Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,129 เงื่อนไขของเซิ่งเหม่ย
เซิ่งเหม่ยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าสามารถเข้าพิธีบ่มเพาะคู่กับ
เจ้าได้ แต่หลังจากการแต่งงานของเราแล้ว เราจะเป็นแม่น้ำและน้ำที่ดี ไม่
รบกวนซึ่งกันและกัน ข้าจะไม่จัดการเรื่องของเจ้าและเจ้าจะไม่รบกวน
ข้า”
หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอารมณ์เสียด้วยคำพูดของเซิ่งเหม่ย เขา
พบว่าตัวเองกำลังคิดถึงฉากที่ร่างจำแลงอสูรของตนร่วมเตียงกับเซิ่งเหม่
ยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนั้น มันก็ไม่น่าแปลกใจที่เซิ่ง
เหม่ยจะพบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมรับ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ริมฝีปากของหลินหมิงก็ยกขึ้น เขาค่อยๆถามว่า “เหตุ
ใดข้าต้องทำเช่นนั้น?”
คำพูดของหลินหมิงดำเนินไปพร้อมกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่ขี้เล่น
และเร้าใจเล็กน้อย ทำให้เกิดความโกรธต่อเซิ่งเหม่ยในทันที่
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สิ่งที่ถูกกล่าวถึงในความเป็นจริงก็คือ นางได้พ่าย
แพ้ต่อหลินหมิง ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นคนที่ตัดสินใจกฎ มีเพียงสวรรค์
เท่านั้นที่รู้ว่าเหตุใดนางถึงต้องเผชิญกับสัตว์ประหลาดเช่นวันนี้และ
ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่
ดังนั้น แม้ว่านางจะเต็มไปด้วยความรังเกียจต่อหลินหมิง แต่นางก็อด
ไม่ได้ที่จะยอมรับความพ่ายแพ้และพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล “พรสวรรค์
ของเจ้าท้าทายเจตจำนงของสวรรค์ เมื่อมองไปทั้งอเวจีทมิฬ ผู้หญิงงาม
ใดๆ อสูรราคะใดๆ ทั้งหมดสามารถอาจเอื้อมได้ ตราบใดที่เจ้าปรารถนา
หญิงงามนับไม่ถ้วนจะเต็มใจบ่มเพาะคู่กับเจ้า ดังนั้นเหตุใดเจ้าจะสนใจ
หากขาดไปเพียงหนึ่ง? ข้าจะไม่ยุ่งเรื่องของเจ้า และในความเป็นจริง ข้า
จะให้ความช่วยเหลือทุกประเภทแก่เจ้า ตราบใดที่เจ้าไม่รบกวนข้า ข้าก็
ยินดีที่จะจ่ายในราคานี้!”
“ยอมจ่าย?”
ความคิดของหลินหมิงสะท้าน เมื่อหลินหมิงเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้
เหตุผลดั้งเดิมคือเพื่อพิสูจน์คุณค่าและความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อที่เขา
จะได้รับคุณสมบัติในการนำตำราแห่งกัลป์เข้าสู่สุสานจอมเทพอสูร
เหตุผลที่สอง เป็นเพราะเขาต้องการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของ
ตนกับเซิ่งเหม่ย
เมื่อมาถึงระดับของหลินหมิง มันก็มีนักสู้ที่สามารถแข่งขันกับเขาได้
ในขอบเขตเดียวกันไม่กี่คน การค้นหาคู่ต่อสู้เช่นนั้นยากเกินไป เขาและ
เซิ่งเหม่ยต่างก็เกิดในยุคเดียวกัน เป็นเช่นหยินและหยาง ระหว่างสองคน
นั้น การต่อสู้ของพวกเขาถูกโชคชะตากำหนด
สำหรับการเอารัดเอาเปรียบใครบางคนเมื่อพวกเขาแพ้… มันเป็นกฎ
ที่เซิ่งเหม่ยวางไว้เองแต่แรก และเมื่อมันมาถึงการสร้างความสัมพันธ์
กับเซิ่งเหม่ย หลินหมิงก็ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้เลย เขาและเซิ่งเหม่ยมิใช่คน
รัก แม้ว่าพวกเขาจะร่วมรักกันครั้งหนึ่งในดาวเคราะห์นภารินไหล แต่นั่น
เป็นเพราะเขาถูกบังคับให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไร้ทางออก
หลินหมิงมีความรู้สึกต่อเซิ่งเหม่ย แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ความรู้สึกของ
เขาจะลึกซึ้งเท่ากับสิ่งที่เขารู้สึกต่อเสี่ยวหมัวเซียน และเขาไม่สามารถใช้
ประโยชน์จากความสัมพันธ์ในอดีตของเขากับเซิ่งเหม่ยเพื่อทำสิ่งที่ปกติ
แล้วอสูรโลกันต์จะไม่ทำ
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินเซิ่งเหม่ยพูดถึงว่านางจะเสนอเงื่อนไขบางอย่าง
ด้วยความคิดริเริ่มของนางเอง หลินหมิงจึงค่อนข้างสนใจจริงๆ
“ก่อนอื่นบอกข้าว่าเจ้ายินดีจ่ายเพียงใด” หลินหมิงพูดอย่างเกียจ
คร้านขณะที่เขาลูบคาง แม้ว่าการใช้ประโยชน์จากใครบางคนจะไม่ใช่การ
กระทำของสุภาพบุรุษ แต่เขาและเซิ่งเหม่ยอยู่ฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเขาจึง
ต้องทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์
“เจ้าสามารถวางเงื่อนไขใดๆที่ต้องการใด ข้าจะพยายามทำให้พวก
มันเป็นที่พึงพอใจตราบใดที่ไม่ได้มากเกินไป” เซิ่งเหม่ยรู้สึกผ่อนคลายเมื่อ
นางได้ยินว่าหลินหมิงเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และนางไม่สนใจว่าหลินหมิง
อาจจะพยายามขอมากเกินไป
หลินหมิงหัวเราะเบาๆภายใน ในความเป็นจริง เขารู้แล้วว่าตน
ต้องการสิ่งใด ถึงกระนั้น เขาแสร้งทำเป็นลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดกับเซิ่ง
เหม่ยว่า “สำหรับผลึกอสูร ข้าไม่ขาดพวกมัน แม้ว่ามันจะเป็นผลึกอสูรชั้น
ยอด แต่ข้าก็ไม่สนใจเช่นกัน สำหรับโอสถโลหิต ข้าเองก็มีมากเกินพอ
อาวุธเองก็เช่นกัน และเจ้าไม่จำเป็นต้องมอบอะไรที่ดีกว่านี้ให้ข้าอีก ดู
เหมือนว่าในทั้งตัวเจ้า มันไม่มีอะไรที่ดึงดูดข้าได้…”
คำพูดของหลินหมิงถูกกล่าวออกมาเพื่อสร้างความเหนือกว่า
ทางด้านจิตใจ แต่ขณะที่เซิ่งเหม่ยได้ยินพวกมัน มันก็ค่อนข้างจะกรีดหู
ของนาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลินหมิงกล่าวว่าไม่มีอะไรในร่างกายของนาง
ที่ดึงดูดเขา ถ้าผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งได้ยินเรื่องนี้ พวกนางคงจะโกรธ
แค้น แต่สีหน้าของเซิ่งเหม่ยก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่านางเป็นธาร
น้ำแข็งที่ดำรงอยู่มานับล้านปี
นางขมวดคิ้วและพูดว่า “เลิกอ้อมค้อมได้แล้ว ระบุเงื่อนไขของเจ้า
มา!”
“อืม, ได้!” หลินหมิงยิ้ม “ถึงแม้ว่าข้าไม่ต้องการที่จะใช้ประโยชน์
จากเจ้า แต่เจ้าก็ควรรู้ด้วยเช่นกันว่าถ้าข้าต้องบ่มเพาะคู่กับเจ้า โดยไม่
คำนึงว่าเจ้าหรือข้า มันต่างจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้เราขึ้นอย่างมาก กฎ
ถูกกำหนดโดยเจ้า แต่ในที่สุดเจ้าก็อยากกลับคำสัญญา เช่นนั้นข้าก็ควร
ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน บัวโลหิตเก้าวัฏจักรสุดท้ายของเจ้านั่น
ไม่เลวเลย รวมไปถึงวิถีคู่ วิถีแห่งอนันต์และวิถีทำลายล้างในกระบี่ของเจ้า
ข้าสนใจพวกมันเป็นอย่างมาก เงื่อนไขของข้าคือ ข้าต้องการยืมพวกมัน
เพื่อสังเกตและหยั่งรู้!”
หลินหมิงต้องการดูทั้งคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์มานานแล้ว 12,000
ปีที่แล้วเมื่อหลินหมิงได้รับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในโลกวิญญาณ ความจริงก็คือ
มันเป็นเพียงสำเนาของหน้าตำราทองคำ สำหรับตำราสีดำที่บันทึกกฎ
แห่งความตายไว้ภายใน หลินหมิงก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเพียงพึ่งพาพลัง
วิญญาณที่เซิ่งเหม่ยทิ้งไว้ให้ รับรู้มันอย่างช้าๆ รวมมันกับความเข้าใจของ
เขา ผ่านวัฏสงสารแห่งชีวิตและความตายเพื่อเข้าใจมันทีละน้อย
แม้ว่าสิ่งที่เขาเข้าใจจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด แต่เขาก็ยังถูก
ควบคุมโดยเวลา ถ้าของเขาโดยลำพัง อาจเป็นไปไม่ได้ที่ฉบับของเขาจะ
เปรียบเทียบกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมได้
เมื่อได้ยินคำขอของหลินหมิง เซิ่งเหม่ยก็ขมวดคิ้ว ตามเหตุผลเชิง
ตรรกะทั้งหมด คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมาะที่จะบ่มเพาะ แต่ เมื่อนางคิดว่า
หลินหมิงดูเหมือนจะเข้าใจกฎคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในระดับที่เขาสามารถ
ทะลวงมันได้ นางก็สงสัยอย่างยิ่งว่าถ้านางให้ยืมคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆแล้ว
เขาก็จะสามารถรับรู้ได้มากมายจากมัน
“เจ้าไม่ควรขอมากเกินไป! กฎคู่แห่งชีวิตและทำลายล้างเป็นรากฐาน
ของการฝึกฝนของข้า เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้เจ้า!”
เซิ่งเหม่ยปฏิเสธทันท่วงที่ หลินหมิงตกอยู่ในความครุ่นคิด ไม่พูดอีก
ต่อไป เซิ่งเหม่ยรู้สึกกลัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดเช่นกัน หากไม่สามารถตก
ลงกันได้ นางก็ไม่รู้จริงๆว่านางจะทำอย่างไร
ความจริงก็คือ ถ้าพวกเขาไม่ได้นอนร่วมกันหลังจากแต่งงานแล้ว นั่น
ก็จะเท่ากับละเมิดสัญญาของนาง หากเรื่องนี้จะแพร่กระจายออกไป มันก็
จะอยู่ในระดับเดียวกับทำลายข้อตกลง
“ข้าจะถอยหนึ่งก้าว เกี่ยวกับกฎแห่งชีวิตและการทำลายล้าง ข้า
ต้องการเพียงแค่กฎแห่งการทำลายล้าง ข้ามีความมั่นใจในความอดทน
ของตัวเอง ดังนั้นข้าจึงไม่ต้องการพลังแห่งความไร้สิ้นสุด แต่การทำลาย
ล้างเหมาะกับข้ามากกว่า”
หลินหมิงแสดงความปรารถนาอย่างเร็วที่สุดในช่วงเวลาต่อรองนี้ เขา
เห็นหน้าตำราทองคำแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการมัน สิ่งที่เขาต้องการเห็น
อย่างแท้จริงคือ ตำราสีดำแห่งความตาย
ในความเป็นจริง เมื่อหลินหมิงเข้ามาในอเวจีทมิฬครั้งแรก เขาได้พบ
โครงกระดูกของหญิงลึกลับจากหมื่นล้านปีก่อนซึ่งคล้ายกับ เซิ่งเหม่ย บน
กระดูกเหล่านี้ถูกสลักรูนของกฎของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม รูนของกระดูกยังคงอยู่บนกระดูก พวกเขาเป็น
สัญลักษณ์ควบแน่นจากกฎหลังจากนักสู้ประสบความสำเร็จอย่างมาก
และไม่ใช่ขั้นตอนที่เร็วที่สุดสำหรับใช้ฝึกฝน หลินหมิงยังมีข้อบกพร่องใน
ความเข้าใจเกี่ยวกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ และเขาต้องการที่จะชดเชยความ
ผิดพลาดเหล่านี้ด้วยความช่วยเหลือของเซิ่งเหม่ย
เซิ่งเหม่ยมองไปยังหลินหมิงแล้วกัดริมฝีปากของนาง “สามวัน! ข้าจะ
ให้เจ้าแค่สามวัน และปริมาณที่เจ้าเข้าใจจะขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง!”
นี่คือสัมปทานสุดท้ายของเซิ่งเหม่ย; สามวันเพื่อดูต้นฉบับ ไม่ว่าการ
รับรู้ของหลินหมิงจะสูงเพียงใด เท่าที่เขาจะทำได้คือท่องจำกฎและเขา
อาจไม่สามารถทำหมดทั้งตำราได้
และหากปราศจากเนื้อหาดั้งเดิม เขาจะต้องบ่มเพาะด้วยตนเอง
เท่านั้น และมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำให้ข้อมูลรั่วไหล ยิ่งกว่านั้น หาก
ไม่มีกฎแห่งชีวิต มันก็เป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะบรรลุความสำเร็จใน
ระดับสูง
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดของเซิ่งเหม่ย แต่พวกมันเป็นสิ่งที่
หลินหมิงต้องการอย่างแท้จริง
เขายิ้ม “ดี เช่นนั้นก็สามวัน”
สามวันก็มากเกินพอ นี่เป็นเพราะจากความทรงจำของหลินหมิง
ความเข้าใจของเขาเองและรูนกระดูกของหญิงคนนั้นที่ดูเหมือนชีวิตก่อน
หน้าของ เซิ่งเหม่ย เขาก็ก็มีความเข้าใจในกฎแห่งความตายอย่างลึกซึ้ง
แล้ว สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือ การใช้ตำราสีดำเพื่อหลอมรวมความ
เข้าใจของตนเองเข้าด้วยกันอย่างทั่วถึง
“จำสิ่งที่เจ้าพูดไว้!”
เซิ่งเหม่ยเตือนหลินหมิง
ขณะที่ทั้งสองกำลังทำข้อตกลงอย่างลับผ่านกระแสเสียง เสียงของผู้
อาวุโสกัลป์เทพและผู้อาวุโสเร้นกาลยังคงพูดคุยถึงวันแต่งงาน
โดยมิต้องให้เซิ่งเหม่ยเตือน หลินหมิงพูดโดยตรงว่า “ผู้อาวุโสทั้งสอง
ข้าขออภัยสำหรับความวุ่นวาย แต่ข้าอยากจะแต่งงานหลังกลับจากสุสาน
จอมเทพอสูร!”
คำพูดของหลินหมิงทำให้กัลป์เทพและเร้นกาลตกใจ
“อืม…. เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ข้าต้องการใช้ประโยชน์จากเวลาก่อนที่
สุสานจอมเทพอสูรจะเปิดเพื่อฝึกฝนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้าไม่
ต้องการที่จะกวนใจตัวเองด้วยพิธีบ่มเพาะคู่”
ในที่สุดคำพู ดของหลินหมิงก็ทำให้ดวงตาของเซิ่งเหม่ยอ่อนลง
เล็กน้อย หากพิธีบ่มเพาะคู่อาจล่าช้าออกไปอีกเล็กน้อย นั่นจะเป็นสิ่งที่ดี
โดยธรรมชาติ
เร้นกาลมองไปยังเซิ่งเหม่ย และเห็นเซิ่งเหม่ยพยักหน้าเห็นด้วย
เร้นกาลเปิดปากของเขาราวกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ในที่สุดก็ไม่ได้พูด ในฐานะที่เป็นทั้งสองฝ่ายของการแต่งงาน หลินหมิง
และเซิ่งเหม่ยโดยธรรมชาติย่อมมีอำนาจในการตัดสินใจในวันแต่งงาน
ความจริงก็คือ เร้นกาลต้องการที่จะพูดว่าหากพวกเขาสามารถจัดพิธี
บ่มเพาะคู่ได้ก่อนที่สุสานจอมเทพอสูรจะเปิดขึ้น ทั้งสองก็จะเริ่มการบ่ม
เพาะคู่ทันที่ และนั่นอาจเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของพวกเขาอีก
ด้วย!
เร้นกาลไม่ได้พูดอะไรมากมายและกัลป์เทพก็ยังคงนิ่งเงียบ
ในเวลานี้ หลินหมิงก็กล่าวว่า “ผู้อาวุโสเร้นกาล ข้าจำได้ว่าก่อนที่ข้า
จะจับคู่กับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ เราตกลงกันว่าถ้าข้าสามารถเอาชนะนางได้
ข้าจะได้รับการปฏิบัติอย่างน้อยในระดับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?”
เร้นกาลคิดว่าเดิมทีหลินหมิงจะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงาน
แต่เขาไม่คิดว่าเขาจะนำเรื่องนี้ออกมาพูดแทน “ใช่ ถูกต้องแล้ว นี่คือกฎ
พื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังพันธมิตรที่ก่อตั้งโดยแดนราชันเร้น ใครก็ตามที่มี
ความแข็งแกร่ง พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น! ยิ่งกว่านั้น เจ้าได้
เข้าร่วมกับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นแล้ว ดังนั้นตอนนี้เจ้าจึง
เป็นกึ่งคนของแดนราชันเร้นแล้ว คำสัญญาที่ข้าให้ไว้ก่อนหน้านี้ มันจะ
เป็นสัญญาที่ข้าย่อมรักษาไว้โดยธรรมชาติ”
“ดี!”
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อย และนอกจากหลินหมิง ผู้อาวุโสสูงของนิกาย
กัลป์โบราณก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ว่าหลินหมิงต้องการนำ
ตำราแห่งกัลป์เข้าสู่สุสานจอมเทพอสูร…
หลินหมิงพลิกมือของเขาและปรากฏตำราแห่งกัลป์ขึ้นในฝ่ามือของ
เขา
ตำราสีดำลึกลับที่มีพลังแห่งอสูรโลกันต์ลึกล้ำและโบราณ เมื่อมัน
ปรากฏ ดวงตาของผู้อาวุโสเร้นกาลก็กว้างเบิกกว้างและหัวใจของเขาสั่น
ไหว
“นี่… นี่คือ!?”
“ตำราแห่งกัลป์!”
เสียงของหลินหมิงก้องกังวานต่อผู้ชมทั้งหมด
มันไม่สามารถปิดบังตำราแห่งกัลป์ได้ ตราบใดที่มีคนนำมันเข้าไปใน
สุสานจอมเทพอสูร ผู้อื่นก็จะค้นพบมัน เนื่องในกรณีนี้ เขาจึงควรจะนำ
มันออกมาแล้วเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำตามกฎที่กำหนดโดยแดนราชัน
เร้นเพื่อตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้จัดการมัน
ด้วยสถานะปัจจุบันของหลินหมิง ด้วยความแข็งแกร่งที่เขาเพิ่ง
พิสูจน์ในการต่อสู้และพร้อมกับความจริงที่ว่าเขาเป็นคนแรกที่ค้นพบ
ตำราแห่งกัลป์ เช่นนั้นด้วยทุกเหตุผล เขาก็ควรจะเป็นคนที่จะถือมัน!
การปรากฏของตำราแห่งกัลป์ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตกตะลึง
อสูรโลกันต์หลายตนลุกขึ้นยืน จ้องมองไปยังตำราสีดำในมือของ
หลินหมิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ วันนี้ ตำราแห่งกัลป์ที่หายไปหลาย
พันล้านปีกลับปรากฎขึ้น!
นี่ไม่ได้หมายความว่านิกายกัลป์โบราณที่เสื่อมถอยไปในอดีตจะหวน
คืนชะตาของนิกายอีกครั้ง!?
และด้วยหลินหมิงผู้ซึ่งโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ นิกายกัลป์โบราณ
จะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในชั่วข้ามคืน
ตอนนี้ นิกายกัลป์โบราณที่กำลังจะล่มสลายได้เต็มไปด้วยความหวัง
อันไร้สิ้นสุด!