Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,136 การสังหารแรก
หวึ่ง! หวึ่ง! หวึ่ง!
พลังงานสั่นไหว อสูรโลกันต์ที่เข้าไปในกระแสพลังงานไม่ได้ถูกกลืน
กินหรือฉีกขาดโดยมัน กละบกัน พวกเขาสะท้อนกับพลังงานอสูร แสงสี
ดำไหลเข้าสู่ร่างกายของพวกเขาและไหลกลับออกมา สร้างช่องทางผ่าน
โดยธรรมชาติรอบตัวพวกเขา
อสูรโลกันต์ผ่านช่องทางเหล่านี้และเข้าไปในสุสานจอมเทพอสูร
จากนั้น อสูรโลกันต์ก็เข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งรากฐานที่มั่นคงมากเพียงใด ยิ่งครอบครองพลังอสูรมากเพียงใด
สุสานจอมเทพอสูรก็จะสะท้อนกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น
หลินหมิงเองก็พุ่งเข้ากระแสพลังงานนี้ ตัวตนของเขาดึงดูดความ
สนใจจากอสูรโลกันต์มากมายทันที่
หลินหมิงไม่ค่อยเร็วนัก แต่เมื่อเขาจมลงไปในพลังอสูรที่พลุ่งพล่าน
พลังงานอสูรรอบตัวก็ถูกดึงเข้าหาเขาราวกับว่าเขาเป็นราชาอสูรที่แท้จริง
เมื่อเห็นฉากนี้ มันก็มีอสูรโลกันต์มากมายตกตะลึง นี่เป็นปฏิกิริยา
ตามธรรมชาติที่เกิดจากความแข็งแกร่งของบุคคลโดยไม่จำเป็นต้องคิด
วูซ!
หลินหมิงหายไปในกระแสพลังงาน เขารู้สึกถึงแรงดูดที่ไม่อาจ
ต้านทานได้ที่ถูกปล่อยออกมาจากแสงสีดำเบื้องหน้า ดึงเขาไปข้างหน้า
อย่างรวดเร็ว
ภาพบิดเบือนวูบผ่านจิตใจของหลินหมิงราวกับว่าเวลาผ่านไปอย่าง
รวดเร็ว เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่ราวกับยาวนานหลายพันปี จากนั้น
ภาพบิดเบือนในใจของหลินหมิงก็หายไปในทันที่ และเขาก็มาถึงสถานที่
แปลกประหลาดและกว้างใหญ่ไพศาล
“นี่คือสุสานจอมเทพอสูร?”
หลินหมิงพึมพำขณะที่เขามองไปรอบๆ
ในชีวิตของเขา หลินหมิงได้เข้าสู่แดนเร้นลับที่ไม่ธรรมดามากมาย
แต่ไม่มีแดนเร้นลับใดที่สามารถเปรียบเทียบกับสุสานจอมเทพอสูรได้ใน
แง่ของระดับ แม้แต่เส้นทางแห่งอาชูร่าก็ยังด้อยกว่าสุสานจอมเทพอสูร
ท้ายที่สุด เส้นทางแห่งอาชูร่าก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าเพียงคนเดียว สำหรับสุสานจอมเทพอสูรนั้น มันมีอสูร
โบราณนับไม่ถ้วนฝังอยู่ที่นี่ เนื้อหนังและโลหิตพวกเขายังได้หลอมรวม
โลกนี้ด้วย!
พื้นที่ของสุสานจอมเทพอสูรนั้นกว้างและโบราณ เงยหน้าขึ้นมอง
มันก็ยังดวงดาวอันงดงามแขวนอยู่เหนือหัวสูง ไกลออกไปหลายหมื่นไมล์
ดาวทุกดวงแผ่คลื่นพลังอสูรมหาศาล ราวกับจอมเทพอสูรที่แท้จริง
กำลังหลับใหลอยู่ภายใน แรงกดดันทำให้ยากจะหายใจ ลึกล้ำพอที่จะทำ
ให้สั่นคลอนหัวใจของผู้หนึ่งด้วยความกลัว
“หืม ดวงดาวเหล่านี้…”
หลินหมิงค้นพบบางสิ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับดินแดนนี้ ในความเป็นจริง
เมื่อหลินหมิงอยู่ในถิ่นทุรกันดา รเขาพบว่ามันแปลกที่พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วย
ดวงดาวจะถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินและพื้นที่เต็มไปด้วยดวงดาวนี้ก็ยังมีดวงดาว
จำนวนมากอย่างยิ่งด้วย มันดูไม่ธรรมดาอย่างมาก
เมื่อหลินหมิงเข้ามาในสุสานจอมเทพอสูรเขาจึงได้ค้นพบความจริง
ดวงดาวที่งดงามและหลากสีอย่างไม่น่าเชื่อเหล่านี้ความจริงกลับเป็นธาตุ
กระดูกอสูร!
เมื่อราชาอสูรอสูรโลกันต์ตายไป พวกเขาจะทิ้งไว้ธาตุกระดูกอสูรไว้
หลัง เช่นเดียวกับธาตุกระดูกอสูรที่หลินหมิงได้รับจากการด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่า
พวกมันคงอยู่มานานกว่าแสนล้านปีแล้ว และยังคงส่องประกายใน
ห้วงสวรรค์
เมื่อพวกมันเชื่อมต่อเข้าด้วยกันในรูปแบบที่ลึกลับ พวกมันก็
กลายเป็นรูปแบบค่ายกลอันน่าทึ่ง!
รูปแบบค่ายกลนี้ล้อมรอบทั้งสุสานจอมเทพอสูร มันยากที่จะ
จินตนาการว่ามันทรงพลังถึงงเพียงใด
มาถึงตอนนี้ มันมิใช่เพียงหลินหมิงเท่านั้น แต่อีกอสูรโลกันต์ที่เข้ามา
ในสุสานจอมเทพอสูรก็ค้นพบธาตุกระดูกอสูรเหล่านี้ที่กลายเป็นดวงดาว
บนท้องฟ้าด้วย
ธาตุกระดูกอสูรทุกชิ้นและบรรจุอยู่ในแก่นแท้และพลังของกฎตั้งแต่
ก่อนการตายของเหล่าอสูรที่ก่อกำเนิดพวกมันขึ้น; พวกมันเป็นสมบัติล้ำ
ค่าแต่พวกเขา
เรื่องนี้ทำให้อสูรโลกันต์ช่วยไม่ได้ที่จะเหาะไปยังดวงดาวเหล่านั้น แม้
พวกเขาจะไม่มีความหวังในการได้รับธาตุกระดูกอสูร แต่การสังเกตพวก
มันจากระยะใกล้และการรับรู้กฎภายในก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปใกล้ แรงกดดันอันน่ากลัวก็ตก
ลงมาบนพวกเขาเช่นน้ำตก ทำให้อสูรโลกันต์เหล่านั้นต้องร่วงลงมาจาก
ฟากฟ้า
อสูรโลกันต์เหล่านี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เนื่องจากผลกระทบอย่าง
ฉับพลันของแรงกดดัน โลหิตของพวกเขาปั่นป่วนในร่างกาย ทำให้ใบหน้า
ซีดขาว
“ร้ายกาจยิ่ง… ราชาอสูรโบราณเหล่านี้ตายไปหลายล้านปีแล้วและ
ยังคงมีแรงกดดันเช่นนั้นได้ หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ไม่สามารถ
จินตนาการได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเป็นเช่นไร”
เหล่าอสูรโลกันต์ถอนหายใจอย่างลึกซึ้ง ด้วยอสูรโลกันต์ตนอื่นบอก
เล่า อสูรโลกันต์เหล่านี้ก็ไม่ได้ลองพิสูจน์ธาตุกระดูกอสูรเหล่านั้นอีกต่อไป
“หืม… นี่, สหายคนนั้นจากพันธมิตรเร้นที่ครอบครองตำราแห่งกัลป์
มิใช่หรือ?”
เหล่าอสูรโลกันต์มองเห็นหลินหมิงและดวงตาของพวกเขาก็สว่างขึ้น
“มันคือเขา!”
ผู้ที่พูดต่างมีการบ่มเพาะราชันสวรรค์ พวกเขามองดูหลินหมิงด้วย
ความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถซ่อนความโลภในสายตาไว้ได้
พวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรเร้น แต่มาจากพันธมิตรนที่
พวกเขาเป็นราชันสวรรค์จากขุมกำลังเล็ก
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นเป็นความลับที่มีเพียงพันธมิตรเร้น
เท่านั้นที่รู้ ข้อมูลถูกปิดกั้นโดยแดนราชันเร้น และสำหรับข่าวลือจำนวน
น้อยที่แพร่กระจายออกไป มันเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นจะบอกได้ว่าพวกมัน
เป็นของจริงหรือของปลอม ท้ายที่สุด การได้เห็นด้วยตาตนเองย่อมดีกว่า
การเชื่อข่าวลือแบบสุ่มๆ
ราชันสวรรค์ของขุมกำลังเล็กเหล่านี้ไม่ทราบว่าขอบเขตใดที่หลินห
มิงไปถึง อย่างไรก็ตาม บุตรแห่งเร้นได้กล่าวว่าพรสวรรค์ของหลินหมิง
เหนือกว่าของเขาเอง
แม้ว่าบุตรแห่งเร้นจะกำลังโกหก แต่อย่างน้อยที่สุดหลินหมิงก็จะไม่
ควรอ่อนแอกว่าพวกเขา
“เราคงไม่สามารถจัดการกับเขาได้ เราควรติดต่อศิษย์พี่อาวุโสและ
ให้ผนึกกำลังกับเราเพื่อฆ่าเขาดีหรือไม่?”
อสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ตนหนึ่งพูดด้วยเสียงเงียบ ศิษย์พี่อาวุโสผู้ที่
เขาพูดถึงนั้นเป็นเทพแท้จริง
“มันยังเร็วเกินไป… ทุกคนเพิ่งมาถึงสุสานจอมเทพอสูรและไม่มีใครมี
เวลารวบรวมพลังแห่งจอมเทพอสูรได้หรือยังไม่สามารถได้รับโชค…
สำหรับตำราแห่งกัลป์ ข้าไม่กล้าที่จะคว้ามัน มิเช่นงั้นเราจะนำหายนะมา
สู่ตนเอง!
“เรามารอและขุนสหายผู้นี้กันก่อนดีกว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เรา
จะติดต่อศิษย์พี่อาวุโสและโจมตีเขา สหายผู้นี้น่าจะมีสิ่งดีๆมากมายใน
ร่างกาย!”
ราชันสวรรค์หลายคนคุยกันด้วยกระแสเสียง แต่ในเวลานี้ ดวงตา
ของพวกเขาก็เบิกกว้างและขนลุกชู!
อสูรโลกันต์ชุดคลุมสีดำที่ตัวสูงตระหง่านปรากฏขึ้นตรงกลางของ
พวกเขาเฉกเช่นภูตผี
อสูรโลกันต์ตนนี้คือหลินหมิง และเมื่อเขามองไปยัอสูรโลกันต์ราชัน
สวรรค์ทั้งสามโดยรอบ รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ปรากฏบนใบหน้า เขาไม่เคยได้
ยินกระแสเสียงจากอสูรโลกันต์ทั้งสามนี้ แต่ด้วยสัมผัสอันเฉียบคมของ
ตนเอง เขาจะไม่รู้สึกถึงความเป็นศัตรูและจิตสังหารของพวกเขาได้
อย่างไร?
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้อ่อนแอก็ตาม ตราบใดที่พวกเขายังเป็นศัตรู
กับเขา หลินหมิงก็ไม่ได้วางแผนที่จะปล่อยพวกเขาไป ไม่ว่าสุสานจอม
เทพอสูรจะเพิ่งเปิดหรือไม่ก็ตาม โดยไม่คำนึงว่ามีข้อได้เปรียบใดๆหรือไม่
เขาจะกำจัดอันตรายทั้งหมดเท่าที่ทำได้
“เจ้า…”
อสูรโลกันต์ที่เพิ่งเริ่มพูดรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นข้ามจังหวะ เขารู้สึก
ได้ว่าเมื่อหลินหมิงปรากฏตัว สนามพลังที่มองไม่เห็นได้ปิดกั้นพื้นที่รอบ
พวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้!
แม้แต่ความคิดของเขาก็ยังช้าลงจนหยุดนิ่ง ก่อนที่เขาจะแยกแยะได้
ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เขาก็เห็นแสงสีดำฉีกพลังอสูรป้องกันของเขาขาดเช่น
กระดาษ
เช่นนี้ สามหัวก็ปลิวขึ้นในอากาศ!
โลหิตกระเซ็นดุจน้ำพุ
หลินหมิงคว้าหอกมังกรทมิฬและกวาดเป็นวงกลม สังหารสามราชัน
สวรรค์ทันที่
ปลายหอกเย็นยะเยือกนั้นไม่ได้มีคราบโลหิตแม้แต่หยดเดียว หลินห
มิงเก็บหอกมังกรทมิฬไป สามอสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ที่ตายแล้วมีการบ่ม
เพาะที่ไม่สูงเท่ากับของหลินหมิง และความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันทำให้
เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างท่วมท้น
อสูรโลกันต์เป็นศัตรูตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตใน 33 สวรรค์ หลินห
มิงไม่ได้มีเจตนาที่จะยั้งมือหรือแสดงความเมตตาต่ออสูรโลกันต์เหล่านี้ที่
เปิดเผยจิตสังหารต่อเขา
การร่วมผจญภัยเข้าสู่สุสานจอมเทพอสูรนี้ย่อมจะกลายเป็นงานเลี้ยง
สังหารครั้งใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้!
ตึก! ตึก! ตึก!
สามหัวที่หล่นลงมาที่พื้นและโลหิตกระเด็นไปทั่วผืนโลกโบราณ
จากนั้น มันก็มีฉากที่น่าตกใจเกิดขึ้น
โลหิตที่สดใหม่นี้เป็นเหมือนน้ำที่ตกลงสู่ทะเล ถูกดูดซับโดยผืนดิน
อย่างรวดเร็ว
แม้แต่พลังงานในร่างของราชันสวรรค์ทั้งสามก็ถูกดึงออกมาอย่าง
ช้าๆและจมลงในความว่างเปล่า หลอมรวมเข้ากับโลกโดยรอบ
หลินหมิงเองก็ยังรู้สึกว่าซากศพทั้งสามนี้กำลังสลายตัวอย่างช้าๆ
แต่เดิม ศพของอสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ไม่ควรสลายตัวแม้จะผ่านไป
หลายแสนปี แต่ตอนนี้ พวกมันกลับเน่าเปื่อยไปด้วยความเร็วที่มากกว่า
ศพของปุถุชน
เพื่อให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น มันอาจเป็นเพราะ… โลหิตชีวิตของ
พวกเขากำลังถูกดูดออกมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากสูญเสียพลังโลหิตชีวิต ร่างกายก็จะไมมีอะไรมากไปกว่าถุง
ผิวหนังเน่า
“ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นเช่นนี้…”
หลินหมิงคิ้วขมวด อสูรโลกันต์ที่ตายในสุสานจอมเทพอสูรจะถูกพลัง
ดูดออกมาอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกว่ามีธรรมชาติที่โหดร้าย
ในพื้นที่โดยรอบ
สุสานจอมเทพอสูรนั้นเหมือนกระเพาะของสัตว์อสูรยักษ์ จากอสูรโล
กันต์ทั้งหมดที่มาที่นี่ ครึ่งหนึ่งจะต้องตาย และชะตากรรมของผู้ที่เสียชีวิต
ก็คือ ร่างกายของพวกเขาจะถูกดูดซึมอย่างช้าๆ
การจบลงเช่นนี้ทำให้ผู้หนึ่งต้องเสียวสันหลัง