของร่างจำแลงอสูร ต้นเทพทรราช
คลั่งปรากฏ อากาศที่เต็มไปด้วยพลังงานอสูรขณะที่ต้นไม้กระดูกเจาะสู่
สวรรค์ เพลิงและเสียงฟ้าแผดเสียง ปนเปื้อนด้วยพลังแห่งอสูรขณะที่มัน
ยินดีตอนกระแสพลังกระบี่แสงอันเกี้ยวกราด
บึ้มมมม!
กระบี่แสงและพลังอสูรของหลินหมิงระเบิดและหายไปพร้อมกัน
หลินหมิงไม่ได้หันหน้าไป หอกมังกรทมิฬกวาดเป็นวงกลมไปด้านหลัง!
ร่างกายของเซิ่งเหม่ยสะท้าน ปราณอสูรป้องกันนางสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงและนางช่วยไม่ได้ที่จะหุบปีกเพื่อต่อต้านการโจมตีของหลินห
มิง
ปึก!
ภายใต้แรงกระแทกมหาศาล เซิ่งเหม่ยปลิวออกไป นางชนเข้ากับ
ม่านพลังแสงของสนามพลังของราชันเร้น แต่ ก่อนที่เหล่าอสูรโลกันต์จะ
ได้ร้องด้วยความตกใจ ร่างของนางก็หายไปทันที่
และในวินาทีต่อมา หอกมังกรทมิฬได้โจมตีพื้นที่ซึ่งเซิ่งเหม่ยเพิ่ง
หายไป การระเบิดที่น่ากลัวดังขึ้นอีกครั้ง!
ด้วยดุเดือดของการต่อสู้ครั้งนี้ มันทำให้เหล่าอสูรโลกันต์ขนลุก!
ส่วนใหญ่ของอสูรโลกันต์ปัจจุบันไม่สามารถมองเห็นกระบวนการ
ต่อสู้ระหว่างเซิ่งเหม่ยและหลินหมิงได้ มีเพียงสนามพลังแห่งราชันเร้นที่
สั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลาและเกิดแสงเงารอบม่านพลังแสง ทำให้พวกเขา
ตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้โหดร้ายและรุนแรงเพียงใด
เวลายังดำเนินต่อไป
2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง…
การต่อสู้อันดุเดือดจนแทบจะไม่มีเวลาหายใจ
ทุกท่าเข้าปะทะกับอีกท่าอย่างเท่าเทียมกัน หลินหมิงและเซิ่งเหม่ย
ต่างก็พึ่งพาความสามารถในการฟื้นฟูต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป เซิ่งเหม่ยรู้สึกตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อยๆ!
การต่อสู้ครั้งนี้ได้เกินสิ่งที่นางคาดไว้ มันลากยาวและทั้งสองฝ่ายถูก
ผลาญพลังงานอย่างเท่าเทียม
แต่ถึงแม้ว่านี่จะเป็นกระบวนการที่นางคาดหวัง แต่ก็อาจไม่ใช่
ผลลัพธ์ที่นางคาดไว้
ความทนทานของหลินหมิงนั้นน่าทึ่งเกินไป หากผู้หนึ่งต้องผลาญ
พลังงานในอัตราเช่นนี้ เช่นนั้นมิต้องกล่าวถึงอสูรโลกันต์ระดับราชัน
สวรรค์ แม้แต่เทพแท้จริงก็อาจเป็นดั่งตะเกียงที่เหือดแห้งไปแล้ว
แต่หลินหมิงสามารถทำต่อไปได้ แม้กระทั่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆใน
ขณะที่การต่อสู้ดุเดือด!
ความแข็งแกร่งของเซิ่งเหม่ยในทางกลับกันนั้น มันกำลังอ่อนแอลง
แม้ว่ากฎคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จะท้าทายสวรรค์ แต่สิ่งที่เรียกว่า ‘เติบโตไร้สิ้นสุด’
เองก็ยังคงมีข้อจำกัด หากการต่อสู้ดำเนินต่อไปเช่นนี้ คนแรกที่หมดแรง
อาจเป็นตัวนางเอง
ความเร็วของเซิ่งเหม่ยนั้นช้าลงแล้ว
ฉากนี้ตกลงไปในสายตาของเหล่าอสูรโลกันต์ ในแง่ของความทนทาน
เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นได้พ่ายแพ้โดยไม่คาดคิดต่อผู้อาวุโส
เก้าของนิกายกัลป์โบราณ
ความทนทานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความแข็งแกร่งของนักสู้
ในความจริง จากจุดเริ่มต้น จากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว หลินหมิง
ก็ผลาญพลังงานไปมากกว่าเซิ่งเหม่ย นี่เป็นเพราะในแง่ของขนาด ความ
น่าเกรงขามของกระบวนท่า ทั้งหมดนั้นผลาญพลังงานมากกว่าเซิ่งเหม่ย
ถึงกระนั้น คนแรกที่ไม่สามารถยืนหยัดได้กลับเป็นเซิ่งเหม่ย
วูป!
อีกกระบี่พุ่งไปทางหลินหมิงก่อนที่มันจะถูกสลายไปโดยเขา ในขณะ
ที่กระบี่แสงแตกสลาย หอกมังกรทมิฬในมือของหลินหมิงก็พุ่งเข้าหา
ซี่โครงซ้ายของเซิ่งเหม่ย!
นี่เป็นมุมการโจมตีที่ยากมาก อย่างไรก็ตาม เซิ่งเหม่ยไม่ได้หลบ ปีก
ซ้ายกางออกฉับพลันและป้องกันหอกมังกรทมิฬ!
เคล้งง!
เสียงปะทะกันดังขึ้น จากพื้นผิวของหอกมังกรทมิฬ กระดูกกระส่วน
หนึ่งแตกออกไป!
แต่ปีกซ้ายของเซิ่งเหม่ยนั้นเกือบถูกแทงทะลุโดยหอกมังกรทมิฬ
และตอนนี้ก็กำลังหลั่งโลหิต!
ในช่วงเวลานั้น ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายอย่างประหลาดใจ
เซิ่งเหม่ยพึ่งพาพลังร่างกายก็เพียงพอต้านทานการโจมตีครั้งนี้และไม่ได้ใช้
พลังอสูรเลย มิเช่นนั้น ปีกของนางก็จะไม่ถูกฉีกโดยหอกของเขา
แต่แล้ว เซิ่งเหม่ได้ยื่นแขนออกมาจับหอกมังกรทมิฬ แขนหยกสีขาว
ละเอียดอ่อนและงดงามของนางพันรอบหอกมังกรทมิฬ จับเพลาหอกไว้
ในแขนแน่น!
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
โดยรอบเซิ่งเหม่ย มิติแตกสลาย ฟีนิกซ์น้ำแข็งพุ่งออกมาและโฉบไป
ยังหอกมังกรทมิฬ ชั่วขณะหนึ่ง หอกมังกรทมิฬเริ่มถูกแช่แข็งอย่าง
รวดเร็ว และสำหรับหลินหมิงผู้ซึ่งกำลังจับมันอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ชะงัก
พลังงานเย็นยะเยือกไหลเข้าสู่ร่างกายของหลินหมิงอย่างไร้ปราณีจากทุก
ทิศทาง
เซิ่งเหม่ยได้ปลดปล่อยสนามพลังเยือกแข็งลึกของนางอีกครั้ง แต่ครั้ง
นี้สนามพลังถูกจำกัดพื้นที่ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งหมดนั้นถูกบีบ
อัดลงบนร่างกายของหลินหมิง โดยไม่ต้องสงสัย นางเสี่ยงทุกอย่างในการ
โจมตีนี้!
จากคิ้วของเซิ่งเหม่ย บัวโลหิตเก้าวัฏจักรเปล่งแสงจ้า
ห้วงมิติดูเหมือนจะทับซ้อนและสั่นสะเทือน กลีบดอกบัวได้สำแดง
เป็นในเก้าวัฏจักรแห่งโลกอีกครั้ง เมื่อโลกเหล่านี้รวมตัวกัน มันจะ
สามารถเห็นขุนเขาและแม่น้ำภายใน พืชและสัตว์ป่า ชีวิตหลายพันล้าน
เกิดและดับสูญ
ภายในแต่ละโลกนั้น มันมีเซิ่งเหม่ยนั่งไขว้ขาอยู่ นี่คือพลังของ
ความหวังและเจตจำนงของของเซิ่งเหม่ยทั้งเก้า
เซิ่งเหม่ยทั้งเก้าผสานมือในการสวด ใบหน้าสง่าและน่าเกรงขาม
ในช่วงเวลานั้นพ ลังแห่งความหวังและเจตจำนงรวมตัว ก่อตัวเป็น
แม่น้ำสีทองของดวงดาว!
นี่คือท่าสุดท้ายของนาง!?
นัยน์ตาของหลินหมิงหรี่ลง เซิ่งเหม่ยไม่ลังเลที่จะได้รับบาดเจ็บเพื่อ
ผนึกการเคลื่อนไหวของเขา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เขาอยู่ในระยะใกล้ ซึ่งนาง
สามารถใช้บัวโลหิตเก้าวัฏจักรในท่าสุดท้าย นี่เป็นเพราะนางค้นพบว่าใน
แง่ของความทนทานนั้น นางอาจจะไม่สามารถเอาชนะเขาได้
ในครั้งนี้ เมื่อเห็นวัฏจักรของโลกทั้งเก้าก่อตัวเป็นกระบี่แสงที่เฉือน
ลงมา จิตใจและความคิดของหลินหมิงก็ยังคงไม่หวั่นไหว จากโลกภายใน
ของเขา โลหิตอาชูร่าเริ่มเผาผลาญ
แม้แต่สามร่างจำแลงของหลินหมิง สามพลังเองก็ยังคงถูกถ่ายเทลง
ในร่างจำแลงของอสูรโดยไม่ยั้ง
ดวงตาของหลินหมิงปะทุแสงอันรุ่งโรจน์ ในโลกภายใน วงล้ออาชูร่า
ถูกหลอมรวมและปกคลุมด้วยพลังแห่งอสูร จากนั้น วงล้ออาชูร่า
เปลี่ยนเป็นวงล้ออสูรที่ปรากฎขึ้นเบื้องหลังหลินหมิง
มีร่างเงาอสูรปรากฏขึ้น ผลักดันวงล้อไปข้างหน้าอย่างช้าๆ นี่คือร่าง
เงาอสูรที่เกิดขึ้นจากร่างเงาอาชูร่า
วงล้อนี้บรรจุอสูรหลายพันล้านคนอยู่ภายใน ภายในชยังมีเนื้อหนัง
และโลหิตที่เป็นส่วนประกอบระดับจอมอสูรโลกันต์ จอมเขมือบ
เมื่อวงล้ออสูรนี้หมุนไป หลินหมิงก็กระแทกสองฝ่ามือออกไป
หลินหมิงถ่ายเทพลังทั้งหมดของเขาลงในวงล้ออสูรนี้ และตอนนี้เขา
ก็ยินดีต้อนรับบัวโลหิตเก้าวัฏจักรของเซิ่งเหม่ย
กึก กึก กึก กึก!