Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,150 หัวใจปีศาจ
ช่วงเวลาที่หญิงในฝันกลายเป็นแสงอันเจิดจรัส เซิ่งเหม่ยรู้สึกราวกับ
ว่ากระบี่ปักเข้าที่หัวใจของนาง ด้วยการไออย่างรุนแรง วิญญาณอัน
ศักดิ์สิทธิ์ของนางทรมานกับความเจ็บปวดระทมทุกข์ ราวกับว่านางถูกฉีก
ร่าง
ที่ด้านหน้าของเซิ่งเหม่ย แสงศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์นับล้านที่พังทลายลงมายังโลก
ทวีปสีดำละลายหายไปหมด
และเหนือทวีปนั้น โครงกระดูกมากล้นถูกดูดซับด้วยพลังนี้ แตกและ
สลาย!
สนามพลังที่มีอยู่ในโครงกระดูกเหล่านี้ พลังงานที่ปล่อยออกมาจาก
ตัวตนทรงพลังเหล่านี้ หลังจากที่พวกเขาตายไป ทุกอย่างถูกเปลี่ยนไปสู่
แสงสี ทำให้เกิดสีลานตา หมุนวนเป็นกระแสวังวนยักษ์!
กระแสวังวนนี้กลืนกินทวีปไป กลั่นมัน
รูนไร้สิ้นสุดร่วงโรยลงมา โลกดูเหมือนจะกลายเป็นอาวุธวิเศษ ผลึก
ม่วงสั่นไหวในใจกลางทวีปนั้น คลื่นพลังยักษ์กวาดออกไปภายนอก
จากนั้น ราวกับว่ามันถูกจับด้วยมือยักษ์ที่มองไม่เห็น ทวีปนี้ถูกผลัก
ไปสู่อีกโลกหนึ่ง ยับยั้งมันไว้อย่างช้าๆ!
ชั่วเลาหนึ่ง ผืนอวกาศไร้สิ้นสุดแตกร้าว พายุอวกาศอันน่าสะพรึงกลัว
ก่อตัวขึ้น แต่ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการพัฒนาของทวีปนี้ได้
มันมิอาจต้านทาน!
ในแสงจ้า ทวีปนี้ก็บางมากขึ้นเมื่อมันถูกกลั่น อย่างไรก็ตาม พลังงาน
ภายในถูกบีบอัดให้อยู่ในระดับที่ไม่สิ้นสุด
โครงกระดูกทั้งหมดได้รับการกลั่น กลายเป็นเศษเสี้ยวมากมายที่สั่น
ไหวในอวกาศ
สำหรับพลังงานของโครงกระดูกเหล่านั้น ทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันใน
ใจกลางทวีปนี้ – ผลึกม่วง
แผ่นผลึกนี้ดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของพลังงานทั้งมวลในจักรวาล
ตราบที่สิ่งใดสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ มันก็ไม่มีสิ่งสามารถหลบหนี
การควบคุมของมันได้
โครงกระดูกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบชีวิตของ 33 สวรรค์ สัตว์
อสูรเทวะหรือแม้แต่อสูรโลกันต์ ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งเทพเจ้า พลังแห่ง
อสูร พลังทั้งหมดจะถูกดูดซับผลึกม่วง
ในที่สุดทวีปนี้ก็กลายเป็นกำแพงแสงขนาดยักษ์ที่หันเข้าหาโลกมืด
ลึกลับและยับยั้งมัน
บึ้มม!
ด้วยการระเบิดที่มิอาจอธิบาย โลกดูเหมือนจะล่มสลาย
โลกมืดขนาดยักษ์ที่ลึกซึ้งที่ซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าสั่นเทา…
เช่นวันโลกาวินาศมาถึง ราวกับว่าการทำลายล้างครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้น
อีกครั้ง!
ในช่วงเวลานั้น วิญญาณของเซิ่งเหม่ยสั่นไหวอย่างรุนแรง ทันใดนั้น
นางก็กระอักโลหิตเต็มปากและความฝันอันวุ่นวายที่นางเห็นก็แตกสลาย
กลายเป็นเศษเสี้ยวไม่รู้จบ
ใบหน้าของนางขาวซีดและร่างกายหลั่งเหงื่อเย็น
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางประสบในความฝันเมื่อครู่นั้นสมจริงเกินไป ราว
กับว่านางมีชีวิตอยู่หมื่นปีในมัน แต่เมื่อนางตื่นขึ้นมาจากความฝัน มันก็
เหมือนกับว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ
นางประสบกับฉากที่ไม่สิ้นสุดในความฝัน แต่เมื่อนางพยายามหวน
นึกถึง พวกมันกลับค่อนข้างพร่ามัว…
ถึงแม้ว่านางจะจำไม่ได้หลายฉาก แต่เซิ่งเหม่ยก็ยังจดจำช่วงเวลา
สุดท้ายเหล่านั้นได้อย่างลึกซึ้ง
นางจำได้ว่าผู้หญิงในฝันที่เผาผลาญชีวิตของนาง กลั่นโครงกระดูกไร้
สิ้นสุดเหล่านั้นเพื่อหลอมกำแพงยักษ์ขึ้นด้วยผลึกม่วง จากนั้นจึงยับยั้ง
โลกมืดด้วยกำแพงผลึกได้
โลกมืดนั้นให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อต่อเซิ่งเหม่ย – มันคือ
อเวจีทมิฬ
และที่วางเหนืออเวจีทมิฬคือกำแพงเทพนิรันดร์ ซึ่งเป็นกำแพงที่แยก
อเวจีทมิฬออกจาก 33 สวรรค์ มันเป็นกำแพงที่คงอยู่มาหมื่นล้านปีแล้ว
และในความฝันของนาง เซิ่งเหม่ยได้เห็นการกำเนิดของกำแพงเทพนิ
รันดร์
หญิงชุดดำที่เผาผลาญชีวิตของนางด้วยประกายเจิดจ้า กำแพงผลึก
ฉากวันสิ้นโลก ทั้งหมดนั้นกลายเป็นเครื่องหมายตราตรึงไว้ในหัวใจของ
เซิ่งเหม่ย!
“นางคือ…”
เซิ่งเหม่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพยายามนึกสิ่งที่นางจำได้อย่าง
จริงจัง นางต้องการค้นหาว่านางเกี่ยวข้องกับหญิงลึกลับคนนั้นในฝัน
อย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกับที่นางรู้สึกว่านางจับบางสิ่งบางอย่างได้
นางก็รู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณของนางถูกฉีกอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง
ความเจ็บปวดนี้รุนแรงเช่นค้อนหนักที่ทุบหัว นางรู้สึกว่าขาของนาง
อ่อนล้าและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเป็นมืด ในวินาทีต่อมา จิตสำนึกของ
นางก็พร่ามัวอีกครั้ง…
ดูเหมือนว่านางจะต้องฝันอีกนาน
ฉากผสมกันนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในความฝันนี้และนางเห็นตัวตนที่
คุ้นเคยมากมาย
ในหลายๆหน้าเหล่านี้ บางคนเป็นมิตร บางคนจิตใจดี บางคนน่า
รังเกียจ บางคนเต็มไปด้วยความเกลียดชัง…
และในที่สุด ใบหน้าของชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับว่ามัน
ครอบงำความฝันอื่นทั้งหมด
ชายหนุ่มนี้มีผิวขาวซีดและดวงตาดุจเมฆ ราวกับว่าเขาเป็นคนตาย
เดินได้
จักรพรรดิวิญญาณ!
เมื่อเห็นชายหนุ่มชราผู้นี้ แสงเย็นชาก็สาดประกายในดวงตาของเซิ่ง
เหม่ย นางไม่สามารถขัดขืนจักรพรรดิวิญญาณได้อย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับ
คนชั่วร้ายนี้ สิ่งที่นางรู้สึกว่ามากที่สุดหาใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความ
เกลียดชัง!
บึ้มมมม!
ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมาจากดวงตาของจักรพรรดิวิญญาณและ
ทะลวงเข้ากับโลกภายในของเซิ่งเหม่ย จิตใจของเซิ่งเหม่ยสั่นไหวและมิติ
สั่นสะเทือนรอบนาง เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็ค้นพบว่าตนเองได้
เดินทางมาถึงโลกที่พลังงานสวรรค์และปฐพีเบาบางมาก แต่ก็โลกที่สงบ
สุข…
“นี่คือ…”
เมื่อโลกนี้ปรากฏขึ้น เซิ่งเหม่ยก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เกือบทำให้
หอบหายใจ
นี่คือทวีปนภารินไหล บ้านเกิดของหลินหมิง!
หรืออาจจะเป็น…
ร่างกายของเซิ่งเหม่ยสะท้านราวกับว่านางกำลังตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย
นี่เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกๆในความทรงจำของนาง กล่องความทรงจำที่
นางไม่ยอมเปิด เช่นแผลเป็นที่นางมิอาจทน นางไม่สามารถเผชิญกับมัน
ได้
นางรู้สึกหวาดกลัวกับฉากนี้ นางไม่ต้องการที่จะ…
อย่างไรก็ตาม ในฉากนี้ต่อหน้านา งสิ่งที่นางหวาดกลัวได้เกิดขึ้น
อย่างช้าที่สุด นางเห็น – หลินหมิง
ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังนอนอย่างหดหู่บนพื้นดินในบ้านของเขา
มองไปยังเซิ่งเหม่ย
ในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยต้องการถอนตัว แต่นางค้นพบว่ามีความร้อน
ไหลเวียนในท้องของนาง
การไหลของความร้อนนี้แพร่กระจายผ่านแขนขาและกระดูกของ
นาง นางหันกลับมาและเห็นว่าไม่ไกลเกินไป มันมีต้นไม้เก่าแก่ที่ดูราวกับ
ว่ามันถูกหล่อขึ้นมาจากมังกรเขา
และบนต้นไม้เก่าแก่นั้นมีแต่ผลไม้สองลูก แต่ผลไม้สองลูกนี้ได้หายไป
แล้ว
หัวใจของเซิ่งเหม่ยสั่นคลอน นางจำได้ว่าต้องเตรียมต้นผลไม้นี้ให้กับ
หลินหมิงอย่างแน่นอน มันมีต้นกำเนิดจากอเวจีทมิฬ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิด
หนึ่งที่ปลุกเร้าความต้องการทางเพศ
ในอดีตที่ผ่านมา โดยไร้ทางออก นางเลือกที่จะใช้ผลไม้เหล่านี้
แต่ตอนนี้ นางไม่ต้องการสัมผัสกับฉากนั้นอีกครั้ง
นางโคจรพลังในร่างกาย นางต้องการที่จะขับดันฤทธิ์จากผลไม้
ออกมา แต่นางก็ได้ค้นพบ ไม่ว่านางจะพยายามทำอย่างไร นางก็ไม่
สามารถขับมันออกมาได้
ราวกับว่าร่างนี้ไม่ใช่ของนางเอง
เซิ่งเหม่ยสูดลมหายใจลึกๆและทันใดนั้นก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คือ
ความฝันของนาง และในที่สุดตัวร่างจริงของนางก็เป็นเพียงนักเดินทางที่
ท่องผ่านความฝันนี้ ไม่ว่านางจะพยายามทำสิ่งใด นางก็ไม่สามารถเปลี่ยน
ความฝันได้ นางทำได้เพียงยืนที่นี่และสัมผัสกับมันอีกครั้ง…
“หากเจ้าถูกลิขิตให้ถูกทำลาย, เจ้าก็ควรจะ… ถูกทำลายด้วยมือของ
ข้า…”
นี่คือคำที่เซิ่งเหม่ยเคยพูดกับหลินหมิง คำพูดเหล่านี้ดังกังวานใน
ดินแดนแห่งความฝันนี้ และเมื่อนางได้ยินอีกครั้ง นางก็ไม่รู้ว่านางรู้สึก
อย่างไร…
นางหลับตา ไม่อยากดูฉากต่อไป แต่ไม่นาน นางก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าของ
นางหายไป จากนั้น… การเคลื่อนไหวของร่างกาย
นั่นคือร่างกายของชายหญิงที่หลอมรวมอย่างมิอาจปฎิเสธ
ความรู้สึกแปลกๆเช่นนี้ค่อยๆผสมผสานเข้ากับความร้อนในร่างกาย
ของนาง ทำให้วิญญาณของนางสั่นเทา
นางไม่เคยนึกเลยว่าในวันนี้ในความฝัน นางจะได้สัมผัสกับความทรง
จำอันลึกซึ้งนี้อีกครั้ง…
ในอดีตที่ผ่านมา นางเคยทานผลไม้ของอเวจีทมิฬที่กระตุ้นกำหนัด
และจิตสำนึกของนางก็เริ่มพร่ามัว แม้นางจะจดจำได้ถึงสัมผัสที่ลืมไม่ลง
แต่ประสบการณ์ของนางในเวลานั้นก็ยังคงพร่ามัว
ราวกับว่านางกำลังถูกสะกดจิตอยู่ในความฝันฤดูใบไม้ผลิ มึนเมา
แม้ว่านางจะถึงจุดสุดยอดของความสุข แต่นางก็ยังคงทำเช่นนั้นในสภาพ
กึ่งฝันกึ่งตื่น
และความแตกต่างในขณะนี้คือ เซิ่งเหม่ยกำลังประสบกับทั้งหมดนี้
อย่างชัดเจน
นางหลับตาตลอด แต่ผลกระทบดูเหมือนจะเกิดกับจิตใจต่อไป มัน
ส่งผ่านความสุขตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ
ในความฝันของนาง นอกเหนือจากการไม่สามารถควบคุมร่างกายนี้
นางได้สัมผัสกับทุกสิ่งเป็นการส่วนตัว!
ภายใต้ฤทธิ์ของผลไม้ นางรู้สึกดีใจอย่างยิ่งในความสุขนี้
นี่คือสิ่งที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตที่แห้งแล้งและอดกลั้น
แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกสับสนและเจ็บปวดในส่วนลึกของ
วิญญาณต่อชายผู้นี้ที่อยู่ข้างใต้นาง
แหล่งพลังชีวิตของเขา แหล่งพลังวิญญาณของเขาอ่อนแอลงอย่าง
ช้าๆ ถูกดึงออกมาจากเขา…
มันเป็นเช่นการเฝ้ามองดวงดาวที่สว่างไสวได้ลับแสงไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชายคนนี้ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนางอย่าง
แยกไม่ขาด และความพินาศของเขาก็เกิดขึ้นเพราะนางเช่นกัน
โดยมิได้สังเกต มันรู้สึกได้ถึงความกระจ่างใส สะอาและน้ำตาที่หล่น
ลงมาจากมุมดวงตาของนางแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนไข่มุกขณะที่
มันตกลง…