Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,138 สมรภูมิปิดผนึก
พื้นที่รกร้างสีเทาของสุสานจอมเทพอสูรนั้น มันเต็มไปด้วยแรงกดดัน
จากสนามพลังที่กระจายอยู่ และยิ่งเข้าไปลึกมันก็ยิ่งแรงกดดันมากขึ้น
พื้นดินที่นี่มาถึงระดับความแข็งอย่างเหลือเชื่อ
ยิ่งระดับของพื้นสูงเพียงใด โครงสร้างของโลกก็จะมีเสถียรภาพมาก
ขึ้นเท่านั้น หากเปรียบเทียบอเวจีทมิฬกับ 33 สวรรค์ โครงสร้างของโลกก็
นี้สูงกว่าก้าวหนึ่งแล้ว
ตรงกลางของมัน หินทุกก้อน ทุกตารางนิ้วของแผ่นดิน มันสามารถ
เปรียบเทียบได้กับเหล็กศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเข้าสู่สุสานจอมเทพอสูร แม้ว่านักสู้
จะไม่มีโอกาสได้รับโชค แต่การขุดได้แร่บางอย่างก็เพียงพอที่จะสร้าง
อาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้ว
หลินหมิงข้ามขุนเขาหนึ่งที่คล้ายดาบ ข้ามยอดเขาไปเป็นหุบเขาลึก
และกว้างใหญ่ ผืนแผ่นดินเปลี่ยวที่ดูเหมือนไม่เคยมีคนเข้าไปมาก่อน ผ่าน
กาลเวลานับไม่ถ้วน พลังแห่งจอมเทพอสูรได้มาบรรจบกันในหุบเขานี้
ยิ่งมีพลังอสูรเทพเจ้าอยู่มากเพียงใด มันก็จะสร้างสนามพลังที่ทรง
พลังได้มากขึ้นเท่านั้น หลินหมิงต้องการเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปก็จะรู้สึก
ถึงสนามพลังที่อยู่เหนือร่างของเขา ทำให้ลมหายใจเร่งขึ้นและการ
เคลื่อนไหวชะลอลงอย่างมาก
หลินหมิงสามารถเห็นโครงกระดูกที่นั่งอยู่บนพื้นหุบเขา โครงกระดูก
นี้ยังคงรูปร่างที่สมบูรณ์และเบ้าตาว่างเปล่าราวกับจะจ้องมองมาที่เขา
หลินหมิงและโครงกระดูกนี้มองซึ่งกันและกัน จากนั้น รอยยิ้มก็
ปรากฎบนใบหน้าของหลินหมิง
ในเวลานี้ จิตวิญญาณร้ายสีม่วงดำลอยออกจากโครงกระดูก จิต
วิญญาณร้ายนี้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อและตรงมาที่หน้าผากของหลินหมิง จาก
การทำนี้ ดูเหมือนว่ามันต้องการที่จะทะลวงเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเตรียมพร้อมมาแล้ว เขาชกหมัดออกไป!
บึ้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นในอากาศ หมัดของหลินหมิงบรรจุพลังลื่นไหลดุจ
แพรไหมและเส้นใยพลังแห่งอสูรนับล้านๆถูกควบแน่นอยู่ในนั้น การ
สั่นสะเทือนมหาศาลส่งจิตวิญญาณร้ายสีม่วงกระเด็นออกไป!
จิตวิญญาณร้ายแผดเสียงเจ็บปวด ดูเหมือนจะค้นพบว่ามันมิใช่คู่มือ
ของหลินหมิงและเริ่มหันหลังหนี
“หืม? มันไม่ได้ตายหรอกหรือ?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่านี่เป็นจิตวิญญาณร้าย
จะมีคุณภาพสูงมาก และพลังแห่งจอมเทพอสูรภายในร่างกายของมันก็ยัง
บริสุทธิ์มากเช่นกัน
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้าและปะทุความเร็วขึ้น เขาปรากฏตัวต่อหน้า
จิตวิญญาณร้าย ฟาดฝ่ามือ
ปั้ง!
พลังงานระเบิดทำลายจิตวิญญาณร้ายเป็นชิ้นๆ!
หลินหมิงยื่นมือออกมาและคว้าพลังงานทั้งหมดที่ลอยอยู่ในอากาศ
ไว้ จากนั้น เขารวบรวมมันและดูดซับเข้าสู่ร่างกาย
ชั่วเวลาหนึ่ง หลินหมิงรู้สึกว่ารูขุมขนเปิดกว้าง ทั่วร่างกายผ่อนคลาย
และเปิดออกเพื่อกลืนพลังแห่งสวรรค์และปฐพี นี่เป็นความรู้สึกที่น่าพอใจ
อย่างผิดปกติ คล้ายคนพเนจรที่ไม่มีน้ำดื่มมาหลายวันในที่สุดก็พบบ่อน้ำ
ใส่ขนาดใหญ่
“พลังแห่งจอมเทพอสูรนี้วิเศษยิ่งนัก ถ้าข้าบ่มเพาะเป็นเวลาหนึ่ง
ร้อยปีที่นี่ มันจะเป็นเช่นเดียวกับการบ่มเพาะภายนอกหลายพันปี เมื่อข้า
สะสมพลังงานเพียงพอ มันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับข้าที่จะทะลวงเข้าสู่
เทพแท้จริง…”
เพื่อที่จะทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริง ผู้หนึ่งต้องการสะสมพลังงานมาก
พอและสร้างรากฐานที่มั่นคง
แต่ในโลกของสุสานจอมเทพอสูรนั้น พลังงานบริสุทธิ์อย่างยิ่ง
หลังจากดูดซับพลังงานนี้ มันก็ง่ายที่จะผสานเข้ากับแขนขาและกระดูก
จุดชีพจรและเส้นชีพจร; มีเพียงไม่จำเป็นต้องกลั่นอีกขั้น เช่นนี้ มันจะไม่มี
ปัญหาใดๆกับการทำให้รากฐานมั่นคง
ถ้าต้องค้นหาเหตุผล นั่นก็เป็นเพราะโลกนี้ได้กลั่นพลังงานมากว่า
แสนล้านปีแล้ว หากนักสู้สามารถดูดซับพลังงานได้ที่นี่ มันจะลด
ระยะเวลาการบ่มเพาะที่พวกเขาต้องการใช้ไปอย่างมาก
นี่เป็นทางลัดเพื่อยกระดับการบ่มเพาะ
แน่นอนว่าเบื้องหลังทางลัดนี้ ความเข้าใจในกฎจะตามทันอย่าง
สอดคล้องกัน มิเช่นนั้น ถ้าการบ่มเพาะของผู้หนึ่งเพิ่มขึ้นแต่กฎไม่
สามารถตามทันได้ มันก็ไม่มีความหมายใดๆในการทำเช่นนั้น
แต่ในแง่ของความเข้าใจกฎ หลินหมิงได้บ่มเพาะสองกฎสูงสุดและยัง
ได้บ่มเพาะแก่นสาร พลังงานและวิญญาณด้วย ความสำเร็จประเภทนี้ไม่
สามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆว่าเป็นเพียงมาตรฐานของเทพแท้จริงทั่วไป
หลินหมิงมองที่สัญลักษณ์บนแขน ด้วยพลังงานที่เขาดูดซับในขณะนี้
สัญลักษณ์บนแขนของเขาเปลี่ยนจากการหนึ่งในสามส่วนจนเสร็จ
สมบูรณ์ครึ่งหนึ่ง จากนี้ มันจะได้เห็นว่าพลังงานนี้มีคุณภาพสูงเพียงใด
จากนั้นในเวลานี้ เสียงของหลินหมิงก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกอย่าง
ฉับพลัน “สหายที่ติดตามข้ามาจากข้างหลัง เจ้าติดตามข้ามานานมาก
แล้ว ข้าคิดว่าถึงเวลาที่เจ้าควรจะออกมา!”
ในขณะที่เขาพูด เขาหันไปรอบๆอย่างสงบ ดวงตาของเขาจับจ้อง
บริเวณหนึ่งของความว่างเปล่า
แต่เดิมที่มีเพียงว่างเปล่า สนามพลังค่อยๆพลังงานเปิดเผยตัวเอง
อย่างช้าๆ ภายในสนามพลังนี้ มันมีระฆังทองแดงขนาดใหญ่
เต้งง –
เต้งง –
เสียงระฆังดังกังวาล สองร่าง หนึ่งสีดำและสีขาวเหาะออกมาจากมัน
จากรูปลักษณ์ สองร่างคนนี้ดูเหมือนผี
“เจ้ากลับค้นพบเราได้?”
ร่างสีดำพูดด้วยความประหลาดใจ เสียงของเขาคมชัด ทำให้ผู้หนึ่ง
ต้องสะท้าน
อสูรโลกันต์ทั้งสองนี้มีรูปร่างแปลกประหลาดอย่างมาก พวกเขาตัว
เตี้ย เตี้ยกว่าความสูงเฉลี่ยของผู้ชายมนุษย์ ร่างกายผอมและห่อหุ้มด้วย
เสื้อคลุมหลายชั้น หนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำและอีกคนสวมเสื้อคลุมสีขาว
อสูรโลกันต์ทั้งสองนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสลัว เช่นเดียวกับสีขาว
และสีดำที่แฝงอยู่ในนิทานปุถุชน ผู้ที่รับผิดชอบในการให้รางวัลแก่สิ่งคนดี
และลงโทษคนชั่ว
“เจ้าสองคนคือภูตแฝดหยินหยางของสมาคมอสูรเช่นนั้นหรือ?”
คิ้วของหลินหมิงโค้งขึ้น เมื่อเขาฆ่าผู้อาวุโสของสมาคมอสูรและอ่าน
ผ่านความทรงจำ เขาก็คุ้นเคยกับตัวตนระดับสูงของสมาคมอสูร
ภูตแฝดหยินหยางเหล่านี้เป็นผู้อาวุโสในสมาคมอสูร พวกเขาเป็นพี่
น้องกัน การบ่มเพาะพวกเขาอยู่ที่เทพแท้จริงต้น หากพวกเขาอยู่ตาม
ลำพัง ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่ได้รับการพิจารณามากนัก แต่เมื่อ
ร่วมกัน พวกเขาก็จะสามารถแสดงพลังต่อสู้ที่น่ากลัวได้
“เจ้ากระทั่งจำพวกเราได้จริงๆ… ฮ่าฮ่า ส่งมอบตำราแห่งกัลป์และ
พลังแห่งจอมเทพอสูรที่เจ้าดูดซับมาซะ แล้วเราจะปล่อยเจ้าไป!”
อสูรโลกันต์ชุดคลุมสีขาวหัวเราะ
หลินหมิงเองก็หัวเราะเบาๆ “เจ้ายังคงพูดไร้สาระในเวลาเช่นนี้? จง
ลงมือซะ!”
หลินหมิงดึงหอกมังกรทมิฬออกมาโดยตรง ดวงตาของเขาสาดแสง
ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันเจิดจ้า ด้วยตำราแห่งกัลป์ที่ครอบครอง
เขาก็มั่นใจว่าจะดึงความเกลียดชังต่อผู้อื่น
และภูตแฝดหยินหยางเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดสำหรับการทดสอบ
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา
เขาตั้งใจมองหาพื้นที่ห่างไกลเพื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ของเขาทั้งหมด
ทดสอบระดับความแข็งแกร่งของเขาหลังจากที่เปิดวิหารเต๋าที่เจ็ดของเก้า
ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าและทะลวงเข้าสู่ราชันสวรรค์ปลายแล้ว
“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ภูตแฝดหยินหยางน่าหัวเราะอย่างชั่วร้าย ด้วยเสียงกังวาล ระฆัง
ทองแดงเบื้องหน้าของพวกเขาสั่นและลอยขึ้นมาเหนือหัวพวกเขาทันที่
มันปล่อยสนามพลังอย่างต่อเนื่องที่ตรึงมิติโดยรอบ
และหลังจากนี้ ระฆังก็ตกลงมา
หลินหมิงมองไปรอบๆแล้วส่งสัมผัสไปยังระฆัง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วไม่พยายามหลบระฆัง
ครึ่นนน!
ระฆังตกลงมาครอบคลุมหลินหมิงและภูตแฝดหยินหยางไว้ภายใน
อย่างสมบูรณ์
พื้นที่ภายในระฆังนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 ฟุต สำหรับนักสู้เทพ
แท้จริงนั้น, 200 ฟุตก็ไม่อาจถือว่าเป็นระยะทางได้เลย ด้วยหลินหมิงและ
ภูตแฝดหยางหยินในพื้นที่จำกัด มันก็ไม่แตกต่างจากการต่อสู้ประชิดตัว
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงไม่พยายามหลีกเลี่ยงตั้งแต่ต้นจนจบ ภูตแฝดห
ยินหยางก็ตกตะลึง
เดิมทีพวกเขาเชื่อว่าหลินหมิงอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเทพแท้จริง มิ
เช่นนั้น บุตรแห่งเร้นย่อมจะไม่กล่าวคำชมที่โอ้อวดเช่นนี้แก่เขา และ
พันธมิตรเร้นก็คงไม่อนุญาตให้เขานำตำราแห่งกัลป์เข้าสู่สุสานจอมเทพ
อสูร
เผชิญผู้เชี่ยวชาญระดับเทพแท้จริง ในขณะที่การเอาชนะนั้นง่าย แต่
การฆ่านั้นยาก ท้ายที่สุด หากอีกฝ่ายค้นพบพวกเขาและใช้ความสามารถ
ในการหลบหนีสูงสุด มันคงต้องใช้เวลาอย่างมากในการตามทัน ไม่ต้อง
พูดถึงว่าหลินหมิงยังมีสหายร่วมกับเขาในสุสานจอมเทพอสูรด้วย
หากมีการดึอสูรโลกันต์ตนอื่นของพันธมิตรเร้นมาที่นี่ด้วยแล้ว
แผนการของพวกเขาในการตามล่าหลินหมิงก็จะล้มเหลว
ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการใช้ระฆังทองแดงขนาดใหญ่เพื่อกักขัง
หลินหมิงไว้ภายใน หากพวกเขาปิดเส้นทางหลบหนีของคู่ต่อสู้ มันจะทำ
ให้ฆ่าได้ง่ายขึ้น เดิมทีพวกเขาคิดว่าหลินหมิงจะดิ้นรนและจะไม่ปล่อยให้
พวกเขาขังไว้ในระฆังได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อพวกเขาสามารถบรรลุ
เป้าหมายได้อย่างง่ายดาย พวกเขาก็รู้สึกแปลกๆในใจ
และในเวลานี้ ภายในพื้นที่ปิดผนึกของระฆังทอง หลินหมิงกำลัง
ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของเขาอย่างสงบ
ระฆังทองแดงนี้เป็นสมบัติจิตวิญญาณเทพแท้จริงที่มีคุณภาพสูง
และด้วยสนามพลังที่ครอบคลุมพื้นที่ หากต้องการทะลวงออกไปย่อมไม่
ง่ายเลย
สำหรับพื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา มันเป็นดินของสุสานจอมเทพ
อสูร ซึ่งเป็นดินที่แข็งเท่ากับเหล็กศักดิ์สิทธิ์
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อระฆังตกลงมาและปิดผนึกพื้นที่โดยรอบ ไม่
เพียงแต่จะทำให้คนในออกไปได้ยาก แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับคน
ภายนอกที่จะเข้ามาด้วย… นอกจากนี้มันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าอะไร
เกิดขึ้นภายใน
นี่เป็นสนามรบที่ปิดตายอย่างสมบูรณ์
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินหมิงก็ยิ้ม สำหรับตัวเขาเอง นี่เป็นโอกาสที่ดีอย่าง
ยิ่ง!
“เจ้ากำลังยิ้มอันใดกัน?” ภูตแฝดหยินหยางขมวดคิ้ว
หลินหมิงส่ายหัวอย่างเฉื่อยชา “ไม่มีอะไร มันแค่เพียงข้า… ไม่ได้
ออกมาออกกำลังกายมานานแล้ว ข้าเลยที่อไปหน่อย และเจ้าสองคน… ก้
ได้ให้โอกาสที่สมบูรณ์แบบแก่ข้า
คำพูดของหลินหมิงทำให้ภูตแฝดหยินหยางทำให้งงงวย เขาหมายถึง
อะไรที่ว่าไม่ออกไปออกกำลังกายมาเป็นเวลานานแล้ว? ที่อยู่ตรงหน้า
พวกเขาเป็นใครกันแน่?